สาป บทที่ 11 : Lady in a mist

สาป บทที่ 11 : Lady in a mist

โดย : เยาวเรศ

สาป นวนิยายลึกลับ โดย เยาวเรศ เรื่องราวของสาวไทยที่ต้องไปเผชิญกับความลึกลับในบ้านชนบท ประเทศอังกฤษ โดยมีความรัก…ความแค้น…และความอาฆาตพยาบาทที่มาเดิมพันกับชีวิตของเธอ นิยายออนไลน์จากเว็บไซต์อ่านเอาที่เราอยากให้คุณได้อ่านออนไลน์อีกเรื่อง

*************************

– 11 –

สนับสนุนอ่านเอาด้วยการสั่งซื้อหนังสือ “ในสวนอักษร” คลิกที่นี่

เรย์มอนด์ เรย์ลีย์ ค่อยๆ เอื้อมมืออันสั่นเทาไปเปิดกล่องจากตู้นิรภัยของธนาคารในเมืองที่เขาเป็นลูกค้ารายใหญ่ พนักงานทุกคนรู้จักเขาเป็นอย่างดี เรย์มอนด์ไม่ต้องรอคิวเพื่อรอรับบริการเหมือนคนอื่นๆ ด้วยเขาเป็นลูกค้าที่ฝากเงินจำนวนสูงสุดในธนาคารแห่งนี้

ปกติเขาจะเก็บของมีค่าไว้ที่ตู้นิรภัยที่บ้านเปเปอร์มิลล์ ล็อค ซึ่งมีเขาแต่เพียงผู้เดียวเท่านั้นที่รู้รหัสเปิด ตู้นิรภัยเหล็กใบใหญ่ถูกเปลี่ยนมาหลายสิบครั้งในหลายชั่วอายุคน ด้วยเป็น ‘คำสั่ง’ อันตกทอดมาจากรุ่นบรรพบุรุษให้สรรหาตู้นิรภัยที่ทันสมัยที่สุดในแต่ละรุ่นของผู้สืบทอดตำแหน่งลอร์ด ในการเก็บรักษาทรัพย์สมบัติอันมีค่าที่ไม่ใช่ธนบัตร

ลอร์ดเรย์มอนด์มีเหตุผลส่วนตัวที่เก็บ ‘ของสำคัญ’ ชิ้นนี้ไว้ที่ตู้นิรภัยในธนาคาร เขาไม่อยากให้ของสิ่งนี้อยู่ใกล้ตัว ใกล้ครอบครัวของเขาแม้แต่น้อย ด้วยความหวาดเกรงว่าสิ่งนี้จะส่งอิทธิพลในทางร้ายต่อทริสตันและตัวเขา…

เขารวบรวมสติอยู่เป็นครู่ ก่อนจะตัดสินใจหยิบสิ่งของที่อยู่ในถุงกำมะหยี่สีดำออกมาช้าๆ

มันคือสมุดเก่าคร่ำคร่า กระดาษหนาแต่กรอบเป็นสีน้ำตาลด้วยกาลเวลา เขาสวมถุงมือผ้าฝ้ายสีขาวที่เตรียมมาแล้วค่อยๆ พลิกไปทีละหน้า…

ในที่สุดเขาก็ได้คำตอบที่สงสัย…

รูปวาดลงสีเก่าจางด้วยกาลเวลา แต่ด้วยการเก็บรักษาอย่างดีจากรุ่นสู่รุ่น จึงยังพอมองเห็นหญิงสาวในภาพได้ค่อนข้างชัดเจน

ดวงตาดำสนิทดุจนิลน้ำงามของหญิงสาวในภาพจ้องมองตรงมาที่เขาเหมือนกับจะท้าทาย อุปาทานทำให้ท่านลอร์ดรู้สึกเหมือนแววตานั้นเปล่งประกายแรงกล้าจนเขาขนลุก หญิงสาวผู้นั้นมีผมยาวสีดำสนิทที่ทอดลงมาถึงบั้นเอว ผิวกายของหญิงสาวผู้นี้เป็นสีน้ำผึ้งจางๆ ผิดกับคนอังกฤษทั่วไป…

ไอลดา…ไอลดา…

และนี่คือสิ่งที่ยืนยันว่าลางสังหรณ์ของเขาเป็นความจริง! คำพยากรณ์ที่บอกเล่าต่อๆ มาหลายชั่วคนและที่ได้จารึกไว้ในสมุดเล่มนี้เป็นความจริง

ชายชราตัวสั่นเทา เขายกมือขึ้นปิดหน้า สะอื้นไห้อย่างระงับไว้ไม่ได้ เขาจะทำอย่างไรเมื่อความหายนะกำลังจะมาเยือนในเร็วๆ นี้ เขาจะทำอย่างไร…อย่างน้อยก็เพื่อปกป้องทริสตัน…หลานชายของเขา ผู้เป็นทายาทคนเดียวและคนสุดท้ายของตระกูลเรย์ลีย์…

