
บึงร้างผีนางพราย
โดย : ทรรศิตา
![]()
อ่านเอาขอแบ่งปันเรื่องเล่าจากเงาสนธยา เรื่องลี้ลับจากประสบการณ์ตรงของ ภัทรภร มนุษย์ฟรีแลนซ์ ที่ตระเวนเดินทางทำงานไปทั่วทิศและมักได้ของแถมเป็นการพบปะทักทายจากเหล่าเพื่อนต่างมิติ และ ทรรศิตา มนุษย์ผู้ใช้ชีวิตเป็นจาริกชนคนเดินทางแสวงหาความหมายชีวิตระหว่างอดีตกับปัจจุบัน และมักผูกพันกับเรื่องลี้ลับบางอย่างเกินคาดเดา
ถนนสายหนึ่งตัดเส้นออกจากตัวจังหวัดเชียงใหม่ไปยังอำเภอรอบนอกที่อยู่ไกลสุดจนถึงชายแดนพม่า ถนนเส้นนี้ถูกตัดผ่านหลายตัวอำเภอและมีระยะทางโดยรวมแล้วยาวเกือบสองร้อยกิโลเมตร ถนนถูกตัดผ่านทุ่งนาป่าเขาทั้งสูงและต่ำ ข้ามแม่น้ำและลำห้วยหลายสาย หากคุณลองขับรถส่วนตัวที่มีสภาพดีๆ สักคันออกจากเชียงใหม่มุ่งตรงไปตามถนนสายนี้ดู แล้วคุณจะพบว่ามีอยู่ช่วงหนึ่งที่ถนนกำลังพาคุณยกตัวขึ้นสูงไปเรื่อยๆ ตามสันภูและขอบเขาที่มีฟากหนึ่งเป็นผาสูงชันและอีกฟากเป็นขอบเหวลึก จนคุณเองก็อาจไม่กล้าพอที่จะแม้แต่ชำเลืองตาดู จนกระทั่งมาถึงจุดสูงสุดก่อนถนนจะเลี้ยวหักโค้งลงไปตามสันเขาอีกครั้ง และอาจมีเพียงแวบเดียวเท่านั้นที่สายตาคุณมองไปข้างหน้าต่างกระจกรถแล้วพบว่ามีบางสิ่งปรากฏตัวอยู่เบื้องหน้าเหนือปลายยอดทิวแมกไม้ริมถนนเบื้องล่าง
มันคือเวิ้งน้ำสีเขียวมรกตอันฝังตัวอยู่ท่ามกลางป่ากว้างใหญ่ติดเชิงเขาไกลออกไป แล้วพลันภาพนั้นก็เลือนหายไปในป่าริมทางอันขึ้นมาบดบังเพราะถนนค่อยๆ ทอดตัวต่ำลง คุณอาจจะอุทานดังๆ ในใจว่า “บึงอะไร? ช่างงดงามเหลือเกิน!” แต่อย่าได้คิดแม้สักวินาทีที่อยากจะลองเลี้ยวรถลงไปดูเมื่อเจอป้ายเก่าๆ ริมทางในอีกนาทีต่อมาว่า “ทางไปบึงมรกต” หากคุณยังไม่เคยได้ยินเรื่องนี้
ได้ยินมาว่า “บึงมรกต” นี้ เดิมไม่ได้มีชื่อเช่นนี้แต่ด้วยมีน้ำในบึงใสแจ๋วจนเป็นสีเขียวมรกตดูงดงามสะดุดตานั่นเอง เวลาต่อมาจึงมีผู้คนตั้งชื่อให้ดังกล่าว บึงมรกตเป็นบึงกว้างพอสมควรตั้งอยู่กลางป่าห่างจากถนนหลวงลงมาไม่ไกลนัก สภาพโดยรอบบึงเป็นตลิ่งดินเหนียวปนกรวดหินแข็งค่อนข้างสูงชันฟากหนึ่งอยู่ใกล้เชิงเขาค่อนข้างสูง ส่วนอีกฟากตรงกันข้ามเป็นเนินทรายพื้นราบลาดตัวลงไปสู่บึงอันมีริมตลิ่งไม่สูงนัก ชาวบ้านแถบนั้นเล่าว่า…
“บึงนี้มีมานานแล้วเหมือนกับว่ามันเกิดมาพร้อมกับป่ากับเขาที่นี่ แต่ไม่ค่อยมีใครกล้าเข้าไปใกล้บึงนั้นนักหรอก..เพราะมันมีเจ้าที่เจ้าของค่อนข้างแรง!”
