วิวาห์ถอดรูป บทที่ 11 : ชวนขึ้นห้อง

วิวาห์ถอดรูป บทที่ 11 : ชวนขึ้นห้อง

โดย : กุลวีร์

วิวาห์ถอดรูป โดย กุลวีร์ นวนิยายออนไลน์ที่อ่านเอาอยากให้คุณได้อ่านออนไลน์ เมื่อแม่ๆ หวังให้ลูกของพวกเธอได้มีคู่ครองที่ดี จึงพากันไปขอพรจาก ‘เจ้าแม่ปลวกทอง’ ความมหัศจรรย์จึงบังเกิดกับต่อลาภและเพาพะงา แต่ทั้งคู่ต้องพบเจอกับเรื่องอะไร และแม่ๆ จะสมหวังไหม ต้องติดตามกันเอง

หญิงสาวคิดมาทั้งคืน ดีหรือไม่ที่จะพาชายหนุ่มเข้ามาในห้อง เขาไม่ต่างจากคนแปลกหน้าและยังหน้าแปลกซึ่งพบกันได้เพียงเดือนเดียว ใจหนึ่งยังทัดทาน หากอีกใจเห็นต่าง จากการใช้โดรนติดตามดูหรือบันทึกภาพการกระทำของเขา ทำให้เชื่อได้ว่า ชายผู้นั้นเป็นคนนิสัยดี สมควรคบหาและรู้จักกันไว้คงไม่เสียหาย พฤติกรรมที่เขาชอบช่วยเหลือคนนั้นหาได้ยากยิ่งจากผู้คนสมัยนี้

ตลอดระยะเวลาที่ผ่านมา ในชีวิตหล่อนพบเจอแต่คนทำดีเพื่อหวังผล แต่เขาคงไม่ได้หวังสิ่งใด ขณะที่เข้าไปช่วยเหลือผู้อื่น

เพาพะงาตั้งคำถามสุดท้ายกับตัวเองว่าเหตุใดต้องตามดูเขา คำตอบที่ได้คือเขาอาจเป็นคนช่วยให้ถอดรูปทรามได้ ใจซึ่งเป็นฝ่ายค้านจึงยอมจำนน

หล่อนอยากขอความช่วยเหลือจากต่อลาภ แต่ยังไม่รู้ว่าควรเริ่มเกริ่นเรื่องที่จะให้ช่วยอย่างไร หากเล่าตามความจริง เขาคงไม่เชื่อ อาจคิดว่าหล่อนเป็นคนบ้าสร้างเรื่องเป็นตุเป็นตะจนวิ่งหนีเตลิดหายไป แล้วจะมีใครมาช่วยหล่อนถอดรูปทราม เพราะเขาคือผู้เดียวที่คาถานั้นใช้ไม่ได้ผล

เพาพะงาต้องค่อยๆ ตีสนิท ทำความรู้จักเขาให้มากกว่านี้ แล้วเล่าเรื่องรูปทรามให้อีกฝ่ายรับรู้ น่าจะเป็นทางออกที่ดีกว่า เริ่มโดยทำให้เขาเห็นว่าหล่อนไว้ใจเขา ยินยอมให้เข้ามาในห้องพัก แม้ขณะนี้จะเชื่อใจชายหนุ่มในระดับหนึ่ง จากท่าทียามพูดคุยกัน ความใส่ใจที่เขามอบให้ แสดงให้รู้ว่าไม่ได้รังเกียจกันเมื่อเห็นหล่อนมีสภาพเช่นนี้ รวมทั้งรู้ว่าตัวเองไม่ใช่คนสวย หล่อนไว้ใจเขาเต็มเปี่ยมกับเรื่องพรรค์นั้น ใครจะมาคิดถึงเรื่องบนเตียงกับคนขี้เหร่เยี่ยงนี้ ด้วยเหตุผลทั้งหมดทั้งมวล เพาพะงาจึงยอมพาเขาขึ้นไปบนห้อง อีกไม่นานความต้องการที่มีจะเป็นจริงได้เสียที

พอถึงเวลาเที่ยงตรงไม่ขาดไม่เกิน ชายหนุ่มโทร.เข้ามาแจ้งว่าอยู่หน้าทางเข้าคอนโด เป็นการกระทำที่เห็นถึงความห่วงใยจากฝ่ายชายซึ่งกลัวหล่อนจะเป็นโรคกระเพาะอาหาร เนื่องจากมัวแต่นั่งทำงานจนทานข้าวไม่เป็นเวล่ำเวลา

คนดีๆ แบบนี้ รู้จักหรือคบไว้ คงไม่น่าจะทำให้เสียความไว้วางใจ เขาอาจมีนิสัยดีกว่าผู้ชายหน้าตาหล่อเหลาหลายคนซึ่งเห็นแค่ภาพลักษณ์ภายนอกที่คิดว่าดีตามหน้าตา ทว่าไม่ได้เห็นถึงจิตใจข้างใน

เพาพะงาลงไปรับอาหารที่สั่งไว้เมื่อคืนจากมือเขา ชายหนุ่มสวมหมวกกันน็อกนั่งบนพาหนะคู่กายลุกขึ้นยืนเมื่อหล่อนเดินเข้าไปใกล้ เขาเปิดแผ่นกันลมทางด้านหน้าหมวกกันน็อกเพื่อพูดคุยกันได้สะดวก ผิวหน้าดำเมี่ยม จมูกโต แล้วยังเห็นฟันหลอยามอ้าปากหรือเวลาฉีกยิ้ม เป็นสิ่งที่เห็นจนชินตาเสียแล้ว

“นี่ครับคุณเพาพะงา ขึ้นไปถึงห้องกินเลยนะครับ อย่าวางทิ้งไว้จนลืมกิน” เขาย้ำด้วยความหวังดี

“ฉันไม่ลืมหรอก แล้วนายทานข้าวกลางวันมาหรือยัง” หล่อนตั้งใจให้เขาไปนั่งทานอาหารด้วยกันบนห้อง ทานไปคุยกันไป อาจจะได้เข้าเรื่องที่ต้องการ

