ฤดูร้อนเป็นของเขา ฤดูหนาวเป็นของเธอ บทที่ 29 : สมการมรณะ

ฤดูร้อนเป็นของเขา ฤดูหนาวเป็นของเธอ บทที่ 29 : สมการมรณะ

โดย : วิตต ตุลยธัญ

Loading

เมื่อความตายไม่ใช่จุดจบ แต่คือจุดเริ่มต้นของการแชร์ร่าง! ‘ณดา’ ต้องรับภารกิจเป็นร่างทรงไทม์แชร์ให้สองวิญญาณข้ามฤดูหนาวและฤดูร้อน ในนวนิยายแฟนตาซี-ฟีลกู๊ด ‘ฤดูร้อนเป็นของเขา ฤดูหนาวเป็นของเธอ’ โดย วิตต ตุลยธัญ อ่านเลย

ณดาถูกปลุกด้วยเสียงโทรศัพท์มือถือตั้งแต่ 8 โมงเช้า หญิงสาวตื่นมารับสายทั้งที่ยังงัวเงีย สายที่โทร.เข้ามาคือเมสเซนเจอร์ที่เอาของมาส่งให้ณดาที่คอนโดฯ ณดาแน่ใจว่าตัวเองไม่ได้ซื้อของออนไลน์ในเร็วๆ นี้จึงบอกให้ฝากของที่นิติบุคคลเอาไว้ก่อน แต่เมสเซนเตอร์บอกว่าลูกค้าย้ำมาว่าให้ส่งของให้ถึงมือณดาเท่านั้น ทันทีที่ได้ยินอย่างนั้น หญิงสาวก็นึกขึ้นได้ว่าพัสดุที่ส่งมาคืออะไร

นึกไม่ถึงเลยว่าอนิสาจะจัดการทุกอย่างได้รวดเร็วถึงเพียงนี้ ภายในกล่องพัสดุมีแฟลชไดรฟ์อยู่สองอัน อันหนึ่งเป็นของเปรมชัย อีกอันเป็นคลิปเสียงจากเครื่องดักฟังของอนิสา ในแฟลชไดรฟ์ของเปรมชัยมีไฟล์อยู่เต็มไปหมดแต่สิ่งแรกที่สะดุดตาก็คือไฟล์สเปรดชีตที่เซฟไว้ในชื่อว่า Kill Order ณดาจึงเปิดไฟล์นั้นเป็นอันดับแรก

ทันทีที่เปิดไฟล์นั้น ณดาก็ขนลุกชันไปทั่วร่าง

ดูเผินๆ ไฟล์นั้นก็มีหน้าตาเหมือนตารางคำนวณทั่วไป แต่เมื่อมองเข้าไปในรายละเอียดก็จะเห็นว่ามันคือ Masterplan ของแผนการสมคบคิดอันเลวร้ายในครั้งนี้ที่ใช้ชีวิตมนุษย์เป็นเพียงหมากในเกมเท่านั้น

ณดาใช้เวลาแค่ไม่กี่นาทีก็เข้าใจแผนการทั้งหมดได้อย่างทะลุปรุโปร่ง

เป้าหมายหลักของแผนการครั้งนี้คือการกว้านซื้อที่ดินในเชียงดาวเพื่อรวมเป็นผืนใหญ่แล้วขายต่อให้กับกลุ่มทุนจีนเทา ที่ดินผืนที่เป็นปัญหาที่สุดก็คือที่ดินของบ้านชมดาวที่อวัศยาไม่ยอมขาย อุปสรรคสำคัญอีกอย่างก็คืองบประมาณในการซื้อที่ดินที่มากกว่าที่ประเมินเอาไว้ในตอนแรก และสิ่งที่ถูกดึงมาอุดรอยรั่วของงบประมาณที่ขาดไปนี้ก็คือค่าสินไหมมรณกรรมของรวี

ปัญหาต่อมาก็คือทำยังไงถึงจะได้เงินจากค่าสินไหมให้ได้มากที่สุดและคำตอบก็คือกรมธรรม์เจ้าปัญหาที่ณดาเป็นคนออกแบบนั่นเอง เปรมชัยรู้ดีอยู่แล้วว่ากรมธรรม์นี้ให้ค่าสินไหมเกินจริงและอาจทำให้บริษัทขาดทุนในระยะยาว แต่เขาก็พยายามพรีเซนต์กับฝ่ายการตลาดจนยอมซื้อไอเดียนี้ เปรมชัยรู้ว่าบริษัทจะถอนกรมธรรม์ตัวนี้ออกจากตลาดทันทีที่รู้ว่ามันมีปัญหา แต่นั่นก็ไม่เป็นไร ขอแค่รวีซื้อกรมธรรม์นี้ก่อนที่จะเกิดอุบัติเหตุก็พอ และเมื่อถึงวันที่เรื่องแดงขึ้นมา เปรมชัยก็แค่โยนความผิดให้ณดาซึ่งเป็นคนดูแลโปรเจกต์นี้

พูดอีกอย่างแผนการครั้งนี้ก็คือการยิงปืนนัดเดียวได้นกสามตัวนั่นเอง!

