นิลนาคินทร์ บทที่ 13 : เห่อเหิม ไม่เจียมตน

นิลนาคินทร์ บทที่ 13 : เห่อเหิม ไม่เจียมตน

โดย : อลินา

นิลนาคินทร์ หนึ่งในนิยายชุด นวหิมพานต์ นิยายออนไลน์ แนวแฟนตาซีเหนือจริง ภายใต้นามปากกา อลินา เรื่องราวสุดจินตนาการที่ อ่านเอา อยากให้ทุกคนได้ อ่านออนไลน์

………………………………………….​​

หลังจากคืนเปิดตัวอรุษอย่างเป็นทางการ ร่องรอยของนาคฆาตกรก็เงียบหายไป แม้อสูรรักษาเมืองจะจับตามองหาชายแปลกถิ่นหน้าตาดี บุคลิกโดดเด่น ดวงตาสีอ่อนเป็นพิเศษ แต่จนแล้วจนรอดก็ไม่ได้เบาะแสอะไร ข้อดีเห็นจะมีเพียงว่าในห้องดับจิตของไกรลาสคีรีไม่มีศพดำไหม้เกรียมเพิ่มขึ้นเท่านั้น

ส่วนทางด้านบึงมรกตนั้นอสูรรักษาเมืองที่นั่นก็รายงานว่า มีเพียงชาวบ้านที่ออกหาปลาในบึงกับนักท่องเที่ยวประปรายเท่านั้น ไม่มีผู้ต้องสงสัยใดๆ

บรรดาผู้ปกครองและผู้ดูแลนวหิมพานต์ค่อนข้างหนักใจ แต่อรุษกลับไม่ประหลาดใจอะไรเลย นาคหนุ่มยังใช้ชีวิตอย่างสำราญ รบกวนความสุขสงบของหฤษรเทวีได้อย่างเป็นปกติ

เริ่มแรกรุทรชวนให้เขาพักเรือนรับรองที่เดียวกับอุรเคนทร์เพื่อสานสัมพันธ์ระหว่างคู่แฝด หากอรุษปฏิเสธ บอกว่าเขามีที่พักของตัวเองอยู่แล้ว เป็นคฤหาสน์เก่าของลูกครึ่งเทพกับวิทยาธรผู้หนึ่ง

เจ้าของดั้งเดิมเป็นผู้เฉลียวฉลาดและมีโชคด้านการเงิน เขานำสมบัติของบรรพบุรุษฝั่งเทพมาลงทุนธุรกิจ ได้กำไรมากมายจนสามารถซื้อที่ดินกว้างใหญ่และสร้างคฤหาสน์หลังใหญ่ได้ ผู้สร้างใช้พรสวรรค์ด้านการตกแต่งจากเชื้อสายวิทยาธรทำให้บ้านหลังใหญ่งดงามโอ่อ่าจนเป็นที่กล่าวขวัญไปทั่วนวหิมพานต์

น่าเสียดายที่ลูกหลานรุ่นหลังนั้นไม่อาจรักษาธุรกิจที่บรรพบุรุษก่อตั้งเอาไว้ได้ เจ้าของคฤหาสน์รุ่นถัดมานิสัยเจ้าชู้ มีทั้งภรรยาสาวสนมและลูกหลานจำนวนมาก ลูกหลานไร้ความสามารถว่าแย่แล้ว แต่ลูกหลานที่ละโมบแก่งแย่งแข่งขันชิงมรดกครอบครัวยิ่งเลวร้ายกว่า ขัดแข้งขัดขา กีดกันเรื่องการทำงาน หาจุดอ่อนโจมตีกัน จนสุดท้ายเพียงไม่ถึงร้อยปีหลังจากเริ่มก่อตั้ง ธุรกิจใหญ่โตก็ล่มสลาย คฤหาสน์งดงามโอ่อ่าไม่สามารถรักษาทิ้งร้างไปหลายสิบปี

ห้าปีที่ผ่านมาอรุษให้คนของเขาหาซื้อที่ดินเพื่อสร้างตลาดสำหรับเป็นฐานของเขาในนวหิมพานต์ คนของเขาหาซื้อได้ไม่ไกลจากคฤหาสน์ที่มีชื่อดั้งเดิมว่าคฤหาสน์ทิพากรเท่าไรนัก นาคหนุ่มตรวจดูทำเลแล้วชอบใจจึงได้ขยายที่ดินกว้านซื้อไปเรื่อยๆ

