มหาวิทยาลัยในเงามืด

มหาวิทยาลัยในเงามืด

โดย : เจริญขวัญ แพรกทอง บลาฮาสสกี้

Loading

“อเมริกันคัน” เรื่องราวเกี่ยวกับอเมริกาในบางแง่มุมในอเมริกาที่หลายคนไม่เคยรู้หรือเคยรับรู้มาบ้าง แต่อาจมองไม่เห็นภาพรวมชัดเจน เจริญขวัญ แพรกทอง บลาฮาสสกี้ เจ้าของคอลัมน์ที่เขียนลงในต่วยตูนมาถึง 10 ปี นำมาเขียนเล่าสู่กันฟังแบบสนุกๆ เหมือนการเล่าให้เพื่อนฟัง โดยคงบุคลิก “ต่วยตูน” ดั้งเดิมเอาไว้คือสาระและบันเทิง

มั่นใจว่าทุกมหาวิทยาลัยมีตำนานสยองขวัญหรือเรื่องลึกลับเล่าสู่กันฟัง อย่างตำนานวิญญาณในลิฟต์แดงที่ธรรมศาสตร์ ส่วนมหาวิทยาลัยอื่น ๆ น่าจะมีเรื่องแนวนี้เล่าขานสืบต่อกันมาทุกรุ่น แล้วมหาวิทยาลัยในอเมริกาล่ะ มีเรื่องสยองขวัญแบบนี้บ้างไหม…? อยากบอกว่ามีเยอะไม่แพ้ที่ใดในโลกเลยเหมือนกัน

ในมหาวิทยาลัยรัฐมิชิแกน มีภาพวาดพระแม่มารี นักศึกษาพูดเป็นเสียงเดียวกันว่า เวลาเดินผ่านห้องนี้ พระแม่มารีมองตามพวกนักศึกษาเขม็ง แสดงว่าวาดได้เหมือนจริงจนหลอนนั่นเอง

นอกจากนี้เชื่อว่ามีห้องใต้ดินสำหรับขังนักโทษอยู่ใต้มหาวิทยาลัย นั่นมีความจริงเพียงบางส่วน เพราะมีอุโมงค์ใต้มหาวิทยาลัยจริง แต่เป็นเพียงอุโมงค์ที่ถูกสร้างขึ้นเพื่อเป็นสาธารณูปโภคของมหาวิทยาลัยเท่านั้น ไม่ใช่อุโมงค์สำหรับกักขังนักโทษแต่อย่างใด

มีตำนานและเรื่องเล่าลักษณะเดียวกันที่มหาวิทยาลัยอิลลินอยส์เออร์แบนา-แชมเปญจน์ นักศึกษาเชื่อว่าใต้อาคารเรียนภาษา มีห้องแห่งความลับที่มีซูเปอร์คอมพิวเตอร์ซ่อนอยู่ คล้าย ๆ กับเป็นฐานทัพลับของรัฐบาลอะไรแบบนั้น

นักศึกษาหญิงคนหนึ่งฆ่าตัวตายในสระว่ายน้ำของมหาวิทยาลัยอิลลินอยส์เออร์แบนา-แชมเปญจน์ สาเหตุการฆ่าตัวตายนั้นเกิดจากความกลัดกลุ้มที่เธอตั้งท้องในวัยเรียน แฟนของเธอไม่ยอมรับ ปล่อยให้หญิงสาวเผชิญปัญหาเพียงลำพัง

เธอตัดสินใจฆ่าตัวตายพร้อมกับลูกในท้อง นักศึกษาหลายคนเชื่อว่าวิญญาณของเธอยังคงวนเวียนอยู่ในสถานที่แห่งนี้ โดยเฉพาะในตึกอาคารเรียนภาษาอังกฤษ เพราะมักมีคนพบเห็นเธออยู่เสมอ