มือไวเท่าความคิด เรย์มอนด์หยิบโทรศัพท์มือถือในกระเป๋าเสื้อสูทออกมา ริมฝีปากมีรอยยิ้มอย่างพึงพอใจเมื่อการสนทนานั้นสิ้นสุดลง

 

เลดี้ไวโอเล็ตยกมือเป็นสัญญาณให้สาวใช้ประจำตัวออกไปจากห้องนั่งเล่นเมื่อบุตรสาวคนเดียวเดินเข้ามาพลางทรุดตัวลงนั่งบนเก้าอี้โซฟาหนังสีน้ำตาลเข้มตรงหน้า แดฟนีมีสีหน้าไม่รู้ร้อนรู้หนาว ในขณะที่ผู้เป็นมารดานิ่วหน้ามองหล่อนอย่างไม่พอใจ

“แม่ต้องขอบคุณที่เธอมาพบหรือเปล่าแดฟนี…”

“แม่มีธุระอะไรก็พูดมาเถอะค่ะ” หญิงสาวไขว้ขาเรียวงาม มือควานหาซองบุหรี่ในกระเป๋าถือราคาแพงที่ตั้งอยู่ใกล้ๆ “หวังว่าคงจะเป็นธุระสำคัญนะคะ ถึงกับขนาดให้มาหาด่วน”

“ด่วนสิ ถ้าไม่ด่วนจะเรียกมาพบเดี๋ยวนี้หรือ” มารดาตวัดเสียง “มันเกิดอะไรขึ้น ระหว่างลูกกับทริสตัน”

“จะเกิดอะไรขึ้นคะแม่….ก็เพราะมันไม่เกิดน่ะสิ” แดฟนีจุดบุหรี่สูบต่อหน้ามารดาอย่างหงุดหงิด “ไม่มีอะไรเกิดขึ้นสักอย่างค่ะแม่ พอใจหรือยัง ถ้าจะเรียกมาถามเรื่องแค่นี้ จริงๆ แค่โทรศัพท์คุยกันก็ได้ หนูจะได้ไม่เสียเวลาทำงาน”

“หมายความว่ายังไง ไม่เกิดอะไรขึ้น”

“เขาบอกเลิกค่ะ…ขอแค่เป็นเพื่อน จบ”

“เหตุผล…”

“ไม่มีเหตุผล ไม่รักคือไม่รัก จบ” หญิงสาวยกไหล่ “ผู้ชายมีตั้งเยอะแยะไป ที่รวยกว่า ดีกว่า แม่ไม่ต้องกลัวหรอกว่าหนูจะไปคว้าเอาใครมาแต่งงาน ยังไงก็ต้องหาให้สมน้ำสมเนื้อกัน ไม่อย่างนั้นหนูจะเอาเงินที่ไหนใช้”

“พูดอะไรอย่างนั้น” มารดาเสียงอ่อนลงเมื่อเห็นน้ำตารื้นในดวงตาสีฟ้าจางของบุตรสาว “ก็ก่อนลูกไปเชล์มสฟอร์ด ยังดีใจกระโดดโลดเต้นว่าเขาโทรมาง้อให้ไปดินเนอร์กัน แม่ก็นึกว่ากลับมาดีกันแล้ว หนูเองก็ไม่ได้กลับมาบ้านนี้เกือบอาทิตย์ แม่ก็เลยนึกว่าทุกอย่างเป็นไปด้วยดี กลับไปคบกัน…รักกันเหมือนเดิม แล้วนี่มันอะไร ที่แท้เขานัดเจอเพื่อบอกเลิกหรอกหรือ”

“คงงั้นน่ะค่ะ” หล่อนเดินไปยังมุมห้อง วางบุหรี่ในมือลง ก่อนจะรินบรั่นดีในขวดแก้วเจียระไนแล้วยกขึ้นดื่มรวดเดียวหมด “คงต้องบอกต่อหน้าถึงจะสะใจกระมังคะ”

“ทริสตันเขาคงไม่ใจดำขนาดนั้นหรอก เท่าที่แม่เห็นเขามาพอสมควร ไม่น่าจะเป็นคนนิสัยอย่างนั้น” เลดี้ไวโอเล็ตไม่เห็นด้วย “อาจจะอยากบอกกับลูกด้วยตัวเองมากกว่า…หรือไม่ก็มีคนไปเร่งรัดให้เขาบอกเลิกกับหนูเร็วๆ จะได้มาคบกันได้อย่างเปิดเผย”

“แม่ไปรู้อะไรมาจากไหนหรือคะ”

