อุมาวสี บทที่ 8 : หลอกผีหลอก

อุมาวสี บทที่ 8 : หลอกผีหลอก

โดย : ตรี อภิรุม

อุมาวสี ภาคต่อของ “หิมพาลัย” โดย ตรี อภิรุม เรื่องราวชีวิตหลังงานแต่งงานของพิชญ์และอุมาวสีในโลกที่แตกต่างจากโลกลับแลจะเป็นอย่างไร ความรักที่พิชญ์มีให้เธอ จะเพียงพอที่จะช่วยหล่อเลี้ยงจิตใจของหญิงสาวผู้แสนดีคนนี้ได้หรือไม่ ‘อุมาวสี’ นวนิยายออนไลน์ที่พาชาวอ่านเอาเดินทางไปกับจินตนาการที่สวยงามและความรักที่มีอยู่จริง
*****************************

สาวเท้าระดับปานกลาง ไม่สังเกตสังกาอะไรมากนัก เสมือนตกอยู่ในความประมาท ขณะเดียวกันอุมาวสีตั้งสมาธิแน่วนิ่ง

นั่นปะไร!

หนุ่มหุ่นทะมัดทะแมงเดินสวนมาแต่ไกล สะพายกระเป๋าเท่เฉวียงบ่า ใกล้และใกล้เข้ามาทุกขณะ

ใช่แล้ว นาทีวิกฤติกำลังจะเกิด

ในทันควัน หนุ่มมิจฉาชีพล้วงกระป๋องสเปรย์พริกไทย จังหวะเดียวกับเด็กสาวกลั้นลมหายใจหมุนแหวนเงินในนิ้ว แผ่พลังจิตแรงสูง

“โอย!”

มันร้องหน้าเหยเก มือที่ถือสเปรย์ถูกอำนาจลึกลับบิดกร๊อบ ดันฉีดสเปรย์ฟู่เข้าหน้าตัวเองเต็มรัก เปียกเปื้อนเขรอะ น้ำพริกไทยหยดแหมะ

เจ็บแสบจี๊ดขึ้นสมอง รู้สึกคล้ายกับตาบอดชั่วคราว

โอกาสทองเป็นของหล่อน อุมาวสีปราดประชิดตัว ยกเข่ากระแทกคลังกระสุนพลั้ก

ไอ้เวรร้องไม่เป็นภาษามนุษย์ เจ็บปวดแสนสาหัส ล้มกองแผละดุจผ้าขี้ริ้ว กระป๋องฉีดหลุดจากมือกลิ้งขลุกๆ

กระทืบซ้ำอีกพั่บตรงเป้าหมายเดิม

ร่างระหงงามพริ้งอันตรธานแว็บ ไปโผล่ใต้สะพานลอยใกล้ตำแหน่งจักรยานยนต์คู่หูทรชนติดเครื่องรอ คาดว่าประเดี๋ยวเพื่อนจะวิ่งลงมาพร้อมด้วยทรัพย์สินจากการฉกชิง

อุมาวสีปรากฏร่างเพียงครึ่งท่อนเฉพาะท่อนบน ส่วนล่างขาดหายว่างเปล่า ทำเสียงยานคางหยาดเย็นคล้ายนางนาคพระโขนง

“พี่จ๋า สวัสดีจ้ะ”

“เหวอ ผีหลอก!”

มันตระหนกแทบช็อก ขนลุกซู่ถึงหนังหัว รีบบึ่งมอเตอร์ไซค์พรั่งๆ หวุดหวิดจะแฉลบตกคันถนน หายวับไปกับตา

เด็กสาวหมุนแหวนเงินอีกครั้ง ไปปรากฏร่างฝั่งตรงข้ามมุมเยื้อง รถเมล์แล่นมาชะลอจอดส่งผู้โดยสาร หล่อนรอจังหวะขึ้นรถ ได้ที่นั่งชิดช่องกระจก ชั่วสอง-สามอึดใจรถประจำทางก็เคลื่อนที่ ทิ้งความชุลมุนวุ่นวายไว้เบื้องหลัง

นี่เป็นครั้งแรกที่ปลอมตัวเป็นผีหลอก ความคิดประยุกต์ขึ้นเองโดยอัตโนมัติ รับกับสถานสภาพกรุงเทพฯ เมืองมิจฉาชีพชุกชุม ประมาทเมื่อใดเสียทีเมื่อนั้น