มหาวิทยาลัยซินซินเนติในรัฐโอไฮโอมีรูปปั้นสิงโตหิน 2 ตัว มีชื่อว่า “Mick & Mack” ตั้งอยู่ด้านหน้า McMicken Hall นักศึกษาบางคนเล่าว่าได้ยินเสียงสิงโตคำรามเวลากลางคืน บ้างก็บอกว่ารูปปั้นจะเคลื่อนไหวได้ยามเมื่อมีหญิงสาวบริสุทธิ์หรือพวกหัวขโมยเดินผ่าน เอ๊ะ… แบบนี้สาว ๆ ที่ไหนจะกล้าเดินผ่านล่ะ

เชื่อกันว่าวิญญาณอาจารย์ที่เสียชีวิตในปี 1960 ยังคงสิงสถิตอยู่ในมหาวิทยาลัยซินซินเนติ โดยเฉพาะในห้องสมุดหนังสือหายาก นักศึกษาส่วนใหญ่เล่าว่ารู้สึกเหมือนมีคนจับจ้องอยู่ตลอดเวลา อยู่ ๆ ก็ขนลุกอย่างไม่มีสาเหตุ ช่วงกลางคืน ถ้านักศึกษาคนไหนนั่งอ่านหนังสือเพลิน ๆ มักได้ยินเสียงแปลก ๆ แต่หาต้นตอของเสียงไม่ได้

ในมหาวิทยาลัยโอไฮโอ หอพักนักศึกษาเก่าที่ตึกวิลสัน ฮอลล์ ร่ำลือกันว่าผีดุมาก เพราะเกิดเรื่องสยดสยองพองขนที่ห้อง 428 ซึ่งปัจจุบันห้องนี้กลายเป็นห้องเครื่องควบคุมระบบไปแล้ว สืบเนื่องมาจากสิ่งที่เกิดขึ้นในห้องนี้นั่นเอง

ช่วงที่ห้อง 428 ยังเป็นห้องพักนักศึกษานั้น นักศึกษาหญิงคนหนึ่งฝึกมนต์ดำแบบแม่มดหรือลัทธิบูชาซาตานในห้อง น่าแปลกที่ประตูห้องนี้มีลายไม้ที่ทุกคนมองเห็นได้อย่างชัดเจนว่าเป็นรูปหน้าคล้ายซาตาน

นักศึกษาชั้นเดียวกันได้ยินเสียงสวดมนต์ดังมาจากห้องนั้นทุกคืน จนวันหนึ่งนักศึกษาหญิงรายนั้นฆ่าตัวตาย แต่ก่อนเสียชีวิต เอาเลือดสด ๆ ของตัวเองเขียนฝาผนังเป็นสัญลักษณ์แห่งศาสตร์มืดที่ไม่มีใครอ่านออกว่าแปลว่าอะไร

นักศึกษารุ่นหลังทนอยู่ในห้องพักนั้นไม่ได้เลยแม้แต่คนเดียว เพราะได้ยินเสียงสวดมนต์และเสียงประตูเปิดปิดเองอยู่ตลอดเวลา บางทีก็รู้สึกเหมือนมีมือลึกลับมาจับต้องเนื้อตัว

วันดีคืนดีมีสัญลักษณ์ประหลาดที่เขียนด้วยเลือดปรากฏบนผนัง สุดท้ายทางมหาวิทยาลัยรื้อผนังห้องดังกล่าวลง โดยทำเป็นห้องควบคุมระบบแทน เมื่อมีนักศึกษาอยากลองดีเข้าไปในห้องนั้นก็เจอประสบการณ์ประหลาดอย่างเสียงทุบประตูหรือเสียงประตูปิดเปิดเองทุกคน

มหาวิทยาลัยเพนซิลเวเนียเป็นอีกหนึ่งมหาวิทยาลัยที่ขึ้นชื่อว่าเฮี้ยน เพราะวิญญาณคณบดีคนเก่าที่แม้เสียชีวิตไปแล้ว ยังชอบมานั่งดูการแสดงที่โรงละครเป็นประจำ มีคนเคยเห็นเก้าอี้ในโรงละครนั้นถูกพับลงมาเหมือนว่ามีคนนั่ง ทั้ง ๆ ที่ว่างเปล่า