“แม่ก็มีแหล่งข่าวของแม่นะ…คนที่เขาเล่าให้แม่ฟัง เขาบอกว่าทริสตันแอบคบกับผู้หญิงคนนั้นลับๆ มานานแล้วโดยไม่มีใครรู้ พอเขาคิดที่จะจริงจังกับหนูถึงขนาดที่จะขอหมั้น ผู้หญิงคนนั้นก็ไม่พอใจอย่างมาก ขู่สารพัดว่าจะเอาเรื่องความสัมพันธ์ไปเปิดโปงให้ทริสตันเสียชื่อ เขาเลยไม่ได้ขอหมั้นลูก…กลายเป็นต้องมาบอกเลิกแทน แหล่งข่าวนี่บอกว่า ทริสตันไปร้านจิวเวลรีในลอนดอน ไปปรึกษาดีไซเนอร์ที่ออกแบบเครื่องประดับเมื่อไม่นานมานี้เอง แม่ก็โทรศัพท์ไปเช็กอีกทีว่าเป็นความจริงหรือเปล่า ก็ปรากฏว่าทริสตันไปจริงๆ”

แดฟนีกัดริมฝีปากล่างจนรู้สึกเหมือนมีเลือดซึมออกมา หล่อนถอนหายใจยาว

“เขาจะไปจริงหรือไม่ก็ไม่สำคัญแล้วค่ะแม่ เราเลิกกันแล้ว”

“แต่แม่ไม่อยากให้หนูเลิกกับเขา”

“แม่คะ” หญิงสาวเสียงเครือเหมือนจะร้องไห้ “แม่จะให้หนูทำยังไงต่อไปอีก หนูทำทุกอย่างแล้วจริงๆ ทุกอย่างเท่าที่คิดออก…ทุกอย่างเท่าที่จะทำได้เพื่อให้ทริสตันรัก แต่เขาไม่รัก…ในที่สุดหนูก็ต้องยอมยกธงขาว หนูยอมแพ้…”

“ไม่ได้” มารดาของหล่อนจับไหล่บอบบางนั้นเขย่าแรงๆ “ยอมแพ้ไม่ได้…ทริสตันนี่แหละเหมาะสมที่สุดที่จะเป็นสามีของลูก คุณพ่อเองก็ชอบเขามาก เทียบกับคนอื่นๆ ที่ลูกเดต…พามาบ้าน…พาไปออกงาน คุณพ่อไม่ชอบใครสักคน ธุรกิจครอบครัวของทริสตันจะเกื้อหนุนธุรกิจของเรามากกว่าคนอื่นๆ โดยเฉพาะมรดกที่เขาจะได้รับถ้าลอร์ดเรย์ลีย์ตายไป…ที่สำคัญที่สุด ลูกรักเขา…”

“แม่จะให้หนูทำยังไงอีก” แดฟนีไม่รอให้มารดาของหล่อนพูดต่อ “สมัยนี้มันไม่มีการคลุมถุงชนแบบโบราณยุคควีนวิคตอเรียแล้วนะคะ…เขาไม่รักจะไปบังคับให้เขามาขอหมั้น มันจะเป็นไปได้ยังไง”

“ถึงจะบังคับไม่ได้ แต่ถ้าเรากำจัดคนที่ขวางทางลูกออกไปให้พ้น มันก็ยังมีหนทางอยู่นะ”

“กำจัดยังไงคะ…หนูเองยังไม่รู้ด้วยซ้ำว่าเขารักใคร คบกับใคร จะไปกำจัดยังไง แม่พูดเหมือนละครน้ำเน่า…”

“นี่ถามจริงๆ” เลดี้ไวโอเล็ตมองหน้าบุตรสาวคนเดียวอย่างหมั่นไส้ “จนป่านนี้แล้วยังไม่รู้อีกหรือว่าทริสตันเขาแอบคบกับใครลับหลังเราน่ะ”

คนฟังหน้าถอดสี หล่อนฝืนยิ้ม

“ถ้าแม่หมายถึงไอลดาละก็ หนูว่าไม่ใช่ค่ะ”

“ถ้าไม่ใช่แล้วจะเป็นใคร”

“หนูถามทริสตันคืนนั้นว่าเขารักไอลดาหรือเปล่า เขาก็ตอบว่าเขาไม่ได้คบกันลับหลัง ไม่ได้มีความสัมพันธ์อะไรเลย…ซึ่งก็น่าจะจริงค่ะ เพราะตลอดเวลาที่หนูเริ่มเดตเขา หนูก็จ้างนักสืบให้คอยรายงานว่าเขาไปไหน ไปหาผู้หญิงที่ไหนบ้างหรือเปล่า หนูรู้ความเคลื่อนไหวของเขาหมดค่ะแม่ นี่ก็เพิ่งเลิกจ้างไปเมื่อสามสี่วันก่อนหลังจากเขาบอกเลิกนี่แหละ”

