อุมาวสี บทที่ 12 : สามหนุ่มสามสไตล์

อุมาวสี บทที่ 12 : สามหนุ่มสามสไตล์

โดย : ตรี อภิรุม

อุมาวสี ภาคต่อของ “หิมพาลัย” โดย ตรี อภิรุม เรื่องราวชีวิตหลังงานแต่งงานของพิชญ์และอุมาวสีในโลกที่แตกต่างจากโลกลับแลจะเป็นอย่างไร ความรักที่พิชญ์มีให้เธอ จะเพียงพอที่จะช่วยหล่อเลี้ยงจิตใจของหญิงสาวผู้แสนดีคนนี้ได้หรือไม่ ‘อุมาวสี’ นวนิยายออนไลน์ที่พาชาวอ่านเอาเดินทางไปกับจินตนาการที่สวยงามและความรักที่มีอยู่จริง

ริงโทนมือถือกังวานไพเราะ โชว์เบอร์ที่ไม่รู้จัก พิชญ์กดรับสาย ยกโทรศัพท์มือถือขึ้นแนบใบหู

“ฮัลโหล”

“กุลเองค่ะ พี่โหน่ง”

ชายหนุ่มสะดุดความรู้สึก กุลณัฐควรจะรู้ว่าเขาไม่ใช่ชายโสด เยื่อใยความปฏิพัทธ์แห่งอดีตจบสิ้นแล้ว ถึงอย่างไรเขาก็จะไม่กลับไปหาหล่อนอีก รักและซื่อสัตย์ต่ออุมาวสี จะไม่นอกใจเด็ดขาด

“โทรศัพท์ของกุล บางคราวจะแฮงก์ค่ะ ทำให้กุลหัวเสีย โทรปรึกษากับพี่แนน เธอว่าระบบสัมผัสก็ยังงี้แหละ เราต้องทำใจ กุลอยากได้โทรศัพท์สมาร์ตโฟนสักเครื่องไว้ใช้สำรอง พี่แนนแนะนำว่าให้ติดต่อกับพี่โหน่ง”

พิชญ์นึกติเตียนพี่สาวคนโต แนะนำได้อย่างไร เมื่อเขามิใช่ชายโสด แฝงอะไรหรือเปล่า

โทรศัพท์มือถือหาซื้อสะดวก มีขายทุกห้างสรรพสินค้า ราคาไม่แตกต่างกันมากนัก

“อยากได้ยี่ห้ออะไร รุ่นไหนครับ”

สาวสวยบอกชื่อแบรนด์และรุ่นสินค้า ที่เพิ่งออกเกือบจะล่าสุด ราคาเฉียดสองหมื่นบาท

“รุ่นนี้สาขาผมไม่มีครับ ผมจะไปสอบถามไปทางสำนักงานใหญ่ ได้ข่าวคืบหน้ายังไงจะโทรแจ้ง”

“กุลจะรอข่าวจากพี่โหน่งค่ะ”

ชายหนุ่มแตะปุ่มวางสาย หนักอกหนักใจเล็กน้อย ไม่เกรงว่าถ่านไฟเก่าจะคุ หากเกรงอุมาวสีจะเข้าใจผิด คิดว่าเขานอกลู่นอกทาง

สมมุติว่าโอกาสเหมาะ เขาจะแจ้งกุลณัฐว่ารู้สึกต่อหล่อนเหมือนน้องสาว เพื่อปิดฉากเยื่อใยปฏิพัทธ์เด็ดขาด

โทร.สอบถามไปทางสต๊อกโทรศัพท์มือถือ ได้ความตามวัตถุประสงค์ หลังจากนั้นก็โทร.ถึงเพื่อนใจแห่งอดีต

“ประมาณหกโมงเย็นนี้ เจ้าหน้าที่จะเอามือถือมาส่งสองเครื่อง สีดำกับเทาครับ”

“งั้นประมาณหนึ่งทุ่ม กุลจะไปที่ร้านค่ะ”

สัญญาณสายว่าง เหมือนสนทนาเกี่ยวกับธุรกิจล้วนๆ ไม่ข้องแวะกับเรื่องส่วนตัว พิชญ์อมยิ้ม คาดว่าเป็นความลวงเสียมากกว่า

