ฤดูร้อนเป็นของเขา ฤดูหนาวเป็นของเธอ บทที่ 30 : ยูเทิร์น

ฤดูร้อนเป็นของเขา ฤดูหนาวเป็นของเธอ บทที่ 30 : ยูเทิร์น

โดย : วิตต ตุลยธัญ

Loading

เมื่อความตายไม่ใช่จุดจบ แต่คือจุดเริ่มต้นของการแชร์ร่าง! ‘ณดา’ ต้องรับภารกิจเป็นร่างทรงไทม์แชร์ให้สองวิญญาณข้ามฤดูหนาวและฤดูร้อน ในนวนิยายแฟนตาซี-ฟีลกู๊ด ‘ฤดูร้อนเป็นของเขา ฤดูหนาวเป็นของเธอ’ โดย วิตต ตุลยธัญ อ่านเลย

เมื่อลืมตาขึ้น ณดาพบว่าตัวเองได้กลับมาอยู่ในรถอีกครั้ง

หญิงสาวหันไปมองที่นั่งข้างคนขับ ยมทูตกำลังมองวิวนอกหน้าต่างอย่างสบายอารมณ์เหมือนไม่มีอะไรเกิดขึ้น เมื่อเหลือบมองไปที่กระจกส่องหลังก็เห็นรวีกับอวัศยานั่งอยู่ที่เบาะหลัง ทุกอย่างดูเหมือนตอนที่พวกเธอนั่งรถไปเชียงดาวด้วยกันเป็นครั้งแรกไม่มีผิด

นี่ฉันต่ออายุขัยตัวเองไม่สำเร็จสินะ ในที่สุดฉันก็ทำภารกิจสุดท้ายล้มเหลว

ณดาหันไปมองภาพเบื้องหน้า รถของเธอกำลังเคลื่อนตัวไปบนถนนที่ทอดยาวไปข้างหน้าเป็นเส้นตรง พื้นถนนเรียบลื่นอย่างเหลือเชื่อคล้ายกับว่ารถของณดากำลังลอยอยู่เหนือพื้น สองข้างทางเต็มไปด้วยต้นไม้หน้าตาประหลาดที่ณดาไม่รู้จัก ทุกต้นแผ่กิ่งก้านสาขาอย่างงดงามและเต็มไปด้วยดอกไม้หลากสีสันราวกับภาพวาด แสงแดดยามเช้าลอดผ่านยอดไม้สูงโปร่งเป็นริ้วแสงสีทองสั่นไหวบนหน้ากระจก

“ฉัน…ตายแล้วใช่ไหม” ณดาหันไปถามยมทูต

“แล้วตอนนี้คุณรู้สึกยังไงบ้างล่ะ” เป็นอีกครั้งที่ยมทูตตอบคำถามด้วยคำถาม ที่จริงณดาควรจะรู้สึกโกรธ แต่ครั้งนี้เธอกลับโกรธไม่ลง

“ฉันรู้สึก…โอเคนะ” ณดาลองสำรวจความรู้สึกตัวเองอีกครั้ง “ไม่สิ…ที่จริงฉันรู้สึกดีมากเลยละ รู้สึกสงบอย่างที่ไม่เคยเป็นมาก่อน ฉันไม่กังวลอะไรอีกแล้ว แล้วไอ้อาการใจสั่นที่เคยเกิดขึ้นบ่อยๆ ก็หายไปแล้วด้วย”

“ที่คนเรารู้สึกกังวลก็เพราะมัวแต่ห่วงว่าวันพรุ่งนี้จะเกิดอะไรขึ้นบ้างน่ะสิ ตอนนี้คุณไม่มีวันพรุ่งนี้อีกแล้ว ก็ไม่เหลืออะไรที่ต้องกังวลต่อไปอีกแล้วละ”

“แล้วทำไมฉันถึงต้องมาขับรถแบบนี้ด้วยล่ะ” ณดาก้มลงมองมือทั้งสองข้างที่กำลังจับพวงมาลัยอยู่

“เรากำลังจะเดินทางไปสู่โลกหลังความตายด้วยกันไงล่ะ พวกเราสี่คนนั่งรถอยู่ด้วยกันเป็นประจำอยู่แล้ว ผมเลยเลือกวิธีนี้ให้คุณ แต่ที่จริงสิ่งที่คุณเห็นมันก็เป็นแค่นิมิตเท่านั้นแหละ ต่อให้คุณปล่อยพวงมาลัย รถก็ยังขับไปข้างหน้าได้เองเหมือนพวกรถยนต์ไร้คนขับที่พวกมนุษย์เดี๋ยวนี้เห่อกันนั่นแหละ”

ณดาลองปล่อยมือจากพวงมาลัยและรถก็ยังเคลื่อนไปข้างหน้าเรื่อยๆ อย่างที่ยมทูตว่าไว้จริงๆ

