มหัศจรรย์เหลือแสนกับแกรนด์แคนยอน

มหัศจรรย์เหลือแสนกับแกรนด์แคนยอน

โดย : เจริญขวัญ แพรกทอง บลาฮาสสกี้

Loading

“อเมริกันคัน” เรื่องราวเกี่ยวกับอเมริกาในบางแง่มุมในอเมริกาที่หลายคนไม่เคยรู้หรือเคยรับรู้มาบ้าง แต่อาจมองไม่เห็นภาพรวมชัดเจน เจริญขวัญ แพรกทอง บลาฮาสสกี้ เจ้าของคอลัมน์ที่เขียนลงในต่วยตูนมาถึง 10 ปี นำมาเขียนเล่าสู่กันฟังแบบสนุกๆ เหมือนการเล่าให้เพื่อนฟัง โดยคงบุคลิก “ต่วยตูน” ดั้งเดิมเอาไว้คือสาระและบันเทิง

สมัยเด็กเคยคิดเล่นๆ ว่า หากมีโอกาสได้มาอเมริกา จะต้องทำ 3 เรื่องนี้ให้ได้  อย่างแรกคือดูละครบรอดเวย์เรื่อง The Phantom of the Opera ที่บรอดเวย์ นิวยอร์ก เรื่องนี้บรรลุความฝันไปแล้ว  ความปรารถนาอย่างที่สองคือ การได้ไปดูต้นสนยักษ์เรดวู้ดที่แคลิฟอร์เนีย ซึ่งไปดูมาแล้วอย่างสุขใจปนหวาดเสียว และอย่างที่สามคือการไปแกรนด์แคนยอน  เคยเห็นรูปภาพแล้วอลังการงานสร้างอย่างสุดจิตสุดใจ เวลานั้นได้แต่ฝันลมๆ แล้งๆ  เพราะไม่คิดว่าจะมีโอกาสมาอยู่อเมริกานั่นแหละ

การไปแกรนด์แคนยอนแบบง่ายที่สุดสำหรับฉันคือนั่งเครื่องบินจากเมืองที่อยู่ไปลงลาสเวกัส จากลาสเวกัสมีทัวร์ไปแกรนด์แคนยอนแบบรถสองแถว เต็มออกๆ แต่ต้องจองล่วงหน้า ทุกโปรแกรมทัวร์ต้องแวะที่เขื่อนฮูเวอร์ ก่อนขับรถข้ามเขื่อน จะจอดให้ปรับเวลา รัฐเนวาดาใช้ไทม์โซนหนึ่ง ส่วนแอริโซนาใช้อีกไทม์โซน เลยต้องปรับนาฬิกาไปใช้เวลาของแอริโซนา ก่อนจะข้ามไป สุดปลายเขื่อนอีกด้านคือรัฐแอริโซนา

แรกเริ่มเดิมทีแผ่นดินอันน่ามหัศจรรย์แห่งนี้คือบ้านของอินเดียนแดง คนผิวขาวกลุ่มแรกที่ค้นพบคือนักสำรวจสเปน แต่ไม่รู้ว่าทำไมถึงไม่เป็นที่แพร่หลาย หรืออาจจะเห็นว่าแห้งแล้งกันดาร และลำบากเกินกว่าจะเดินทางมา ต่อมานักบวชชาวสเปนอีก 2 คนมาพบสถานที่นี้เข้า เลยเผยแพร่ข่าวออกไป  หนนี้เริ่มมีคนสนใจอยากเข้ามาสำรวจดินแดนลี้ลับแห่งนี้มากขึ้น รวมทั้งนายทหารหนุ่ม พันตรีจอห์น เวสลีย์ เพาเวลล์ (John Westley Powell) และคณะอีก 9 คน

จะว่าไปแล้วพันตรีรายนี้นับว่าใจเด็ดมาก เพราะหลังจากเสียแขนในสงครามกลางเมือง ก็ยังยืดอกมาสำรวจด้วยการล่องเรือมาตามเส้นทางมหาโหด  ล่องแม่น้ำโคโลราโดที่ทุกคนส่ายหน้าว่าปราบเซียน เพราะเต็มไปด้วยเกาะแก่งแง่งหิน แถมกระแสน้ำเชี่ยวกราก เรียกได้ว่าไปแล้วทางรอดแทบไม่มีเลยก็ว่าได้