ส่วนตัวคฤหาสน์เก่าแก่แต่ทรุดโทรมที่ตั้งอยู่ห่างออกไปพอสมควรนั้นแม้จะสะดุดตาทันทีที่เห็นภาพ แต่นาคหนุ่มไม่คิดจะปักหลักในนวหิมพานต์ ไม่คิดจะลงทุนก้อนใหญ่ในบ้านเก่าแก่ที่ไม่คิดจะพำนัก สำหรับเขาถ้าจะพักเพียงแค่คราวละสองสามคืน โรงแรมเลิศหรูเป็นคำตอบที่ดีกว่า

หากเพียงชั่วเวลาสั้นๆ ที่เขามองผ่านกระจกของสำนักงานออกมาเห็นสองอสุรีด้านนอก นาคหนุ่มถึงกับนิ่งตะลึงไป เขาไม่ได้สนใจมหาเทพีผู้งดงามที่ตื่นเต้นกับข้าวของแปลกตาสารพัดตรงหน้า เพราะสายตาจับอยู่แต่เพียงหมอสาวที่ยืนปรามน้องสาวอยู่ ท่าทีของหฤษรเทวีนั้นเหมือนระอาใจทว่าริมฝีปากและดวงตามีรอยยิ้มแย้มเอ็นดู

รอยยิ้ม… ที่เคยฝังลึกในความทรงจำ

ฝังลึกจนนึกว่าลืมเลือนทุกอย่างไปหมดแล้ว จนกระทั่งยามนี้… ยามที่นิลนาคินทร์เม็ดแรกที่สร้างจากเกล็ดดำของเขาส่งสัญญาณให้เขาได้รับรู้ วินาทีนั้นความทรงจำเก่าๆ หวนกลับคืนมา และทำให้แผนการ… ความคิด… ทุกอย่างที่เขาวางไว้พลิกคว่ำตลบผิดแผกไปจากเดิมจนหมด

อรุษส่งคนของเขาให้สืบเรื่องราวของอสุรีสาว จากนั้นก็ซื้อรถ ซื้อคฤหาสน์หลังเก่าแล้วเร่งปรับปรุงซ่อมแซม บ้านยิ่งใหญ่ยิ่งเก่าร้างขาดการดูแลรักษา… ยิ่งต้องใช้ทั้งเงินทองและเวลาในการฟื้นฟู แต่โชคดีที่เขามีอย่างแรกมากมาย อาศัยแค่รายได้จากตลาดที่ขยายตัวอย่างรวดเร็วกับกำไรสินค้าที่เขานำเข้ามาจากเกาะก็สามารถเร่งคนงานทั้งวันทั้งคืนปรับปรุงบ้านเก่าให้กลับมาดูโอ่อ่างดงามขึ้นอีกครั้ง

มานวหิมพานต์คราวนี้เขาไม่พักโรงแรม แต่พักบ้านของตัวเอง บ้านที่ตั้งใจซื้อ ตั้งใจปรับปรุงไว้รอรับคู่ครองของเขา…

แต่หฤษรเทวีไม่ได้สนใจว่าเขาเป็นผู้ซื้อคฤหาสน์เก่าหลังนั้นไว้ ผิดกับมหาเทพีที่ตาโตทีเดียว

“คุณซื้อคฤหาสน์ทิพากรไปหรือคะ ทุกครั้งที่ไปตลาดเกาะเมืองใต้ฉันต้องผ่านบ้านหลังนั้น ยังคิดเสมอว่าบ้านเก่าโครงสร้างสวยขนาดนั้นไม่น่าทิ้งร้างให้ผุพังเลย”

“ครับ ตอนนี้ผมซ่อมแซมใหม่จนพออยู่ได้แล้ว”

นาคหนุ่มเอ่ยอย่างถ่อมตัว

“ซ่อมแซมทั้งหลังเลยหรือคะ”