“ภารกิจสุดท้ายของฉันคือการคืนความยุติธรรมให้หมอกกับวีใช่มั้ย สุดท้ายแล้วฉันก็ทำมันไม่สำเร็จจริงๆ” ณดาพูดพลางมองไปที่กระจกส่องหลังอีกครั้ง ดวงวิญญาณทั้งสองมองกลับมาด้วยสีหน้าเศร้าสร้อย

“ผมไม่เคยบอกคุณเลยนะว่าภารกิจสุดท้ายคืออะไร บางทีมันอาจจะเป็นการเรียนรู้ที่จะปล่อยวางก็ได้”

“ผมเสียใจด้วยนะณดา” รวีพูดเสียงเศร้า “เพราะพวกเรา คุณเลยต้องมาตายไปด้วยแบบนี้”

“ไม่เป็นไรเลย” ณดาหันไปยิ้มให้รวี “ฉันต่างหากที่ต้องขอโทษที่ช่วยอะไรนายไม่ได้เลย”

ณดาไม่เคยคิดโทษรวีเลย ที่จริงเธอควรจะตายไปตั้งแต่เมื่อหลายเดือนก่อนแล้วด้วยซ้ำ แต่นี่เธอได้ใช้ชีวิตต่อมาอีกตั้งหลายเดือน แถมยังเป็นหลายเดือนที่เธอได้รับประสบการณ์ดีๆ ตั้งมากมายในแบบที่เธอไม่เคยได้รับในตลอดช่วงชีวิตหลายสิบปีที่ผ่านมา

“ไม่ต้องห่วงหรอกนะ ยังไงพวกเราก็ตายไปอยู่แล้ว พวกคนเลวเดี๋ยวเวรกรรมก็ตามทันเองนั่นแหละ ฉันขอบใจเธอจริงๆ นะที่พยายามช่วยพวกเรามากขนาดนี้” อวัศยาพูดขึ้นบ้าง

“บางทีทุกอย่างอาจถูกกำหนดเอาไว้แล้วก็ได้นะ พวกคุณอาจจะถูกกำหนดให้เดินทางไปสู่โลกหลังความตายด้วยกันแล้วไปเกิดใหม่พร้อมๆ กันก็ได้”

ณดาหันไปมองหน้ารวีแล้วคิดตามที่ยมทูตบอก ก่อนหน้านี้หญิงสาวเคยรู้สึกสับสนความรู้สึกของตัวเองมาตลอดว่าเธอรักคิรินหรือรวีกันแน่ และตอนนี้ชะตากรรมก็กำลังบอกกับเธอแล้ว ว่ารวีคือคนที่เหมาะกับเธอมากกว่า อย่างน้อยก็ในเรื่องของจังหวะเวลา

“ไม่นะ ผมไม่อยากให้มันเป็นแบบนี้” รวีพูดขัดขึ้นก่อนจะหันไปหาณดา “ณดา ผมอยากให้คุณมีชีวิตต่อไปนะ คุณยังตายตอนนี้ไม่ได้ เข้าใจมั้ย”

“คุณแน่ใจเหรอ ผมว่าพวกคุณดูเป็นคู่ที่เหมาะสมกันมากเลยนะ ถ้าไปเกิดใหม่พร้อมกันตอนนี้ พวกคุณอาจจะได้เป็นเนื้อคู่กันจริงๆ ก็ได้นะ” ยมทูตพูดยิ้มๆ

“ไม่ มันต้องไม่ใช่แบบนี้” รวีพูดเสียงดัง

“คุณอยากให้ณดามีชีวิตต่อไป ถึงจะต้องลงเอยกับคิรินอย่างนั้นเหรอ”

“ใช่” รวีพยักหน้า น้ำตาลูกผู้ชายไหลออกมาเปื้อนแก้มเป็นทาง

ในตอนนั้นเองที่ณดาสัมผัสได้ถึงความอบอุ่นที่แผ่ออกมาจากกลางอก พลังงานนั้นค่อยๆ เปล่งประกายออกมาจากร่างของณดาจนเกิดเป็นแสงสีทองที่ห่อหุ้มร่างเธอเอาไว้ อะไรบางอย่างทำให้ณดารู้สึกว่าพลังงานนั้นถูกส่งมาจากรวี

มันคือ…ความรักอย่างนั้นเหรอ ณดาหันไปมองหน้ารวีที่กำลังใช้มือปาดน้ำตาเหมือนเด็กผู้ชายตัวเล็กๆ