“แรงขนาดไหน…ถึงตายไหม?” มีคนเคยถามแล้วก็ได้คำตอบที่ชวนให้ขนลุกว่า
“ก็จับไข้หัวโกร๋นกลายเป็นผีบ้าผีบอหรือถึงตายก็มี แต่ก็มีบางรายที่หายตัวไปเลยยังค้นหาไม่เจอจนเท่าทุกวันนี้!”
เหตุการณ์ที่ว่านี้มักเกิดขึ้นซ้ำๆ ตั้งแต่อดีตเรื่อยมาและคนที่ตายมักจะเป็นผู้ชาย ถ้าไม่เกิดอุบัติเหตุตรงทางโค้งเหนือบึงนั้นก็มักจะจมน้ำตายในบึงเพราะลงไปเล่นน้ำหรือไปหาปลาแล้วเผลอตกลงไปในส่วนที่ลึกที่สุดของบึงแล้วจมหายไปเลย กว่าจะหาศพเจอก็อีกวันต่อมา
มีผู้เล่าว่า..เจ้าของบึงเป็นหญิงสาวผมยาวผิวขาวสวมเสื้อและนุ่งผ้าซิ่นอย่างผู้หญิงในสมัยโบราณ เพราะในคืนวันพระจันทร์เต็มดวงหรือคืนเดือนดับ มักมีผู้คนพบเห็นผู้หญิงลักษณะนี้ยืนริมถนนตรงทางโค้งเหนือบึงนั้นเสมอจนเป็นที่รู้กันดีของคนขับรถสัญจรผ่านเส้นทางหลวงสายนี้ ดังนั้นหากไม่จำเป็นจริงๆ ก็จะไม่มีใครอยากเสี่ยงขับรถผ่านมาทางนี้ในเวลาค่ำคืน
เคยมีเหตุการณ์สะเทือนขวัญเมื่อหลายปีก่อน ซึ่งมักถูกชาวบ้านเล่าถึงเสมอ คือเหตุการณ์ที่ “พวกกรมทางหลวง” ซึ่งเป็นชื่อที่ชาวบ้านมักเรียกผู้ที่มาซ่อมบำรุงหรือมาตัดถนนหนทางสายนี้ ได้มาซ่อมขยายถนนแล้วพบกับเหตุการณ์ที่กระชากขวัญจนลืมไม่ลง
เรื่องมีอยู่ว่า กลุ่มคนงานซ่อมถนนซึ่งมีประมาณสิบกว่าคนได้ทำการซ่อมถนนมาเรื่อยๆ จนมาถึงบริเวณนี้ ซึ่งต้องใช้เวลาทำหลายวัน เมื่อถึงวันแรกหัวหน้าช่างก็ได้สำรวจหาที่สำหรับพักรถและที่สร้างแคมป์สำหรับให้คนงานพัก หัวหน้าช่างได้สำรวจมาจนถึงบริเวณใกล้บึงและเหมือนมีบางสิ่งมาดลใจให้เขาเดินจากถนนลงมาด้านล่างตามถนนร้างจนได้พบกับบึงมรกตที่มีน้ำใสสะอาดสะท้อนสีท้องฟ้าระยิบระยับจับตาจับใจ อีกทั้งบริเวณรอบๆ บึงเต็มไปด้วยป่าไม้ยืนต้นสูงดูร่มรื่นทั้งมีสายลมพัดเย็นสบายต่างจากบริเวณอื่นๆ ที่ผ่านมา เขาจึงตกลงใจสร้างแคมป์ที่พักตรงนี้โดยไม่คาดคิดว่าจะมีเหตุการณ์ที่น่าหวาดกลัวเกิดขึ้น
