ลามิลืม บทที่ 26 : เลิกแล้วต่อกันจริงๆ ใช่ไหม?

ลามิลืม บทที่ 26 : เลิกแล้วต่อกันจริงๆ ใช่ไหม?

โดย : กุลวีร์

ลามิลืม นวนิยายออนไลน์ โดย กุลวีร์ ที่อ่านเอาอยากให้คุณได้อ่านออนไลน์ เรื่องราวของทิวพนม สัตวแพทย์หนุ่มผู้มองโลกในแง่ดี มีหัวใจอบอุ่นงดงาม จะต้องผ่านความทุกข์ และการจากลาอีกกี่ครั้ง คงมีแต่ความรัก หัวใจอันเข้มแข็งและเด็ดเดี่ยวเท่านั้น ที่จะพาให้ชายหนุ่มผ่านวันเวลาอันยากลำบากไปได้ในที่สุด

นรวิชญ์นั่งอยู่ในห้องประธานบริษัทซึ่งเป็นกิจการของครอบครัวที่สืบทอดต่อจากบิดา โดยเฉพาะงานก่อสร้างที่ประมูลได้ก็ทำกำไรให้แก่บริษัทค่อนข้างมาก ด้านการงานเป็นไปด้วยดีเหมือนด้านความรัก ทว่าเรื่องที่บิดามอบหมายให้ทำนั้นก็ยังคงมืดมนมาช่วงระยะเวลาหนึ่ง หากบัดนี้เริ่มมีแสงสว่างให้มองเห็นทางในการตามหาพี่ชายต่างมารดา

มือขวาของเขาถือโทรศัพท์มือถือซึ่งมีรูปถ่ายในงานเลี้ยงค่ำคืนนั้นที่ไปกับสาวคนรัก ส่วนมืออีกข้างกำแหวนซึ่งใช้เป็นจี้ห้อยไว้กับสร้อยคอ เสียงเคาะประตูห้องทำให้เขาละสายตาจากภาพในมือถือ เงยศีรษะขึ้นมองคนที่เดินมาหาเขาถึงโต๊ะทำงาน

“หายหน้าไปเป็นเดือน คงไปเที่ยวสนุกกับรัณย์มาละสิ” นรวิชญ์เอ่ยทักหญิงสาวที่มีหน้าตาสดใส แย้มยิ้มด้วยความเบิกบานใจ

หล่อนมีนามว่า…ตติยาหรือตันหยง ซึ่งเป็นบุตรสาวของน้าสาวจึงเป็นลูกพี่ลูกน้องกัน เมื่อตติยาเข้ามาเรียนในกรุงเทพฯ เขาต้องหาที่พักอาศัยให้หล่อนและยังหางานให้ทำเมื่อหล่อนเรียนจบ นอกจากนั้นเขายังเป็นพ่อสื่อให้ฝ่ายหญิงคบกับเพื่อนชายได้สำเร็จ แม้จะรักๆ เลิกๆ กันบ้างก็ตาม

“ไม่ใช่อย่างที่พี่วิชญ์คิดหรอกค่ะ ตั้งแต่วันนั้นที่ตันหยงมาบอกว่าจะกลับไปอยู่กับพ่อ แล้วแอบเห็นพี่รัณย์อยู่หน้าโรงพยาบาล ตันหยงก็เปลี่ยนใจ ขอพ่อไปต่างประเทศคนเดียว เพิ่งกลับมาเมื่อวานนี้เองค่ะ”

“อ้าว! อย่างนี้ รัณย์ก็ยังไม่ได้ง้อตันหยงเลยสิ”

“หมดโอกาสคืนดีกันแล้วค่ะ สำหรับพี่รัณย์คงพอกันที ตันหยงให้อภัยหลายครั้งแล้ว ครั้งนี้เลิกกันล้านเปอร์เซ็นต์ ไม่ขอทนกับคนไม่รู้จักพออีกแล้วค่ะ”

เขาอยากพูดแก้ตัวให้เพื่อนชายจอมเจ้าชู้ แต่ดูเหมือนอีกฝ่ายจะรู้ทัน ตติยาเอ่ยแทรกขึ้นมาก่อน