“ผมกินเรียบร้อยแล้วครับ ยังอิ่มอยู่เลย” เขาลูบท้องตัวเอง

คำตอบของชายหนุ่มนั้นทำให้ยากยิ่งที่หล่อนจะหาเหตุผลอื่นมาชวนเขาขึ้นไปในห้อง

“นายต่อลาภ เดี๋ยวก่อนสิ” หล่อนรั้งเขาไว้ด้วยคำพูด เมื่ออีกฝ่ายเดินไปนั่งคร่อมรถมอเตอร์ไซด์เตรียมตัวจะขับออกไป

“ถ้าตอนค่ำ คุณเพาพะงาจะฝากซื้อยำวุ้นเส้นหรือน้ำส้มหรือสลัดโรล ผมแวะมาส่งให้ได้นะครับ”

ชายหนุ่มคงจดจำทุกๆ สิ่งที่ชอบทานได้ หากเขาเป็นคนหน้าตาดีกว่านี้อาจได้ใจหญิงสาวไปเต็มๆ แต่ตอนนี้ก็พอให้หล่อนเริ่มชื่นชอบในตัวเขาได้บ้าง เพาพะงาส่ายศีรษะไล่ความคิดเพ้อเจ้อ ที่อยากทำความรู้จักหรือยินยอมเข้ามาตีสนิทเขาเพราะเหตุจำเป็นที่คิดไว้ตั้งแต่ต้น

“เออ…เออ…” หญิงสาวคล้ายคนพูดติดอ่าง ไม่รู้จะเอ่ยอะไรกับการชวนผู้ชายหน้าแปลกขึ้นไปบนห้องพักซึ่งเปรียบเสมือนที่ส่วนตัว

“ถ้าคุณมีอะไร บอกกับผมตรงๆ ก็ได้ ไม่ต้องเกรงใจกันครับ หรือคุณเพาพะงาอยากเปลี่ยนเมนู เปลี่ยนร้านอาหาร อยากกินอะไรก็บอกมาเลย ถ้าอยู่ไกล ผมจะพยายามไปซื้อมาให้ครับ” เขาพูดพลางใช้เท้าข้างหนึ่งเขี่ยขาตั้งรถขึ้นจากพื้น ตั้งท่าจะติดเครื่องยนต์

“เออ…ฉันต้องการนาย” เพาพะงาโพล่งออกไปเสียงดัง จนชายหนุ่มจ้องมองไม่วางตาและอ้าปากค้าง

หญิงสาวเปลี่ยนคำพูดใหม่อีกครั้ง “ไม่ใช่อย่างนั้นนะ นายต่อลาภ ฉันแค่อยากขอความช่วยเหลือสักหน่อย ไม่ใช่ให้นายไปซื้ออาหารหรอก แต่นายต้องขึ้นไปในห้องของฉัน”

หล่อนพูดออกมาได้ในที่สุด นี่เป็นครั้งแรกจริงๆ ที่หญิงสาวชวนผู้ชายขึ้นห้อง

คำกล่าวของหล่อนอาจทำให้ชายหนุ่มตื่นตกใจ จนใช้เท้าเตะขาตั้งรถกลับสู่พื้น “คุณเพาพะงาจะพาผมขึ้นห้อง จะดีเหรอครับ”

“ใช่ๆ แต่ไม่ใช่อย่างที่นายคิดหรอกนะ ฉันมีเรื่องอยากให้นายช่วยจริงๆ ฉันทำคนเดียวไม่ได้”

“ผมไม่ได้คิดอะไรหรอกครับ แค่กลัวว่าคุณจะเสียหาย ไม่คิดว่าจะมีใครชวนผมเข้าไปในห้องส่วนตัว ตอนส่งอาหารผมไม่เคยขึ้นไปบนห้องหรือเข้าไปในบ้านของใคร มันล่วงล้ำมากเกินไป”

“ไม่ต้องกลัวผู้หญิงอย่างฉันจะเสื่อมเสียหรอก ไม่เห็นแปลกอะไร ฉันเห็นว่านายเป็นเพื่อนคนหนึ่งจึงขอความช่วยเหลือเท่านั้นเอง”

“คุณเพาพะงามีปัญหาอะไรครับ”

“ขึ้นไปข้างบนด้วยกันจะรู้เอง ตอนนี้ยังบอกนายไม่ได้หรอก ขึ้นไปบนห้องฉันหน่อยนะ” ประโยคท้ายๆ คนพูดทำเสียงออดอ้อน นี่ถ้าพี่จีน่ารู้ว่าหล่อนทำเสียงอย่างนี้กับผู้ชายหน้าตาคล้ายคิงคอง คงหัวเราะเสียงดัง

“ถ้าตอนนี้คงไม่สะดวก ผมขอไปส่งอาหารให้ลูกค้าก่อนแล้วจะมาหาคุณอีกครั้งครับ”

“ไม่ต้องรีบ ฉันรอได้ บางทีมันก็ไม่ได้จำเป็นอะไร เกรงใจนายเหมือนกัน” หล่อนแกล้งทำเสียงให้ดูน่าสงสาร

“เอาแบบนี้ดีกว่าครับ ช่วงเย็นๆ ผมจะมาใหม่ ทำงานให้เสร็จก่อน แล้วกลับไปเปลี่ยนชุดค่อยมาที่นี่อีกครั้ง ใส่ชุดนี้เข้าห้องลูกค้าคงดูไม่เหมาะ” ชายหนุ่มเสนอความคิด อาจจะกลัวเสียการเสียงาน หรือไม่อยากทำให้ภาพลักษณ์ของคนขับรถส่งอาหารต้องเสียหาย

พอได้ฟังทุกคำพูดของเขาแล้ว ชายหนุ่มช่างเป็นคนดีที่เห็นใจผู้อื่น คงคิดไม่ผิดที่ไว้ใจเขา จนยินยอมให้เข้าไปในห้องพักได้

“นายจะมาหาฉันตอนเย็น ซื้อข้าวมาทานพร้อมกัน มื้อเย็นฉันออกเงินให้เอง” เพาพะงาบอกออกไปพร้อมยืดอกเต็มที่กับการเป็นเจ้ามื้อเลี้ยงอาหารเย็น

“ไม่ต้องหรอกครับ ข้าวของผม ผมควรออกตังค์ซื้อเอง แต่ของคุณเพาพะงาเหมือนเดิมใช่ไหม”