จำได้ว่าเมื่อพบกันคราวก่อน นัยน์ตาของกุลณัฐฉายแววอาลัยอาวรณ์เต็มเปี่ยม ถ้าจะรอให้เขาเลิกร้างอุมาวสี ต้องรอไปถึงชาติหน้าตอนบ่ายๆ

ช่วงเวลาเดียวกันนี้ ณ สวนอาหารอิ่มเอม อุมาวสีกำลังต้อนรับนวมินทร์ เขาสั่งยำถั่วพูกับแกงจืดสองชนิด จีบแทะเล็ม ทำตาเจ้าชู้วิบวับ ชื่นชอบไปหมด ไม่ว่าจะเป็นรอยยิ้ม เอียงอายขวยเขิน

“เลิกงานเมื่อไหร่ครับ”

“ประมาณทุ่มหนึ่งค่ะ”

“ผมขออาสาขับรถไปส่งคุณอุ”

เด็กสาวคลี่ยิ้มหวานระรื่น รายนี้มาตะเภาลำเดียวกับธวัช แต่ดูเหมือนจะมีเล่ห์เหลี่ยมน้อยกว่า หากไม่ติดระเบียบข้อบังคับ จะเปิดเผยทันทีว่า หล่อนมิใช่สาวโสด

“สิ้นเปลืองพลังงานค่ะ อุกลับรถเมล์ก็สะดวก”

“โปรดอย่าคิดยังงั้น เพื่อมิตรภาพของเรา โอเคนะครับ”

“อุไม่อยากทำตัวเหนือกว่าพนักงานอื่น ส่วนใหญ่เขากลับกันเอง บางรายญาติขับมอเตอร์ไซค์มารับ”

ธวัชพร้อมเพื่อนโผล่เข้ามานั่งโต๊ะ ได้โอกาสเหมาะอุมาวสีเลี่ยงไปบริการ เข้าอีหรอบเดิม จีบ เกี้ยวพาราสี เสนอขับรถรับส่ง ให้โน่นนี่สารพัด

ชีวิตคนเราแปลก สิ่งที่ไม่ต้องการมักจะประดังห้อมล้อม แต่สิ่งที่ปรารถนาจะอยู่ห่างไกลสุดเอื้อม

อุมาวสีปฏิเสธนุ่มนวล แนวเดียวกับที่ปฏิเสธนวมินทร์ พยายามหลีกเลี่ยงไปต้อนรับแขกกลุ่มอื่น ให้บริการทั่วถึง

นวมินทร์กวักมือเรียกเช็กบิล ยื่นธนบัตรหนึ่งพันบาท พร้อมทั้งสั่งซื้อกะหรี่ปั๊บหนึ่งกล่อง ลุกไปเข้าห้องน้ำ ต่อจากนั้นก็ไปรอที่ลานจอดรถข้างยานพาหนะคันหรู

วางแผนตื้นๆ ให้อุมาวสีตามมาพบ เพื่อจะคุยกันส่วนตัว เปิดเผยความรู้สึกลึกล้ำอยู่ในก้นบึ้งของหัวใจ

ได้ผลชะงัด!

เด็กเสิร์ฟโฉมงามยื่นถุงกล่องขนม และถาดใส่เงินทอน ฝ่ายตรงข้ามหยิบเฉพาะแบงก์ห้าร้อยใบเดียว แบงก์ย่อยและเหรียญเหลือไว้เป็นค่าทิป

“ขอบคุณค่ะ”

พนมมือไหว้ทั้งถาดเล็ก เหรียญร่วงพรู

หนุ่มสุดหล่อย่อตัวลงเก็บ ยื่นให้เด็กสาว ตาประสานตา

“เดี๋ยวก่อน คุณอุ”

“ทำไมคะ”

“แม้ผมจะเพิ่งกลับจากเมืองนอก ก็ใช่ว่าจะตกงาน คุณพ่อให้ไปทำงานโรงแรมที่ทางครอบครัวเราเป็นเจ้าของ”

“ขอแสดงความยินดีด้วยค่ะ”

อุมาวสีมองต่ำ นอบน้อมสำรวม

“ผมรักคุณตั้งแต่วินาทีแรกที่เห็น แต่งงานกับผมนะครับ”