“แม่ว่าทริสตันโกหก”

“แม่มีหลักฐานอะไรคะ ก็หนูบอกแล้วว่าหนูจ้างนักสืบ…”

“มีซิ” มารดาตอบอย่างมั่นใจ “จะคบหรือไม่คบ ก็แอบไปกอดจูบกันในห้องทำงานที่บริษัทตัวเองนั่นแหละ ลอร์ดเรย์ลีย์เป็นคนโทรศัพท์มาบอกแม่โดยตรง ท่านเห็นด้วยตาตัวเอง…ยังถึงกับตะลึงไปเลย ทริสตันก็ไม่ยอมพูดอะไร แถมยังปกป้องไอลดาอีกต่างหากด้วย”

“แม่แน่ใจนะคะ”

แดฟนีอึ้งด้วยความตกใจและคาดไม่ถึง หล่อนรู้สึกอ่อนแรงจนถึงกับต้องทรุดตัวลงนั่งบนเก้าอี้สตูลตัวที่อยู่ใกล้สุด

“ท่านลอร์ดจะมาโกหกสร้างเรื่องเพื่ออะไร” เลดี้ไวโอเล็ตย้อนถาม “ท่านไม่พอใจอย่างมาก ถึงขั้นโกรธเลยแหละ…ตอนเล่าให้แม่ฟังทางโทรศัพท์นี่ เสียงสั่นมากๆ เลย คงจะเคืองหลานชายจนพูดไม่ออก ก็เลยถามแม่ว่าทริสตันกับลูกมีเรื่องทะเลาะอะไรกันหรือเปล่า ทำไมเรื่องแบบนี้ถึงเกิดขึ้นได้…เพื่อนรัก เพื่อนสนิทกันแท้ๆ มาแอบยุ่งกับแฟนเพื่อนลับหลังได้ลงคอ”

“ลอร์ดเรย์ลีย์เป็นคนบอกแม่ด้วยตัวเองเลยหรือคะ”

“ท่านโทรศัพท์มาวันนี้ พอวางหูแม่ก็โทรเรียกหนูมาเลย เมื่อเรื่องมันเกิดขึ้นมาแบบนี้ จะให้แม่นิ่งเฉยอยู่คงไม่ได้ อย่างน้อยก็ต้องถามลูกก่อนว่าเรื่องมันเป็นยังไงกันแน่”

“มิน่าเล่า…” แดฟนีพูดเสียงเบาเหมือนกับจะพึมพำกับตัวเอง “ท่านลอร์ดถึงได้โทรไปหาลูก ขอเลิกสัญญาเช่าบ้าน…”

“แม่งงไปหมดแล้ว มันเกี่ยวอะไรกับเรื่องนี้ด้วยล่ะ ท่านจะขอเลิกสัญญาทำไมในเมื่อถ้าลูกอยู่ใกล้ทริสตัน ก็ยิ่งเป็นเรื่องดีไม่ใช่หรือ”

“ท่านมีเงื่อนไขค่ะ ขอเลิกสัญญาเช่าก่อนครบหนึ่งปี ถ้าหนูอยากจะอยู่ต่อท่านก็ไม่ขัดข้อง มีข้อแม้อยู่อย่างเดียวคือ ไอลดาต้องย้ายออกจากบ้านไปอยู่ที่อื่น หากหนูไม่ตกลงท่านก็จะขอเลิกสัญญาโดยทันที”

“ท่านโทรไปหานานหรือยัง”

“ไม่นานค่ะ…แต่หนูไม่ได้ตอบตกลงหรือไม่อย่างไร หนูเรียนท่านไปว่าขอปรึกษากับลดาก่อน พอดีทริสตันโทรมาขอนัด หนูก็เลยลืมเรื่องนี้ไปเสียสนิทเลย”

“แม่คิดว่าท่านคงพยายามส่งสัญญาณอะไรบางอย่างให้ลูกรู้นะ” มารดาคาดเดา “แต่ท่านเป็นผู้ใหญ่ จะให้พูดออกไปตรงๆ ก็คงกลัวว่าจะเสียชื่อหลานชาย หรือไม่ก็กลัวหนูจะเสียใจ ท่านก็เลยบอกอ้อมๆ ให้ไอลดาออกจากบ้านไปยังไงล่ะ ใครจะไปคิดว่าเพื่อนสนิทของหนูจะทำขนาดนี้ได้”

แดฟนีครุ่นคิดอยู่เป็นครู่ รู้สึกคล้อยตามไปกับเหตุผลของเลดี้ไวโอเล็ต

“ถ้าคุณลุงของทริสตันเป็นคนเห็นทริสตันกับลดาทำอะไรกันในห้องทำงาน ลูกก็ไม่มีเหตุผลอะไรที่จะไม่เชื่อค่ะ แต่ลูกมาสงสัยตรงที่ทำไมทริสตันถึงไม่ยอมรับว่าเขาแอบคบกันลับหลัง”