ต่อรถประจำทางสองระยะนานโข

บัดนี้ หล่อนเดินเข้าซอยปร๋อ ตาไวสำรวจคร่าวๆ มอเตอร์ไซค์หลายคันจอดที่วิน กลุ่มนักบิดใส่เสื้อทีม แต่ไม่เจอเจ้าจำรูญ

ห่างออกไปกว่าร้อยเมตร ตรงริมทางพุ่มไม้แสงสลัว ชายหนุ่มยืนขาแยกรูดซิปปลดปล่อยระบบขับถ่ายส่วนตัว

สามารถหยั่งรู้ได้ว่า ทรชนนักข่มขืนที่ยังไม่ได้รับโทษทัณฑ์ตามกระบวนการยุติธรรม ติดอยู่กับความคิดใหม่เพิ่งประยุกต์ อุมาวสีกำหนดบทบาทตามแผนแสร้งทำเสียงหยาดเย็นละห้อย

“จำ…รูญ…”

เจ้าของนามรูดซิปขึ้น พร้อมทั้งเหลียวขวับ ตื่นตระหนกกลัวสุดขีด เย็นซู่กรูเกรียวจากไขสันหลังแผ่ขึ้นเบื้องสูง ใจหายวูบหนึ่งหัวใจตกลงไปกองแทบเท้า

เด็กสาวแสนสวยที่คลาดแคล้วจากการพบปะหลายครั้งปรากฏครึ่งตัว เห็นเฉพาะท่อนบน ท่อนล่างว่างเปล่าเป็นอากาศธาตุ พูดกลั้วหัวเราะแหลมพลิ้วยานคางวิเวก

“ซ้อน…ท้าย…รถจ้ะ ไปส่ง…ตรงโน้น”

“เหวอ!”

เจ้าจำรูญโกยแน่บไม่คิดชีวิต ที่ก๊วนมอเตอร์ไซค์รับจ้างปากซอย มันอึกอักติดอ่างพูดไม่ออก ได้แต่ชี้มือระรัวไปทางตำแหน่งต้นเหตุ สักประเดี๋ยวจึงพลั้งวาจากระหืดกระหอบ…

ช่วงเวลาเดียวกันนี้ อุมาวสียืนอยู่นอกกำแพงรั้วคฤหาสน์ เอื้อมมือกดออดเพียงไม่กี่นาทีคนสวนก็เปิดประตูเหล็กดัดด้านข้าง

เดินทอดน่องเอื่อยไปตามทางเท้าริมสนาม ณ สถานที่พำนัก หล่อนจะควบคุมพฤติกรรมมิให้สำแดงเหนือมนุษย์ ยกเว้นเฉพาะกรณีที่หมดทางหลีกเลี่ยง ลูบหัวทักทายเจ้าโกโก้ที่ร้องอี๊ดอ๊าดกระดิกหางไกวเยิบ

ขึ้นตึกขาว เปลื้องชุดอาบน้ำ ชั่วครู่ เด็กสาวก็อยู่ในชุดลำลองแม็กซี่ยาวคลุมน่องเนื้อตัวสะอาดเอี่ยมสดชื่น เคลื่อนโฉมลงมาชั้นล่าง

“คุณอุคะ” ถวิลเรียกจากเฉลียงหินอ่อน “คุณยายสั่งให้ไปพบที่ตึกเล็กค่ะ”

ขำชะมัด ที่สวนอาหารเป็นพนักงานเสิร์ฟ รับใช้ลูกค้าหัวซุกหัวซุน แต่ที่บ้านตึก กลายเป็นนายจ้างโดยปริยาย ไม่ต้องซักรีดเอง ลูกจ้างพินอบพิเทาตามสมควร

ชีวิตคนเรามีมุมตลกในตัว ถ้าเราไม่เครียดมองโลกแง่ลบ

นางมณีวงศ์นั่งหน้าจอโทรทัศน์ ชมรายการบ้างไม่ชมบ้าง ปล่อยอารมณ์เลื่อนลอย ถาดของกินเล่นวางบนโต๊ะเล็กข้างเก้าอี้โยก อุมาวสีทรุดกายพับเพียบเรียบร้อย

“อุมาแล้วค่ะคุณยาย”