อุบัติเหตุที่เกิดขึ้นไม่ใช่ความบังเอิญแต่มันคือการวางแผนอย่างแยบยลเพื่อกำจัดเจ้าของที่ดินเจ้าปัญหาอย่างอวัศยา หางบประมาณการซื้อที่ดินส่วนที่ขาดไปจากค่าสินไหมของรวี และปิดปากณดาซึ่งเป็นคนเดียวที่รู้รายละเอียดเกี่ยวกับความผิดพลาดของกรมธรรม์นี้มากที่สุด

ทุกอย่างถูกคิดคำนวณเอาไว้อย่างละเอียดในตารางสเปรดชีตทั้งค่าสินไหมที่จะได้รับจากการเสียชีวิตของรวี งบประมาณที่ต้องใช้ในการซื้อที่ดินที่เชียงดาว กำไรจากการขายที่ดินที่คาดว่าจะได้รับ สัดส่วนการแบ่งผลประโยชน์ รวมไปถึงค่าใช้จ่ายในการจ้างคนมาฆ่าพวกเขาทั้งสามคน

ณดารู้สึกคลื่นไส้จนอยากจะอาเจียนออกมา เธอจ้องมองไฟล์สเปรดชีตตรงหน้าด้วยความรู้สึกขนลุกขนพอง เธอไม่เคยคิดเลยว่าสิ่งที่สวยงามอย่างคณิตศาสตร์จะถูกนำมาใช้เป็นเครื่องมือในการทำลายชีวิตผู้อื่นและสนองความโลภของตัวเองได้แบบนี้

สิ่งที่อยู่ตรงหน้าณดาในตอนนี้คือ ‘สมการมรณะ’ ที่ใช้ชีวิตมนุษย์เป็นเพียงตัวแปรตัวหนึ่งเท่านั้น

ความผิดพลาดเดียวในแผนการนี้คือการที่ณดารอดชีวิตมาได้ เธอคือ ‘ตัวแปรที่ไม่คาดคิด’ ของ Masterplan อันชั่วร้ายนี้ อุบัติเหตุต่างๆ ที่เกิดขึ้นกับเธอหลังจากนั้นก็ไม่ใช่เรื่องบังเอิญแต่มันคือแผนการต่อเนื่องในการกำจัดตัวแปรนี้จากสมการที่ผิดพลาด

ณดาลองสำรวจไฟล์อื่นๆ ในแฟลชไดรฟ์และพบว่ามันคือรายละเอียดเกี่ยวกับกรมธรรม์ของรวีและโฉนดที่ดินทุกผืนที่ได้มา เปรมชัยต้องใช้ข้อมูลทั้งหมดเพื่อคำนวณงบประมาณสำหรับแผนการครั้งนี้ คนเดียวที่เห็นไฟล์นี้คือตัวเปรมชัยเอง เขาคงไม่เคยคิดว่าสักวัน มันจะกลายมาเป็นหลักฐานมัดตัวเองได้

ณดามองไปที่ข้อมูลการแบ่งผลประโชน์ ผู้สมรู้ร่วมคิดในแผนการครั้งนี้มีอยู่ด้วยกันสามคน แม้จะไม่มีชื่อจริงเขียนอยู่ แต่แค่เห็นตัวอักษรย่อก็พอเดาได้แล้วว่าใครเป็นใคร

P ก็คือเปรมชัย C ก็คือชัชชลและ S ก็น่าจะเป็น…ศศิธร

ณดาพอเข้าใจแรงจูงใจของเปรมชัยกับชัชชลได้ แต่คนที่ณดาไม่เข้าใจเลยก็คือศศิธร เธอไม่รู้เลยว่าศศิธรมารู้จักกับเปรมชัยและชัชชลได้ยังไงและที่สำคัญกว่านั้นคือ เธอนึกไม่ถึงจริงๆ ว่าคนอย่างศศิธรจะโหดร้ายขนาดฆ่าสามีเก่าได้ลงคอ

“นี่ฉันกับรวีต้องมาตายเพราะความโลภของไอ้คนพวกนี้น่ะเหรอ” อวัศยาเอ่ยขึ้นด้วยสีหน้าเศร้าๆ

“ฉันเสียใจด้วยจริงๆ นะ” ณดาอยากจะกอดอวัศยาเหลือเกินถ้าทำได้

“แล้วทีนี้เราจะทำยังไงกันต่อดี เธอติดต่อคิรินได้หรือยัง”