“ใช่ครับ ทำสวนใหม่ด้วย ผมรื้อสวนเดิมที่มากับตัวบ้านทิ้งทั้งหมดแล้วแต่งสวนใหม่ให้เป็นแบบเกาะเมืองใต้ นำไม้ดอกไม้ผลจากบ้านผมทางนั้นมาลงสวนที่นี่ กว่าจะผ่านด่านกักกันพืชได้ก็เป็นเดือนเชียวครับ แต่โชคดีที่เหมือนต้นไม้ปรับตัวได้ดี โดยเฉพาะพวกต้นสมุนไพรสำคัญๆ ในเรือนกระจก ตอนนี้กำลังฟื้นตัวเกือบทั้งหมด ถ้าคุณวตีอยากไปชม…”

เหยื่อยังไม่ทันวางตรงหน้าดี ปาราวตีก็กระโจนเข้าฮุบอย่างไม่รีรอ

“ไป ไป ไป ฉันไปค่ะ นัดมาได้เลยค่ะ ว่างเสมอ”

อรุษปรายตามองไปทางหฤษรนิดหนึ่ง มหาเทพีที่แสนฉลาดและรวมตัวจับกลุ่ม ‘ตั้งวงแม่สื่อ’ กับพี่สะใภ้ทั้งสองมาแล้วก็รีบบอก

“พวกพี่สาวพี่สะใภ้ฉันไปด้วยนะคะ พี่ษรน่ะชอบบ้านเก่าๆ เห็นมองๆ คฤหาสน์ทิพากรอยู่เหมือนกัน ได้เข้าไปดูด้านในคงจะชอบ”

หฤษรเทวีมองน้องสาวตาดุ ส่วนศิวนฤบดีกระแอมเบาๆ เป็นเชิงปรามเพราะเห็นสีหน้าพี่ชายทั้งหลายมืดครึ้มลงทุกขณะ ทว่าภรรยาของเขากลับเสริมหน้าตาเฉยว่า

“เกือบลืมไป พี่ศิวะก็ชอบต้นไม้แปลกๆ อยู่เหมือนกัน…”

“งั้นผมเชิญทุกท่านเลยนะครับ ผมจะจัดเลี้ยงที่บ้าน… ตอนนี้ไม่ได้ชื่อคฤหาสน์ทิพากรแล้วนะครับ ผมเปลี่ยนชื่อบ้านเป็นคฤหาสน์สัตตบงกชแล้ว”

อรุษเชื้อเชิญแขกไปบ้าน รวมถึงแขกจากหิมพานต์ด้วย แต่คำเชิญนั้นเป็นแค่การไปเยี่ยมเยือนเฉยๆ ไม่ใช่การเชิญไปพัก อุรเคนทร์เองก็ไม่ได้ร้องขออะไร ความสัมพันธ์ระหว่างคู่แฝดห่างเหินจนเกือบจะเรียกได้ว่าไม่ต่างจากคนแปลกหน้า ดังนั้น การแยกกันอยู่แล้วค่อยๆ ทำความรู้จักกันไปอาจจะเป็นวิธีที่ดีที่สุดในตอนนี้

และเนื่องจากฆาตกรที่ออกไล่ฆ่าหมองูยังไม่มีความเคลื่อนไหว ปาราวตีจึงเป็นหัวเรือใหญ่ชักชวนทุกคนยกเว้นสองเด็กน้อยไปเที่ยวสวน… ไม่ใช่… ไปเที่ยวคฤหาสน์สัตตบงกชของอรุษ เจ้าแสงงอนจนแก้มป่องที่อดไปบ้านพี่อรุษ เจ้ากัญจน์ที่รู้ประสามากอยู่เลยพลอยงอนตามไปด้วย แต่ก็ไม่อาจทำให้พวกผู้ใหญ่เปลี่ยนใจได้ สองเด็กรวมตัวกันประท้วง สุดท้ายเจ้าแสงถูกยึดโทรศัพท์หนึ่งวัน ส่วนเจ้ากัญจน์ถูกพ่อตีก้นขนพองฟูไปที ศึกเด็กงอนจึงยุติลงได้ ส่วนพ่อเฒ่าคนธรรพ์กระซิบถามว่าบ้านนาคมีน้ำโสมเลี้ยงดูปูเสื่อแขกเหรื่อไหม พอได้รับคำตอบว่าไม่ ตาเฒ่าตัวดีก็หนีหายไปอย่างที่ไม่มีผู้ใดแปลกใจนัก

