สวรรค์อยู่ในอก..นรกอยู่ปลายลิ้น

สวรรค์อยู่ในอก..นรกอยู่ปลายลิ้น

โดย : เจริญขวัญ แพรกทอง บลาฮาสสกี้

Loading

“อเมริกันคัน” เรื่องราวเกี่ยวกับอเมริกาในบางแง่มุมในอเมริกาที่หลายคนไม่เคยรู้หรือเคยรับรู้มาบ้าง แต่อาจมองไม่เห็นภาพรวมชัดเจน เจริญขวัญ แพรกทอง บลาฮาสสกี้ เจ้าของคอลัมน์ที่เขียนลงในต่วยตูนมาถึง 10 ปี นำมาเขียนเล่าสู่กันฟังแบบสนุกๆ เหมือนการเล่าให้เพื่อนฟัง โดยคงบุคลิก “ต่วยตูน” ดั้งเดิมเอาไว้คือสาระและบันเทิง

สำหรับคนไทยที่เพิ่งย้ายสำมะโนครัวมาอยู่อเมริกา ร้อยละเก้าสิบคงอยากคบหาเพื่อนคนไทยไว้เม้าท์มอยเวลาเหงาปาก หรือปรับทุกข์ร้อนต่างๆ นานาตามประสาคนไกลบ้าน รวมทั้งทำอาหารแลกเปลี่ยนกันกินพอให้หายคิดถึงอาหารไทย

ใครล่ะจะการันตีได้ว่าเพื่อนคนไทยต่างแดนจะเป็นเพื่อนที่น่ารักน่าคบ ฝรั่งที่ว่าคบยากเนื่องจากช่องว่างทางวัฒนธรรมแล้ว มาเจอคนไทยในต่างแดนยิ่งคบยากกว่าฝรั่งหลายร้อยหลายพันเท่า ใครที่เจอเพื่อนคนไทยดีๆ ในเมืองที่ตัวเองอาศัยอยู่ เหมือนได้โชคทองจากซองมาม่า นั่นคือลาภอันประเสริฐของชีวิตคนไทยในอเมริกา

ท่ามกลางคนไทยแปลกๆ ที่ฉันเคยพบ พี่อิ่มบุญเป็นอีกคนหนึ่งที่เป็นคนไทยแนวฟิวชัน เพราะเต็มไปด้วยความประหลาดมหัศจรรย์รวมอยู่ในตัว จนสรุปไม่ได้ว่าอยู่ในข่ายที่จัดว่าดีหรือร้าย พี่อิ่มบุญพลัดเข้ามาในชีวิตฉันตอนเริ่มทำร้านใหม่ๆ เพราะเดินเข้ามาถามฉันด้วยภาษาไทยว่าเป็นคนไทยหรือเปล่า

ปกติแล้วคนไทยในอเมริกามีหลายกลุ่ม เช่น พวกที่มาเรียนปริญญาโทหรือปริญญาเอกที่นี่ แล้วแต่งงานกับฝรั่ง จากนั้นลงหลักปักฐานมั่นคง กลุ่มนี้รวมถึงคนไทยที่เข้ามาเรียนหนังสือแล้วได้งานได้การทำเป็นหลักแหล่งที่อเมริกาด้วย

พวกกลุ่มที่สองคือพวกสาวขายบริการริมหาดพัทยาคราจีไอบุก จีไอหอบหิ้วเอากลับมาเลี้ยงดู อยู่ดีกินอร่อย รวมทั้งน้องนางซอยนานาที่ฝรั่งเอ็นดูพามาอยู่เป็นคู่ชีวิตในอเมริกาด้วยก็จำนวนหนึ่ง กลุ่มที่สามคือพวกโรบินฮูดที่เข้ามาขุดทองในยุคอเมริกายังเฟื่องฟู ทำมาหากินคล่อง คนกลุ่มนี้ส่วนมากจะมาเปิดร้านอาหารไทยตามเมืองต่างๆ กลุ่มที่สี่คือกลุ่มเมียฝรั่งที่แชตกับฝรั่งจนตกลงปลงใจมาอยู่ร่วมกันในอเมริกา นับวันคนกลุ่มนี้จะเพิ่มมากขึ้น