“พี่วิชญ์ไม่ต้องมาพูดเพื่อให้ตันหยงเปลี่ยนใจหรอกนะคะ ตันหยงคิดดีแล้ว มั่นใจและแน่ใจที่สุดที่จะขอโบกมือลา ช่วงที่ไปพักผ่อนในต่างประเทศ ตันหยงเพิ่งรู้ว่าชีวิตที่ไม่มีพี่รัณย์ก็สบายใจมากเลยค่ะ ไม่ต้องมาคอยระแวง ไม่ต้องระวังว่าพี่รัณย์จะไปนอนกับใคร ฝากบอกพี่รัณย์ด้วยนะคะไม่ต้องมายุ่งกับตันหยงอีก เลิกแล้วต่อกันน่าจะดีกว่า”

“พี่อุตส่าห์ดีใจ คิดว่าจะจับคู่ให้เรากับเพื่อนพี่ได้สำเร็จซะแล้ว เป็นอย่างนี้ ความฝันของพี่ก็มลายหายหมด กะว่าจะเดินขึ้นเวทีประกาศให้รู้ทั่วกันว่า ที่เจ้าบ่าวเจ้าสาวได้เจอกันเพราะพี่เอง คำพูดที่เตรียมไว้ก็คงไม่ได้พูด”

“ไม่ต้องนึกถึงงานแต่งของตันหยงหรอกค่ะ คงอีกนาน” ตติตาหัวเราะให้กับความคิดของเขา

“พูดอย่างนี้ จะรักใครก็รักยากละสิ คงเข็ดกับผู้ชายใช่ไหม”

“ถ้าผู้ชายเจ้าชู้ ตันหยงขอสาปส่ง อย่าเข้ามาในชีวิตอีกเลยค่ะ หากเจอใครที่ชอบหรือคนที่ใช่ ตันหยงจะพามาให้พี่วิชญ์ได้รู้จัก แต่ไม่ใช่พี่รัณย์แน่นอนที่จะมาเป็นเจ้าบ่าวของตันหยง” หล่อนพูดชัดถ้อยชัดคำ

“มั่นใจเหลือเกินนะ ครั้งนี้คงเลิกกันจริง พูดแบบนี้คงไม่คิดรีเทิร์น หมดโอกาสลุ้นเลย”

“ไม่ต้องลุ้นอีกแล้วค่ะ ไม่มีทางที่ตันหยงจะกลับไปคบพี่รัณย์” หล่อนประกาศกร้าวด้วยน้ำเสียงจริงจัง

เขาอดใจหายแทนเพื่อนชายไม่ได้ นี่คงเป็นจุดจบของคนเจ้าชู้ซึ่งไม่รู้จักพอ สุดท้ายก็เสียคนที่รักมากไปโดยไม่มีวันได้กลับคืน

“ที่มาหาพี่วิชญ์วันนี้ นอกจากจะมาคืนกุญแจคอนโดให้แล้ว ตันหยงได้ยินพ่อบอกว่าพี่วิชญ์จะแต่งงาน จะแต่งวันไหนคะ ถามพ่อ พ่อก็ไม่ยอมบอกว่าวันไหน ตันหยงต้องมาถามด้วยตัวเอง”

นรวิชญ์บอกวันเวลาสถานที่ของงานวิวาห์ที่กำลังจะจัดขึ้นในวันข้างหน้า

“อีกไม่กี่อาทิตย์ ทำไมเพิ่งจะบอกตันหยง แล้วจะหาชุดใส่ไปงานได้ทันไหมคะ” ตติยาถามเขา

“ก็เราไม่อยู่ให้บอก โทรไปก็ติดต่อไม่ได้”

“พรุ่งนี้ตันหยงจะกลับไปอยู่กับพ่อจริงๆ ส่วนงานที่นี่ ตันหยงยื่นใบลาออกไปแล้วตั้งแต่คราวนั้น พี่วิชญ์คงทราบ ขอบคุณมากนะคะที่ช่วยเหลือกันมาตลอด คงเจอกันอีกทีในงานแต่งของพี่วิชญ์ เอ๊ะ! พี่วิชญ์กำลังดูอะไรอยู่หรือคะ แหวนนั่นเอง ทำไมพี่วิชญ์มีแหวนสองวง” ตติยาเห็นของในมือเขา