ถึงเวลานัดหมาย อรุษก็พาแขกของเขาเที่ยวชมตลาดเกาะเมืองใต้ก่อน จากนั้นจึงตรงไปยังคฤหาสน์สัตตบงกชที่อยู่ไม่ไกลนัก
ตัวคฤหาสน์ที่ปิดตายมาหลายสิบปี เก่าแก่ทรุดโทรมไปตามเวลา ยามนี้เหมือนถูกเนรมิตขึ้นมาใหม่ ไม้ใหญ่ที่เคยถูกปล่อยปละละเลยถูกตัดแต่งให้อยู่ในรูปทรงสวยงาม สระน้ำถูกขุดลอก ปลูกบัวสัตตบงกชใหม่ทั้งสระ ส่วนเรือนกระจกและสวนไม้จากเกาะเมืองใต้อยู่ด้านหลัง อรุษสัญญาว่าหลังอาหารจะให้ปาราวตีเดินเล่นเก็บต้นไม้ที่หล่อนต้องการให้จุใจ

และเมื่อชื่อคฤหาสน์หมายถึงบัว ดังนั้น บ้านทั้งหลังจึงเต็มไปด้วยแจกันและถาดรองใส่ดอกบัวสีขาวแต้มชมพูดอกใหญ่จนในอากาศเต็มไปด้วยกลิ่นหอมหวานตลบ ตัวบ้านเองก็ได้รับการบูรณะมาอย่างดี หินทุกก้อนเหมือนถูกขัดใหม่จนสะอาดไร้คราบใดๆ เครื่องเรือนที่ทำจากไม้จริงๆ ถูกนำเข้าจากเกาะใต้ แม้จะเป็นเครื่องเรือนเรียบๆ แต่กลับส่งให้คฤหาสน์หินเก่าแก่ดูขลังและโอ่อ่ามากขึ้น

นาคบริการทั้งหญิงและชายแม้จะอายุไม่มาก แต่ทุกตนถูกฝึกมาอย่างดีมีวินัยและมารยาทในการรับรองแขก แม้จะเห็นว่าหนึ่งในแขกนั้นมีรูปร่างหน้าตาและท่าทางเหมือน ‘นาคินทร์’ อย่างไม่ผิดเพี้ยน แต่ทุกตนก็ไม่แสดงอาการอยากรู้อยากเห็นอะไรเลย แถมยังปฏิบัติกับเขาเหมือนแขกปกติ ไม่เหมือนกับหฤษรเทวี… นาคบริการทั้งหลายดูเหมือนห้อมล้อมเอาใจเทวีสาวเป็นพิเศษ ท่าทางอ่อนน้อมรอรับคำสั่งราวกับว่าอสุรีสาวเป็นเจ้านายอีกคนหนึ่ง

ความมั่งคั่งสะดวกสบายที่เพียบพร้อมนี้ไม่ได้ทำให้แขกชาวนวหิมพานต์ประหลาดใจแต่อย่างใด เพราะปราสาทอสูรและปราสาทเทพก็งดงามยิ่งใหญ่แถมมีอายุเกือบเท่าๆ กับการถือกำเนิดของนวหิมพานต์ อีกทั้งอำนาจและสมบัติที่สั่งสมจากการปกครองนวหิมพานต์ร่วมกันแปดร้อยกว่าปีย่อมทำให้สองบรมีทั้งทรัพย์สินและบริวารที่เคารพเทิดทูน

สิ่งที่อรุษมี ไม่มีสิ่งใดที่บรทั้งสองและครอบครัวไม่มี

ดังนั้น จึงมีเพียงนาคจากหิมพานต์เท่านั้นที่ตื่นตะลึงแกมริษยา

จริงอยู่ที่เผ่าพันธุ์นาคแห่งหิมพานต์ถือเป็นเผ่าพันธุ์ที่มั่งคั่ง แต่ในหิมพานต์นั้นต่อให้มั่งคั่งเพียงใดก็หาได้สุขสบายเท่ากับนวหิมพานต์ไม่ ผ้าที่ทออย่างอัตคัดเนื้อผ้าหยาบไม่ลื่นมือ ไม่มีน้ำ ไม่มีไฟฟ้า ไม่มีเครื่องรักษาอุณหภูมิที่ทำให้อาหารคงความสดใหม่ได้ตลอด ไม่มีเครื่องเทศจากทางใต้ที่ทำให้อาหารเลิศรสขึ้น ไม่มีความสะดวกสบายนานัปการ…