วันนั้นเป็นคืนพระจันทร์เต็มดวง คนงานที่ทำงานมาหลายคนมีเหตุให้ต้องเดินทางเข้าไปในเมือง บางคนขอกลับบ้านของตนที่อยู่ไกลออกไปเพราะเป็นวันสิ้นเดือนพอดี คงเหลือแต่เพียงผู้ชายสองคนเฝ้าแคมป์ คนแรกชื่อ ยงยศ อายุประมาณสี่สิบปี ส่วนอีกคนยังเป็นวัยรุ่นอยู่อายุสิบเก้าปีชื่อ อุดม
เรื่องนี้ฟังจากคำบอกเล่าของ อุดม เขาเล่าให้ตำรวจและชาวบ้านฟังว่า ค่ำวันนั้นอุดมและน้ายงยศได้ก่อไฟหุงหาอาหารกินกันตามปกติเช่นทุกวัน หากวันนี้แตกต่างออกไปตรงที่ไม่มีเสียงคนงานให้มีบรรยากาศคึกคักเหมือนเคย มันเป็นค่ำคืนที่เงียบสงัดและเยือกเย็นผิดปกติ เขากับน้ายงยศได้ก่อกองไฟต้มน้ำชงเครื่องดื่มกินทั้งนั่งคุยกันหน้าเต็นท์ที่พักเหมือนเช่นทุกคืน มองออกไปตรงบึงมรกตซึ่งสะท้อนสีเงินของพระจันทร์วันเพ็ญอันเริ่มปรากฏดวงขึ้นที่ขอบฟ้าด้านทิศตะวันออก ยิ่งพระจันทร์ขึ้นสูงเท่าใดก็เหมือนกับว่าบริเวณรายรอบบึงยิ่งผิดแผกออกไปจากปกติธรรมดาเท่านั้น มันเหมือนเป็นโลกอีกโลกหนึ่งที่ดูสลัวลางอยู่ท่ามกลางแสงจันทร์ราวกับว่ามีม่านหมอกสีขาวบางๆ มาปกคลุมไว้ จนกระทั่งดึกสงัดก็พลันปรากฏร่างผู้หญิงผมยาวนางหนึ่งสวมเสื้อแขนยาวสีน้ำเงินเก่าๆ นุ่งผ้าซิ่นสีน้ำตาลแก่คล้ำมีเชิงซิ่นลวดลายแปลกตาเดินช้าๆ ตรงเข้ามาหาชายทั้งคู่ เมื่อมาถึงนางพูดเบาๆ กับน้ายงยศว่า
“พี่พักอยู่ที่นี่หรือ? ฉันขออาศัยพักด้วยสักคืนได้ไหม? ฉันหลงทางมา!”