“เขาน่าจะกำลังเดินทางกลับจากญี่ปุ่นอยู่น่ะ แต่ฉันอีเมลเล่าเรื่องทุกอย่างให้เขาฟังหมดแล้วละ” ณดาอธิบาย “แล้วฉันก็ติดต่อทนายที่รู้จักกันเอาไว้แล้ว เดี๋ยวฉันจะลองเอาหลักฐานทั้งหมดที่มีไปให้เขาดูว่าจะจัดการเรื่องนี้ยังไงดี”

 

ณดาใช้เวลาเกือบทั้งวันในการเรียบเรียงข้อมูลทั้งหมดที่ได้มา กว่าทุกอย่างจะเสร็จเรียบร้อยก็เป็นช่วงหัวค่ำพอดี และณดาก็ไม่รีรอที่จะเอาข้อมูลทั้งหมดไปให้ทนายตามที่ตั้งใจไว้

“ไว้เราค่อยไปพรุ่งนี้ไม่ดีกว่าเหรอ นี่มันก็มืดแล้วนะ” อวัศยาถามณดาด้วยความเป็นห่วง

“เรารอไม่ได้หรอก ฉันกลัวว่าเปรมชัยจะรู้ตัวว่าแฟลชไดรฟ์หายไปน่ะสิ ถ้ารู้เมื่อไหร่คงไม่อยู่นิ่งแน่ๆ”

ทางด่วนเส้นที่ไปบ้านทนายมีรถไม่มากนักในช่วงหัวค่ำ รถญี่ปุ่นคันเล็กของณดาแล่นไปข้างหน้าด้วยความเร็ว 120 กิโลเมตรต่อชั่วโมง และในตอนนั้นเอง รวีก็ปรากฏกายขึ้นมาในรถอีกครั้ง

“เฮ้ย! มาได้ไงเนี่ย” อวัศยาร้องโวยวายด้วยความตกใจ “แล้วเดี๋ยวนี้นายโผล่ไปไหนมาไหนแบบยมทูตได้แล้วเหรอ”

“อืม ผมก็เพิ่งรู้ว่าเหมือนกันว่าเราทำแบบนี้ได้” รวีพูดยิ้มๆ

ตอนนี้ณดาเริ่มชินแล้วกับเรื่องไม่คาดฝันต่างๆ เธอเองก็ยังไม่ค่อยเข้าใจกฎในโลกวิญญาณเท่าไรนัก แต่ดูเหมือนว่าพอเป็นผีไปนานๆ ทักษะต่างๆ แบบผีๆ จะเพิ่มพูนขึ้นมาเองเหมือนการอัปเลเวลในเกม

อวัศยาเล่าเรื่องทั้งหมดที่รู้มาให้รวีฟังคร่าวๆ รวีทำหน้าเหมือนไม่อยากเชื่อ

“เป็นอะไรไปอีกล่ะ ยังไม่เชื่ออีกเหรอ”

“ผมเชื่อ แต่ผมคิดว่าศศิธรไม่ได้มีส่วนเกี่ยวข้องกับเรื่องนี้หรอกนะ”

“นี่นายจะเข้าข้างเมียเก่าไปถึงไหนเนี่ย” อวัศยาพูดเสียงดัง

“พวกคุณฟังผมก่อนสิ” รวีขมวดคิ้ว “หลายวันที่ผมตามศศิธรไป ผมถึงได้รู้ว่าเขาไม่ได้คิดจะเอาเงินประกันของผมไปใช้เลยนะ เขาไปที่กรุงเทพเพื่อจัดการเรื่องขายที่ดินมรดกของตัวเองต่างหาก แล้วเรื่องที่คุณได้ยินเขาคุยทางโทรศัพท์ ศศิธรเขาก็แค่คุยกับทนายคนไทยที่แคนาดา เขาแค่อยากให้ทนายช่วยจัดการเรื่องเงินประกันให้เจนก็แค่นั้นเอง”

“หืม หมายความว่าตอนนี้ หนูเจนได้รับเงินประกันเรียบร้อยแล้วอย่างนั้นเหรอ” ณดาถาม

“ก็ใช่น่ะสิ”

คำอธิบายของรวีทำให้ข้อมูลทุกอย่างไม่สมเหตุสมผลขึ้นมาทันที ถ้าเจณิสตาได้รับเงินค่าสินไหม แล้วพวกนั้นจะเอาเงินจากไหนมาซื้อที่ดินล่ะ แล้วถ้า S ไม่ใช่ศศิธร แล้วจะเป็นใครไปได้อีก

ณดาพยายามใช้ความคิดเพื่อเชื่อมโยงความไม่สมเหตุสมผลนี้แต่ก็ยังนึกอะไรไม่ออก ตอนนี้รถของเธอลงจากทางด่วนแล้วและกำลังลัดเลาะไปตามถนนเส้นเล็กเพื่อไปยังบ้านของทนาย ใช้เวลาอีกไม่เกิน 15 นาทีก็น่าจะถึง

ในตอนนั้นเองที่แสงไฟคู่หนึ่งส่องสะท้อนเข้ามาที่กระจกมองหลังของณดาราวกับแววตาของสัตว์ร้าย รถยนตร์สีดำที่ด้านหลังเร่งเครื่องและเปิดไฟสูงใส่ณดา ณดาคิดว่าเป็นพวกรถซิ่งธรรมดาก็เลยเลี้ยวหลบเพื่อให้รถคันนั้นแซงไปก่อน แต่รถสีดำกลับพุ่งเข้าชนรถณดาอย่างจัง

โครม!

