เรื่องเล่าของนางสาวทุกข์

เรื่องเล่าของนางสาวทุกข์

โดย : เจริญขวัญ แพรกทอง บลาฮาสสกี้

Loading

“อเมริกันคัน” เรื่องราวเกี่ยวกับอเมริกาในบางแง่มุมในอเมริกาที่หลายคนไม่เคยรู้หรือเคยรับรู้มาบ้าง แต่อาจมองไม่เห็นภาพรวมชัดเจน เจริญขวัญ แพรกทอง บลาฮาสสกี้ เจ้าของคอลัมน์ที่เขียนลงในต่วยตูนมาถึง 10 ปี นำมาเขียนเล่าสู่กันฟังแบบสนุกๆ เหมือนการเล่าให้เพื่อนฟัง โดยคงบุคลิก “ต่วยตูน” ดั้งเดิมเอาไว้คือสาระและบันเทิง

คงต้องยอมรับว่ากระแส “เห่อฝรั่ง” ในบ้านเรานั้นมีอยู่จริง ไม่ว่าน้องนางบ้านนาหรืออาจารย์ระดับปริญญาเอก สาวโสด แม่ม่ายล้วนแต่สนใจของนอก จนแทบจะไม่ชายตามองหนุ่มไทยให้เป็นที่ห่อเหี่ยวเปลี่ยวดอกกระเจียวด้วยกันทั้งนั้น

กรณีสาวโสดอาจจะมาจากความชอบส่วนตัว มีสเปกชายในฝันเป็นชายผมทองตาสีฟ้าตั้งแต่สมัยดูการ์ตูนวอลต์ดิสนีย์ อ้าว..จริงๆ นะ การ์ตูนแต่ละเรื่องที่ดูน่ะ เจ้าชายแต่ละองค์ล้วนผมสีทองตาสีฟ้าพาฝันกันทั้งนั้น หรือไม่สาวโสดนางนั้นอาจอกหักรักคุดหลงตุ๊ดแฟนทิ้ง ไม่เชื่อลองมองไปรอบๆ ตัวสิ ไอ้หนุ่มไทยวัยเดียวกันจ้องจะฟันสาวเอ๊าะๆ ทั้งนั้น สุดท้ายเลยตะกายขึ้นไปนอนกอดคานอย่างเหงาๆ ท้าทายลมเย็นบนคานทองอย่างผยองกึ่งปวดร้าว

ส่วนสาวแก่แม่ม่ายที่หวังไปกินขนมปังทั้งชีวิต ร้อยละเก้าสิบคือเลิกรากับสามีคนไทย และมีเรือพ่วงจากการแต่งงานครั้งก่อน แม้ว่าแม่ม่ายแม่ร้างบางนางจะยังสาวและสวยพริ้ง แต่ค่านิยมแบบไทยๆ ทำให้หนุ่มโสดไม่นิยมแต่งงานกับแม่ม่ายแม่ร้าง

ทั้งที่สาวกลุ่มนี้เปรียบเหมือนบัวลอยไข่หวานกะทิข้นเข้มหวานมัน แต่สังคมบ้านเราก็เป็นเสียแบบนี้แหละที่นิยมสาวเอ๊าะๆ อายุน้อย แม่ม่ายเรือพ่วงทั้งหลายเลยเมินหน้าสะบัดบ๊อบใส่แล้วหันไปหาบักสีดาที่ไม่รังเกียจรังงอนลูกติดของสาวไทยเหล่านี้

เมื่อเป็นเช่นนี้สาวไทยไม่ว่าการศึกษาหรือพื้นฐานครอบครัวแบบไหนจึงโผเข้าสู่อ้อมกอดเจ้าชายผมสีทองตาสีฟ้าอย่างเต็มใจ แม้บางคนจะหาได้แบบตาสีน้ำข้าวผมขาวโพลนแล้วก็ตาม หลายต่อหลายคนพยายามอย่างสุดความสามารถเพื่อให้ได้ชื่อว่า “เมียฝรั่ง” จนตกลงไปในหลุมพรางของฝรั่งอั้งม้อก็มาก