ในใจที่คิดเหยียดผู้อื่นเสมอทำให้รู้สึกขมขื่น ทำไม… ทั้งๆ ที่เป็นนาคต่ำศักดิ์แท้ๆ กลับมีวาสนากลายเป็นผู้นำที่มั่งคั่งและสุขสบาย คฤหาสน์เอย กิจการใหญ่โตเอย ผ้าผ่อนเงินทอง นาคบริวารเหล่านี้ควรเป็นของนาคระดับอัคคิมุขะ ไม่ก็ควรเป็นของเผ่าพันธุ์นาคที่ยิ่งใหญ่ในหิมพานต์ มิใช่ให้นาคต่ำศักดิ์เลือดต้องสาปผู้นี้ครอบครอง!

นาค… ไม่ว่าจะอยู่แห่งหนใดก็ควรจะมีความซื่อสัตย์รู้คุณกับเผ่าพันธุ์ของตน ต้องรู้จักเจียมใจเจียมตนไม่เห่อเหิมทำตัวเสมอองค์ราชันอุกฤต!

ในบรรดานาคจากหิมพานต์… อุรเคนทร์เป็นตนเดียวที่สงบนิ่งที่สุด เขาแทบไม่เหลือบตามองการตกแต่งใดๆ ในคฤหาสน์เลย นาคหนุ่มทำเพียงเอ่ยถามว่า

“นาคเวหนอยู่ที่นี่หรือไม่ พี่อยากพบเพื่อขอบคุณเขาที่ช่วยดูแลน้อง”

“พ่อบุญธรรมผมอยู่ที่เกาะเมืองใต้ คงไม่ได้มานวหิมพานต์เร็วๆ นี้ เอาเป็นว่าผมน้อมรับคำขอบคุณแทนพ่อเวหนไว้ก็แล้วกัน” เจ้าบ้านเพียงแค่ตอบยิ้มๆ

งานเลี้ยงในคฤหาสน์สัตตบงกชดำเนินไปอย่างประหลาด ปะปนกันไประหว่างความรื่นรมย์สนิทสนมกับความเหินห่าง อึดอัด บรรยากาศเหมือนฝนตกไม่ทั่วฟ้า… จริงๆ ต้องบอกว่าไม่ทั่วห้องเสียด้วยซ้ำ เพราะขณะที่แขกสาวๆ พากันห้อมล้อมอรุษ แขกหนุ่มๆ จับจ้องนาคหนุ่มอย่างระแวดระวัง อุรเคนทร์ที่มีหน้าตาเหมือนอรุษไม่ผิดเพี้ยนกลับเหมือนถูกลืม เขาแทบจมหายไปในทะเลเสน่ห์ของคู่แฝด

และนอกจากผู้ติดตามทั้งสองของเขาที่หน้าตาคล้ำดำขึ้นทุกขณะ หฤษรเทวีเป็นผู้เดียวที่สังเกตเห็น หมอสาวชื่นชมกับความเยือกเย็นและการวางตัวได้เป็นอย่างดีของนาคหนุ่ม ดังนั้น หล่อนจึงช่วยด้วยการสนทนากับเขามากขึ้น ซักถามถึงเรื่องบ้านของเขาในหิมพานต์อย่างใส่ใจ

อุรเคนทร์ตอบด้วยท่าทีที่ยิ้มแย้มอบอุ่น ผิดกับใบหน้าของเจ้าของบ้านที่บึ้งตึงขึ้นทุกที

หลังอาหารบรรดาแขกเหรื่อพากันเดินชมสวนและเรือนกระจกด้านหลังคฤหาสน์ ระหว่างที่น้องสาวชื่นชมพรรณไม้แปลกตาและเล็งหาช่องทาง ‘นำกลับ’ ปราสาทเทพ หฤษรเทวีก็แยกตัวออกมาเพื่อไปห้องน้ำ

