แรมสิบห้าค่ำนี้มีปาฏิหาริย์ บทที่ 21 : ดอกไม้พิษชื่อรพีพรรณ (2)

แรมสิบห้าค่ำนี้มีปาฏิหาริย์ บทที่ 21 : ดอกไม้พิษชื่อรพีพรรณ (2)

โดย : ณรัญชน์

Loading

แรมสิบห้าค่ำนี้มีปาฏิหาริย์ นวนิยายเรื่องล่าสุดจาก ณรัญชน์ ที่อ่านเอาคัดสรรมานำเสนอ กับเรื่องราวของกระจกโบราณที่สามารถทำนายอนาคตมนุษย์ทุกคนได้อย่างแม่นยำ ‘วิศรุต’ จึงใช้มันมาลิขิตชะตาชีวิตตัวเอง แม้นั่นจะหมายถึงการทำลายล้างคนรอบข้างอย่างโหดเหี้ยม ไม่เว้นแม้แต่ผู้หญิงที่เขารัก นวนิยายออนไลน์จาก www.anowl.co

แม่องุ่นแทบไม่เชื่อสายตาเมื่อมองผ่านรั้วไม้ระแนงของบ้านเช่าออกไปเห็นหญิงสาวร่างเล็ก หน้าตาคมเข้มที่กำลังกดออดประตูถี่ๆ อย่างร้อนใจ

พอเห็นเธออีกฝ่ายก็รีบตะโกนเรียก “พี่องุ่น เปิดประตูให้ฉันหน่อย ฉันมีเรื่องสำคัญมาบอก”

ดูท่าธุระของกมลเนตรคงจะสำคัญมากจริงๆ เพราะทันทีที่พี่เลี้ยงของนาราเปิดประตูให้ กมลเนตรก็รีบผลุบเข้ามา เหลียวซ้ายมองขวาคล้ายกลัวคนจะเห็นก่อนรีบเดินเข้าไปในบ้าน พอพบนารากำลังอ่านหนังสืออยู่ในห้องรับแขก หญิงสาวก็ปรี่เข้าไปนั่งข้างๆ อย่างไม่มีพิธีรีตอง

“นารา เธอต้องช่วยฉันนะ คราวนี้ฉันจนปัญญาไม่รู้จะหันหน้าไปพึ่งใครจริงๆ” กมลเนตรโพล่งออกมาโดยไม่แม้แต่จะอารัมภบท

นาราทำตาโตตั้งแต่เห็นว่าแขกที่มาหาถึงบ้านเป็นใครแล้ว ยิ่งเห็นอาการลุกลี้ลุกลนของกมลเนตรก็ยิ่งแปลกใจขึ้นเป็นทวีคูณ

“ใจเย็นๆ ค่ะพี่เนตร มีเรื่องอะไรค่อยๆ เล่า”

กมลเนตรทำหน้าเหมือนจะร้องไห้ “เธอคงใจเย็นไม่ไหวแน่ถ้าตกเป็นเป้าหมายหัวของรพีเหมือนอย่างฉัน ชีวิตฉันกำลังอยู่ในอันตราย”

แม่องุ่นถือถาดบรรจุแก้วน้ำเย็นเดินเข้ามาพอดี นางวางแก้วตรงหน้ากมลเนตรแล้วทรุดตัวนั่งลงกับพื้น แม้ว่าท่าทางตื่นเต้นของหญิงสาวจะกระตุ้นความสนใจอยู่บ้าง แต่ความหมั่นไส้ที่มีมากกว่าทำให้คันปากจนอดประชดไม่ได้

“วุ้ย! คุณกมลเนตรกับคุณรพีเข้ากันเป็นปี่เป็นขลุ่ยมาตั้งแต่เล็กๆ แล้ว เป็นไปได้หรือคะที่เธอจะมาทำอันตรายคุณ เออ…ถ้าบอกว่าสองคนรวมหัวกันคิดร้ายกับคุณนาราก็ว่าไปอย่าง อย่างนั้นน่ะฉันเชื่อทันทีเลยค่ะ”