การเจอฝรั่งทางอินเทอร์เน็ตเหมือนดาบสองคม เจอมานักต่อนักแล้วที่สาวไทยกลายเป็นเหยื่ออันโอชะของฝรั่ง สุดท้ายต้องซมซานกลับบ้านอย่างปีกหัก

พอคิดถึงเรื่องนี้ก็นึกย้อนหลังไปยี่สิบกว่าปี วันที่ไปสัมภาษณ์เพื่อขอวีซ่าคู่หมั้นเข้าประเทศอเมริกาที่สถานทูตอเมริกาประจำประเทศไทย

พอไปถึงหน้าคอก เอ๊ย เคาน์เตอร์ ฝรั่งเจ้าหน้าที่ในคอกมองหน้าอย่างหนักใจอยู่พักหนึ่ง แล้วสัมภาษณ์เป็นภาษาอังกฤษโน่นนี่นั่นอยู่นานประมาณ 15 นาที พอเห็นนางคนนี้ตอบคำถามได้ชัดเจนไม่ติดขัดไม่อึกอักก็ประทับตรา “ผ่าน” ให้อย่างสะดวกดาย แล้วนัดมาเอาวีซ่าพรุ่งนี้ตอนบ่ายสามโมง

หลังจากสัมภาษณ์เป็นที่เรียบร้อย สาวไทยคนหนึ่งเดินมาถามโน่นนี่เรื่องเอกสาร เลยช่วยนางจัดเอกสารให้เป็นระเบียบเรียบร้อย จากนั้นก็ติดต่อกันทางอีเมลเรื่อยมา สมัยโน้นยังไม่มีโซเชียลมีเดียใดๆ ขอสมมุติชื่อแม่นางตามท้องเรื่องว่า “นางสาวทุกข์”

ครึ่งปีต่อมา นางสาวทุกข์บินมาอเมริกา ด้วยเงินส่วนตัวที่ไปกู้หนี้ยืมสินมาซื้อตั๋วเครื่องบิน เพราะตัวเองไม่มีเงิน ซ้ำเป็นหนี้บัตรเครดิตอยู่หลักแสน จะว่าไปนางสาวทุกข์ก็ดูซื่อๆ ไม่มีจริตมารยาอะไรตามแบบคนต่างจังหวัดภาคกลางแห่งหนึ่ง

นางสาวทุกข์บินมาอยู่อีกรัฐ ซึ่งห่างจากรัฐที่ฉันอยู่ แต่ขอเบอร์โทรเอาไว้เผื่อตกทุกข์ได้ยากอย่างไรจะได้โทรหา อย่างน้อยก็อุ่นใจว่ามีคนไทยสักคนพอที่จะพูดจาปรึกษาบ้าง

ส่วนมากนางสาวทุกข์มักเขียนอีเมลมาเล่าชีวิตใหม่ที่ไม่ค่อยราบรื่นให้ฟังเสมอ เช่น บ่นว่าสามีไม่มีอาชีพ ไม่มีงานการทำเป็นหลักแหล่ง ประทังชีวิตจากการเที่ยวขอหยิบขอยืมเงินของแม่และหมุนเงินเอาจากบัตรเครดิตจนหนี้สินท่วมหัว บางวันก็ออกไปเป็นพ่อค้าเร่ขายของ ได้เงินมาไม่มากพอจะจุนเจือครอบครัว ที่ร้ายไปกว่านั้น คือห้ามนางสาวทุกข์ทำอาหารไทยกินอย่างเด็ดขาด!

เอ๊ะ..ไอ้ฝรั่งผีบ้านี่เป็นผัวแบบไหนกันหนอถึงห้ามเมียคนไทยไม่ให้ทำอาหารไทยกิน แบบนี้ลงแดงตายกันพอดี!