ความโหดนั้นอยู่ในขั้นสูงสุด  หลายต่อหลายหนถูกน้ำซัดจนเรือแตก ต้องเกยตื้นเพื่อซ่อมแซมเรือ ความยากลำบากในการเดินทางอย่างไม่รู้ชะตาอนาคต ทำให้เพื่อนร่วมทีม 2 คน โบกมือบ๊ายบาย เพราะดูท่าแล้วคงเอาชีวิตไม่รอดแน่ หากเดินหน้าต่อ จากนั้นก็แยกไป พันตรีกระดูกเหล็กจดบันทึกไว้ว่า จากนั้นมาก็ไม่มีใครได้ข่าวเพื่อนสองคนนั้นอีกเลย คาดว่าถูกอินเดียนดงถลกหนังหัวเอาไปดูเล่นเสียแล้ว

หลังจากผ่านกระแสคลื่นคลั่ง  ทางน้ำวน โตรกผา หุบเหว  และความอดอยากต่างๆ นานา ในที่สุดคณะเดินทางก็มาถึงแผ่นดินแปลกประหลาด หินผาเหลื่อมสลับเงื้อมชะโงกซับซ้อนเบื้องหน้า พันตรีจอห์นจึงตั้งชื่อว่า “แกรนด์ แคนยอน”

พอเริ่มเข้าสู่เขตอุทยาน สองข้างทางเปลี่ยนเป็นป่าสน รถจอดอีกหนเพื่อให้บรรดาตัวฤทธิ์ทั้งหลายกินมื้อเที่ยง ซึ่งบริการโดยบริษัททัวร์ อาหารไม่ได้หรูหราหมาเห่าแต่อย่างใด มีให้เลือกแค่ฮอทด็อก แฮมเบอร์เกอร์ หรือข้าวราดไก่ผัดซอสรสชาติแขยงฟันปลอม และน้ำหนึ่งขวด

หลังอาหารแล้วทุกคนก็มาขึ้นรถคันเดิม ซึ่งต้องจำรถให้ได้ด้วยนะ เพราะมีรถทัวร์หลายบริษัทจอดเรียงกันเป็นตับ  ฉันซื้อตั๋วแบบถูกสุด  คือไปแค่แกรนด์แคนยอนด้านทิศใต้  ความมโหฬารของแกรนด์แคนยอนทำให้ต้องเลือกเข้าชมทิศใดทิศหนึ่ง เพราะมีเวลาแค่วันเดียวเท่านั้น หากอยากสัมผัสความโอฬารให้จุใจ คงต้องเดินตามเส้นทางศึกษาธรรมชาติ  ซึ่งหากหลงทาง ก็เสี่ยงต่อการขาดน้ำและอาหารในหน้าแล้ง หน้าร้อนที่นี่โหดไม่ใช่เล่น  หน้าร้อนก็ร้อนสาหัส ส่วนหน้าหนาวก็หนาวเอาเรื่อง

อุทยานแห่งนี้เปิดให้เข้าชมได้สามจุด  จุดแรกที่เปิดให้ชมได้แค่ช่วงหน้าร้อนคือฝั่งเหนือ หรือ “North Rim” สูงประมาณ 2,500 เมตร เหนือระดับน้ำทะเล ด้วยความสูงระดับนี้ทำให้ขอบผาด้านเหนือมีสภาพอากาศแตกต่างกันมาก  ที่เปิดให้ชมแค่ช่วงหน้าร้อน คือหิมะตกหนักจนเดินทางเข้าไปไม่ได้ช่วงหน้าหนาว เลยเปิดให้เที่ยวได้แค่เดือนพฤษภาคมไปจนถึงเดือนตุลาคม จุดชมวิวที่สวยสุดคือ “พอยต์ อิมพีเรียล” (Point Imperial)  นับเป็นจุดสูงสุดด้านทิศเหนือ คือสูงประมาณ 2,700 เมตร  น่าเสียดายที่ไม่มีโอกาส เพราะหากมาที่นี่ได้จะเห็นไกลถึงทะเลทรายหลากสี (Painted Desert) และเขตสงวนของอินเดียนแดงเผ่านาวาโฮ (Navajo Reservation)

พลาดฝั่งเหนือไม่เป็นไร เข้าทางฝั่งใต้ก็ได้ แกรนด์แคนยอนทางฝั่งใต้  หรือ“South Rim” สูงประมาณ 2,000 เมตร  ที่เป็นจุดชมวิวมหาชนเพราะเดินทางสะดวกจากลาสเวกัส  มีแนวรั้วกั้นโปร่งๆ บริเวณจุดชมวิว หากเดินไกลออกไปต้องดูแลตัวเอง เพราะเป็นหน้าผาโล่งๆ ที่มีคนพลัดตกลงไปตายเป็นประจำ