“ของฉันกินเหมือนกับนาย เย็นนี้จะลองกินอาหารที่ไม่เหมือนเดิมดูบ้าง แต่ขอน้ำส้มปั่นของร้านนั้นเหมือนเดิมนะ”

ต่อลาภยกมือขวาขึ้นมา ทำท่าตะเบ๊ะเป็นเชิงรับทราบ ก่อนขับรถออกไป

หล่อนยืนมองเขาจนลับสายตา ทบทวนคำพูดตัวเองที่ว่า เย็นนี้จะลองกินอะไรที่ไม่เหมือนเดิม ถ้าเขาตีความแบบสองแง่สองง่าม ชายหนุ่มอาจหายไปแล้วไม่กลับมาอีกเลย เพาพะงาโทษตัวเองที่พูดโดยไม่รู้จักคิดเสียก่อน แต่เขาคงไม่คิดอะไรมากกับคำพูดที่ถ้าฟังผ่านๆ ก็หมายถึงเรื่องอาหารการกิน

หญิงสาวหวังว่าชายหนุ่มจะกลับมาที่คอนโดในช่วงเย็นหรือค่ำ แต่ถ้าไม่มา ยังมีวิธีสุดท้ายคือจะไปตามเขาถึงที่พัก ที่เคยใช้โดรนตามไปแอบดูจนรู้ที่อยู่ของอีกฝ่ายชัดเจน

แค่การถอดรูปทรามทำให้ต้องทำขนาดนี้เชียวหรือ ถ้าเขาเข้ามาในห้อง หล่อนจะเริ่มต้นพูดคุยอย่างไร เพื่อไม่ให้เขาเห็นว่าเป็นคนสติไม่สมประกอบ แต่ถ้าไม่เริ่มชวนเขาขึ้นห้องคงจะสานสัมพันธ์ต่อกันไม่ได้ ส่งผลให้ความต้องการของหล่อนก็ไม่อาจบรรลุผล เวลาที่ใช้โดรนติดตามดูพฤติกรรมชายหนุ่มคงไร้ความหมาย

เมื่อความสัมพันธ์ระหว่างชายหญิงได้เปลี่ยนจากคนไม่รู้จักกลายเป็นเพื่อนกัน โดรนที่เคยใช้ก็คงต้องพอแค่นี้ หลังจากนั้นอยู่ที่ตัวหล่อนจะทำให้เขาเชื่อเรื่องรูปทรามได้อย่างไร จนยอมที่จะช่วยเหลือกัน

 

          แสงไฟสว่างบนท้องถนนยามค่ำ รถราวิ่งนำหน้าไปตามเส้นทางมุ่งสู่คอนโดมิเนียมของหญิงสาว เป็นภาพที่ชายหนุ่มเห็นจนชาชิน แต่ความรู้สึกในยามนี้ต่างไปจากเดิมที่ต้องขับรถมาส่งอาหารให้หล่อน ทั้งที่กล่องใส่อาหารด้านหลังมีอาหารของหล่อนเช่นเดียวกัน ทว่ามีอาหารเย็นสำหรับเขาเพิ่มเข้ามา

ค่ำนี้ต่อลาภจะได้นั่งทานอาหารพร้อมหล่อนในห้องพักของฝ่ายหญิง

ตั้งแต่ช่วงกลางวันที่เพาพะงาขอความช่วยเหลือจากเขา ก็คิดเสมอว่าคงให้ช่วยยกของ ซ่อมแอร์ เปลี่ยนหลอดไฟ ท่อน้ำรั่ว หรือส้วมเต็ม ซึ่งเป็นงานที่ผู้หญิงไม่ถนัด จนต้องพึ่งพาแรงชายหนุ่มอย่างเขา

ทั้งที่พยายามไม่คิดอะไร แต่ดูท่าทางและการกระทำของอีกฝ่ายคล้ายสนใจในตัวเขา หากเขาไม่ได้อยู่ในรูปทรามจะไม่แปลกใจเท่าตอนนี้เลย

ต่อลาภขับรถส่งอาหารให้แก่ลูกค้ารายสุดท้าย รีบกลับเข้าห้อง อาบน้ำแต่งตัวเปลี่ยนเสื้อผ้า แล้วสวมรูปทรามตามเดิม เนื่องจากหล่อนเห็นเขาเป็นแบบนั้นมาตลอด ถ้าให้เห็นรูปจริงอาจทำให้ความไว้ใจที่อีกฝ่ายมอบให้เปลี่ยนไปจากเดิม จากนั้นขับรถไปซื้ออาหารกับน้ำส้มปั่น มายังที่พักของหล่อนตามที่รับปากไว้

เขาจอดยานพาหนะของตนตรงจุดจอดรถมอเตอร์ไซค์ของคอนโด เวลานี้ไม่ใช่ช่วงเวลาทำงาน เขามาที่แห่งนี้ในฐานะเพื่อนคนหนึ่งของผู้พักอาศัย ชายหนุ่มต่อสายถึงหล่อน เมื่ออยู่หน้าประตูทางเข้าตึกสูงหลายสิบชั้น เพื่อให้เจ้าของห้องลงมาเปิดประตู

ชีวิตตั้งแต่เข้ามาอยู่ในเมืองกรุง ไม่เคยเข้าไปในคอนโดสูงของผู้ใดเลย อยู่แต่อะพาร์ตเมนต์หรืออาคารสูงไม่เกินห้าชั้น ที่พักอาศัยที่สูงยี่สิบชั้นแบบนี้ก็ได้แค่แหงนหน้ามองตอนขับรถส่งอาหารให้ลูกค้าในหลายต่อหลายที่ ต่อลาภใจเต้นเร็วยิ่งขึ้น อาจตื่นเต้นที่จะเข้าไปในคอนโดสูงหรือห้องของหญิงสาวซึ่งเขาเริ่มรู้สึกคุ้นเคยมากขึ้น นับจากวันแรกที่ได้พบกัน

รอเพียงไม่นาน หญิงสาวที่มีหน้าตาโดดเด่นคล้ายปลาทองและมีฟันกระต่ายใส่เสื้อยืดคอกลม กางเกงขายาว เป็นชุดที่เห็นทุกครั้งเมื่อนำอาหารมาส่ง