“นั่งข้างบนเถอะจ้ะ” ท่านเอ่ยเสียงแหบแห้ง “ไม่เจออุสองวัน ยายคิดถึง อยากจะคุยด้วย” หลานสะใภ้ทำตามคำสั่ง กิริยาอาการนอบน้อมนับถือเยี่ยงบุพการี วางสองมือทาบกันบนตัก

“ทำงานลำบากไหมจ๊ะ”

“วันแรกเงอะๆ งะๆ อยู่บ้าง พอวันที่สองก็คล่องตัว พี่เฉิดโฉมใจดีอารีอารอบ” หญิงสูงอายุชี้ถาดบนโต๊ะเล็ก

“กินเมี่ยงคำสิ”

“อุอิ่มแล้วค่ะ”

“เถอะน่า ยายอุตส่าห์แบ่งไว้ให้เธอ กินเล่นสักสอง-สามคำก็ยังดี” นางมณีวงศ์คะยั้นคะยอ “ห่อเป็นกรวยใบทองหลาง ใส่เครื่องปรุงครบ ตักน้ำจิ้มหยอดตรงกลางห่อ ส่งเข้าปาก รับรองว่าไม่เปื้อนมือ”

ไม่อาจยืนกรานปฏิเสธ ต้องเอาใจคนแก่ อุมาวสียกถาดมาตั้งข้างตัว มันเป็นสิ่งที่ไม่เคยรู้จักมาก่อน พินิจพิจารณาละเอียด

ใบทองหลางเลือกเฉพาะอ่อนกับเพสลาด ตัดหัวขั้วเกลี้ยง มะพร้าวแก่หั่นฝอยคั่วเกรียม ถั่วลิสงคั่ว ขิง มะนาว หอมแดง หั่นชิ้นเล็กสี่เหลี่ยมลูกเต๋า ถ้วยน้ำจิ้มสีน้ำตาลไหม้วางกลางถาด ประกอบด้วยช้อนเล็ก ใกล้ๆ กองกุ้งแห้งที่ตัดครึ่งตัว

ด้วยญาณหยั่งรู้ เป็นอาหารที่รับประทานได้ทั้งสิ้น ยกเว้นกุ้งแห้งที่คัดออกไม่กิน เด็กสาวปฏิบัติตามคำแนะนำ ส่งเข้าปากบรรจงเคี้ยว

รสชาติแปลก อร่อย ได้คุณค่าทางโภชนาการครบถ้วน ทดลองชิมเพียงสามคำก็ยุติ

“พอแล้วค่ะ ภาคค่ำอุจะไม่ทานอิ่มมากนัก”

“เรียกถวิลมาเก็บถาด กดออดริมประตูโน่นครั้งเดียวเขาก็รู้”

อุมาวสีทำตามวัตถุประสงค์ สำหรับตนเองดื่มน้ำเย็นกลั้วคอ บ้วนปากยิงฟันส่องกระจกว่ามีเศษเมี่ยงติดหรือเปล่า

กริ๊ง-กริ๊ง!

“ช่วยรับสายแทนยายหน่อยจ้ะ”

ณ โทรศัพท์บ้านที่ตั้งมุมห้อง ดรุณีโฉมสำอางยกกระบอกหูขึ้นแนบฟัง

“อุใช่ไหมเนี่ย”

น้ำเสียงค่อนข้างห้วน จำได้ว่าพิณทิพย์

“ใช่ค่ะ พี่แนท”

“คุณแม่อยากจะคุยกับเธอจ้ะ”

“อุจะไปเดี๋ยวนี้ค่ะ” หล่อนค่อยๆ วางกระบอกหูโทรศัพท์ แจ้งข้อมูลแก่นางมณีวงศ์ และลงจากตึกเล็ก

หวั่นไหววิตกกังวล ไม่คิดว่าคุณนายนุชนารถปรารถนาดี เท่าที่ตรวจสอบทางกระแสจิต แม่ผัวจงเกลียดจงชังหล่อน อยากจะให้ลูกชายเลิกร้างวันละร้อยหน ตั้งข้อหาว่าลูกสะใภ้ไร้สกุลรุนชาติ มาจากบ้านป่าเมืองเถื่อน

ถอดรองเท้าแตะที่เฉลียงหินอ่อน ผ่านเข้าคฤหาสน์ บรรยากาศคุ้นเคย นายพิพัฒน์นั่งโต๊ะคอมพิวเตอร์ เปิดเว็บไซต์ อยู่ในโลกส่วนตัวของท่าน พีรวรรณ-พิณทิพย์ชมรายการโทรทัศน์