เปรียบได้ว่าฝากรักแบบสายฟ้าแลบ ลูกไม้เก่า บางคนเคยใช้กับหล่อนมาแล้ว อุมาวสีข่มอาการขำกลิ้ง

“คุณมินทร์เพิ่งรู้จักอุผิวเผินแค่สองครั้ง”

“แต่ผมรู้เรื่องราวของคุณอุจากพี่กุลค่อนข้างเยอะ ขอยอมรับความแตกต่างจากคุณอุทุกประเด็น”

“ปฏิเสธค่ะ อยากทราบรายละเอียดลึกๆ โปรดถามพี่กุล”

กล่าวเท่านั้นก็ขอตัวกลับเข้าสวนอาหาร

นวมินทร์มึนงงชั่วขณะ ทิฐิแรงกล้า ตั้งปณิธานว่าจะไม่ละความพยายามจนกว่าจะประสบผลสำเร็จ

O         O         O         O

ใกล้หนึ่งทุ่ม ภายในดิสเคาน์สโตร์ ไฟสว่างตลอด พิชญ์ปลีกตัวจากร้านเครือข่ายโทรศัพท์ ออกมารับประทานอาหารที่ฟูดเซ็นเตอร์ ป่านนี้กุลณัฐยังไม่โผล่ สงสัยจะนัดเก้อ

ช่างปะไร เขาไม่วิตกกังวล ถือว่าหล่อนผิดนัดเอง ส่วนสมาร์ตโฟนที่ได้มาใหม่สองเครื่อง จะเก็บไว้ขายลูกค้ารายอื่น

ร่างระเหิดระหงสวยพริ้งผ่านไประหว่างโต๊ะ ใครต่อใครบางคนเหลียวมองกุลณัฐเป็นตาเดียว พิชญ์เงยหน้าขึ้นจากจานข้าวผัดพอดี

“สวัสดีค่ะ พี่โหน่ง”

หญิงสาวพนมมือทำความเคารพ ชายหนุ่มรับไหว้ ขยับเลื่อนเก้าอี้เชิญชวน

“กุลถามที่ร้านเครือข่าย เขาบอกพี่ออกมาทานข้าวค่ะ”

“ทานข้าวกับผมที่นี่ใช้บัตรแม่เหล็กรูดอาหารตามสั่ง ไม่ใช้คูปอง ในบัตรของผมเหลืออีกเจ็ดสิบบาท พอหรือเปล่าครับ ถ้าไม่พอผมจะเติมเงินเพิ่ม”

สาวสวยชั่งใจ ยอมตกกระไดพลอยโจน ชีวิตของหล่อนฟุ่มเฟือยหรูหรา เคยเข้าแต่คาเฟ่ ห้องอาหารชั้นนำ หรือไม่ก็ภัตตาคารระดับอัปสเกล ไม่เคยทำตัวเกรดต่ำติดดิน

พิชญ์เป็นถึงลูกรัฐมนตรี ไม่น่าจะลดเกรดตัวเองต่ำเตี้ย ภรรยาวัยรุ่นเป็นต้นเหตุกระมัง

“พอเหลือแหล่ค่ะ”

เขานำหล่อนไปยังซุ้มอาหารที่ตั้งเรียงรายโดยรอบ เพื่อให้ลูกค้าเลือกสั่ง ครู่หนึ่งก็ยกถาดกลับมาที่โต๊ะ ช่วยลวกช้อนส้อมในหม้อน้ำเดือด บริการน้ำดื่มเบ็ดเสร็จ

ต่างฝ่ายต่างบริโภค ชั่วประเดี๋ยวกุลณัฐก็เปรยขึ้นเชิงกรุยทางให้ตนเอง

“ก่อนโน้นกุลณัฐจำได้ว่าพี่โหน่งชอบเที่ยวผับ สถานบันเทิงกลางคืน เข้ากลุ่มสังคมไฮโซ”

“สถานการณ์เปลี่ยนไปแล้วครับ ผมไม่ใช่ชายโสด ประเด็นที่สอง เราทำงานต่ำกว่าวุฒิ เงินเดือนไม่มาก ไม่อาจใช้จ่ายสุรุ่ยสุร่าย ตัดรายการฟุ่มเฟือยที่ไม่จำเป็นออกไปหมด”

“เผื่อเจองานดีกุลจะแนะนำค่ะ”