กมลเนตรกลืนน้ำลายอย่างฝืดคอ ใครล่ะจะไม่ตะขิดตะขวงเมื่อต้องบากหน้ามาขอความช่วยเหลือจากคนที่ตนคอยกลั่นแกล้งมาเป็นสิบปี แต่ยามนี้ไม่ใช่เวลาจะมามัวเขินอายเสียด้วย หญิงสาวทำหน้าแหย แก้เกี้ยวเสียงอ่อย

“พี่องุ่นก็พูดไปเรื่อย ฉันมีเรื่องเดือดร้อนจริงๆ นะ และมันก็เกี่ยวข้องกับนาราด้วยฉันถึงได้มาหา” หญิงสาวคว้าแขนนาราเขย่าเบาๆ “ไม่ใช่ฉันคนเดียวที่ตกอยู่ในอันตราย นาราเองก็เหมือนกัน ต่อไปนี้เธอจะต้องระวังตัวให้ดี รพีพรรณเหมือนหมาบ้า ขนาดฉันเขายังคิดเล่นงาน ยิ่งเป็นเธอเขาไม่ปล่อยเอาไว้แน่”

นาราไม่เคยไว้ใจกมลเนตร กระนั้นคำบอกเล่าของอีกฝ่ายนับเป็นเรื่องร้ายแรงเกินกว่าจะมองข้ามไปได้

“พี่รพีน่ะหรือจะทำร้ายฉัน ฉันไม่ได้พบพี่รพีมานานแล้ว ไม่มีเหตุผลที่เขาจะมาโกรธเคืองฉันนี่นา”

ถ้ามัวแต่ตื่นตระหนกเห็นทีจะพูดกันไม่รู้เรื่อง…กมลเนตรสูดลมหายใจลึกยาว ระงับความตื่นเต้นแล้วเริ่มต้นพูดช้าๆ

“นารา รู้ไว้ด้วยว่ารพีพรรณมีเรื่องที่จะต้องโกรธแค้นเธอยิ่งกว่าใครในโลกเลยเชียวละ เรื่องที่ฉันจะบอกเธอสำคัญมาก ตั้งใจฟังดีๆ นะ เธอคงรู้ใช่ไหมว่าที่รพีได้ไปอยู่ใกล้ชิดหม่อมภรณีก็เพราะรพีได้บริจาคเลือดช่วยชีวิตหม่อม แต่ความจริงเลือดที่ช่วยหม่อมไว้ไม่ใช่เลือดของรพีพรรณ แต่เป็นเลือดของเธอต่างหาก”

แม่องุ่นอุทานลั่น แม้แต่นาราก็ยังคาดไม่ถึง “พี่กมลเนตรเอาอะไรมาพูด จะเป็นไปได้อย่างไร”

กมลเนตรเริ่มใจชื้นที่คนฟังมีท่าทางสนใจ

“เป็นไปได้สิถ้ามีคนช่วย เธอยังจำยายพยาบาลรุ่งรัตน์เมียของพี่จำนงที่ตายไปได้ไหม รุ่งรัตน์เป็นคนช่วยสลับเลือดของเธอกับรพีพรรณ เอาไปรักษาหม่อมภรณี จากนั้นก็ไปหลอกหม่อมว่ารพีเป็นคนบริจาคเลือดให้ หม่อมภรณีถึงได้เห็นแก่ความดีของรพีคอยช่วยเหลือสนับสนุนทุกทาง แต่ที่จริงเขาแย่งทุกๆ อย่างที่ควรจะเป็นของเธอไปนะนารา เกียรติยศชื่อเสียง เงินทอง ทุกอย่างที่รพีมีอยู่ทุกวันนี้ที่จริงแล้วมันควรต้องเป็นของเธอ”

นาราไตร่ตรองคำบอกเล่านั้นเงียบๆ เธอเคยถูกใส่ร้ายด้วยเรื่องของนายจำนงมาก่อน จึงจำรุ่งรัตน์ภรรยาของนายจำนงที่เคยเห็นรูปถ่ายในหนังสือพิมพ์ได้แม่น และพลอยจำได้ด้วยว่าผู้หญิงคนนี้ก็คือนางพยาบาลที่มาดูแลขณะนาราบริจาคโลหิต