“แหวนวงนี้ พ่อให้พี่มา ส่วนแหวนหมั้นก็อยู่ในนิ้วนี่ไง” เขายกมือซ้ายให้หญิงสาวได้เห็นแหวนที่สวมนิ้วนางไว้

“ตันหยงไม่ชอบผู้ชายใส่แหวน ดูยังไงก็ไม่รู้ ยิ่งใส่แหวนนิ้วนางข้างซ้ายด้วยแล้วก็ยิ่งไม่ชอบ”

“คนมีเจ้าของ เราจะไปชอบเขาได้ยังไง”

“ก็ใช่น่ะสิคะ แต่ผู้ชายที่ไม่ได้สวมแหวนที่นิ้วนางข้างซ้ายก็ต้องดูดีๆ นะคะ เผื่อจะเป็นเพื่อนสาว”

“มันก็ไม่แน่เสมอไป บางคนสวมแหวนเพราะความจำเป็น เมื่อมีของก็ต้องนำมาใช้ แต่พี่เป็นคนไม่ชอบสวมแหวนอยู่แล้ว ก็เลยนำมาห้อยคอ” เขาโชว์แหวนที่คล้องกับสร้อยคอไว้ “แต่แหวนหมั้นเลี่ยงไม่ได้ ยังไงก็ต้องสวม”

“ขอดูแหวนได้ไหมคะ” ตติยายื่นมือออกมา เมื่อรับแหวนไปดูใกล้ๆ ก็ถามขึ้นอีก “ช.ว. ย่อมาจากอะไรคะ”

“ชิษณุวงศ์ นามสกุลของพี่ แค่นี้ก็จำไม่ได้”

“ใช่แล้วค่ะ คงเป็นแหวนประจำตระกูล”

“พ่อพี่ให้พี่เก็บไว้ พี่จะส่งต่อให้ลูกของพี่ด้วย”

“เก็บไว้ให้ลูกของพี่วิชญ์แล้วจะเอามาห้อยคอทำไมคะ” คนพูดยังจ้องมองแหวนไม่วางตา ราวกับจะจดจำทุกรายละเอียดของแหวนให้ครบถ้วน

หากเขาดูท่าทางของหญิงสาวตรงหน้า คงไม่อยากได้คำตอบมากนัก จึงไม่ได้ตอบไปว่าเพื่อใช้ตามหาคนบางคน ซึ่งกำลังจะได้พบในไม่ช้า

ตติยาส่งแหวนคืนให้เขา จากนั้นก็ขอตัวกลับ หากยังเน้นย้ำว่าจะไปช่วยบริหารงานในโรงพยาบาลสัตว์ที่บิดาเป็นเจ้าของ หล่อนคงไม่อยากเจอหน้าหิรัณย์จึงย้ายไปอยู่กับบิดา การเป็นพ่อสื่อของเขาจึงไม่ประสบผลสำเร็จอย่างที่อยากให้เป็น

ถ้าเพื่อนของเขารู้ว่าตติยาไม่คิดหวนคืนจะเป็นเช่นไร

เมื่อนั่งอยู่ในห้องเพียงลำพังตามเดิม นรวิชญ์กลับมามองรูปถ่ายในมือถืออีกครั้ง เขาเพิ่งเห็นภาพนี้ในโลกโซเชียล หากคนในภาพทำให้เขาสนใจขึ้นมา ทว่าไม่ใช่ว่าที่เจ้าสาว แต่เป็นสาวน้อยในชุดนักศึกษาที่เคยเจอกันในงานเลี้ยงคืนนั้น ผู้ที่บอกเขาว่าพี่ชายมีแหวนเหมือนกับเขา!