นางพูดเสียงแผ่วเบาราวดังมาจากที่ไกลๆ หากฟังชัดเจน แต่แปลกตรงที่นางจ้องมองไปที่น้ายงยศเท่านั้น กลับไม่มองมาที่อุดมเลยทั้งที่นั่งอยู่ด้วยกัน
“น้องมาจากไหน..เป็นคนแถวนี้หรือ?” น้ายงยศถาม นางตอบว่า
“ใช่ บ้านน้องอยู่ไกลออกไปจากที่นี่มาก น้องมัวเพลินหาของป่าจนหลงทางกว่าจะออกมาได้ก็มืดค่ำพอดี พอเห็นแสงไฟที่พี่ก่ออยู่เลยลองลงมาดู”
อุดมสังเกตว่า เวลาผู้หญิงร่างนั้นพูดดูนางไม่มีความหวาดกลัวต่อสิ่งใดเลย นางค่อยๆ นั่งลงบนพื้นทรายตรงหน้าเขาและน้ายงยศ แต่เด็กหนุ่มกลับมองข้ามความผิดปกตินี้ไปเพราะแสงไฟจากกองฟืนที่ลุกอยู่ทำให้มองเห็นดวงหน้าร่างนั้นค่อนข้างชัด หญิงสาวมีผมยาวสลวยปล่อยผมให้สยายยาวลงไปด้านหลังจนเกือบถึงเอว ผิวนางขาวเนียนสวยเกินกว่าจะเป็นผิวหญิงสาวชาวบ้านทั่วไป ดวงตาทั้งคู่ดูหม่นเศร้าหากบางครั้งก็เหม่อมองออกไปไกลบางครั้งก็ลุกวาวจ้องเขม็งมา มีเพียงวาบวินาทีเดียวเท่านั้นที่นางนั้นมาสบตาอุดม เด็กหนุ่มพลันรู้สึกง่วงงุนขึ้นมาทันทีจนต้องลุกขึ้นขอตัวเข้าเต็นท์ไปนอน แต่เขาก็ไม่ได้ปิดหน้าเต็นท์ยังคงนอนแล้วมองมาที่ชายหญิงทั้งคู่ซึ่งกำลังคุยกันอยู่ มีอยู่ช่วงหนึ่งที่อุดมได้ยินหญิงผู้นั้นถามน้ายงยศว่า
“พี่มีเมียหรือยัง?” แต่เขายังไม่ทันได้ยินน้ายงยศตอบหญิงคนนั้นไปว่าอย่างไรเพราะสติดับวูบหลับลงไปเสียก่อนจนกระทั่งมาตื่นขึ้นอีกทีก็รุ่งเช้าแล้ว
เมื่ออุดมลุกขึ้นออกจากเต็นท์มาก็พบว่าน้ายงยศและผู้หญิงนางนั้นได้หายไปเสียแล้ว เขาคิดว่าน้ายงยศคงไปส่งหญิงชาวบ้านนางนั้นไม่ช้าก็คงรีบกลับมาก่อนหัวหน้างานมาถึง จนกระทั่งหัวหน้าและหมู่คนงานได้กลับมาเข้าทำงาน ทุกคนต่างถามถึงยงยศซึ่งเด็กหนุ่มก็ตอบตามความคิดของตน ทุกคนจึงได้ขึ้นไปทำงานต่อ จนกระทั่งถึงเที่ยงยงยศก็ยังไม่กลับมา จนหัวหน้างานเองก็แปลกใจเพราะยงยศไม่เคยเหลวไหลกับการทำงาน เขาเป็นคนจริงจังต่องานมาก ลางสังหรณ์ใจแปลกๆ ของอุดมทำให้เด็กหนุ่มผละจากงาน ลองเดินลงไปสำรวจอีกครั้งเขาพบรอยเท้าที่อยู่ไม่ไกลจากกองไฟที่ก่อเมื่อคืนนัก แต่แปลกตรงที่มันมีเพียงคู่เดียวเท่านั้น รอยเท้านั้นเดินตรงไปเรื่อยๆ จนถึงขอบตลิ่งริมบึง เมื่อเด็กหนุ่มมองตามรอยเท้านั้นลงไปอีกก็พลันอุทานส่งเสียงร้องออกมาด้วยความตกใจสุดขีดจนแทบจะไม่เป็นภาษาคน เพราะท่ามกลางน้ำในบึงอันใสแจ๋วมีร่างซีดเผือดของน้ายงยศลอยคว่ำหน้าอยู่ อุดมตะเกียกตะกายวิ่งขึ้นมาบนฝั่งพลางตะโกนเรียกหัวหน้าและกลุ่มคนงานอย่างสุดชีวิตก่อนล้มลง
“ช่วยด้วยๆ น้ายงยศจมน้ำตาย!”