คุณนายนุชนารถนั่งเอ้อระเหย ไม่แยแสหนังสือพิมพ์สอง-สามฉบับวางอยู่บนโต๊ะ

อุมาวสีทรุดกายลงบนเก้าอี้นวมมุมเยื้อง สำรวมนอบน้อม

“ที่เรียกมาไม่ใช่จับผิด” สุภาพสตรีวัยทองเปิดฉากขึ้น “คนอยู่บ้านเดียวกันก็ต้องสังสรรค์กันบ้าง ไม่ใช่ต่างคนต่างอยู่”

ลูกสะใภ้ยิ้มอ่อนละมุน เฉยเสีย ได้รับกระแสกิเลสขุ่นมัว เชื่อว่ากลเม็ดเด็ดพรายซ่อนอยู่ในใบหน้าที่ดูเหมือนอารมณ์เย็น

“เท่าที่สดับตรับฟังมา สองวันแรกที่เธอเป็นพนักงานเดินโต๊ะ สอบผ่าน”

“อุพยายามทำดีที่สุดค่ะ”

“คุณโฉมแนะนำชี้แนวทาง เธอก็ต้องทำตามทุกประการ ไม่มีข้อแม้”

ชอบกล สงสัยว่าเฉิดโฉมจะฟ้องผ่านพิณทิพย์ว่าหล่อนหัวแข็ง ตั้งสมมติฐานหากชี้ทางให้ไปลงนรก จะต้องทำตามต้อยๆ เช่นนั้นหรือ

“ค่ะ คุณแม่ หากเป็นเรื่องที่ตัดสินใจยาก อุจะปรึกษาพี่โหน่ง”

ภรรยานายพิพัฒน์เกือบจะซ่อนความขุ่นข้องหมองใจไม่มิด ออเซาะผัว โหน่งหลงเมียเสียจนไม่รู้ว่าฟ้าสูงแผ่นดินต่ำ

“รู้จักประมาณตัวเอง…ดีแล้ว วุฒิการศึกษาของเธอต่ำสุด ไม่อาจเทียบพวกชาวกรุง พ้นจากพนักงานเดินโต๊ะ เธอก็ต้องไปทำงานตามสถานบันเทิง” ยั้งคำว่าอาบอบนวดไว้ในลำคอ “คิดจะทำงานกับคุณโฉมอีกนานไหม”

“ตอบไม่ถูกค่ะ”

“อย่างต่ำควรจะสักปีนึง” คุณนายจาระไนความ คางเชิด “คนหยิบหย่งเหยียบขี้ไก่ไม่ฝ่อเท่านั้นอยู่ไหนไม่ทน เธอลาออกเร็วนัก จะเสียหายมาถึงคนฝากด้วย”

ประหลาด พฤติกรรมของหล่อน เหมือนจะผลักไสคนที่เกลียดชังให้ไปอยู่ลับสายตา อุมาวสีรับปาก

O         O         O         O

หลายวันผ่านไป ห้องอาหารเพิ่งจะเปิดเก้าโมงเช้า บางสิ่งบางอย่างยังจัดสรรไม่เรียบร้อย เฉิดโฉมทักทายสาวรุ่นโฉมงามที่ผ่านเข้าทางประตูด้านหน้า

“น้องอุมารถเมล์เหรอ”

“เปล่าค่ะ พี่โหน่งขับรถมาส่งตรงทางแยก แล้วอุเดินมาเข้าร้าน ไม่ต้องเสียเวลาอ้อมกลับรถตั้งไกล”

เฉิดโฉมไม่ซักถามต่อ พอใจที่จะให้แขกทุกคนเชื่อว่า อุมาวสีเป็นสาวโสดจีบได้ ขึ้นอยู่กับฝีมือของใครจะเด็ดดวง

“อ้อ พี่รับจัดเลี้ยงนอกสถานที่พรุ่งนี้จ้ะ บ้านนักการเมืองชั้นผู้ใหญ่คนหนึ่ง ครบรอบคล้ายวันเกิดปีที่เท่าไหร่ไม่แจ้ง จะส่งอุไปประจำซุ้ม เลิกดึกหน่อย เธอจะได้ค่าโอเวอร์ไทม์สองร้อยบาท”