เทวีสาวถามทางจากนาคสาวบริการ และรายนั้นแทบจะอุ้มหล่อนไปส่งที่ห้องพักรับรองขนาดเล็กที่เตรียมทุกอย่างไว้ให้พร้อมสำหรับแขก

หล่อนทำธุระส่วนตัวเรียบร้อย ออกมาหยุดโทรศัพท์ไปทางแพทย์ผู้ช่วยไกรลาสคีรีถึงความคืบหน้าของอาการคนไข้หนักสองสามรายที่หมอสาวดูแลอยู่ พอกดตัดสัญญาณ วงแขนคู่หนึ่งก็โอบหล่อนไว้จากทางด้านหลัง

หฤษรเทวีทั้งแปลกใจทั้งโมโห นาคหน้าด้านช่าง ‘เลื้อย’ ได้เงียบเชียบจริงๆ

“ตัวดำ ปล่อย!”

ซือ…

อรุษทำเสียงในลำคอ

“ปล่อย นายเป็นเจ้าของบ้านนะ มาทำแบบนี้กับแขกได้ยังไง”

“เธอเป็นเจ้าของบ้านอีกคน ไม่ใช่แขก” นาคหนุ่มกระซิบข้างหู

อสุรีเทวีกระทืบส้นเท้าใส่เท้าผู้ที่โอบอยู่ไปสองที แต่ผลก็เหมือนทุกครั้ง… หน้าหนาหนังหนาไม่สะทกสะท้านใดๆ ทั้งสิ้น

“ฉันไปเป็นเจ้าของบ้านหลังนี้ตั้งแต่เมื่อไรกัน อย่ามาตู่”

“เป็น ตั้งแต่เธอรับตราประทับคู่ครองของฉัน”

“ฉันไม่ได้รับ”

“งั้นต้องประทับตราอีกรอบ”

“นาย-ตัว-ดำ!” หฤษรเทวีดิ้นจนสามารถเอี้ยวตัวกลับไปมองคนด้านหลัง หล่อนบีบจมูกเขาไว้ ตั้งใจจะบังคับให้เขาคลายอ้อมแขนลง

อรุษมองหล่อนหน้าเศร้าตาเซื่อง ก่อนสารภาพ

“เธอไม่รู้หรือว่างูหายใจทางปาก ไม่ใช่จมูก ถ้าจะรังแกกันต้องปิดปากไม่ใช่ปิดจมูก… แบบนี้” แล้วเขาก็ก้มหน้าลงมา ริมฝีปากแตะปากนุ่มของหล่อน เขี้ยวขบย้ำแผ่วเบา ขณะที่ลิ้นวนสอดประสาน

หฤษรเทวีคิดอะไรไม่ออก ในหัวหล่อนขาวโพลนไปหมด นาคตัวนี้ต้องพ่นพิษใส่หล่อนแน่ เนื้อตัวถึงได้ร้อนผ่าว ลมหายใจติดขัดไปหมดแบบนี้

หล่อนอยาก… อยากจะปิดปากเขาให้ตาย แต่เกรงว่าตัวหล่อนจะหมดลมหายใจเสียก่อน ขณะที่เขาถอนริมฝีปากออกไปและเฝ้ามองกลีบปากที่มีรอยเจ่อเล็กน้อยด้วยความภาคภูมิใจ หล่อนก็หายใจหอบแฮ่ก

“ชัดเจนแล้ว” เขายิ้มพึงพอใจ “ดูซิว่าจะมีนาคหน้าไหนมาเกาะแกะเธออีกไหม”

“ไม่-มี-ใคร-มา-เกาะ-แกะ-ฉัน” หฤษรจิ้มอกคนตรงหน้าแรงๆ อยากให้นิ้วตัวเองเป็นปลายกริชเผื่อจะได้ทะลุหนังหนาๆ นั่น “มีแต่นายเท่านั้นแหละ คอยแต่หาเศษหาเลยฉัน”

“งั้นไม่หาเศษหาเลย กินจริงเลยได้ไหม” นาคถามตาใสอย่างมีความหวัง

“ไม่ได้ นาคบ้าบอ แล้วไม่ต้องคิดอะไรบ้าๆ พี่ชายนายเขาไม่ได้เกาะแกะอะไรฉัน”