ถ้าชอบความเสียวเยี่ยวเล็ด คงต้องแนะนำให้ไปด้านตะวันตก (West Rim) เพื่อเดินบนสกายวอล์ก (Skywalk) ซึ่งเป็นทางเดินกระจกรูปร่างคล้ายเกือกม้ายื่นออกมาจากขอบผาไปประมาณ 21 เมตร เหมือนการเดินบนอากาศด้วยระดับความสูงกว่า 1,220 เมตร แต่การไปท้าความสูงที่นี่ต้องควักอีก 30 ดอลล์ และห้ามนำทุกสิ่งอย่างไปด้วย เพราะกลัวตกใส่กระจกแตก

พอรถจอดให้ลง ทุกคนกรูกันลงไปถ่ายรูปกับป้ายก่อนตามธรรมเนียม ฉันเดินฝ่าลมไปที่หน้าผา เห็นแล้วแทบก้มลงกราบนาทีนั้น   มหัศจรรย์และยิ่งใหญ่กว่านี้ไม่มีแล้ว  ธรรมชาติข่มให้เรากลายเป็นธุลีแห่งจักรวาลไปเลยทีเดียว หลายคนสนุกกับการถ่ายรูปตัวเองคู่กับชะง่อนผา ซึ่งน่าหวาดเสียวมาก แม้บางช่วงจะมีราวกั้น แต่บางช่วงเปิดโล่ง ใครตกลงไปคงต้องกู้ศพอย่างเดียวนั่นแหละ เพราะระดับความสูงขนาดนี้ จะไปเหลืออะไร

ไม่น่าเชื่อว่าภาพความงามอันน่าทึ่งเบื้องหน้ามาต้นกำเนิดจากแม่น้ำเล็กๆ สายหนึ่งคือ แม่น้ำโคโลราโดไหลคดเดี้ยวผ่านที่ราบกว้างใหญ่เมื่อหลายล้านปีก่อน ต่อมาพื้นโลกเริ่มยกตัวสูงขึ้นเนื่องมาจากแรงดันและความร้อนอันมหาศาลใต้พื้นโลก ที่ราบจึงเปลี่ยนรูปกลายเป็นแนวหน้าผากว้างใหญ่  การยกตัวของแผ่นดินทำให้สายน้ำไหลเชี่ยวขึ้น พัดทรายและตะกอนไปตามน้ำ เกิดการกัดเซาะลึกลงไปทีละน้อยๆในเปลือกโลก การสึกกร่อนพังทลายของหิน บวกกับแรงลมและแสงแดดหลายล้านปีทำให้เกิด “แกรนด์แคนยอน” 1 ใน 7 สิ่งมหัศจรรย์ทางธรรมชาติของโลก อายุของทวดแกรนด์แคนยอนก็ไม่มากมายอะไร แค่สิบเจ็ดล้านปีเท่านั้นเอง ชั้นหินที่ลดหลั่นเรียงรายหินคือชั้นหินที่ถูกแม่น้ำตัดผ่าน มีทั้งหมด  12 ชั้น ชั้นล่างสุดเป็นชั้นที่เก่าแก่สุด ส่วนชั้นบนสุดเป็นชั้นที่ใหม่สุด

ภาพหินผาหลากสีลดหลั่นเป็นชั่นเชิงเบื้องหน้าทำให้แทบกลั้นน้ำตาไว้ไม่ได้ ค่อยๆ เดินเลียบหน้าผาไปด้วยใจระทึก  ด้วยกลัวสามีแอบผลักตกหน้าผานั่นเอง  แอบอุทานเบาๆ “อกอีกแป้นแล่นเข้าแกรนด์แคนยอน” แล้วน้ำตาก็หลั่งรินหยดติ๋งรดโตรกผาแกรนด์แคนยอน

ในความงามมีความน่าสะพรึง  แต่ละปีมีคนตกหน้าผาเสียชีวิตไม่น้อย  เฉลี่ยแล้วทุกเดือนจะมีคนเสียชีวิต โดยเฉลี่ยแล้วปีละ 12 ราย  ในบรรดาผู้วายชนม์เหล่านั้น มีคู่คนไทยด้วย เป็นข่าวที่น่าเศร้าและสะเทือนใจในเวลานั้น เพราะทั้งคู่เพิ่งแต่งงานได้แค่สิบวันแล้วมาฮันนีมูนกันที่นี่ สามีเป็นดร. ส่วนภรรยาเป็นทันตแพทย์ ทั้งคู่ถูกฟ้าผ่าเสียชีวิตที่แกรนด์แคนยอน นับเป็นรายที่ 2 และ 3 ที่เสียชิวิตจากการถูกฟ้าผ่า ส่วนรายแรกเป็นชายแก่ที่พอโดนฟ้าผ่าแล้วหัวใจวายตาย

การได้ไปแกรนด์แคนยอนเป็นประสบการณ์ที่ลืมไม่ลงจริงๆ ทุกถ้อยคำไม่อาจบรรยายความงามของสถานที่นี้ได้ครบถ้วน

 

Don`t copy text!