รู้ตัวว่าจะปฏิเสธ แต่อุมาวสีบ่ายเบี่ยง

“อุจะขออนุญาตจากพี่โหน่ง” ฝ่ายตรงข้ามหน้าเสีย เดาเหตุการณ์ว่าอย่างไรเสียก็ต้องขัดข้อง แสร้งยกยอหวังจะให้คู่กรณีหลงคารม

“เธอไม่รู้บ้างเลยเชียวรึว่าตัวเองสวยพริ้ง ยากที่จะหาผู้หญิงใดเทียบ ต่อให้นางงามสวมมงกุฎก็เถอะ การไปปรากฏตัวให้ผู้คนชื่นชมยินดี เป็นความภูมิใจอย่างหนึ่งของมนุษย์ เอายังงี้ได้ไหมจ๊ะน้องอุ เธอไปประจำซุ้มอาหารตามแขกสั่ง เมื่อล่วงเลยเวลาค่อยโทรบอกคุณโหน่ง เขาจะได้ไม่ต้องรอ”

อุมาวสีนึกปลงอนิจจังอเนจอนาถ กิเลสของเฉิดโฉมหนาแน่นข้นคลั่ก วันทั้งวันคิดแต่ความโลภ สะสมโภคทรัพย์ เอื้อเฟื้อเผื่อแผ่แก่ใคร หมายถึงต้องได้รับผลตอบแทนที่สูงกว่า ไม่ทางตรงก็ทางอ้อม

“ประจำซุ้มทั้งหมดกี่คนคะ”

“พี่คนนึงละ” ชี้เหนือทรงอกตนเอง “แม่ครัวสอง และน้องอุรวมเป็นสาม”

“การขออนุญาตต้องแจ้งล่วงหน้า ไม่ใช่ทำไปแล้วถึงขอ อุคาดว่ายังไงยังไงพี่โหน่งจะปฏิเสธ พี่โฉมโทรบอกแทนอุก็ได้ค่ะ”

“โอ…ท่าจะไม่เหมาะ คุณโหน่งจะหาว่าพี่ก้าวก่ายครอบครัว เข้าขั้นแส่”

“ไม่ค่ะ พี่โหน่งนับถือพี่โฉม ยอมรับเหตุผลของผู้อื่นเสมอ”

“ขอคิดดูก่อน”

ริงโทนส่งสัญญาณไพเราะ อุมาวสีเลี่ยงออกห่างโดยมารยาท ช่วยพนักงานยกถาดกับข้าวไปตั้งในตู้กระจก

สาวใหญ่เจ้าเสน่ห์ใช้โทรศัพท์มือถือ เจรจาความคล่องแคล่ว ชั่วครู่ก็วางสายกวักมือเรียกเด็กเสิร์ฟคนสวย ชวนไปเป็นเพื่อนซื้อสินค้าจำพวกวัตถุดิบในห้างดิสเคาน์สโตร์

มันเป็นหน้าที่อยู่แล้ว อุมาวสีไม่คิดเกี่ยงงอน

เฉิดโฉมใช้ยานพาหนะเอสยูวี รถอเนกประสงค์สมรรถนะสูง เด็กสาวนั่งเคียงคู่คาดเซฟตี้ เบลท์ เกิดความสังหรณ์ใจลึกๆ ว่าจะเจอบางสิ่งบางอย่างที่ไม่พึงปรารถนา

ห้างนั้นอยู่ไม่ไกลนัก

บัดนี้ หล่อนเลี้ยวรถยนต์คันใหญ่เข้าไปจอดในคาร์พาร์ก ทั้งสองต่างลงจากรถ ห้างเพิ่งจะเปิด  ลูกค้ากร่อยแทบว่าจะนับคนได้

ขึ้นบันไดเลื่อน ผ่านเข้าซูเปอร์มาร์เก็ต อุมาวสีทำหน้าที่เข็นรถตะแกรงตามหลังสตรีนายจ้าง

เคยผ่านประสบการณ์หลายครั้ง บรรยากาศส่วนใหญ่จะคล้ายคลึงกัน ส่วนแตกต่างมีเพียงรายละเอียดปลีกย่อย เด็กสาวเคยอยู่ในโลกของนามธรรม ไม่สู้จะตื่นเต้นยินดีกับความเจริญทางวัตถุ

ระลึกถึงพิชญ์ น่าจะใช้วาทศิลป์กล่อม เฉิดโฉมหยิบโทรศัพท์มือถือกดปุ่มโทร.ออก ท่ามกลางเสียงรบกวนสารพัด