พลังงานสีทองนั้นเข้มข้นมากขึ้นเรื่อยๆ เธอหันไปมองหน้าอวัศยา ดวงวิญญาณสาวเองก็กำลังร้องไห้อยู่เช่นกัน ดูเหมือนว่าพลังงานส่วนหนึ่งจะถูกส่งออกมาจากอวัศยานั่นเอง

“ฉันก็อยากให้เธอได้มีชีวิตต่อไปเหมือนกันนะ” อวัศยายิ้มให้ณดาทั้งน้ำตา “เธอทำเพื่อพวกเรามามากพอแล้ว ถึงเวลาแล้วละที่เธอจะได้ใช้ชีวิตของตัวเองสักที”

ยมทูตมองสิ่งที่เกิดขึ้นตรงหน้าด้วยท่าทีสนอกสนใจ

“ถ้าอย่างนั้นมันก็เป็นทางเลือกของเธอแล้วละ”

“ทางเลือกเหรอ คุณหมายความว่ายังไง เมื่อกี้คุณเพิ่งบอกเองว่าฉันตายไปแล้ว”

“เดี๋ยวก่อนสิ ผมยังไม่ได้พูดสักคำเลยนะว่าคุณตายแล้ว คุณนี่ชอบคิดไปเองอยู่เรื่อย” ยมทูตพูดยิ้มๆ อีกครั้ง “ผมแค่บอกว่าเรากำลังจะเดินทางไปโลกหลังความตาย แต่ไม่ได้บังคับให้คุณไปกับพวกเราสักหน่อย”

ณดามองหน้ายมทูตก่อนจะจ้องมองไปที่พวงมาลัยอีกครั้ง

ที่ผ่านมาเธอใช้ชีวิตในโหมดออโตไพลอตมาตลอด ไม่ต่างอะไรกับการนั่งรถยนต์ไร้คนขับแบบนี้ เธอมัวแต่กังวลถึงอะไรมากมายที่อาจจะเกิดขึ้นจริงหรือไม่มีวันเกิดขึ้นเลยก็ได้ ณดาอยู่บนโลกใบนี้มาสามสิบกว่าปีแล้ว แต่เธอเพิ่งจะรู้สึกว่าตัวเองได้มีชีวิตอยู่จริงๆ ก็แค่ช่วงไม่กี่เดือนที่ผ่านมานี่เอง

พูดตรงๆ ก็คือ…เธอยังไม่อยากตาย แล้วเธอก็ไม่อยากใช้ชีวิตแบบออโตไพลอตอีกต่อไป

ณดาใช้มือทั้งสองข้างจับพวงมาลัยเอาไว้แน่นก่อนจะหมุนพวงมาลัยกลับจนรถหมุนตัว 180 องศา ยางล้อเบียดถนนจนเกิดเสียงดังสนั่น กลิ่นยางไหม้ฟุ้งกระจายไปทั่ว ในเมื่อถนนสายนี้ไม่มีจุดยูเทิร์นให้ เธอก็ต้องสร้างมันขึ้นมาด้วยตัวเอง

หญิงสาวเพิ่งจะมองเห็นในตอนนั้นเองว่าทางที่ทอดอยู่เบื้องหลังเธอมาตลอดมันไม่ได้สวยงามหมดจดเหมือนทางไปสู่โลกแห่งความตายที่เธอเห็นเมื่อครู่ ทางเส้นนั้นเต็มไปด้วยความคดเคี้ยวและคาดเดาอะไรไม่ได้ แต่หัวใจของณดากลับบอกให้เธอขับไปบนทางเส้นนั้น

สถานที่ที่เธออยากไปคือโลกคนเป็น…ไม่ใช่โลกคนตาย แม้จะไม่แน่ใจนักว่าจะมีอะไรรอเธออยู่ก็ตาม

ณดาไม่รู้สึกกลัวอีกต่อไปแล้ว หญิงสาวเหยียบคันเร่งจนมิด แล้วรถคันเล็กก็พุ่งทะยานไปข้างหน้า ก่อนที่ภาพรอบตัวณดาจะค่อยๆ เลือนหายไปในความเร็วเหนือแสง

 

แล้วณดาก็พบว่าตัวเองกลับมาอยู่ที่จุดเกิดเหตุอีกครั้ง

สิ่งแรกที่ณดาห่วงก็คือแฟลชไดรฟ์ หลักฐานทั้งหมดอยู่ในนั้น ยังไงเธอก็ปล่อยให้พิชชาเอามันไปไม่ได้

“เดี๋ยวก่อน อย่าเพิ่งไป” ณดาเค้นเสียงออกมา

พิชชากำลังจะเดินกลับไปที่รถพร้อมกับแฟลชไดรฟ์ในมือ เมื่อได้ยินเสียงของณดา เธอก็หันกลับมาแล้วแสยะยิ้มให้ “นี่แกยังไม่ตายอีกเหรอ หนังเหนียวจริงๆ นะ”