เพาพะงาเดินตรงเข้ามาใกล้พร้อมยิ้มให้เขา “รถของนายไปไหนล่ะ ทำไมมายืนถือถุงอาหารอยู่ตรงนี้ แต่ดูแปลกๆ นะ เจอกันทุกทีจะมีหมวกกันน็อกกับเสื้อแขนยาว ไม่ใช่อย่างที่เห็นตอนนี้ นายต่อลาภตัวจริงหรือเปล่า”

“ตัวเป็นๆ ยืนอยู่ให้คุณเห็นครับ ผมจอดรถไว้ตรงโน้น” ชายหนุ่มสวมเสื้อเชิ้ตแขนสั้นกับกางเกงยีนส์ขายาวชี้นิ้วไปทางจุดจอดรถแล้วพูดต่อ “ถ้าคุณเพาพะงาไม่เชื่อว่าเป็นผมจริงๆ ก็ไม่เป็นไรครับ ผมกลับก็ได้”

ในเมื่อหญิงสาวทำเป็นจำกันไม่ได้ เขาก็อยากแกล้งกลับเช่นกัน

“ฉันล้อเล่นนะ นายต่อลาภ คนหน้าตาอย่างนี้ สีผิวแบบนี้ ฟันไม่ครบซี่แบบนั้น มีอยู่คนเดียวแหละ ที่รู้จักฉัน และมีคนเดียวที่เห็นฉันเป็นแบบนี้แล้วเรียกชื่อฉัน จะเป็นใครไปไม่ได้ นอกจากนายคนเดียว ขึ้นไปบนห้องกัน ฉันหิวจะแย่อยู่แล้ว ขอน้ำส้มปั่นกินรองท้องก่อน” เสียงของหญิงสาวดูเหมือนจะอารมณ์ดีเป็นพิเศษ แต่เขาไม่ค่อยเข้าใจคำกล่าวที่ได้ยินมากนัก

ชายหนุ่มเดินตามหลังหญิงสาว ความรู้สึกไม่ต่างจากการมาเยือนห้องของเพื่อน หากมีความข้องใจว่าอีกฝ่ายมีเรื่องใดให้เขาช่วย

ต่อลาภก้าวขาเข้าไปในลิฟต์ มองหญิงสาวกดหมายเลข12 คนทั้งสองยืนกันคนละด้านภายในพื้นที่สี่เหลี่ยม พอประตูลิฟต์เปิดออก เขาเดินตามหลังเจ้าของห้องพักไปตามทางของชั้นนั้น จนหล่อนหยุดเดินอยู่ด้านหน้าห้องห้องหนึ่ง

ก่อนจะเปิดประตู เพาพะงาหันหน้ามองเขาแล้วยิ้มนิดๆ ต่อลาภยืนห่างเพียงหนึ่งช่วงแขนได้แค่ยิ้มตอบกลับไปพร้อมทั้งค่อมศีรษะเล็กน้อยเป็นเชิงอนุญาตที่มารบกวน ทั้งที่ขึ้นมาตามคำชวนของหล่อน

นี่เป็นครั้งแรกที่ชายหนุ่มเข้าห้องของเพื่อนต่างเพศ พอมองผ่านช่องว่างระหว่างขอบประตูและบานประตูซึ่งถูกหญิงสาวผลักเข้าไปด้านใน ห้องยังมืดสลัวและได้ยินเสียงกุกกักจากห้องด้านในที่มีแสงไฟลอดออกมาจากประตูปิดไม่สนิท

“เฮ้ กูเกิล เทิร์น ออน ไลท์ เดอะ มีตติ้ง รูม” เสียงหญิงสาวดังขึ้น จากนั้นแสงไฟโซนด้านหน้าภายในห้องซึ่งใกล้กับประตูก็ส่องสว่าง เขาก้าวเดินเข้ามาในห้อง เห็นโซฟายาวสามที่นั่งสีชมพูเข้ม และโต๊ะตัวเตี้ยตั้งอยู่หน้าโซฟาห่างเพียงสองก้าว

“คุณเพาพะงาทำได้ไงครับ” ต่อลาภถามด้วยความสงสัย ทั้งๆ ที่หล่อนยืนอยู่ด้านหลัง มือยังจับลูกบิดของประตู หญิงสาวแค่เบี่ยงตัวเพื่อให้เขาเดินเข้ามาก่อน แต่หลอดไฟถูกเปิดเสียแล้ว หล่อนยังไม่ได้ขยับไปไหนเลย

“ฉันเป็นแม่มดไงล่ะ ฮิ ฮิ” เพาพะงาเลียนเสียงคล้ายคนแก่ หลังจากปิดประตูเสียงดัง จนเขาสะดุ้ง ต่อลาภจ้องมองหน้าหญิงสาวอย่างหวั่นๆ

“คนอย่างฉันเนี่ยนะจะเป็นแม่มด ฮ่า ฮ่า ฮ่า” หล่อนพูดด้วยน้ำเสียงปกติแล้วหัวเราะออกมา เดินไปนั่งบนโซฟา เขายังยืนนิ่งจนเจ้าของห้องเอ่ยขึ้นอีกครั้ง “นี่นายต่อลาภ จะยืนตรงหน้าประตูทำไม มานั่งบนโซฟาได้แล้ว อย่าคิดอะไรเลย ฉันพูดเล่น ฉันไม่ใช่แม่มดหรอก เลิกทำหน้าอย่างนั้นได้แล้ว”

เขาคงแสดงออกทางสีหน้ามากไปจนอีกฝ่ายรับรู้ ใครไม่มาเป็นเขา ไม่รู้หรอกว่าเชื่อสนิท เพราะหล่อนมีหน้าตาไม่เหมือนใคร แล้วยังสั่งให้ไฟในห้องส่องสว่างได้อีก ดีนะที่เขาไม่หันหลัง แล้ววิ่งหนีเผ่นไปซะก่อน

ต่อลาภถอดรองเท้าไว้ตรงมุมที่มีรองเท้าเจ้าของห้อง แล้วลงนั่งให้ห่างหล่อน ก่อนจะถามว่าหล่อนเปิดไฟได้ยังไง ก็ได้ยินเสียงกุกกักภายในห้องซึ่งบานประตูถูกเปิดแง้มไว้