นรวิชญ์ต้องหาเวลาว่าง ชวนกานต์สินีไปพบนักศึกษาสาวผู้นั้นในสถานที่ที่เคยไปเยือน เพื่อให้เจอตัวคนครอบครองแหวนซึ่งอาจจะเป็นบุคคลที่บิดาต้องการให้ตามหาอยู่ก็ได้

หลังจากตติยาออกไปจากห้องทำงานของเขาเกือบหนึ่งชั่วโมง หิรัณย์ก็โผล่มาให้เขาเห็นหน้าเช่นกัน เหมือนคนทั้งสองตั้งใจมาพบเขาในวันเดียวกันแต่คนละเวลา หากเพื่อนชายนั้นมีหน้าตาบอกบุญไม่รับ ตรงข้ามกับหญิงสาวที่เขาเจอก่อนนั้นมีสีหน้าสดใส

“แย่มากๆ ฉันตามหาตันหยงไม่เจอเลย” หิรัณย์เอ่ยทันทีที่ลงนั่งเก้าอี้ตรงข้ามเขาอย่างคนหมดเรี่ยวหมดแรง

“สาบานว่าที่หายหน้าไปเป็นเดือน คือไปตามง้อตันหยง แล้วเพิ่งจะมาบอกฉันว่ายังไม่ได้คืนดีกัน”

“ฉันจะตามไปง้อ แต่ไม่เจอตันหยงเลย ไปดักรอเป็นอาทิตย์ ไม่เห็นจะมีวี่แววว่าตันหยงจะไปช่วยพ่อทำงานที่โรงพยาบาลสัตว์อย่างที่แกว่าเลย”

“แล้วแกหายหัวไปไหนต่อตั้งหลายวัน” เขาจ้องมองเพื่อนชายทั้งที่พอจะรู้คำตอบเป็นอย่างดี

หิรัณย์ตอบด้วยเสียงเบาเหมือนคนถูกรู้ทัน “ฉันก็ไปหาความสำราญตามประสาคนอย่างฉันบ้างสิ แกอย่ามาคาดคั้นกันเลย จะได้อะไรขึ้นมา มันผ่านไปแล้ว”

“สมควร สมน้ำหน้าที่ตันหยงคิดจะเลิกกับแกจริงๆ ถ้าแกมาบอกฉันสักนิดว่ายังไม่คืนดีกัน ฉันก็จะช่วยได้หรอก”

“แกอย่าเพิ่งมาโทษฉัน ฉันแค่ให้เวลาตันหยงไปคิดบ้าง บางทีการห่างกันสักพัก อาจทำให้ตันหยงคิดถึงฉัน คงง้อได้ง่ายขึ้น ไม่ต้องพูดอะไรมาก”

เขาส่ายหัวให้กับความคิดของเพื่อน “คิดอย่างนี้นี่ไง ตันหยงถึงไปจากแกจริงๆ ฉันช่วยอะไรไม่ได้แล้ว จากนี้อยู่ที่ตัวแกเอง ขอให้โชคดี”

หิรัณย์เป็นลูกคนรวย ทายาทพันล้าน ไม่ต้องทำงานอะไรก็มีเงินใช้อย่างมากมายและบิดายังเป็นคนที่เอ่ยชื่อก็มีแต่คนรู้จัก หากน้อยคนนักถึงจะรู้ว่ามีเพื่อนของเขาเป็นลูกชาย หิรัณย์จึงอยู่อย่างสบาย ใช้จ่ายเงินเพื่อหาสิ่งสำราญไปวันๆ

“แกจะบอกอะไรก็พูดมาเถอะ ฉันยังไม่เข้าใจ”

“ก่อนแกจะมาหาฉัน ตันหยงเข้ามาพบฉัน แกยังไม่รู้สินะ ตันหยงไม่ได้ทำงานที่นี่แล้ว คงไม่อยู่ในกรุงเทพ ตั้งใจหนีหน้าแกจริงๆ ตันหยงกลับไปอยู่กับพ่อ โรงพยาบาลสัตว์ที่ฉันเคยบอกนั่นแหละ ส่วนที่แกไปหาแล้วไม่เจอคราวก่อนก็เพราะตันหยงหนีไปอยู่ต่างประเทศ” เขาบอกเพื่อนไปตามความจริงเท่าที่ได้รู้มาจากปากตติยา