“หมอนั่นยิ้มให้เธอ” เขาบอกหน้าตาบึ้งตึง

“ตามมารยาท คุยกันก็ต้องยิ้มให้กัน จะทำหน้าบึ้งตึงหรือเย็นชาใส่กันแบบนายได้ยังไง” หฤษรโมโหนิดหน่อย ทั้งโกรธนาคตรงหน้า เคืองตัวเองด้วยที่ต้องมาอธิบายราวกับตัวเองทำผิด

“นาคไม่ถือสาเรื่องมารยาท” อรุษบอกหน้าตาเฉย “ไม่ต้องไปใส่ใจเขา เดี๋ยวเขาก็กลับหิมพานต์ไปแล้ว”

“นายก็ต้องไปกับเขา”

“ไม่ไป นาคที่คิดแย่งคู่ครองของคู่แฝดจะไปด้วยทำไม จำไว้นะตัวยุ่ง ห้าม… ห้าม… ห้ามคุยกับนาคตนไหน ห้ามยิ้มให้ ห้ามหัวเราะ ห้ามมองใครด้วยสายตาบอกรักสุดหัวใจแบบที่เธอมองฉันตอนนี้” คราวนี้หน้าตาที่งดงามบึ้งตึง น้ำเสียงเชื่อจริงเชื่อจังกับคำพูดของตน

สายตาบอกรักสุดหัวใจ! ให้ตายเถอะ ตาใสสวยเหมือนลูกแก้วแบบนั้นใครจะรู้ว่าเป็นตาบอดตาใส มองอะไรเลื่อนเปื้อนไปหมด!

แล้วนี่สั่งๆ แบบนี้เป็นเจ้าชีวิตกันหรือไง

หฤษรเทวีตัวสั่น ตำรา… ตำรา… ฆ่านาคมีจำหน่ายที่ไหนบ้างไหม หรือหล่อนจะไปยืมขลุ่ยวิเศษจากรานีไศลโสภิณ จากนั้นก็ไปเรียนมนตร์ดลปรารถนาจากคนธรรพ์อิทธิกมลเพื่อมากำราบนาค!

เดี๋ยว… อะไรบางอย่างแวบวาบเข้ามาในสมองของอสุรีสาว…

โชคร้ายที่หล่อนยังไม่ทันคว้าแสงสว่างที่วาบขึ้นในความคิดได้ ประตูห้องพักรับรองก็ถูกเคาะอย่างเกรงใจ

อรุษเหลือบมองอย่างไม่พอใจ แต่เขารู้ว่าถ้าไม่เร่งด่วนจริงๆ คนของเขาไม่มีทางรบกวน ดังนั้น ชายหนุ่มจึงคลายวงแขนออกก่อนเอ่ยปาก

“เข้ามา”

นาคที่เข้ามาหน้าตาคุ้นตาหฤษรอยู่ จำได้ว่าเป็นผู้ที่ติดตามอรุษไปยังปราสาทอสูร เขาไม่กล้าสบตาใคร รีบส่งโทรศัพท์เคลื่อนที่เครื่องเล็กในมือให้ชายหนุ่ม

“โทรศัพท์จากพายัพมณฑลครับนาคินทร์”

ชายหนุ่มรับมากรอกเสียงลงไปเพียง

“ว่ามา”

เมื่อตัดสัญญาณทิ้งในเวลาอึดใจต่อมา สีหน้าอรุษเปลี่ยนไปราวกับคนละคน ไม่มีรอยยิ้มซื่อๆ อย่างเสแสร้ง ไม่มีสีหน้าไม่รู้ไม่ชี้ใสซื่ออย่างไม่จริงใจอีกต่อไป เขาเอ่ยอย่างเครียดเคร่งว่า

“พบร่างไหม้เกรียมรายใหม่ที่พายัพมณฑล”

“คนธรรพ์หมองูอีกรายหรือ” หฤษรเทวีถาม

“ไม่ รายนี้เป็นนาค เป็นคนของฉันที่เพิ่งส่งไปเฝ้าบึงมรกต ฆาตกรของเรากลับไปพายัพมณฑลแล้ว”

 

Don`t copy text!