“คุณเพาพะงาไม่ได้อยู่คนเดียวหรือครับ” เขาเผลอตั้งคำถาม ถ้าหล่อนอาศัยอยู่กับผู้อื่นแล้วจะมาขอความช่วยเหลือจากเขาทำไมกัน

“นางลิ้นจี่คงทำงานอยู่ในห้องนอน อย่าไปสนใจเลย เสียงดังอย่างนี้แหละ”

“คุณอยู่กับแม่บ้านเหรอครับ”

“แม่บนแม่บ้านอะไรกันเล่า แค่หุ่นยนต์ดูดฝุ่น แต่ก็เป็นเพื่อนคุยแก้เหงาให้ฉันได้บ้าง” เพาพะงาพูดเสร็จ ลุกขึ้นยืน เดินไปในห้องนอน ไม่นานก็ออกมาพร้อมกับของในมือที่ยังเปิดการใช้งานค้างไว้ หล่อนวางมันบนพื้น เขามองหุ่นยนต์ดูดฝุ่นสีชมพูเคลื่อนที่ไปมา “นี่ไง นางลิ้นจี่ นายนั่งดีๆ นะ ถ้ามันไปใกล้ๆ ยกขาขึ้นด้วย ไม่งั้นจะถูกมันกวาดเรียบ”

เขาจ้องมองนางลิ้นจี่ของหล่อนที่เคลื่อนที่ไปตามทางที่อยากไป พอชนกับผนังหรือสิ่งกีดขวาง จะเปลี่ยนทิศทางการเคลื่อนที่ นั่นคือที่มาของเสียงกุกกักซึ่งได้ยินตั้งแต่เข้ามาในห้อง

ต่อลาภหมดความสงสัยในเรื่องหนึ่ง แต่ยังมีอีกเรื่องยังข้องใจ เขาไม่คิดว่าเป็นการละลาบละล้วงเรื่องของหญิงสาวมากเกินไป แค่อยากรู้เพราะไม่เคยเห็นมาก่อน “แล้วคุณเปิดไฟได้ยังไงครับ”

หญิงสาวไม่ตอบคำถาม แต่ยังสั่งให้เครื่องปรับอากาศในห้องทำงาน โดยไม่ต้องใช้รีโมท แค่เอ่ยด้วยเสียงเท่านั้น

เขาขนลุก ไม่ใช่เพราะได้รับความเย็น แต่รู้ว่าสิ่งนั้นทำงาน หลังจากหล่อนกล่าวจบ

“ก็บอกแล้ว ฉันมีเวทมนตร์ เปิดไฟ เปิดแอร์ได้” หล่อนนั่งลงบนโซฟาแล้วหัวเราะ

“ถ้าคุณไม่บอกผม ผมจะขอตัวกลับ อยู่ไม่ได้หรอก เผื่อคุณจะสาปให้ผมเป็นตัวอะไร ให้อยู่ในห้องนี้ตลอดไปกับนางลิ้นจี่” เขารู้ว่าหญิงสาวยังพูดเล่น จึงขอยียวนกลับไปบ้างแล้วทำท่าจะลุกขึ้นยืนทำตามที่เอ่ย

“แหม…ฉันไม่สาปนายเป็นตัวอะไรหรอก แค่นี้ก็เหมือนคิง…” เพาพะงายกมือปิดปากได้ทัน “ฉันขอโทษ ฉันบอกนายก็ได้ มันเป็นเทคโนโลยีชิ้นใหม่ ยังไม่ค่อยแพร่หลายในเมืองไทย ฉันนำมาติดตั้งกับอุปกรณ์เครื่องใช้ไฟฟ้าในห้อง นายเห็นนั่นไหมล่ะ ชิ้นกลมๆ สีเทา”

ต่อลาภมองไปตามทางที่หญิงสาวชี้นิ้วไปยังชั้นวางของใต้โทรทัศน์ติดผนัง และรับฟังเจ้าของห้องเอ่ยต่อ “นั่นแหละ ที่รับฟังเสียงคำสั่งงานจากฉัน ไม่ว่าจะเป็นเปิดปิดไฟ แอร์ พัดลม หรือแม้แต่ทีวี วิทยุ ฉันก็สั่งเปิดปิดได้ สั่งเพิ่มเสียงหรือเบาเสียงได้ด้วยนะ แค่พูดก่อนว่า เฮ้ กูเกิล แล้วออกคำสั่งได้เลย”

เขานั่งจ้องมองของสิ่งนั้นโดยไม่มีคำถามใดๆ คิดว่ามันสุดยอดมาก ถ้าไม่ได้มาสัมผัสกับตัวเองคงยังไม่รู้ว่าสมัยนี้เทคโนโลยีก้าวไกลไปกว่าที่คิด

เพาพะงาสาธิตให้เขาเห็น “นายดูนะ เฮ้ กูเกิล เทิร์น ออน เดอะ สมาร์ท ทีวี”

สิ้นเสียงหญิงสาว โทรทัศน์จอสี่เหลี่ยมติดผนังถูกเปิดการใช้งานอย่างน่าอัศจรรย์ ทั้งที่หล่อนยังนั่งวางมือสองข้างไว้บนตักตัวเอง ราวกับมีเวทมนตร์จริงๆ เท่าที่เห็นยังไม่พอ หล่อนยังสั่งให้ทีวีเปลี่ยนช่องและเพิ่มระดับความดังให้เขาได้รับรู้อีกด้วย รวมทั้งปรับระดับความสว่างของหลอดไฟตรงส่วนที่นั่งอยู่ ทุกสิ่งที่เกิดขึ้น หล่อนแค่สั่งการด้วยเสียง นั่งนิ่งๆ ไม่ต้องหยิบจับรีโมท

“ผมเพิ่งเคยเห็นว่ามันมีแบบนี้ด้วย สุดยอดมากเลยครับ คุณเพาพะงา”