“โฉมเองค่ะ คุณโหน่ง”

“สวัสดีครับ”

พิชญ์รู้สึกงงๆ ไม่คิดว่าเฉิดโฉมจะปรารถนาให้ความสัมพันธ์หวนกลับคืน

หล่อนเล่าความ กรณีจัดตั้งซุ้มอาหารในงานเลี้ยงนักการเมือง ต่อท้ายว่า

“น้องอุขอถอนตัว เกรงว่าคุณโหน่งจะติเตียน โฉมควบคุมสถานการณ์อยู่ด้วย แขกเกียรติยศทั้งสิ้น ส่วนใหญ่จะอาวุโส รับรองว่าไม่มีใครแต๊ะอั๋งลวนลาม งานเลิกไม่เกินห้าทุ่ม โฉมจะขับรถไปส่งน้องอุ”

นั่นปะไร นึกแล้วเชียว หวังผลประโยชน์ ชายหนุ่มเข้าใจเจตนารมณ์ ว่าทำไมแฟนสาวปฏิเสธ

“ว่ากันตามจริง ผมไม่หวงห้าม ขึ้นอยู่กับความสมัครใจของอุครับ เธอเกรงว่าจะเจอคุณพ่อคุณแม่ ทำให้เสื่อมเสียเกียรติ”

“เอ้อ…” ถึงคราวที่หล่อนจะอึดอัด “โฉมคาดว่าท่านไม่ไปหรอก”

“คุณพ่อท่านเป็นรัฐมนตรี เพื่อนฝูงนักการเมืองเยอะแยะ อุไม่จำเป็นต้องเป็นพนักงานเสิร์ฟ แต่เธออยากจะหาเงินจากน้ำพักน้ำแรงเพื่อนำไปทำบุญตักบาตร ผมเลยไม่ขัดข้อง”

เหตุผลของพิชญ์ชัดเจน เล่นเอาเฉิดโฉมเสียหน้าถนัด หมดมุกที่จะตะล่อมเกลี้ยกล่อม แสร้งถามเขาเกี่ยวกับกิจการโทรคมนาคม สักประเดี๋ยวก็จบสาย

อุมาวสีคุมรถเข็นรออยู่ระยะสิบเมตร อาศัยพลังจิต สามารถจับประเด็นในการสนทนาทางโทรศัพท์

สาวใหญ่เลือกหยิบสินค้าใส่รถตะแกรง ลดเลี้ยวระหว่างล็อกโน้นล็อกนี้ ไม่ปริปากสักคำว่าพิชญ์ไม่ยินยอม

ครั้นแล้วก็ประจันหน้าธวัช เฉิดโฉมพนมมือไหว้แช่มช้อย ยิ้มหวานแฉล้ม

“สวัสดีค่ะ”

“สวัสดีครับ”

สองหนุ่มสาวทักทายปราศรัยเชิงรวบรัด ธวัชยิ้มกริ่มเจ้าชู้กับอุมาวสีแทนคำพูด สรุปว่า

“บังเอิญผมมาธุระแถวนี้ สักครู่เราจะพบกันนอกช่องแคชเชียร์”

ธวัชแยกทาง หายไปในระหว่างล็อกสินค้าที่ตั้งสูงเหนือศีรษะ

สะดุดคำพูดแฝงเลศนัยของเขา ทำไมจะต้องพบกันรอบสอง มีอะไรพิเศษหรือ คาดว่าไม่นานจะได้คำตอบ

เด็กสาวเข็นรถตะแกรงตามหลังเฉิดโฉมตลอด หล่อนชำนาญพื้นที่ห้าง รู้ตำแหน่งสินค้าที่ตนต้องการ เพียงครู่ใหญ่ๆ ก็ได้ของครบ และจ่อรถเข็นต่อคิวลูกค้ารายอื่นที่ช่องแคชเชียร์

ใช้เวลาหลายนาทีกว่าจะผ่านช่องคิดเงิน เฉิดโฉมจ่ายด้วยบัตรเครดิต ทันทีที่เรียบร้อย ธวัชก็ปราดออกมาจากมุมหนึ่ง หย่อนถุงสินค้าของฝากลงในรถตะแกรง

“ผมไปก่อนนะครับคุณโฉม-น้องอุ”