“พี่แนนเตือนผมว่า อดทนสร้างผลงานไปก่อน ไม่นานนักผู้จัดการใหญ่จะเสนอเลื่อนตำแหน่ง”

ครู่ใหญ่ทั้งสองก็อิ่ม พิชญ์ชวนต่อของหวาน กุลณัฐส่ายหน้าปฏิเสธ อ้างว่ากลัวน้ำหนักเพิ่ม

ที่ร้านเครือข่ายโทรศัพท์ ชายหนุ่มนำสมาร์ตโฟนมาให้ชมสองเครื่อง หล่อนเลือกสีเทาอมเขียว ชำระด้วยบัตรเครดิต ก่อนจากกันเขากำชับว่า หากตัวเครื่องขัดข้องประการใดสามารถเปลี่ยนได้ภายในเจ็ดวัน พร้อมด้วยใบเสร็จเป็นหลักฐานซื้อ

มันเป็นเรื่องธุรกิจล้วนๆ ปราศจากปัญหาส่วนตัวข้องแวะ กุลณัฐสะท้านสะท้อนในอก เกือบจะสิ้นใจตายอยาก

ที่คาร์พาร์ก เสียงริงโทนกังวานขึ้น ที่จอโทรศัพท์มือถือโชว์นามนวมินทร์

“ว่าไงจ๊ะ มินทร์”

“วันนี้ผมไปทานข้าวที่สวนอาหารของคุณเฉิดโฉม ลูกค้าตรึมเลย น้องอุเป็นดาราดวงเด่น หนุ่มๆ รุมจีบ เธอไม่สนใจใครเป็นพิเศษ วางตัวเป็นกลาง จ่ายแจกบริการทั่วถึงทุกโต๊ะ”

กุลณัฐนึกแลเห็นภาพ ตนเองเคยประสบมาแล้ว อุมาวสีบุคลิกอ่อนโยนหนักแน่น ไม่หวั่นไหวต่อการเกี้ยวพาราสี บางคราวขวยเขินเพิ่มเสน่ห์น่ารัก แม้เพศเดียวกันก็ยังอิจฉา

เฉิดโฉมหวงแหน เกรงว่าเด็กเสิร์ฟคนสวยจะลาออก

“ใครๆ ก็รู้สึกยังงั้นจ้ะ”

“ผมหลอกล่อให้น้องอุไปส่งของที่รถ ถือโอกาสขอแต่งงาน แต่เธอปฏิเสธ”

“มินทร์ไวไฟขนาดนี้เชียวรึ”

“ครับผม รักแรกพบ” น้องชายยืนยันหนักแน่น “ความแตกต่างพื้นฐานการศึกษา พื้นเพ ผมรับได้หมด”

หล่อนรู้เหตุผลต้นปลายดียิ่ง จะบอกโต้งๆไม่เหมาะ ควรจะกั๊กไว้สักชั่วระยะหนึ่ง

“สมมุติว่าเป็นพี่ ผู้ชายที่เจอกันแค่สองครั้ง ไม่ว่าจะหล่อเลิศหรูสักแค่ไหนก็ตาม เมื่อเขาเอ่ยปากฝากรัก พี่จะเห็นเป็นเรื่องตลก อย่างน้อยก็ต้องใช้เวลาเรียนรู้ซึ่งกันและกัน”

“น้องอุมีแฟนแล้ว ใช่หรือเปล่าครับ”

จี้ใจดำชะงัด พี่สาวนิ่งอึ้งชั่วขณะ ความจริงค้ำคอหอย ต้องการให้ใครสักคนพรากอุมาวสีไปจากพิชญ์

ความชอบธรรม ศีลธรรมน่ะหรือ ขึ้นอยู่กับว่าใครเป็นผู้กำหนด หล่อนต่างหากผู้สูญเสียอย่างแท้จริง อุมาวสีเป็นฝ่ายชุบมือเปิบ

“เรื่องมันยาวเหยียดซับซ้อน เอาไว้ว่างๆ สักวัน มินทร์มาคุยกับพี่ส่วนตัวไม่ใช่ทางโทรศัพท์ พี่จะเล่ารายละเอียดจ้ะ”