ถ้าสิ่งที่กมลเนตรพูดเป็นความจริง ก็คงเป็นตอนนั้นเองที่รุ่งรัตน์สลับเลือดของเธอกับรพีพรรณ

นาราไม่คิดจะปิดบังความระแวงที่ฉายอยู่บนสีหน้าเมื่อมองกมลเนตร

“แล้วพี่เนตรมาบอกเรื่องนี้กับฉันทำไมคะ ต่อให้พี่รพีคิดร้ายกับฉันก็ไม่เกี่ยวกับพี่ไม่ใช่หรือ”

เสียงของกมลเนตรสั่นน้อยๆ บอกความหวาดกลัวผู้ที่เอ่ยถึง

“รพีจับได้ว่าฉันแอบได้ยินเขาคุยเรื่องนี้กับคุณวิศรุต เขาข่มขู่ไม่ให้ฉันบอกใคร แต่หลังจากวันนั้นเขาก็คอยจับตามองฉันอยู่ตลอด ฉันกลัวมาก กลัวจริงๆ นะนารา” หญิงสาวน้ำตาคลอ “เราสองคนโตมากับรพี เธอก็น่าจะรู้ว่ารพีเป็นคนร้ายกาจขนาดไหน เขากล้าทำเรื่องที่ใครๆ คิดไม่ถึงว่าเขาจะทำได้ อย่างแม่พยาบาลรุ่งรัตน์ที่ถูกวางยาจนตายไปนั่นก็เป็นฝีมือรพี”

แม่องุ่นยกมือทาบอก “คุณแน่ใจหรือคะ ไม่ใช่ว่าพูดมั่วๆ นะ”

“โธ่! จริงสิพี่องุ่น ฉันได้ยินคุณวิศรุตพูดออกมาเองกับหู แล้วรพีก็ไม่ได้ปฏิเสธด้วย” กมลเนตรยืนยันหนักแน่น หญิงสาวรูดแขนเสื้อที่สวมอยู่แล้วยื่นท่อนแขนออกมาให้คู่สนทนาเห็นชัดๆ

แสงแดดยามเย็นที่ลอดเข้ามาทางหน้าต่างส่องให้เห็นรอยช้ำสีเขียวแกมม่วงสองรอยที่ประทับอยู่บนแขนของกมลเนตร แต่ละรอยมีขนาดใหญ่เท่าฝ่ามือ บอกให้รู้ว่ากมลเนตรจะต้องเจ็บปวดไม่น้อยเลยยามที่มันเกิดขึ้น

นาราเบิกตากว้าง ถามทันทีแม้จะนึกคำตอบได้รางๆ

“เกิดอะไรขึ้นคะ ใครทำอะไรพี่เนตร”

น้ำเสียงกมลเนตรเต็มไปด้วยความหวาดหวั่นรับกับใบหน้าขาวซีดอ่อนระโหย

“ตั้งแต่รพีรู้ว่าฉันได้ยินความลับของเขา ก็มีเรื่องแปลกๆ เกิดขึ้นกับฉันไม่เว้นแต่ละวัน มีคนเอาใบมีดมาใส่ในรองเท้าฉัน เดชะบุญที่ฉันเห็นเข้าก่อนเลยโยนทิ้งได้ทัน บางทีนอนๆ อยู่ก็มีเสียงกุกกักที่ประตูเหมือนคนร้ายจะบุกเข้ามาในห้อง ส่วนรอยช้ำพวกนี้เพิ่งเกิดเมื่อวาน ฉันกำลังเดินอยู่ในสวนพอผ่านตรงดงไม้ก็ถูกผลักจากข้างหลัง จนล้มลงไปกระแทกหิน”