“ฉันจะไปตามง้อตันหยงอีกที ฉันเชื่อว่าตันหยงต้องให้โอกาสฉันเหมือนที่แล้วมา”

“ถ้าแกไม่อยากเสียตังหยงไป ก็เลิกเถอะ นิสัยเจ้าชู้ที่ชอบไปนอนกับสาวๆ ไม่เลือกหน้า เป็นใคร ใครก็เลิก ถ้าแฟนจะไปมีอะไรกับคนอื่น ทั้งที่คบกันอยู่”

นรวิชญ์เลือกที่จะไม่บอกเพื่อนว่าตติยานั้นปิดโอกาสที่จะคืนดีกันอีกแล้ว เพื่อไม่ให้หิรัณย์สูญเสีย ความเชื่อมั่น หากเพื่อนชายเปลี่ยนนิสัยก็อาจจะได้หญิงสาวผู้เป็นที่รักกลับคืนมา พ่อสื่อเช่นเขาก็คงสมความตั้งใจ

“แกไปกับฉันหน่อยสิ ถ้าพ่อของตันหยงเจอแก ฉันอาจจะเข้าไปง้อตันหยงได้ง่ายหน่อย”

“จะเอาฉันไปเป็นไม้กันหมาก็พูดมาเถอะ แต่ตอนนี้งานฉันยุ่งมาก คงไม่มีเวลาไปกับแกได้หรอก” นอกจากงานในบริษัทแล้วเขายังมีภารกิจตามหาพี่ชายต่างมารดาอีกด้วยจึงไปช่วยเพื่อนไม่ได้ คงมีเพียงคำแนะนำให้เท่านั้น

“ฉันแค่ลองชวนดู เผื่อแกจะไปด้วยกันได้ ไม่ว่ายังไงฉันจะต้องคืนดีกับตันหยงให้ได้” หิรัณย์เอ่ยด้วยเสียงหนักแน่น

“ขอให้แกโชคดีแล้วกัน ถ้าหยุดนิสัยมักมากหรือเจ้าชู้ได้ ชีวิตแกคงจะดีกว่านี้ แกยังจำได้ใช่ไหม โรงพยาบาลสัตว์ของพ่อตันหยงอยู่ที่ไหน”

“จำได้อยู่แล้วไม่ต้องห่วง” หิรัณย์ลุกขึ้นยืน “ฉันต้องไปเตรียมตัวก่อน คราวนี้รู้แน่แล้วว่าตันหยงอยู่ไหน เชื่อมือฉันได้เลยไม่เกินหนึ่งอาทิตย์ แกจะได้เห็นฉันคืนดีกับตันหยงแน่นอน”

นรวิชญ์ก็อยากให้เป็นไปตามคำพูดของเพื่อนชายซึ่งดูมั่นอกมั่นใจเหลือเกิน แต่เขายังกังวล เพราะตติยาก็ยืนยันอย่างมั่นใจเช่นเดียวกันว่าจะไม่กลับมาคบกับหิรัณย์อีกแล้ว ถ้าฝ่ายหญิงทำตามที่พูดไว้จริงๆ เขากลัวเพื่อนชายจะมุทะลุ ทำทุกอย่างเพื่อให้ได้สิ่งที่ต้องการ

อยู่ดีๆ นรวิชญ์ก็เกิดลางสังหรณ์ว่าสองคนนี้จะจบกันไม่สวยและคงไม่ได้ลงเอยกันด้วยการแต่งงานเหมือนคู่ของเขา หากใจจริงนั้นก็อยากเห็นคนที่เป็นเสมือนน้องสาวและเพื่อนสนิทมีชีวิตรักไม่ต่างจากเขา

 ไม่มีใครรู้ว่าอนาคตจะเกิดเหตุการณ์ใด ถ้าเขารู้ก็คงไม่ปล่อยให้เพื่อนชายไปง้อสาวเพียงลำพังจนเกิดเหตุร้ายแรงตามมา

 



Don`t copy text!