นวมินทร์ตอบตกลง

O         O         O         O

ช่วงเย็น กับข้าวในตู้โชว์หลายชนิดหมด ลูกค้ากร่อย ใกล้เวลาจะปิดสวนอาหาร

ธวัชมาคนเดียว สั่งข้าวสวย แกงเผ็ดเป็ดย่าง ผัดบรอกโคลีใส่กุ้ง พร้อมเบียร์หนึ่งกระป๋อง

จีบแทะเล็มอุมาวสีเช่นเคย เสนอเงื่อนไขเดิมๆ แถมพก จะให้เงินเดือนเดือนละสี่หมื่นบาท หากตกลงย่อมหมายถึงว่า เปลี่ยนชีวิตเด็กเสิร์ฟกลายเป็นคุณนายเพียงชั่วข้ามคืน

“อุไม่ชอบเป็นคุณนายค่ะ วางตัวลำบาก อยากเป็นเด็กเสิร์ฟ”

“น้องอุคงจะคิดว่าผมหลอกลวง” ชายหนุ่มดื่มเบียร์ที่เทใส่แก้ว “ผมให้ดูบัญชีธนาคารยังได้เลย”

น่าเบื่อสุดๆ แต่ก็ต้องฝืนยิ้มแย้มแจ่มใส นวมินทร์โผล่เข้ามาเงียบๆ นั่งโต๊ะไม่ห่างจากธวัช โอกาสเหมาะ อุมาวสีปลีกตัวไปบริการเขา ธวัชมองตามสายตาไม่เป็นมิตร

หนุ่มสุดหล่อสั่งอาหารธรรมดา จุดประสงค์ที่แท้จริงคือ สนทนาปราศรัยกับดรุณีผู้เลอโฉม

“เบียร์ไหมคะ คุณมินทร์”

“ไม่ละครับ ผมเกรงว่าจะมีปัญหาในการขับรถ” ยิ้มกรุ้มกริ่มสายตาโรมานซ์ลึกซึ้ง “เมื่อคืนผมฝันถึงคุณอุ”

“โอ งั้นหรือคะ”

“ฝันว่าเราไปเที่ยวชายทะเลด้วยกัน ผมโอบเอวคุณอุเดินลุยคลื่นที่ทยอยกระทบชายหาด”

“โอ น่าสนุก”

เด็กสาวจัดอาหารตามสั่ง ทำงานคล่องแคล่วว่องไว เสร็จแล้วถอยออกไปใกล้เคาน์เตอร์แคชเชียร์ มองสำรวจทุกโต๊ะภาพรวม

ธวัชจ้องนวมินทร์เขม็ง อิจฉาความหล่อหน่วยก้านทะมัดทะแมง หน้าท้องลาดเกร็งดุจพยัคฆ์หิว ส่วนเขาพุงชักจะอวบ สาเหตุจากการไม่ค่อยจะออกกำลังกายและตามใจปาก

เพิ่งเจอกันครั้งที่สอง ดูเหมือนอุมาวสีจะให้ความสนใจนวมินทร์มากกว่าเขา  มิเช่นนั้นก็คงจะไม่รู้จักชื่อ

หล่อกว่าสดกว่ามาแรง เขาเองไม่ใช่อันธพาลโดยสันดาน แต่ก็อดไม่ได้ที่จะแขวะ

“กระดูกของคุณเบอร์ไหนเนี่ย”

นวมินทร์สมองไว เกทับบลัฟแหลก

“เบอร์ใหญ่กว่าคุณ รับรองว่าแข็งโป๊ก ไม่เป็นโรคกระดูกพรุน”

ฝ่ายตรงข้ามเดือดปุด หากเขาอายุน้อยกว่านี้สักสิบปีอาจจะถึงขั้นขว้างแก้ววางมวย โพล่งออกไปโดยไม่ทันคิด

“เอายังงี้เถอะ ใครกระดูกเบอร์ใหญ่กว่า น้องอุยอมขึ้นรถเก๋งคนนั้น”

หนุ่มผู้คมสันสงบเฉย ประกายตากร้าว เชิงรับคำท้าโดยปริยาย อุมาวสีได้ยินสองบุรุษโต้คารม ชักจะวิตกกังวล ไม่นึกไม่ฝันว่าตนจะเข้าไปเกี่ยวข้องกับกรณีพิพาท