“ฉันติดตั้งมันกับอุปกรณ์ต่างๆ ที่มีรีโมทควบคุมการใช้งาน แล้วสั่งงานผ่านเสียง หรือผ่านโทรศัพท์มือถือแทนก็ได้ ไม่ต้องค้นหารีโมทแต่ละเครื่องให้ยุ่งยาก แต่ทุกอย่างต้องใช้ผ่านอินเทอร์เน็ตซึ่งเรียกว่าไอโอที*”

ชายหนุ่มตื่นตาตื่นใจกับสิ่งที่หล่อนแสดงให้เห็นทำราวกับเด็กชายหลงเข้ามาในดินแดนมหัศจรรย์ จนลืมเลือนไปว่าเข้ามาในห้องนี้ด้วยวัตถุประสงค์ใด

“ฉันหิวข้าวแล้ว มาทานข้าวกันก่อน ค่อยเข้าเรื่องของฉัน” เพาพะงาเรียกสติของเขาให้กลับมาอยู่กับถุงอาหารที่วางไว้บนโต๊ะตัวเตี้ย หลังจากที่มัวหลงชื่นชมกับเทคโนโลยีสมัยใหม่

ต่อลาภถือวิสาสะเดินเข้าไปใกล้อุปกรณ์สีเทาขนาดเท่าฝ่ามือ เพิ่งรู้ว่ามันคือกูเกิลโฮม จากคำบอกของเจ้าของห้อง ของชิ้นน้อยแต่ให้ประโยชน์หรือความสะดวกสบายสารพัด ระหว่างนั้นหล่อนเดินไปหยิบจานชาม ช้อนส้อมแล้วเทอาหารใส่จาน แต่มีสิ่งรบกวนคือนางลิ้นจี่ซึ่งยังทำงานตามพื้นแถวบริเวณหน้าห้องน้ำ มันเคลื่อนที่มาชนเท้าเขา จนชายหนุ่มกลับมานั่งที่เดิม เพาพะงาเดินไปหยิบกระบอกน้ำเปล่าในตู้เย็นซึ่งอยู่ไม่ใกล้ไม่ไกล นำมาวางไว้บนโต๊ะหน้าโซฟา พร้อมกับจานที่มีอาหารของทั้งสองคน

“นี่มันสะดวกมากเลยนะ แค่ฉันตั้งชื่อให้โซนต่างๆ ในห้องก็สั่งงานได้เลยว่าจะให้ตรงไหนทำงาน อย่างเช่นตรงโน้นคือคุกกิ้งรูม ตรงที่พวกเรานั่งอยู่คือมีทติ้งรูม ในห้องนอนของฉันตั้งชื่อไว้เป็นเบดรูม อยู่ตรงนี้ก็ออกคำสั่งได้นะ เฮ้ กูเกิล เทิร์น ออฟ ไลท์ เดอะ เบด รูม”

ไฟในห้องนอนของหล่อนดับลงทันที เขาสังเกตเห็นตรงบานประตูซึ่งเปิดแย้มไว้เพียงเล็กน้อย

ทั้งสองลงมือทานอาหารมื้อค่ำพร้อมกัน จานใครจานมัน โดยไม่มีใครพูดกับใคร ต่างในความสนใจกับภาพในจอโทรทัศน์ซึ่งส่งเสียงดังประสานกับเสียงการทำงานของหุ่นยนต์ดูดฝุ่นที่ไม่รู้จักเหน็ดเหนื่อย จนหล่อนทานเสร็จจึงเป็นฝ่ายเริ่มการสนทนา

“นายต่อลาภอายุเท่าไหร่”

“ยี่สิบสี่ปี แล้วคุณเพาพะงาล่ะครับ” ต่อลาภตอบคำถาม ทั้งที่ในใจยังสงสัย หล่อนขอความช่วยเหลือจากเขา ทำไมต้องถามเรื่องอายุ

“นายนี่ น่าเกลียด มาถามเรื่องอายุกับผู้หญิง แต่นายรู้ไว้แค่ว่า ฉันอายุมากกว่านาย แต่ไม่ต้องเรียกพี่หรอก อายุไม่ห่างกันเยอะ ฉันก็ไม่คิดว่านายเป็นน้องด้วย เป็นเพื่อนกันดีที่สุด”

อีกฝ่ายจะไม่ตอบก็ไม่เป็นไร เขาถามกลับพอเป็นพิธี เพื่อรู้เขารู้เราเท่านั้นเอง จากคำกล่าวหญิงสาว ยืนยันได้ว่าขณะนี้เขาและหล่อนเป็นเพื่อนกัน เหมือนจะถูกมัดมือชกให้มีเพื่อนต่างเพศโดยไม่รู้ตัว ต่อลาภไม่คิดโต้แย้งใดๆ ในใจลึกๆ ก็ดีใจที่ได้คบหล่อนเป็นมิตร

“นายไม่โกรธใช่ไหมที่ฉันไม่เรียกนายว่าน้อง” หญิงสาวเอ่ยขึ้น เมื่อเขายังนั่งเงียบ

“จะถือทำไมละครับ คุณเพาพะงาจะเรียกอะไรก็ได้ เชิญตามสบาย”

“ฉันจะเรียกนายว่านายต่อ ส่วนนายก็เรียกฉันว่าคุณเพาก็พอ ไม่ต้องเรียกชื่อเต็มให้ลำบาก”

ชายหนุ่มพยายามรับฟังว่าหล่อนจะให้เขาช่วยเหลือเรื่องใด

“แล้วนายต้องกลับกี่โมง ฉันนี่แย่นะ รบกวนนายมากเลย ไม่มีใครรอนายอยู่ที่ห้องเหรอ มานานเดี๋ยวแฟนจะโทรตาม”

หล่อนถามเหมือนไม่รู้ว่าเขาอยู่ห้องเพียงคนเดียว อาจจะไม่รู้จริงๆ ก็ได้ เพราะไม่ได้ใช้ของสีขาวลอยตามเข้าไปถึงในห้องพัก

“ผมกลับกี่โมงก็ได้ครับ ผมยังโสด ไม่ต้องสนใจใคร”

หล่อนรับฟังคำตอบเขาด้วยรอยยิ้ม ลุกขึ้นไปหยิบนางลิ้นจี่มาปิดสวิตซ์การทำงาน

ต่อลาภต้องเป็นฝ่ายเริ่มต้นถามถึงเหตุที่ให้เขาเข้ามาในห้อง “ไม่ทราบว่าคุณเพามีเรื่องใดให้ผมช่วยครับ น้ำไม่ไหล่ ท่อรั่ว ไฟไม่ติด ผมซ่อมได้หมด”