“ก็บอกแล้วไง…ทริสตันโกหก ก็คงจะปกป้องแม่ไอลดานั่นแหละ” คนฟังลงเสียงอย่างหมั่นไส้ นึกเคืองหญิงสาวชาวไทยผู้ที่เธอเอ็นดูเหมือนญาติสนิท “แม่เองก็นึกไม่ถึงว่าไอลดาจะทำได้ขนาดนี้ รู้ทั้งๆ ที่รู้ว่าหนูกับทริสตันเป็นแฟนกัน”

“แม่คะ ตอนที่หนูกับทริสตันทะเลาะกัน…เขาหายไปเลย ไอลดาเขาบอกเขาจะช่วย…” แดฟนีพูดเสียงตะกุกตะกัก “ถ้าที่ท่านลอร์ดเล่าให้แม่ฟังว่าเขาไปกอดจูบกันในห้องทำงาน ก็คงเป็นวันนั้นแหละค่ะ ที่พอเขาไปหาทริสตันแล้วหนูก็ได้รับโทรศัพท์จากเขาเลยว่าจะนัดเจอ”

“ทริสตันก็เลยตัดสินใจบอกเลิก”

“แต่หนูก็ยังคิดไม่ออกอยู่ดีว่าลดาจะทำอย่างนั้นไปทำไม แม่ก็รู้นี่คะ…ลดาช่วยหนูมาทุกอย่าง แล้วตัวลดาเองก็มีแฟนอยู่แล้วด้วย เขาเป็นเจ้าของผับในหมู่บ้านน่ะค่ะ หนูก็เพิ่งรู้เมื่อไม่กี่วันมานี่เอง เขาไม่น่าทำอย่างนั้น”

“ลูกเอ๊ยลูก” เลดี้ไวโอเล็ตขึงตาใส่ลูกสาวอย่างหมั่นไส้ “จนป่านนี้แล้วยังมองไม่เห็นความจริง แม่ไม่เถียงว่าไอลดาไม่เคยดีกับลูก แต่คนเราน่ะมันก็มีการเขวกันได้…ลองเทียบดูระหว่างเจ้าของผับในหมู่บ้านกับทริสตัน เป็นใคร…ใครก็ต้องเลือกทริสตันไว้ก่อนแหละ ทั้งหน้าตา ฐานะ การศึกษา แถมยังเป็นทายาทคนเดียวของเรย์ลีย์ อสังหาริมทรัพย์ทั่วเอสเส็กซ์ขนาดนั้น เป็นอันว่าเราก็ได้รู้ความจริงเสียทีว่าอะไรเป็นอะไรจากท่านลอร์ด ทีนี้เราก็จะได้รู้เสียทีว่าจะได้จัดการเรื่องนี้ยังไงต่อไป”

“แม่จะจัดการยังไงคะ ก็หนูบอกแล้วว่าใครจะไปบังคับทริสตันได้”

“ไม่ถึงกับต้องบังคับคลุมถุงชนหรอก แต่แม่ว่าแม่มีทาง…”

เลดี้ไวโอเล็ตสวมกอดบุตรสาวคนเดียวอย่างรักใคร่ ก่อนจะจุมพิตเรือนผมสีบลอนด์อย่างทะนุถนอม

“แดฟนีเป็นลูกสาวคนเดียวของแม่ แม่ทำได้ทุกอย่างให้ลูกสมหวัง…ปล่อยให้แม่เป็นคนจัดการเรื่องนี้แล้วกัน ช่วงนี้ก็ไม่ต้องกลับไปเมโดว์บรุคนะ อยู่ที่นี่ไปสักพัก ไม่ต้องติดต่อไอลดาหรือทริสตัน แล้วก็ทำตัวเหมือนปกติ…ไปทำงาน ไปเที่ยว ไปไหนก็ไป แม่ขอแค่นี้แหละ…ได้ไหม”

หญิงสาวพยักหน้าอย่างว่าง่าย ก่อนจะสะอื้นจนตัวโยนในอ้อมกอดของมารดา เลดี้ไวโอเล็ตเม้มริมฝีปากแน่น แววตาฉายโชนเป็นประกาย…

ไอลดาโบกมือลาลุคที่ขับรถมาส่งถึงสถานีรถไฟแต่เช้า เมื่อหล่อนบอกเขาว่ามีธุระต้องไปทำที่มหาวิทยาลัยเกี่ยวกับงานวิจัยของหล่อน