ด้วยสถานภาพเด็กเสิร์ฟ ควรจะวางตัวเป็นกลาง ปฏิเสธไม่ขึ้นรถของใครทั้งสิ้น

แต่ด้วยญาณเบื้องต้น สามารถหยั่งรู้ว่าธวัชโสดเทียม นวมินทร์โสดแท้ และสักครู่ใหญ่ฝนจะตก หล่อนอยากจะใช้อำนาจลึกลับบางอย่างที่ไม่เคยลอง

อากาศภายนอกเริ่มครึ้ม ลูกค้าทยอยเช็กบิลออกไปเรื่อยๆ เหลือคู่กรณีสองโต๊ะ เม็ดฝนโปรยปรายหยิมๆ

พนักงานเสิร์ฟยกหม้อหูสแตนเลส เก็บจานชามเชิงเตือนลูกค้าว่า สวนอาหารใกล้จะปิด

สองบุรุษกวักมือเรียกคิดเงิน อุมาวสีปฏิบัติตามคิว ตรงไปหาธวัชที่เรียกอันดับแรก แจ้งราคาอาหารเครื่องดื่ม เขายื่นแบงก์ห้าร้อย หล่อนนำกลับไปมอบให้เฉิดโฉมที่เคาน์เตอร์แคชเชียร์

ตั้งใจจะทำสิ่งที่เขาคาดไม่ถึง ฉะนั้น เด็กสาวจึงไม่เอาเงินทอนใส่ถาด หากมอบให้ด้วยมือเปล่า แสดงเจตจำนงว่าไม่ต้องการทิป

ธวัชฉวยโอกาสตะครุบจับมือ ทำตาปรอยเจ้าชู้

“ฝนตกน้องอุจะกลับยังไงครับ”

อุมาวสีมิได้วี้ดว้ายกระตู้วู้ ชักมือออกอย่างสุภาพ

“ฝ่าสายฝนสิคะ”

“ผมจะจอดรถรอรับน้องอุ”

บ่ายเบี่ยงว่าอย่าเสียเวลาลำบากลำบนเลย ต่อจากนั้นหล่อนก็เลี่ยงไปบริการนวมินทร์ ชายหนุ่มยื่นธนบัตรพันบาท

“กรุณาเอาเงินทอนใส่ถาดครับ”

“ทำไมคะ”

“เดี๋ยวผมอดใจไม่ไหวจับมือแต๊ะอั๋ง”

ดรุณีโฉมสะคราญยิ้มระรื่น จัดการให้เป็นไปตามวัตถุประสงค์ นวมินทร์เหลือแบงก์ย่อยกับเหรียญไว้ในถาดค่าทิป

“ขากลับ นั่งรถผมเถอะ คุณอุจะได้ไม่เปียกฝน”

มันเป็นเกมแข่งขันว่าใครจะชนะ หล่อนเองกลายเป็นตัวเดิมพัน ตัดสินใจยากเหลือเกิน

“ขึ้นอยู่กับสถานการณ์ค่ะ”

ความหมายที่แฝงเร้นคือ ขึ้นกับใจใครสะอาดกว่าถือสัจ เพื่อนพนักงานปิดประตูเหล็ก เหลือไว้เพียงช่องเล็กสำหรับบุคคลภายในเข้า-ออก

อุมาวสีแบ่งเงินทิปให้เพื่อนเด็กเสิร์ฟ โดยเฉพาะรายที่โชคร้ายพลาดตลอด ส่องกระจกสำรวจโฉม ตบแป้งพัฟให้เพิ่มความผุดผ่อง กระเป๋าถือสะพายบ่า ออกทางประตูด้านหลังฝ่าฝนพรำ

นั่นปะไร!