หญิงสาวน้ำตาร่วง ต้องยกผ้าเช็ดหน้าขึ้นซับก่อนจะพูดต่อไปได้

“ฉันทนไม่ไหวแล้ว รพีคงระแวงว่าฉันจะบอกความลับกับคนอื่น เลยหาทางกำจัดฉันอยู่เงียบๆ ฉันถึงได้แอบหนีมาหาเธอ ไม่ใช่จะมาขอความช่วยเหลืออย่างเดียวนะ แต่ฉันจะมาเตือนเธอให้ระวังตัวด้วย เธอเป็นคนที่สำคัญที่สุดที่จะเปิดโปงรพีพรรณได้ ตราบใดที่เธอยังอยู่รพีไม่มีวันที่จะปลอดภัยเลย ฉันว่าเขาต้องไม่ปล่อยเธอไว้แน่”

พอเห็นรอยฟกช้ำบนแขนกมลเนตรแม่องุ่นก็หมดความคลางแคลงโดยสิ้นเชิง ยิ่งฟังก็ยิ่งขนลุก นางขยับเข้ามาใกล้นาราด้วยท่าทางทุกข์ร้อน

“นั่นสิคะคุณหนู ถ้าหากคุณรพีทำกับคุณเนตรได้ กับคุณหนูเธอคงไม่ละเว้น คุณต้องระวังตัวมากๆ นะ”

นาราเองก็หวาดผวากับพฤติกรรมของพี่สาวอยู่เหมือนกัน ถ้าเธอแสดงความพรั่นพรึงออกมาแม่องุ่นก็จะยิ่งพลอยกลุ้มใจไปด้วย หญิงสาวจึงหันไปปลอบพี่เลี้ยง ก่อนจะเปรยต่อไป

“ที่จริงพี่รพีไม่จำเป็นต้องพะวงเรื่องฉันเลย ฉันไม่คิดจะบอกความจริงกับหม่อมภรณีอยู่แล้ว ทุกวันนี้หม่อมเอ็นดูพี่รพี พี่รพีก็คอยดูแลท่าน ก็ถือว่าเป็นบุญกุศลที่เขาสองคนทำร่วมกันมา ฉันไม่คิดจะไปชิงดีชิงเด่นกับพี่รพีหรอก”

“ไม่มีทางที่รพีพรรณจะยอมเชื่อใจเธอ” กมลเนตรบอกหลังจากมองนาราอย่างคาดไม่ถึงอยู่อึดใจหนึ่ง “เธอต้องเปิดโปงรพี นั่นเป็นทางเดียวที่เธอจะปลอดภัย เรื่องพิสูจน์ความจริงน่ะไม่ยาก พรุ่งนี้เราไปโรงพยาบาลกัน ให้หมอเขาตรวจเลือดของเธอว่าเป็นกรุ๊ปเดียวกับหม่อมภรณีหรือเปล่า ถ้าใช่เธอก็ไปพบหม่อม ไปกราบเรียนความจริงให้ท่านรู้”

นาราส่ายหน้าอย่างไม่เห็นด้วย

“คุณจงกลนีเคยบอกฉันว่าหม่อมภรณีรักพี่รพีราวกับลูกสาวแท้ๆ คงไม่ยอมเชื่อคนที่มาบอกง่ายๆ หรอกค่ะ โดยเฉพาะถ้าคนคนนั้นคือฉันที่ไม่ถูกกับพี่รพีอยู่ หม่อมอาจจะคิดว่าฉันจงใจใส่ร้ายพี่รพีด้วยซ้ำ”

กมลเนตรหน้าม่อยลงทันทีด้วยความผิดหวัง

“นั่นสินะฉันก็ลืมคิดถึงจุดนี้ไป หรือต่อให้เราพารพีไปตรวจเลือดก็อาจไม่มีประโยชน์ เธอกับรพีเป็นลูกพ่อเดียวกัน อาจจะมีเลือดกรุ๊ปเดียวกันก็ได้”