“ขอบคุณค่ะ” สาวใหญ่ยิ้มหวานมีนัยที่รู้กันเฉพาะสองคน “เชิญค่ะ”

พฤติกรรมอันน่าฉงนของธวัช อุมาวสีจับกระแสได้ว่าเกี่ยวข้องกับหล่อน จนกระทั่งเฉิดโฉมขับยานพาหนะพ้นจากคาร์พาร์ก จึงเปรยขึ้น

“น้องอุรู้หรือเปล่าว่าได้ลาภแล้ว”

“ลาภอะไรคะ”

“รอให้ถึงสวนอาหาร แล้วจะรู้เอง”

ผู้ฟังฉุกคิดถึงสิ่งที่ธวัชหย่อนลงรถเข็น ชีวิตหล่อนแตกต่างกับปุถุชน ขจัดความโลภเหลือเพียงบางเบา ระหว่างได้หรือไม่ได้ ความยินดียินร้ายน้อยที่สุด สามารถวางใจใกล้เคียงกับคำว่าอุเบกขา

สงบเฉย ไม่อยากให้เฉิดโฉมรู้ว่าตนปฏิเสธสิ่งที่ยังไม่รู้ชัด

เมื่อยานพาหนะคลานเข้าไปจอดในสวนอาหาร สาวใหญ่ฉวยเฉพาะถุงสินค้าของฝากที่เบาโหวง ส่วนของอื่นปล่อยให้พวกลูกจ้างขนย้ายไปเก็บในสต๊อก

ภายในสวนอาหาร ตรงมุมเคาน์เตอร์แคชเชียร์ หล่อนยื่นถุงให้อุมาวสีพูดยิ้มแย้ม

“คุณธวัชให้ของกำนัลน้องอุจ้ะ”

“วาระอะไรคะ”

“มิตรภาพยังไงล่ะ”

“เอ้อ…อุ…”

“เอาอย่างนี้เถอะ ลองไปดูในห้องน้ำ แล้วเธอจะชอบ”

เฉิดโฉมตัดบท พร้อมทั้งโบกมือประกอบ

สุดที่จะขัดขืน อุมาวสีเข้าสถานสุขาหญิง ปิดประตูล็อก ล้วงกล่องออกจากถุงเปิดออกดู

สิ่งที่ประจักษ์คือ ชุดนอนแพรเยื่อไม้สีกลีบบัว ยาวคลุมข้อเท้า ทั้งสวยทั้งเซ็กซี่

“โธ่เอ๊ย! ทุเรศ ของสะสมกิเลส”

พับมันเก็บใส่กล่อง ออกไปหาเฉิดโฉม ยื่นถุงสินค้าคืน อธิบายเสียงราบเรียบ

“ไม่เหมาะ อุไม่รับค่ะ”

“น่าเสียดาย ชุดนอนไฮโซ ราคาแพงเฉียบ ไม่รู้ว่าพันนึงจะซื้อได้หรือเปล่า” หล่อนแสดงสีหน้าผิดหวัง “เป็นสาวอื่นจะรีบตะครุบ กอดไว้แนบอก พี่ไม่เข้าใจเธอจริงๆ”

“อุมีแฟนแล้ว สมมุติว่ารับไป จะต้องเฉลยคำถามสารพัดจากพี่โหน่ง”

“ตอบว่าพี่ตบรางวัลน้องอุก็สิ้นเรื่อง”

“อุไม่เคยกล่าวเท็จค่ะ”

เฉิดโฉมแทบจะขัดสนจนปัญญา นึกดูถูกเหยียดหยามว่า อุมาวสีโง่สมองทึบปานไดโนเสาร์ ทึ่มทื่อมะลื่อยิ่งกว่าหญิงใดที่เคยพบเจอ สมมุติว่ารูปร่างขี้เหร่หล่อนจะเฉดหัวส่ง

“พี่รับของเขามาแล้วเนี่ย ส่งกลับคืนจะเสียมารยาท น้องอุเอาไปให้คนอื่นต่อก็ได้จ้ะ”

เด็กสาวใช้เวลาไตร่ตรองแป๊บเดียว

“งั้นอุจะให้ถวิลสาวใช้บ้านพี่โหน่ง”

“ไม่ต้อง ฉันจัดการเอง”

สาวใหญ่เก็บถุงไว้ในลิ้นชักล่างของเคาน์เตอร์ อาการกึ่งประชด



Don`t copy text!