แม้จะเป็นช่วงปิดภาคการศึกษา แต่เนื่องจากไอลดาเป็นทั้งผู้ช่วยสอนและศึกษาในระดับชั้นปริญญาเอกทางด้านอาชญวิทยาจากมหาวิทยาลัยชื่อดังแห่งหนึ่งในลอนดอน เขาจึงไม่ได้สงสัยเลยว่าจุดมุ่งหมายของหล่อนไม่ใช่มหาวิทยาลัย แต่เป็นหอสมุดแห่งชาติของอังกฤษ

หญิงสาวไม่เคยมาที่หอสมุดแห่งนี้มาก่อน แต่หลังจากที่ได้คุยกับมาร์คและบ๊อบในวันนั้น หล่อนก็ไปหาข้อมูลเพิ่มเติมเกี่ยวกับเรื่องที่อยากรู้ในห้องสมุดใหญ่ประจำเมือง โชคไม่ดีที่ไม่มีเอกสารประวัติศาสตร์ใดๆ เกี่ยวกับเมโดว์บรุคเลยแม้แต่น้อย

การไปห้องสมุดวันนั้น ทำให้ไอลดาได้รู้เรื่องราวหลายอย่างเกี่ยวกับการตัดสินลงโทษประหารชีวิตแม่มดในเมืองเชมส์ฟอร์ดและข้างเคียง แต่ส่วนใหญ่ก็เป็นความรู้ทั่วไปของความเชื่อเรื่องแม่มดหมอผี อีกส่วนหนึ่งก็เป็นเรื่องประวัติศาสตร์อันยาวนานของเมือง หาใช่ตอบคำถามที่หล่อนต้องการคำตอบแต่อย่างใดไม่

ระหว่างการเดินทางไปยังลอนดอน ไอลดาอดคิดถึงการสนทนากับผู้อาวุโสทั้งสองท่านไม่ได้…

เมื่อมาร์คนำอัลบั้มภาพเก่าที่เขาเก็บสะสมไว้มาให้หล่อนดู หญิงสาวหวังเหลือเกินว่า…ผู้หญิงที่เห็นในภาพขาวดำนั้นควรจะเป็นผู้หญิงคนเดียวกันกับที่มาปรากฏกายในความฝันของหล่อนบ่อยๆ และเป็นคนเดียวกันกับ ‘สตรีในสายหมอก’ ในคืนนั้น…

ภาพที่หล่อนเห็นคือหญิงสาววัยประมาณสามสิบปลายๆ ใบหน้ายิ้มแย้ม ผมสีจางประบ่า เธอแต่งกายในชุดมินิสั้นตามสมัยนิยมในตอนนั้น เลดี้เรย์ลีย์ผู้ถึงแก่กรรมไปแล้วนั้น…ไม่มีอะไรที่คล้ายคลึงกับหญิงลึกลับคนนั้นเลย!

มาร์คยังไม่ยอมแพ้ เขาพลิกเปิดอัลบั้มหนาไปเรื่อยๆ แล้วชี้ให้หล่อนดูภาพของเด็กหญิงคนหนึ่ง อายุราวสามถึงสี่ปี เนื่องจากเป็นภาพสี…แม้จะเก่าด้วยกาลเวลา ไอลดายังคงมองเห็นผมสีบลอนด์หยักสลวยเป็นขอดๆ ดวงตาสีฟ้าและริมฝีปากสีชมพูอิ่มเต็มที่ยิ้มแย้มอย่างมีความสุข

หนูน้อยเมแกน เรย์ลีย์…กับเด็กหญิงคนที่หล่อนเห็นในห้องใต้หลังคาและบางทีก็มาปรากฏตัวให้หล่อนเห็นในบ้าน ก็ไม่มีอะไรที่เหมือนกัน แม้หญิงสาวจะไม่ได้เห็นหน้าตาเธอชัดๆ แต่ไอลดาก็มั่นใจว่าเด็กสองคนนี้ไม่มีความเกี่ยวพันกันอย่างแน่นอน

แล้วหล่อนเห็นใคร

คนทั้งคู่เกี่ยวพันกับการประหารชีวิตของแม่มดหรือไม่ อย่างไร และเกี่ยวพันกับบ้านเมโดว์บรุคอย่างไร

ไอลดาเผลอตัวยกมือขึ้นกุมศีรษะ ทุกอย่างเต็มไปด้วยปริศนาที่หล่อนหาคำตอบไม่ได้

‘ถ้าไม่ใช่เลดี้เรย์ลีย์ที่ล่วงลับไปแล้วกับคุณหนูเมแกน…’

บ๊อบเอ่ยขึ้นเบาๆ ก่อนจะหันไปมองหน้ามาร์ค เพื่อนที่เรียนโรงเรียนเดียวกันตั้งแต่ชั้นประถม แล้วก็นิ่งไปอยู่เป็นครู่เหมือนกำลังตัดสินใจว่าควรจะพูดต่อไปดีหรือไม่ เมื่อเห็นอีกฝ่ายพยักหน้า เขาจึงกล่าวต่อไป