“ไม่ใช่อย่างนั้น คือ…ฉันมีอีกเรื่องหนึ่งอยากขอความช่วยเหลือจากนาย จะบอกยังไงดีล่ะ”

เขาสังเกตเห็นท่าทางลังเลของหญิงสาว คงเป็นเรื่องหนักหนา ช่างยากเย็นที่จะบอกเขาโดยตรง

“บอกมาเถอะครับ ไม่ต้องเกรงใจกัน ผมมองคุณเพาเป็นเพื่อนคนหนึ่งเหมือนกัน แล้วคุณเพาอยากมีผมเป็นเพื่อนคนหนึ่งไหมครับ”

“เรื่องนั้นก็แน่อยู่แล้ว ฉันอยากมีเพื่อนผู้ชายบ้าง คบไว้เผื่อช่วยในเรื่องที่ผู้หญิงทำไม่ได้” เพาพะงาพูดมาจากใจจริง เพราะเชื่อมั่นว่าเขาจะช่วยในสิ่งที่หล่อนต้องการได้

“แล้ววันนี้คุณเพามีเรื่องอะไรให้ผมช่วยครับ” เขาถามย้ำ

หญิงสาวไม่รู้จะเริ่มเอ่ยเรื่องแปลกประหลาดที่ประสบมาอย่างไร เพราะกลัวชายหนุ่มจะไม่เชื่อและเห็นเป็นเรื่องขบขัน จนคิดว่าหล่อนบ้าแน่ๆ แล้วจะไม่พูดคุยกันอีกหรืออาจถึงขั้นวิ่งออกจากห้องไปก็ได้ เพาพะงาต้องทำความรู้จักกันไปเรื่อยๆ จนกว่าเขาจะสามารถช่วยหล่อนถอดรูปทรามได้

เมื่อเจ้าของห้องได้แต่อ้ำอึ้ง จะพูดออกมาก็ไม่กล้าเอ่ยเต็มปากเต็มคำ ชายหนุ่มได้แต่จ้องมองอยู่อย่างนั้น เตรียมจะให้ความช่วยเหลือเต็มที่

เพาพะงาตัดสินใจแล้วว่าวันนี้อาจจะยังไม่เอ่ยเรื่องนั้นแบบตรงๆ ถ้าพูดถึงการสวมรูปทราม จะมีใครเชื่อว่าเกิดขึ้นจริงในชีวิตหล่อน หญิงสาวจำเป็นต้องหาเรื่องมาแก้ขัดไปก่อน “แต่ก่อนฉันคิดว่า ฉันเป็นคนสวยกว่านี้ นายจะเชื่อไหม”

“ถ้าคุณเพาเชื่ออย่างนั้น ผมคงต้องเชื่อละครับ” เขาพยายามเออออไปตามหล่อน

“แต่เดี๋ยวนี้ ฉันไม่ค่อยสวยแล้ว น่าเสียดายนะ ถ้ากลับไปสวยเหมือนเดิมได้ก็คงดี” หญิงสาวเอ่ยอย่างละเหี่ยใจ

“ผมว่าคุณเพายอมรับในสิ่งที่เป็นอยู่ขณะนี้ดีกว่าครับ ทำใจให้ชิน พอใจในสิ่งที่มี คนเราจะสวยไม่สวยอยู่ที่มุมมองของตนเองและผู้อื่น”

“นายต่อเป็นคนมองโลกในแง่ดีนะ คิดอย่างนายแล้ว คงไม่ต้องคิดมาก ถ้าเป็นแบบนี้” เพาพะงาทำสีหน้าให้ดูเบิกบานขึ้น

“แล้วทำไมคุณเพาถึงเป็นอย่างนี้ล่ะครับ” เขาไม่รู้ว่าทำไมต้องถามคำถามนี้ จะขอดูรูปภาพแต่ก่อนก็รู้สึกก้าวก่ายหล่อนเกินไป ถ้าอีกฝ่ายอยากให้เห็นคงหยิบให้เขาดูเอง

“คือฉันสวม… เออ ไม่ใช่ คือฉันแพ้ยาขั้นรุนแรงผิวถึงเป็นแบบนี้ แต่ช่างมันเถอะ”

เขาไม่แน่ใจว่าคนแพ้ยาต้องเป็นแบบนี้หรือไม่ ในเมื่อหล่อนบอกออกมาอย่างนั้นก็ต้องเชื่อ ไม่ซักไซ้ในเกินขอบเขตความเป็นเพื่อนที่เพิ่งรู้จักกัน แต่ยังไม่หมดความสงสัยว่าหล่อนให้เขาเข้ามาในห้องทำไม

“นี่นายต่อลาภ ถ้าฉันขอให้นายทำอะไร นายอย่าถามหาเหตุผลจะได้ไหม”

ชายหนุ่มพยักหน้ารับ คิดว่าหล่อนคงจะเข้าเรื่องได้เสียที

“นายเบี่ยงขาหลบหน่อยสิ” หญิงสาวพูดแล้วลงไปนั่งขัดสมาธิบนพื้นโดยหันหลังให้แก่ชายหนุ่ม

ต่อลาภเกือบนำขาหลบแทบไม่ทัน อยู่ดีๆ หล่อนมานั่งอยู่ด้านหน้าขณะที่เขานั่งบนโซฟา

“นายยกมือขึ้นมาจับหัวฉัน” คำสั่งของหญิงสาว

“มันจะดีหรือครับ หัวใครใครก็ถือนะ”

“แต่ฉันไม่ถือ ยกสองมือขึ้นมาจับด้านข้างของหัวฉันแบบนี้” คนพูดทำท่าประกอบ โดยวางฝ่ามือของตนแนบศีรษะทางด้านข้าง

ชายหนุ่มยกมือมาไว้เพียงแค่สัมผัสเส้นผมของหล่อน

“จับให้แน่นเลยนะ แล้วนายออกแรงเหมือนจะยกหัวฉันให้แยกออกจากตัว เข้าใจไหม”