ส่วนนิสัยนั้นคงบอกไม่ได้ว่ากลุ่มไหนดีกว่ากัน ขึ้นอยู่กับนิสัยของแต่ละคนมากกว่า ไม่แน่หรอกว่าสาวปริญญาเอกอาจจะทำตัวน่าชังกว่าสาวขายหอยจากพัทยาก็ได้ ไม่มีมาตรฐานใดมาวัดกมลสันดานของคนเราได้อย่างถ่องแท้เพียงแค่ดูพื้นเพดั้งเดิม

พี่อิ่มบุญจบปริญญาโททางการศึกษาจากมหาวิทยาลัยชื่อดังในอเมริกา ดีกรีเคยเป็นถึงเจ้าหน้าที่ระดับองค์การสหประชาชาติ ซ้ำแต่งงานกับอาจารย์มหาวิทยาลัยระดับดอกเตอร์ เรียกได้ว่าสมน้ำสมเนื้อกันทั้งสองฝ่าย ลูกสาวสองคนก็น่ารักและมีมารยาท ไม่เอะอะโวยวายเหมือนเด็กฝรั่งทั่วไป

เนื่องจากพี่อิ่มบุญเป็นคนที่มีมารยาทงาม เทียบได้ประมาณคุณหญิงแห่งบ้านทรายทอง ซ้ำยังเป็นคนที่เอื้อเฟื้อเผื่อแผ่ต่อทุกคนอย่างหาที่ติไม่ได้ บางวันฉันนั่งหาวแล้วหาวอีกรอลูกค้าในร้าน พี่อิ่มบุญก็มักแวะมาหาพร้อมของกินเล่นกินจริงแสนอร่อยมาฝาก ทั้งผักและขนมไทยๆ ที่แกปลูกเองทำเอง จะไม่ให้คนขี้เกียจสันหลังยาวอย่างฉันหลงใหลได้ปลื้มพี่อิ่มบุญได้อย่างไร เหมือนนางฟ้ามาโปรดชัดๆ

ข้อเสียอันสาหัสของพี่อิ่มบุญนั้นมีอยู่ข้อเดียว และเป็นข้อที่ทำลายเสน่ห์ของแกอย่างฉกรรจ์! นั่นคือแกเป็นคริสตศาสนิกชนที่เคร่งเป๊ะทุกกระเบียดนิ้ว

ดังนั้นแกจึงพยายามอย่างสุดความสามารถที่จะลากนางมารอย่างฉันให้เปลี่ยนศาสนาไปเป็นคริสต์ให้ได้ ไม่ว่าฉันจะอ้อนวอนอย่างอ่อนหวานหรือเด็ดเดี่ยวประการใด ดูเหมือนว่าพี่อิ่มบุญจะไม่ลดละความตั้งใจในการลากฉันไปโบสถ์เพื่อเป็นคริสเตียน แต่ฉันไม่ต่างอะไรจากแมวดื้อ ยิ่งลากก็ยิ่งจิกเล็บเกาะพื้นแน่น ไม่ยอมไปโบสถ์ตามลิขิตสวรรค์อันสว่างไสว

คริสเตียนบางกลุ่มมีความเชื่อว่ายิ่งชักชวนคนนอกรีตให้เปลี่ยนศาสนามาเป็นคริสต์ได้มากเท่าไหร่ยิ่งได้บุญ นี่เองที่เป็นความพยายามอย่างแรงกล้าในการนำนางบาปอย่างฉันไปบูชาถวายพระผู้เป็นเจ้า (อาเมน)