ทุกคนที่อยู่ตรงนั้นต่างรีบวิ่งลงมาเมื่อรู้สาเหตุก็ตรงไปที่บึงมรกตทันทีและช่วยกันลงไปนำร่างยงยศขึ้นมาจากน้ำ แล้วก็ให้สลดหดหู่ใจเมื่อพบว่ายงยศไม่มีลมหายใจแล้ว! หัวหน้าคนงานพูดขึ้นเบาๆ ว่า
“ดูสภาพศพ…ยงยศน่าจะตายตั้งแต่เมื่อคืนแล้ว!” เด็กหนุ่มถึงกับเข่าอ่อนทรุดยวบลงอีกครั้ง
หลังจากเหตุการณ์ในครั้งนั้นนั่นเอง ทุกคนในที่นั้นจึงได้ทราบเรื่องราวจากปากชาวบ้านที่มาดูพร้อมกับตำรวจและเจ้าหน้าที่เก็บศพถึงความอาถรรพ์แห่งบึงมรกตนี้ อุดมและคนงานบางคนขอลาออกจากงานกลับบ้านเพราะหวาดกลัวต่อเรื่องราวที่เกิดขึ้น โดยเฉพาะอุดม ภาพใบหน้าอันน่ากลัวของผู้หญิงคนนั้นยังติดตาเขาอยู่ เด็กหนุ่มเล่าให้ฟังอีกว่า หลายครั้งที่เขาเคยนั่งรถผ่านไปบนถนนสายนั้นและผ่านตรงบึงนั้นครั้งใด เป็นต้องหลับตาลงไม่กล้ามองลงไปที่บึงนั้นอีกเลย ด้วยกลัวว่าแค่เพียงเสี้ยววินาทีที่สายตามองลงไป เขาอาจจะพบกับร่างของผู้หญิงคนหนึ่งยืนอยู่ตรงริมบึงนั่นและหันขึ้นมาจ้องมองเขาอยู่!

- READ ฆาตกรรมที่หนองระหาน
- READ บึงร้างผีนางพราย
- READ วัดร้าง
- READ ผีเรียก Grab
- READ คืนวันพระจันทร์ดับ
- READ เสียงเรียกจากหลุม
- READ บ้านเช่า
- READ ยายทวด
- READ ผีลำน้ำสามแพร่ง
- READ เปรตดงตาลสามต้น
- READ ผีนัดหลังเที่ยงคืน
- READ หลวงพระบางรำลึก ตอน "เงามืดปริศนา"
- READ ผีกลิ้งไห
- READ จิตสังหรณ์
- READ หนองบัวแดง
- READ ปอบซูดหมู
- READ อย่าลืมฉัน
- READ ทุ่งกุลากับเสียงเรียกในยามวิกาล
- READ ดอนปู่ตา
- READ พรายหนองโหง
- READ วิญญาณออนไลน์
- READ ผีไล่ควาย
- READ ร่างวิญญาณ
- READ ผีต้นบากใหญ่
- READ ปอบผีสาว
- READ เปรตหนองขี้ทูด
- READ ดงหนองแสง
- READ ถนนสายนี้...ผีดุ (ภาค 2)
- READ บึงผีพราย
- READ ถนนสายนี้...ผีดุ (ภาค 1)
- READ คืนไล่ผีปอบ
- READ โรงแรมเด็กหัวโต
- READ สังขละบุรีในตำนาน (ตอนที่ 2)
- READ สังขละบุรีในตำนาน (ตอนที่ 1)
- READ หาดใหญ่ทัก...(แบบเบาๆ)
- READ สาวน้อยในห้องน้ำ
- READ เหตุเกิดที่ทองผาภูมิ #3
- READ โรงเรียนวิญญาณหลอน
- READ ผีสางนางน้ำบ่อ
- READ เหตุเกิดที่ทองผาภูมิ #2
- READ เหตุเกิดที่ทองผาภูมิ #1
- READ ว่านผีโพง