‘ก็ไม่มีใครอื่นแล้วแหละ นอกจาก ‘สตรีในสายหมอก’ ที่คนเขาร่ำลือกันมาตั้งแต่โบร่ำโบราณ’

‘สตรีในสายหมอก’ ไอลดาทวนคำ ‘ฉันไม่เคยรู้เรื่องนี้มาก่อนเลยนะคะ’

‘โอ๊ย…คุณ’ ลุคขัดขึ้น เขายื่นถ้วยชาให้ไอลดา แล้วตามด้วยบ๊อบและมาร์ค ‘มันเป็นเรื่องเล่าคล้ายๆ เรื่องหลอกเด็กประมาณนั้น ไม่มีใครรู้ว่าจริงหรือไม่จริง ที่ว่าคนเห็นๆ กันก็ล้วนแล้วแต่คนเมาบ้าง คนแก่หูตาฝ้าฟางบ้าง’

‘แต่ฉันอยากรู้ค่ะ หญิงในสายหมอกที่ว่านี่เกี่ยวกับตำนานแม่มดไหมคะ’

‘เป็นเรื่องเดียวกัน’ ปู่ของลุคตอบแทน ‘คนมักจะเห็นเธอมาปรากฏตัวในคืนหรือรุ่งสางที่หมอกลงจัด ส่วนใหญ่ก็จะวนเวียนอยู่แถวๆ เมโดว์บรุคนั่นแหละ ก็เลยเรียกขานกันว่าสตรีในสายหมอกเพราะเหตุนี้’

‘แล้วเรื่องที่เกี่ยวกับแม่มดล่ะคะ’

‘ผู้หญิงคนนี้ถูกจับได้ว่าเป็นแม่มดจากคนในตระกูลเรย์ลีย์ ก็เลยไปแจ้งให้แมทธิว ฮอปกินส์กับผู้ช่วยมาสอบสวน…’

‘แมทธิว ฮอปกินส์’ ไอลดาเผลอตัวอุทาน ‘โอย ถึงขนาดนั้นเลยหรือคะ’

แมวธิว ฮอปกินส์ ที่มาร์คเอ่ยถึงว่าเขามีส่วนเกี่ยวพันกับตำนานของ ‘สตรีในสายหมอก’ ก็คือนักล่าแม่มดผู้แต่งตั้งตัวเองขึ้นเป็นผู้ชำนาญการทางด้านนี้ในช่วงศตวรรษที่ 17 อันลือชื่อในประวัติศาสตร์หน้าหนึ่งของอังกฤษนั่นเอง

ไอลดารู้สึกหนาวเยือก ขนลกซู่ไปทั้งร่างกาย…หล่อนเคยดูสารคดีประวัติศาสตร์ทางโทรทัศน์เมื่อหลายปีก่อน เกี่ยวกับเรื่องราวการล่าแม่มดของแมทธิว ฮอปกินส์ในประวัติศาสตร์ของอังกฤษ แต่ก็เป็นการดูแบบผ่านๆ ไม่ได้ใส่ใจในรายละเอียดปลีกย่อยแต่อย่างใด หญิงสาวไม่อยากคิดเลยว่าเรื่องนี้จะกลายเป็นเรื่องใกล้ตัวที่มีส่วนเกี่ยวพันกับหล่อน กับบ้านหลังนั้น และกับผู้หญิงลึกลับคนนั้นได้!

‘ว่ากันว่าหลังจากการสอบสวนด้วยการทรมานต่างๆ นานา หญิงคนนี้ก็ไม่ยอมสารภาพว่าเธอเป็นแม่มด ส่วนใหญ่โดนทรมานขนาดนั้น ถ้าไม่ตายก็ต้องยอมสารภาพ เพราะแต่ละวิธีที่แมทธิว ฮอปกินส์นำมาใช้นั้นโหดเหี้ยมมาก แต่ในที่สุดเธอก็โดนประหารชีวิตให้ตายตกไปพร้อมกับแม่มดคนอื่นๆ วิญญาณก็เลยมาวนเวียนอยู่แถวๆ ที่เธอเคยอาศัยอยู่ก่อนที่จะถูกจับไปพิพากษาโทษ’

‘เป็นไปได้ไหมคะว่า ผู้หญิงคนนี้เป็นสมาชิกคนหนึ่งของตระกูลเรย์ลีย์’