“พี่รพีไม่มีทางมีเลือดกรุ๊ปเดียวกับฉัน” ความคิดของนาราแล่นปราดๆ อย่างรวดเร็ว หญิงสาวชี้ไปที่รอยช้ำน่ากลัวบนแขนของกมลเนตร “ถ้าเป็นอย่างนั้นเขาคงไม่ร้อนตัวข่มขู่พี่เนตรให้ปิดปากเงียบ อย่างที่บอกว่าหม่อมภรณีเชื่อพี่รพีอย่างกับอะไรดี ถ้าเลือดพี่รพีเป็นกรุ๊ปที่ช่วยหม่อมได้ละก็ เขาไม่จำเป็นต้องกลัวอะไรเลย แค่เขายืนยันว่าเป็นคนบริจาคเลือดให้หม่อมจริงๆ หม่อมก็พร้อมจะเชื่อเขาอยู่แล้ว”

“ถ้าอย่างนั้นทำยังไงเราถึงจะเปิดโปงรพีได้ล่ะนารา” กมลเนตรโอดครวญ

“ตอนนี้เราไม่ควรผลีผลามทำอะไรทั้งสิ้น รอดูเหตุการณ์ไปก่อน ฉันไม่อยากทำลายชีวิตพี่รพีถ้าไม่เข้าตาจนจริงๆ”

นาราตอบอย่างคนที่ตระหนักว่าความเมตตาของหม่อมภรณีสำคัญต่อรพีพรรณมากเพียงใด แต่แน่ละว่าความคิดของเธอสวนทางกับความต้องการของกมลเนตร หญิงสาวโวยวายลั่น

“ไม่ได้นะนารา เธอต้องไปเปิดโปงรพี ไม่อย่างนั้นเขาอาจฆ่าฉันก็ได้”

“เรื่องนี้เป็นเรื่องใหญ่ ฉันต้องการเวลาคิดให้รอบคอบ ส่วนพี่เนตรถ้าหากจะหลบพี่รพีก็มาอยู่บ้านฉันไปก่อนก็ได้ค่ะ”

นาราปลอบเสียงอ่อน แต่ท่าทางแน่วแน่บอกให้รู้ว่าจะไม่เปลี่ยนใจเป็นอันขาด กมลเนตรลังเลเล็กน้อยแต่เมื่อเห็นว่าไม่มีทางอื่นก็ยอมตกลงอย่างเสียไม่ได้

พระอาทิตย์ยามเย็นคล้อยต่ำลงทุกที แสงสลัวรางจนต้องเปิดไฟในห้องรับแขก แม่องุ่นนึกขึ้นมาได้ว่ามัวแต่คุยเพลินจนลืมอาหารเย็นก็กุลีกุจอเข้าครัวไปทำกับข้าวง่ายๆ ให้เจ้านายกับกมลเนตร พอนางลำเลียงกับข้าวออกมาตั้งบนโต๊ะ กมลเนตรที่นั่งอยู่ก็ลุกขึ้นมารับและช่วยรินน้ำให้นาราด้วย

นาราดูออกว่ากมลเนตรคงอยากประสานไมตรีกับเจ้าของบ้านที่ตนเองจะมาอาศัยอยู่ จึงขอบคุณแล้วรับแก้วน้ำมาโดยดี

ปกติแม่องุ่นทานข้าวร่วมโต๊ะกับนารา ไม่ได้แบ่งว่าเป็นนายบ่าว แต่วันนี้เมื่อหญิงสาวมีแขกแม่องุ่นก็แยกไปนั่งรับประทานในครัว กมลเนตรมองสาวใช้อย่างลังเลอยู่ครู่หนึ่ง ก่อนจะรินน้ำใส่แก้วอีกใบเดินไปส่งให้แม่องุ่นถึงที่ พอกลับมาที่โต๊ะอาหารเห็นแก้วของนาราว่างเปล่า…เจ้าของบ้านยอมดื่มน้ำที่เธอรินให้แสดงว่าไม่ติดใจเรื่องบาดหมางในอดีตอีก…กมลเนตรก็ยิ้มออกมาได้

น่าแปลกที่พอจบอาหารมื้อนั้น นาราก็ง่วงเหมือนหนังตาจะปิด เธอรีบอาบน้ำชำระร่างกาย เอาชุดนอนของตัวเองให้กมลเนตรยืมเปลี่ยน ก่อนจะคลานขึ้นเตียงแล้วผล็อยหลับไปอย่างรวดเร็ว

 



Don`t copy text!