ทุกวันเสาร์ พี่อิ่มบุญจะนัดคนไทยในเมืองที่กลายเป็นคริสต์แล้วให้มาเรียนพระคัมภีร์ไบเบิลกันที่บ้าน หมุนเวียนเปลี่ยนไปจัดตามบ้านของแต่ละคน ยกเว้นบ้านฉัน ผู้ซึ่งยังคงความเป็นพุทธอย่างเหนียวแน่น โดยฉันอ้างว่าสามีทำงานที่บ้าน คงจะไม่สะดวกในการใช้บ้านฉันเป็นสถานที่ท่องสวรรค์ผ่านไบเบิล

ทุกคนเป็นคริสเตียนที่ดี เลยยอมรับนางมารอย่างฉันเข้ากลุ่มด้วย พยายามลากฉันให้ร่วมขึ้นสวรรค์ผ่านไม้กางเขนอย่างเนียนๆ แต่ฉันมักโผล่หน้าไปตอนกินข้าวพอดี หลังจากกลุ่มคริสเตียนผู้แสนดีทั้งหลายอิ่มเอิบบุญกันจากพระคัมภีร์แล้วนั่นเอง

มีอยู่ปีหนึ่ง หลังจากฉันกลับมาจากงานศพพ่อที่เมืองไทย พี่อิ่มบุญก็ชวนเหล่าสาวไทยหัวใจคริสเตียนไปกินข้าวที่บ้านรวมทั้งฉันด้วย แต่เย็นวันนั้นไม่รู้แกนึกเฮี้ยนอะไรขึ้นมาเลยเปิดฉากขึ้นมาว่า

“พี่เชื่อว่าคุณพ่อของหนูน่ะจะต้องตกนรกแน่นอน เพราะตอนตายไม่ได้จัดการพิธีศพแบบคริสต์”

ฉันเงียบ เก็บงำความโกรธไว้ในใจอย่างมิดชิด กล้าดีอย่างไรบังอาจมาแตะต้องพ่อแม่อันเป็นที่เคารพรักของคนอื่น ถึงจะเคร่งศาสนาจนหน้ามืดตามัวขนาดนี้ก็เถอะ แต่ด้วยความปากไวเลยโพล่งออกไปว่า

“แบบนี้คนไทยเกือบทั้งประเทศก็ตกนรกกันหมดสิคะ เพราะส่วนมากเรานับถือศาสนาพุทธ”

คราวนี้ถึงทีที่พี่อิ่มบุญจะเงียบบ้าง หลังจากนั้นอีกไม่กี่ปี ถึงคราวพี่อิ่มบุญเดินทางกลับไทยไปงานศพพ่อของตนเองที่จังหวัดหนึ่งทางภาคเหนือ หลังจากกลับมาจากงานศพ อาทิตย์นั้นพี่อิ่มบุญชวนพวกเราไปกินข้าวที่บ้านตามปกติ คราวนี้ฉันไม่รีรอที่จะเปิดฉาก

“พ่อของพี่อิ่มบุญเป็นคริสต์เหมือนพี่รึเปล่าคะ”

“เปล่าค่ะ ที่บ้านมีพี่คนเดียวที่เปลี่ยนมาเป็นคริสต์”

“งานศพพ่อพี่จัดงานแบบคริสต์หรือแบบพุทธคะ พี่”

คราวนี้นางมารทอดเสียงอ่อนเสียงหวาน แต่พี่อิ่มบุญยังไม่รู้ทันเหลี่ยมเล่ห์ซาตาน

“จัดแบบพุทธน่ะ มีนิมนต์พระมาสวด 7 คืน”

“งั้นพ่อพี่อิ่มบุญคงตกนรกเหมือนกันนะคะ เพราะคุณพ่อของพี่ไม่ได้เป็นคริสต์และไม่ได้จัดงานศพแบบคริสต์ เหมือนพ่อของหนูนั่นแหละ”

พี่อิ่มบุญจ้องหน้าฉันเขม็ง แล้วน้ำตาหยาดหนึ่งไหลริน… ขณะที่ฉันรู้สึกขมปร่าตรงปลายลิ้นตัวเอง

 

Don`t copy text!