‘ไม่น่าจะใช่นะ…น่าจะเป็นคนรับใช้ หรือไม่ก็พวกที่มาเช่าที่ทำไร่ ทำสวนของตระกูลนี้ ทุกวันนี้หนูก็คงเห็นว่าชาวบ้านก็ยังคงทำฟาร์มเหล่านี้อยู่รอบๆ บริเวณบ้านหลังนั้นกันอยู่เลย เรื่องนี้ไม่มีใครรู้แน่ชัดว่าเธอเป็นใคร แต่ก็ไม่น่าจะใช่คนในตระกูลนี้ เพราะไม่เช่นนั้นเขาคงไม่จ้างฮอปกินส์ให้มาจับเธอไปไต่สวนหรอก เพราะหากลองว่าใครที่ถูกกล่าวหาว่าเป็นแม่มด แล้วนายแมทธิว ฮอปกินส์คนนี้มารับเรื่องตามที่ร้องเรียนละก็…ไม่มีทางรอดได้เลย โดนแขวนคอสถานเดียว’

‘แล้วตกลงว่าเธอเป็นแม่มดจริงหรือเปล่าคะ’

‘เรื่องนี้ไม่มีใครรู้แน่ชัดหรอก’ บ๊อบเอ่ยขึ้นบ้าง ‘สมัยนั้นน่ะ…ลองคิดดู อะไรที่อธิบายด้วยวิทยาศาสตร์ไม่ได้ ก็โทษโน่นนี่ไปตามประสา ถึงแม้คนอังกฤษในตอนนั้นส่วนใหญ่ก็จะเป็นคาทอลิก หรือไม่ก็เป็นพวกเพียวริแทนที่เคร่งศาสนามากไปกว่าคาทอลิกอีก แต่ก็ยังคงงมงายในเรื่องแม่มด หมอผี…’

และเท่านั้นคือสิ่งที่ไอลดาได้รับรู้มาจากมาร์คและบ๊อบ สองผู้อาวุโสแห่งหมู่บ้าน ไม่ว่าหล่อนจะพยายามตั้งคำถามอีกเท่าไร หล่อนก็ไม่ได้รายละเอียดอะไรเพิ่มเติมเกี่ยวกับเรื่องของ ‘สตรีในสายหมอก’ เพิ่มเติมอีกเลย…

ในที่สุดไอลดาก็มาถึงจุดมุ่งหมาย ด้วยเป็นเวลาที่หอสมุดเพิ่งเริ่มเปิดทำการ หล่อนจึงไม่ต้องรอนานมากนัก

พนักงานต้อนรับแนะนำให้หล่อนไปยังห้องประวัติศาสตร์และขอความช่วยเหลือจากบรรณารักษ์ผู้เชี่ยวชาญพิเศษทางศตวรรษที่สิบเจ็ดโดยตรง ไอลดารีบแจ้งความจำนงขอค้นเรื่องราวของประวัติการล่าแม่มดในหมู่บ้านที่แมทธิว ฮอปกินส์และผู้ช่วยของเขาทำการสอบสวน และเรื่องราวอื่นๆ ที่เกี่ยวข้องกับเมโดว์บรุคในแฮทฟิลด์ เพเวอเริล

ผู้เชี่ยวชาญรับฟังอย่างตั้งใจเงียบๆ และในที่สุดเขาก็พยักหน้า พลางเดินนำไอลดาลัดเลาะไปตามห้องต่างๆ ผ่านชั้นหนังสือที่สูงท่วมศีรษะและการตกแต่งภายในอาคารที่สวยงามตระการตาไปยังอีกแผนกหนึ่ง อันเป็นที่เก็บเอกสารเก่าทางประวัติศาสตร์ เนื่องจากไอลดาแจ้งกับพนักงานต้อนรับว่าหล่อนกำลังทำวิจัยทางด้านอาชญวิทยา หล่อนจึงได้รับอนุญาตเป็นกรณีพิเศษให้เข้ามาในห้องเก็บเอกสารส่วนนี้ได้

ไอลดารู้สึกเหมือนหัวใจจะเต้นออกมานอกอก เมื่อผู้เชี่ยวชาญค่อยๆ คลี่ม้วนเอกสารที่เก็บรักษาไว้อย่างดีออกมาอย่างระมัดระวัง หล่อนหยิบถุงมือสีขาวที่เขายื่นให้เพื่อป้องกันความเสียหายออกมาสวมใส่ ดวงตาดำสนิทเป็นประกายอย่างตื่นเต้นในขณะที่ผู้เชี่ยวชาญค่อยๆ พลิกกระดาษที่เก่าเป็นสีเหลืองด้วยกาลเวลาอย่างระมัดระวัง

หญิงสาวใจหายวาบ รูปวาดลงสีที่ปรากฏอยู่ตรงหน้ายังคงดูแจ่มชัดราวกับเพิ่งวาดเสร็จใหม่ๆ ดวงหน้าสวยงามล้อมด้วยผมสีน้ำตาลยาวสลวยลงมาถึงบั้นเอว…ในที่สุดไอลดาก็ได้เห็นหน้าเธอชัดเจนเสียที…สตรีในสายหมอก!

 

Don`t copy text!