กลางดึกคืนหนึ่ง ฉันงัวเงียตื่นขึ้นมารับโทรศัพท์อย่างเบลอเต็มที่ ฉับพลันตาสว่างหายง่วงเป็นปลิดทิ้งเมื่อได้ยินเสียงร้องไห้โฮๆ ของคนที่อยู่ปลายสาย

“ชั้นขอไปอยู่ด้วยคนได้ไหม พอกันที ผัวเลวๆ”

เสียงนางสาวทุกข์ระล่ำระลักมาตามสาย

“ไม่ได้หรอก แต่เกิดอะไรขึ้นล่ะเธอ”

แม้จะงัวเงีย แต่ก็บอกปัดทันควัน เรื่องนี้เป็นเรื่องใหญ่ ไม่เกี่ยวกับเรื่องความมีน้ำใจหรือไม่มีน้ำใจแต่อย่างใด เพราะสามีของนางสาวทุกข์อาจจะแจ้งความจับฉันข้อหาลักพาตัว สิ้นเสียงถาม เสียงร้องไห้ซี้ดซ้าดก็ดังมาอีกคำรบ

“คืองี้นะ ชั้นแอบโทรตอนที่ผัวไม่อยู่บ้าน ไปเมาแอ๋ที่ไหนไม่รู้ คาดว่าคงไปหาแฟนเก่าของมันน่ะแหละ ตั้งแต่มาอยู่กับมันมีแต่เรื่องเจ็บช้ำน้ำใจตลอดเวลา ชั้นทนไม่ไหวอีกต่อไปแล้ว ตอนแรกคิดว่า ไหนๆ เป็นผัวเมียกันแล้ว ทนๆ เอาหน่อย ทีนี้มันห้ามไม่ให้ชั้นทำอาหารไทยเลยน่ะ เธอ แค่ต้มมาม่าก็ไม่ได้ มันบอกว่าเหม็น น้ำปลานี่ไม่ต้องพูดถึง มัน-ไม่-ให้-ซื้อ”

“เมื่อวานมันไปกินพิซซ่าที่ไหนมาไม่รู้แล้วเหลือเอาใส่กล่องกลับมาบ้าน ตอนเช้าชั้นหิว อยากกินอะไรหนักๆ รองท้องเลยเอามาอุ่นกิน มันด่าชั้นซ้ำว่า อีโง่ พิซซ่านี่ไม่มีใครกินเป็นอาหารเช้ากันหรอก แล้วปัดจานหล่น ชั้นก็ทำความสะอาด มันเปิดตู้เย็นเอาเบียร์มากินต่อตอนเจ็ดโมงเช้านะ เธอ แล้วมันก็เยาะเย้ยด่าชั้นว่าโง่ เป็นคนไทยโง่ๆ มันไม่มีวันจะแต่งงานกับชั้นหรอก เธอคิดดู ถ้าฝรั่งไม่แต่งงานกับเราภายใน 90 วัน เราต้องกลับไทยน่ะ”

จะว่าไปนางสาวทุกข์ก็ทุกข์สมชื่อ ร้องไห้โหยหวนต่ออีกนาน จากนั้นวางหูไปแบบลนลานเพราะแว่วเสียงสามีฝรั่งเปิดประตูบ้านกลับมาตอนตีสาม

ได้ข่าวว่านางสาวทุกข์ถูกสามีทำร้ายร่างกายจนต้องเข้าโรงพยาบาล อาจเป็นเพราะความเมาหรือเพราะอะไรก็ไม่ทราบได้ สุดท้ายต้องซมซานกลับเมืองไทย หลังจากที่มาอยู่อเมริกาได้แค่สามเดือน

แม้จะกลับไปอยู่เมืองไทยหลายปีแล้วก็ตาม นางสาวทุกข์ยังโผล่มาทักทายฉันทางโซเชียลมีเดีย น่าแปลกใจที่เธอหาฉันจนเจอ เท่าที่เห็นคือนางกำลังพยายามอย่างหนักที่จะหาแฟนฝรั่งอเมริกันอีกหน เพื่อที่จะกลับมาอยู่อเมริกาเป็นการถาวรให้ได้ ฉันได้แต่อวยพรให้นางสาวทุกข์บรรลุถึงความฝันอันยากจะเข้าใจในการกลับมาอาศัยบนผืนแผ่นดินอเมริกาพร้อมคำนำหน้าว่า “เมียฝรั่ง” อีกครั้ง!

 

Don`t copy text!