แนะนำให้อ่าน “ศีรษะมาร”

แนะนำให้อ่าน “ศีรษะมาร”

โดย :

นอกเหนือจากนวนิยายและบทความที่ผ่านการเลือกสรรและผ่านกระบวนการบรรณาธิการพิจารณาเป็นอย่างดี ทีมงานอ่านเอายังริเริ่มโปรเจ็กต์ “Anowl Showcase” พื้นที่ใหม่สำหรับคนชอบเขียนขึ้น เพื่อเป็นการสานต่อเจตนารมณ์ที่จะให้เว็บ www.anowl.co ของพวกเราเป็นชุมชนสำหรับคนรักการอ่านและการเขียนทุกคน

*************************

 

ปิลันธา หรือปี๋ หญิงสาวผู้มีรูปร่างหน้าตาสวยงาม เธออาศัยอยู่กับนายแพทย์ปีติ ศัลยแพทย์ฝีมือดี ผู้มีศักดิ์เป็นลุง และลุงพร คนรับใช้คนสนิท ปิลันธามีสิ่งพิเศษเหนือคนอื่นคือเธอมีพลังจิต สามารถบังคับเคลื่อนย้ายสิ่งของได้ เธอชอบเที่ยวกลางคืนเป็นประจำจนกระทั่งคืนหนึ่งเธอประสบอุบัติเหตุจนกระจกรถตัดคอขาด แต่ด้วยพลังจิตที่กล้าแข็ง ปิลันธาจึงบังคับร่างตัวเองให้หิ้วหัวกลับมาที่บ้านเพื่อให้นายแพทย์ปีติช่วยประกอบหัวเธอให้ติดกับตัวดังเดิม

ด้วยความสงสารหลานสาว นายแพทย์ปีติจึงยอมช่วยโดยนำเธอลงไปซ่อนที่ห้องทดลองซึ่งอยู่ชั้นใต้ดินของบ้านและใช้น้ำยาทางวิทยาศาสตร์ที่คิดค้นขึ้นให้ปิลันธาใช้ในการทำให้หัวประกอบติดดังเดิมโดยสั่งให้ปิลันธาอยู่แต่ในห้องทดลองเท่านั้น ต่อมากระบวนการทางวิทยาศาสตร์รวมกับอำนาจพลังจิตของปิลันธาทำให้เธอมีรูปร่างที่เกือบจะเหมือนเดิม ปิลันธาซึ่งไม่สามารถละความอยากออกไปท่องโลกกว้างจึงแอบหนีออกไปข้างนอก จนกระทั่งลุงพรซึ่งตามปิลันธาไปด้วยถูกทำร้าย ปิลันธาตัดสินใจถอดหัวและกัดคอโจรจนขาดใจตาย ครั้งนั้นเองเธอจึงได้รู้ว่าเลือดมนุษย์เป็นสิ่งที่ช่วยหล่อเลี้ยงตัวเธอได้ดียิ่งกว่าน้ำยาของนายแพทย์ปีติ นับแต่นั้นมาเธอจึงแอบหนีออกไปดื่มกินเลือดมนุษย์ในยามค่ำคืนเสมอ

กระทั่งวันหนึ่ง วิฬารี หรือแมวเหมียว หลานสาวอีกคนของนายแพทย์ปีติเดินทางกลับมาพร้อมกับสักการ คนรักของวิฬารี ปิลันธาที่แอบออกไปนอกบ้านได้เห็นสักการก็สนใจ ยิ่งเธอพยายามใช้พลังจิตควบคุมเขาแต่ปิลันธากลับพบว่าพลังของเธอไม่สามารถใช้กับสักการได้ก็ยิ่งเพิ่มความสนใจและพยายามแย่งสักการมาเป็นของเธอ ลุงพรพยายามเตือนปิลันธาจนเธอโกรธรุนแรงจนทำให้ลุงพรตาบอด นายแพทย์ปีติทราบว่าปิลันธาเป็นผู้ทำร้ายลุงพรจึงต่อว่าเธอจนปิลันธาควบคุมตัวเองไม่ได้จึงทำลายห้องทดลองของนายแพทย์ปีติ สิ่งที่ไม่คาดฝันก็เกิดขึ้นเมื่อน้ำกรดที่ถูกเก็บอยู่ด้านบนสุดของชั้นวางร่วงลงมาแตกจนน้ำกรดหกรดบนตัวปิลันธา ร่างกายของเธอถูกน้ำกรดกัดกร่อนจนไม่เหลือซากต่อหน้านายแพทย์ปีติ แต่สิ่งเดียวที่ยังคงเหลืออยู่โดยไม่สูญสลายใดๆ ก็คือก้อนสมองของปิลันธา ก้อนสมองนั้นจึงใช้พลังจิตบังคับให้นายแพทย์ปีติช่วยให้เธอมีร่างกายดังเดิม และเป้าหมายของปิลันธาคือวิฬารี เพราะอีกเป้าหมายสำคัญของปิลันธาคือได้ครองรักกับสักการ