แรงกระแทกทำให้ร่างของณดาพุ่งไปข้างหน้า เธอรู้สึกเจ็บหน้าอกจากแรงรัดของเข็มขัดนิรภัยแต่ก็พยายามประคองพวงมาลัยเอาไว้เพื่อไม่ให้รถเสียหลัก แต่รถคันนั้นกลับพุ่งเข้าชนรถของณดาอีกครั้งด้วยความรุนแรงที่มากกว่าเดิม

โครม!

“เฮ้ย เอาอีกแล้วเหรอ” ณดาร้องตะโกน “อย่าบอกนะว่าพวกนั้นรู้ตัวแล้วว่าแฟลชไดรฟ์หายไป”

พูดยังไม่ทันขาดคำ รถสีดำคันนั้นก็พุ่งเข้ากระแทกรถของณดาอีกเป็นครั้งที่สาม ณดาพยายามขับหนีแต่รถคันนั้นกลับเร่งเครื่องขึ้นมาขนาบข้างรถของณดาก่อนจะพยายามเบียดรถณดาจากด้านข้าง คราวนี้ณดาเริ่มรู้สึกโมโห เลยหันพวงมาลัยกระแทกรถคันนั้นกลับไปบ้าง

ดวงวิญญาณทั้งสองนั่งนิ่งที่เบาะหลังเหมือนกำลังช็อกกับเหตุการณ์ที่เกิดขึ้น ไม่แน่ใจว่าพวกเขาเป็นห่วงอะไรมากกว่ากันระหว่างรถด้านข้างที่กำลังพุ่งชนณดาหรืออารมณ์ที่ควบคุมไม่อยู่ของณดาในตอนนี้

ณดาพยายามเหลือบมองคนขับ แต่ฟิล์มกรองแสงสีเข้มเกินกว่าจะเห็นอะไรได้

ในจังหวะนั้นเองที่รถสีดำคนนั้นหักเข้ามาชนรถณดาอย่างเต็มแรงอีกครั้ง คราวนี้แรงกระแทกทำให้รถของณดาหมุนวนป็นวงกลมก่อนจะไถลออกไปนอกถนน ล้อรถเสียดสีพื้นหญ้าและโคลนจนเป็นแถบกว้างก่อนที่หน้ารถจะพุ่งชนต้นไม้ใหญ่ข้างทางอย่างรุนแรง

ณดารู้สึกเจ็บแปลบไปทั่วทั้งตัว หญิงสาวถอดเข็มขัดนิรภัยออกและใช้มือที่สั่นเทาเอื้อมไปผลักประตูรถ ก่อนจะค่อยๆ พาร่างตัวเองออกมา เธอได้กลิ่นคาวเลือดคลุ้งในปากตัวเอง

รถสีดำคันนั้นจอดอยู่ข้างๆ รถของณดา ประตูฝั่งคนขับค่อยๆ เปิดออก ร่างของณดายังกองอยู่กับพื้นหญ้า เธอเงยหน้าขึ้นมองร่างหญิงสาวในชุดดำที่ยืนคร่อมอยู่เหนือร่างเธอ แสงไฟจากหน้ารถที่ส่องเข้ามาทำให้ณดามองเห็นหน้าของหญิงสาวคนนั้นไม่ชัดจนกระทั่งเธอเดินเข้ามาใกล้

หัวใจของณดาแทบหยุดเต้นเมื่อเห็นใบหน้านั้น แล้วคำพูดของรวีก็ผุดขึ้นมาในความทรงจำ

“ตอนเด็กๆ พิชชาเขาชื่อโศภิตาน่ะสิ แต่หลังจากเกิดเรื่องเลยเปลี่ยนชื่อให้เป็น พิชชา เพื่อแก้เคล็ด”

S ไม่ใช่ ‘ศศิธร’ แต่เป็น ‘โศภิตา’ ต่างหาก! ผู้สมรู้ร่วมคิดคนที่สามก็คือ พิชชา นั่นเอง!

และในตอนนั้นเอง โลกทั้งใบของณดาก็ค่อยๆ พร่าเลือนไปอีกครั้ง

 



Don`t copy text!