“ยังไงหรือครับ” เขาไม่เข้าใจคำของหล่อน ทั้งที่อยากถามว่าให้ทำเพื่ออะไร แต่หญิงสาวห้ามไว้ตั้งแต่แรก

เพาพะงาอธิบายสิ่งที่อยากให้เขาทำอีกครั้งหนึ่ง “นายลองคิดว่าหัวฉันเป็นหมวกกันน็อกแล้วจะต้องถอดออกจากศีรษะ ตอนนายออกแรงยกหัวฉัน ฉันจะขืนตัวต้านไว้ พอฉันนับหนึ่งถึงสาม นายออกแรงเต็มที่เลยนะ ไม่ต้องเกรงใจ”

“อย่างนี้ใช่ไหมครับ” เขานำสองมือประกบข้างศีรษะหญิงสาว ออกแรงยกศีรษะให้ออกจากลำคออย่างแผ่วเบา

“ถูกต้อง แต่นายออกแรงมากกว่านี้ได้อีก พร้อมแล้วนะ หนึ่ง สอง สาม”

ต่อลาภออกแรงยกศีรษะหญิงสาวขึ้นด้านบน หากยังไม่เต็มที่มากเพราะปราณีหล่อน หากรู้สึกหญิงสาวพยายามต้านแรงเขาไว้ ไม่ไปตามแรงดึงด้านบน เหมือนอยากให้ตัวหล่อนลงไปด้านล่าง

“พอๆ ฉันว่ามันคงไม่ได้ผลหรอก”

เขาหยุดออกแรง ปล่อยมือจากศีรษะของหล่อน “ไม่ได้ผลอะไรหรือครับ”

“ไม่มีอะไรหรอกแค่ฉันปวดตึงคอนะ อยากให้นายลองยืดให้บ้าง”

เพาพะงายังไม่กล้าบอกเหตุผลแท้จริง สิ่งที่คิดไว้หรือวิธีนี้คงไม่อาจช่วยให้หล่อนถอดรูปทรามได้

“ที่คุณเพาพะงาชวนผมเข้ามาในห้อง จะให้ผมช่วยยืดคอหรือครับ”

“ก็คงใช่ นายจะมีอะไรแนะนำกับฉันไหม ถ้าฉันรู้สึกตึงคอ”

“ผมไม่รู้ด้วยซิ ถ้ามีจะบอกคุณแล้วกัน ทายาแก้ปวดไหม ยาหม่องหรือน้ำมันมวย”

“ไม่เป็นไร ฉันไม่ชอบกลิ่นของมัน ฉันรบกวนนายมานานแล้ว วันนี้พอก่อน แล้ววันอื่นจะขอรบกวนนายอีกนะ”

“ผมยินดีครับ ชอบห้องของคุณเพามีอะไรแปลกๆ ให้ผมเห็น”

“มันไม่แปลกมากหรอก แค่เทคโนโลยีใหม่ ที่ตอนนี้ยังไม่แพร่หลายเท่านั้นเอง แต่มีอะไรที่เป็นเรื่องแปลกกว่านี้อีกนะ”

“เรื่องอะไรครับ” เขาอยากรู้ขึ้นมา ยังตื่นตาตื่นใจกับการสั่งงานเครื่องใช้ไฟฟ้าด้วยเสียง

“ฉันจะเล่าให้ฟังอีกที วันนี้ขอพักผ่อนก่อน ขอบใจนายมากที่มาหากัน”

“เราสองคนเป็นเพื่อนกันแล้วนี่ครับ” เขายิ้มกว้างอย่างยินดียิ่งในคำกล่าวนั้น

“ฉันถามจริงๆ นายฟันหลอมานานหรือยัง”

“ตั้งแต่เด็กแล้วครับ คงอมลูกอมมากไปหน่อย” เขาชอบให้หญิงสาวรู้จักเขาในขณะสวมรูปทราม

“ขอบใจนะ ที่นายไม่กลัวฉันเป็นแบบนี้ และยอมเป็นเพื่อนที่อยากช่วยเหลือกัน”

“ผมก็เหมือนกันครับ”

ทั้งสองส่งยิ้มให้กัน เป็นคำขอบคุณที่ต่างฝ่ายมอบให้แก่กัน เขาโบกมือให้หล่อน แล้วเปิดประตูออกไปจากห้อง โดยที่เจ้าของห้องไม่ต้องลงไปส่ง เขาคงหาทางออกเองได้ ไม่หลงในคอนโดแห่งนี้

ชายหนุ่มกับหญิงสาวสานสัมพันธ์เป็นเพื่อนกันอย่างง่ายดาย เขานั้นยินดีเสมอถ้ามีคนเข้ามาทำความรู้จักและจากท่าทางของหล่อนคงยินดีไม่ต่างกัน

ต่อลาภขับรถมอเตอร์ไซค์กลับห้องด้วยความชื่นมื่น วันนี้ได้เพื่อนเพิ่มเข้ามาในชีวิตอีกหนึ่งคน และยังได้พบสิ่งแปลกใหม่ที่ไม่เคยเห็น ยิ่งได้อยู่ใกล้หรือมองนานๆ หญิงสาวนั้นช่างคล้ายปลาทองซึ่งว่ายอยู่ในตู้ภายในห้องพักของเขา เหมือนหล่อนอยากจะบอกอะไรสักอย่าง ทว่าไม่ยอมเอ่ยออกมา อาจยังไม่ไว้ใจหรือไม่สนิทใจพอที่จะบอกกัน คงเป็นเรื่องสำคัญกับชีวิตหล่อนแน่ๆ ซึ่งต้องใช้เวลารู้จักกันนานกว่านี้ที่จะทำให้รู้เรื่องราวของหล่อนได้

เหตุการณ์ที่เกิดขึ้นในห้องของหล่อนอาจเป็นแค่เรื่องบังหน้า ต่อลาภต้องรู้ให้ได้ว่าหล่อนปรารถนาสิ่งใดจากเขา เพื่อนำไปสู่เหตุผลแท้จริงที่ยอมคบเขาเป็นเพื่อน ถึงขั้นต้องชวนเข้าไปในห้อง

 

*IOT ย่อมาจาก Internet Of Things



Don`t copy text!