ธวัชจอดยานพาหนะคันหรู ติดเครื่องรอ เปิดประตูข้างตำแหน่งคนขับ

“เชิญครับ น้องอุ”

เด็กสาวหมุนแหวนในนิ้ว กลั้นลมหายใจอธิษฐาน แผ่พลังจิตแรงสูง เอื้อมมือแตะรถเก๋ง

บัดดล เครื่องดับเงียบ สตาร์ตเท่าใดไม่ติด ธวัชหัวเสีย

“เฮ้ย! ทำไมเป็นยังงี้เนี่ย”

ฝนตกแรงขึ้นตามลำดับ รถเก๋งอีกคันจอดห่างแค่ยี่สิบเมตร นวมินทร์ร้องเรียก

“คุณอุ ทางนี้ครับ”

สถานการณ์จวนแจ จะต้องทำอย่างใดอย่างหนึ่ง ป้องกันการเปียกฝนโชก อุมาวสีวิ่งเหยาะๆ ไปขึ้นเก๋งคันงาม ดึงประตูปิดกึก

“กรุณาส่งที่ป้ายรถเมล์ฝั่งตรงข้ามค่ะ”

“ส่งที่บ้านคุณอุไม่ได้หรือครับ”

นวมินทร์ต่อรอง คนนั่งเคียงคู่ยืนยันเจตนาเดิม

“ป้ายรถเมล์ อันที่จริงที่พักของอุไม่ถึงกับเป็นความลับสุดยอด พี่กุลทราบรายละเอียดค่ะ”

ชายหนุ่มชักเอะใจ ตรงนี้กุลณัฐไม่เคยบอกเขา เหตุการณ์ยังไม่พาดพิงถึง หรือว่าแฝงเจตนาอมพะนำ เดาไม่ถูก

ขับยานพาหนะอ้อมทางยูเทิร์น ชะลอหยุดใกล้ศาลาพักรอรถเมล์

“ร่มอยู่ในช่องหน้าปัด คุณอุหยิบเอาไปด้วย ผมมอบให้เป็นที่ระลึกครับ”

“ขอยืมดีกว่าค่ะ”

หล่อนเปิดช่องหน้าปัด ล้วงหยิบร่ม พนมมือไหว้ขอบคุณ ก่อนลงจากรถเดินกึ่งวิ่งเข้าศาลา หลบฝน ชายหนุ่มขับเคลื่อนรถเก๋งหายไปในสายฝนกระหน่ำ

นับว่านวมินทร์ทำตามวัตถุประสงค์ ไม่บิดพลิ้วซ่อนเล่ห์กระเท่ห์ เขาเป็นคนดีระดับหนึ่งแต่จะดีระดับไหน อยากรู้ หากทราบว่าหล่อนมิใช่สาวโสด

ค่ำนั้น อุมาวสีใช้บริการรถประจำทาง ครู่ใหญ่ฝนก็ขาดเม็ด ผู้โดยสารเลื่อนช่องกระจกขึ้นแก้ความอบอ้าว

เวลาผ่านไปนานพอสมควร ต่อรถเมล์สองระยะ

บัดนี้ เด็กสาวลงรถเมล์ปรับอากาศที่ปากซอย ท้องฟ้ากระจ่าง ร่มพับกลายเป็นส่วนเกินที่เก็บไว้ในกระเป๋าสะพาย ไม่มองวินจักรยานยนต์ สาวเท้าฉับๆ เร่งรีบเจตนาหนีเจ้าจำรูญ

เสียงมอเตอร์ไซค์วิ่งไล่หลัง ชายโฉดเจ้ากรรมหยุดรถเบื้องหน้าสกัด

“คุณผู้หญิง ซ้อนท้ายรถผม คิดค่าบริการห้าบาท”

นึกแล้วเชียว เจ้าจำรูญไม่หยุดความตอแย คงจะคิดว่าหล่อนไม่รู้สันดานชั่ว

“ฉันชอบเดินค่ะ”

“ห้าบาทถูกยิ่งกว่ากล้วยแขก ถ้าไม่มีเศษเหรียญ บริการฟรีครับ หนก่อนที่คุณซ้อนท้าย ลงไปเมื่อไหร่ ผมไม่ยักรู้ ยังกะหายตัวแว็บ”

“ไอ้รูญเรื่องเปียแชร์ว่าไง”

พรรคพวกที่วินมอเตอร์ไซค์ตะโกน เจ้าจำรูญเหลียวมอง

“กลับไปข้าจะเคลียร์”

เมื่อมันหันกลับ ปราศจากร่างพิลาสพิไลโฉม ถนนซอยโล่ง ต่อให้วิ่งหนีรวดเร็วปานลมกรดก็เห็น ทรชนเกาท้ายทอยแกรก ขนลุกซู่

“กูไม่อยากเชื่อว่าหล่อนเป็นแม่มด”



Don`t copy text!