นอกจากนี้ยังมีวิญญาณหญิงสาวชื่อเบตซี่ อาร์ดามา ถูกฆาตกรรมปริศนา เดิมทีเธอเรียนอยู่ที่มหาวิทยาลัยมิชิแกน ต่อมาเกิดเหตุฆาตกรรมต่อเนื่องขึ้นในมิชิแกน โดยฆาตกรเจาะจงฆ่าเฉพาะผู้หญิง ฆาตกรลึกลับรายนั้นใช้ชื่อว่า The Co-Ed Killer

พ่อแม่จึงย้ายเบตซี่ไปเรียนที่มหาวิทยาลัยเพนซิลเวเนียแทน ตัวเธอเองก็อยากใกล้ชิดกับแฟนหนุ่มที่เรียนอยู่ที่รัฐนั้นด้วย จึงตัดสินใจย้ายไปเรียนที่นั่น

เพียงแค่สองเดือนก็เกิดเรื่องขึ้น วันหนึ่งเธอไปที่ห้องสมุดเพื่อค้นคว้าข้อมูลทำรายงาน จู่ ๆ ถูกมีดจ้วงแทงทรุดฮวบ หนังสือหล่นกระจายเกลื่อนพื้น ฆาตกรรีบดึงมีดออกแล้วหายไปอย่างไร้ร่องรอย

ในตอนแรก นักศึกษาที่มาห้องสมุดเจอเบตซี่นอนกองอยู่กับพื้นคิดว่าแค่เป็นลม เพราะใส่ชุดสีแดงจึงมองไม่เห็นรอยเลือด จนกระทั่งเธอสิ้นใจ

ทุกคนคิดว่าผู้ที่ฆ่าเธอน่าจะเป็นฆาตกรต่อเนื่องที่มิชิแกน แต่หนึ่งปีต่อมา ตำรวจจับฆาตกรได้ ชายคนนั้นชื่อว่าจอห์น นอร์แมน คอลลินส์ ให้การรับสารภาพว่าเป็นฆาตกรสังหารหมู่ในมิชิแกนจริง แต่ไม่เคยไปเพนซิลเวเนียเลย ในปี 1970 ตำรวจของมหาวิทยาลัยได้รับโปสการ์ดปริศนาเขียนว่า

“แกไม่เคยจับฆาตกรที่ฆ่านังนั่นในห้องสมุดได้หรอก”

ต่อมาในปี 1994 ในวันที่ครบรอบ 25 ปีที่ฆาตกรยังคงลอยนวล เจ้าหน้าที่ห้องสมุดพบเทียนไขจุดไว้บริเวณทางเดินที่เบตซี่สิ้นใจ หน้าเทียนไขมีข้อความเขียนไว้ว่า

“สู่สุขคตินะ เบตซี่ อาร์ดามา..เฮ้ย..กูกลับมาแล้ว”

แม้ว่ายังไม่สามารถจับฆาตกรลึกลับได้ แต่มีคนเจอวิญญาณของเธอบนชั้นสองของห้องสมุดบ่อยครั้ง การปรากฏตัวของเธอเป็นลักษณะการสัมผัสจับต้อง บางคนรู้สึกเหมือนใครข่วนที่ต้นคอ หรือบางคนเห็นหนังสือเลื่อนไปเลื่อนมาได้

พนักงานห้องสมุดคนหนึ่งบอกว่า รู้สึกเหมือนมีใครบางคนมาจับมาแตะตามเนื้อตามตัว แต่พอหันไปดูก็ไม่มีใคร กลับบ้านก็รู้สึกเหมือนมีคนตามมา พอล้มตัวลงนอนที่ห้องได้ไม่นาน รู้สึกเหมือนมีคนมาบีบคอ อยากจะร้องก็ร้องไม่ได้ และเธอไม่กลับไปทำงานที่ห้องสมุดแห่งนั้นอีกเลย

Don`t copy text!