ณดายันตัวลุกขึ้นแล้วยกขาขึ้นถีบพิชชาที่ลิ้นปี่แทนคำตอบ แรงกระแทกทำให้พิชชาลงไปกองกับพื้น พิชชาทำท่าจะลุกขึ้น แต่ณดาปรี่เข้าไปนั่งทับร่างหญิงสาวเอาไว้ก่อนจะรัวหมัดใส่หน้าพิชชาไม่ยั้ง

“แกทำอย่างนี้กับรวีได้ยังไง เขาเป็นญาติแท้ๆ ของแกนะ” ณดาตะโกนใส่หน้าพิชชา

พิชชาไม่ยอมแพ้ง่ายๆ เธอจับแขนทั้งสองข้างของณดาเอาไว้แน่นก่อนจะพลิกตัวกลับขึ้นมานั่งทับบนตัวณดาบ้างแล้วรัวหมัดใส่เพื่อเอาคืน ณดากัดฟันแน่น พยายามสะกดกั้นความเจ็บปวดเอาไว้และหาจังหวะโต้กลับ แต่ก่อนที่ณดาจะได้ทำอะไร พิชชาก็บีบคอณดาจนสุดแรง

“คนอย่างพวกแกไม่มีทางเข้าใจฉันหรอก” สีหน้าของพิชชาในตอนนี้ดูบูดเบี้ยวราวกับปีศาจร้าย “คนที่เกิดมาสบายพร้อมอย่างพวกแกไม่รู้หรอกว่าการโตมากับคำดูถูกมันเป็นยังไง พวกแกไม่รู้หรอกว่าแต่ละวันฉันรู้สึกกังวลมากแค่ไหน ชีวิตของฉันมันไม่ได้อะไรมาง่ายๆ เหมือนพวกแกหรอกโว้ย”

ณดารู้สึกถึงลมหายใจของตัวเองที่กำลังขาดเป็นห้วงๆ

นี่ฉันเพิ่งจะกลับมาจากโลกหลังความตายมาได้แค่ไม่กี่นาที แต่ฉันกำลังจะตายอีกรอบแล้วเหรอเนี่ย ทำไมมันน่าอนาถขนาดนี้ ถ้ากลับไปในสภาพนี้ ไอ้ยมทูตนั่นคงหัวเราะเยาะฉันจนฟันร่วงแน่ๆ

พอคิดได้อย่างนั้นณดาก็เกิดแรงฮึดขึ้นมา เธอใช้มือขวาคว้าก้อนหินก้อนหนึ่งที่ตกอยู่ข้างตัวแล้วฟาดใส่ขมับของพิชชาจนสุดแรงพร้อมกับตะโกนใส่พิชชา “ชีวิตกูก็ไม่ได้สบายเหมือนกันเว้ย!”

แรงกระแทกทำให้พิชชาลงไปนอนหมดสติที่พื้นอีกครั้ง ณดารีบหยิบแฟลชไดรฟ์จากมือของพิชชามาใส่ไว้ในกระเป๋ากางเกง หญิงสาวหายใจหอบ รู้สึกถึงความเจ็บปวดที่แล่นพล่านไปทั่วร่าง ณดาหยิบแว่นตาที่เลนส์แตกไปแล้วข้างหนึ่งขึ้นมาใส่ ในตอนนั้นเองที่เธอมองเห็นรถยนต์คันหนึ่งวิ่งฝ่าความมืดตรงมาหาเธอ

ฉิบหายแล้ว! อย่าบอกว่าพวกนั้นตามมาช่วยพิชชาอีกนะ ตอนนี้ฉันไม่เหลือแรงจะสู้กับใครแล้ว

ณดาพยายามหรี่ตามองภาพตรงหน้าแต่แสงไฟสว่างจ้ากลับบาดตาจนมองอะไรไม่เห็น ความเจ็บปวดทำให้สายตาของณดาพร่าเลือนลงไปทุกที หญิงสาวใช้มือพยุงตัวเองกับต้นไม้เอาไว้ พยายามประคองลมหายใจเอาไว้ให้นิ่งที่สุด

เอาวะ! ไหนๆ ก็ไหนๆ แล้ว ลองสู้ดูอีกสักยกจะเป็นอะไรไป ณดาพยายามปลุกใจตัวเองเป็นรอบสุดท้าย เธอคว้าท่อนไม้ใหญ่ที่ตกอยู่ข้างตัวหวังจะใช้เป็นอาวุธ

“ณดา นั่นใช่คุณหรือเปล่า”

เสียงที่คุ้นเคยดังขึ้นในความมืด และมันก็คือเสียงสุดท้ายที่ณดาได้ยินก่อนที่ทุกอย่างจะดับวูบลงไป

 



Don`t copy text!