นายแพทย์ปีติตกอยู่ใต้อำนาจจิตจากก้อนสมองปิลันธา เขาจึงพยายามช่วยเหลือปิลันธาเพื่อให้ได้ใช้ร่างของวิฬารี แต่ในระหว่างนี้ก้อนสมองของปิลันธาต้องการดื่มกินเลือด เขาจึงออกแบบอุปกรณ์ติดที่บริเวณก้อนสมองของปิลันธาเพื่อให้ก้อนสมองนั้นได้ดื่มกินเลือดอย่างที่ต้องการ กระทั่งคืนหนึ่งวิฬารีออกมาจากบ้านและพบก้อนสมองของปิลันธาที่ลอยอยู่ เธอถูกพลังจิตทำให้สลบ ก้อนสมองปิลันธาเข้าเกาะที่บริเวณศีรษะของวิฬารีเพื่อยึดเป็นร่างของเธอ ก้อนสมองปิลันธาควบคุมร่างวิฬารีไปหานายแพทย์ปีติเพื่อผ่าตัดให้เธอได้ใช้ร่างวิฬารีเป็นของเธอ

ฝ่ายสักการเห็นว่าคนรักหายตัวไปจึงพยายามสืบหาจนกระทั่งพบร่างวิฬารีในห้องใต้ดินบ้านนายแพทย์ปีติ ยิ่งไปกว่านั้นเขาพบว่าคนรักถูกสมองของปิลันธาควบคุมอยู่ แผนการของปิลันธาจะสำเร็จหรือไม่ สักการจะหาวิธีช่วยวิฬารีอย่างไร ต้องติดตามอ่านภายในนิยาย

ในบรรดานักเขียนนิยายลึกลับทั้งหมด ปฏิเสธไม่ได้เลยว่างานเขียนของ คุณจินตวีร์ วิวัธน์ สร้างความตื่นเต้นและน่ากลัวให้ผมได้มากที่สุดในทุกครั้งที่อ่าน ด้วยงานเขียนบรรยายฉาก บรรยากาศโดยรอบได้อย่างน่ากลัว เรื่องที่ผมชอบอ่านมาก หยิบมาอ่านบ่อยๆ คือเรื่อง ศีรษะมาร และ สาบนรสิงห์ (โดยเฉพาะสาบนรสิงห์นั้นทำให้ผมกลัวมากที่สุด เป็นเรื่องแรกที่ทำให้จดจำนามปากกานี้ได้ตั้งแต่ชั้น ป. 2) โดยเรื่อง ศีรษะมาร จำได้ว่าอ่านครั้งแรกจากการยืมห้องสมุดของโรงเรียนมาอ่าน และอ่านจนจบในเวลาไม่ถึงสัปดาห์ ผมตามหาซื้อนิยายเรื่องนี้มาเก็บไว้จนกระทั่งได้มาเก็บไว้เมื่อครั้งที่สำนักพิมพ์กรู๊ฟนำผลงานของ จินตวีร์ วิวัธน์ กลับมาพิมพ์อีกครั้ง

เสน่ห์ของเรื่อง ศีรษะมาร คือการรวมวิทยาศาสตร์และความสยองขวัญไว้ด้วยกันอย่างลงตัว ทุกการบรรยายทำให้จินตนาการได้ชัดเจน เพียงแค่คิดตามว่าตัวเอกอย่างปิลันธามีเพียงหัวลอยยามค่ำคืนเพื่อดูดเลือดก็น่ากลัวแล้ว ก้อนสมองที่มีคมเขี้ยวลอยเกาะติดบนหัวและดูดเลือดยิ่งน่าสยดสยองกว่า อีกข้อที่เป็นจุดเด่นคือ แม้งานเขียนของ จินตวีร์ วิวัธน์ ถูกเขียนขึ้นมาหลายปีแล้ว แต่เนื้อหาไม่ได้เก่าไปตามกาลเวลาที่เปลี่ยนไปเลย

ศีรษะมาร เคยสร้างเป็นละครทางช่อง 7 มาแล้วในปี 2536 (นำแสดงโดย ชฎาพร รัตนากร) ทำให้หลายคนจดจำเนื้อเรื่องและเพลงประกอบละครมาจนถึงทุกวันนี้ และได้ข่าวแว่วมาว่าจะนำมาสร้างอีกครั้งเร็วๆ นี้ เชื่อว่าหากสร้างตามบทประพันธ์โดยดัดแปลงให้น้อยสุด ศีรษะมาร จะต้องกลับมาสร้างความขนหัวลุกได้อีกแน่นอน แต่ในระหว่างที่รอการนำกลับมาสร้างเป็นละครอีกครั้ง อยากให้ลองอ่านจากเล่มนิยายดูก่อนเพื่อเตรียมความพร้อมไว้ล่วงหน้า

นิยายเรื่องนี้ค่อนข้างหนา เล่มที่ผมมีอยู่เป็นของสำนักพิมพ์กรู๊ฟ พิมพ์ในปี 2557 แบ่งเป็น 2 เล่ม รวมแล้วมี 817 หน้า ตอนนี้น่าจะพอมีอยู่ตามร้านหนังสือบางแห่ง หรือสามารถหาหนังสือได้จากเว็บไซต์ของสำนักพิมพ์กรู๊ฟหรือเว็บไซต์ร้านหนังสือต่างๆ อยากให้ลองอ่านเรื่อง ศีรษะมาร กัน แม้หนังสือจะเล่มหนา แต่ถ้าอ่านแล้วจะสนุกจนวางไม่ลงแน่นอน

 

– ศุภโชติ ไชยโย –

Don`t copy text!