
ฤดูร้อนเป็นของเขา ฤดูหนาวเป็นของเธอ บทที่ 19 : ลิงน้อยในใจเรา
โดย : วิตต ตุลยธัญ
![]()
เมื่อความตายไม่ใช่จุดจบ แต่คือจุดเริ่มต้นของการแชร์ร่าง! ‘ณดา’ ต้องรับภารกิจเป็นร่างทรงไทม์แชร์ให้สองวิญญาณข้ามฤดูหนาวและฤดูร้อน ในนวนิยายแฟนตาซี-ฟีลกู๊ด ‘ฤดูร้อนเป็นของเขา ฤดูหนาวเป็นของเธอ’ โดย วิตต ตุลยธัญ อ่านเลย

ตลอดชีวิตที่ผ่านมา ไม่เคยมีครั้งไหนที่ณดาใช้ร่างกายตัวเองหนักหน่วงเท่านี้มาก่อน
แค่งานในครัวอย่างเดียว ณดาก็เหนื่อยจนสายตัวแทบขาด ต้นแขนทั้งสองข้างที่เคยอุดมไปด้วยไขมันค่อยๆ เปลี่ยนไปเป็นกล้ามเนื้อหลังจากที่ต้องหั่นผักหั่นเนื้อจนมือเป็นระวิง ปอกมะพร้าวและขูดมะพร้าวด้วยกระต่ายขูดมะพร้าว และยกหม้อแกงหนักๆ ทุกวัน หลายครั้งณดาก็ต้องไปช่วยงานในสวนมะพร้าวด้วย แล้วแดดแรงๆ ของชุมพรก็ค่อยๆ เปลี่ยนผิวขาวซีดของนักคณิตศาสตร์สาวจนกลายเป็นสีน้ำผึ้งไปทีละน้อย
ไม่ใช่แค่ร่างกายของณดาที่เปลี่ยนไป แต่ฝีมือทำอาหารของณดาก็พัฒนาขึ้นตามไปด้วย ทั้งหมดต้องยกความดีความชอบให้ดวงวิญญาณหนุ่มที่ตั้งใจสอนลูกศิษย์คนโปรด (และคนเดียว) ทำอาหารทุกวัน
เมนูในวันนี้คือผัดสะตอกะปิกุ้งสด
“สะตอน่ะมีสองแบบคือสะตอข้าวกับสะตอดาน สะตอที่เราใช้วันนี้เป็นสะตอดาน กลิ่นฉุนกว่าแต่ทำอาหารอร่อย” รวีเริ่มเลกเชอร์ “เดี๋ยวปอกเสร็จ คุณเอาสะตอไปลวกน้ำสักสองนาทีนะ แล้วค่อยเอามาแช่ในน้ำเย็นอีกที ทำแบบนี้สะตอจะกรอบอร่อยแล้วก็ช่วยลดกลิ่นฉุนได้”
ณดาจัดการต้มสะตอตามที่รวีสอนอย่างตั้งใจ ดวงวิญญาณหนุ่มพยักหน้าอย่างพึงพอใจ
“เมนูนี้เป็นเมนูโปรดของหนูเจนเลยนะ ต้องตั้งใจทำให้เต็มที่หน่อย” ดวงวิญญาณหนุ่มพูดขึ้นพร้อมรอยยิ้ม
พอได้ยินชื่อเจณิสตา ณดาก็เริ่มรู้สึกผิดอีกครั้ง “ฉันขอโทษนะ นี่ผ่านมาตั้งหลายอาทิตย์แล้ว แต่ฉันยังเข้าใกล้หนูเจนไม่ได้เลย นายก็เลยไม่ได้ใช้เวลากับลูกสักที บางทีเจนอาจจะไม่ชอบหน้าฉันจริงๆ ก็ได้”
“ไม่เป็นไรหรอกคุณ เจนเขาก็เป็นเด็กแบบนี้แหละ นี่เราก็ยังพอมีเวลาอยู่นะ”
“ก็หวังว่าจะเป็นอย่างนั้นนะ” ณดาพูดเสียงอ่อย
“นี่ ฉันถามอะไรหน่อยสิ” ณดาเอ่ยขึ้นระหว่างที่หยิบกุ้งลงไปลวกในน้ำร้อน “ญาตินายที่ชื่อพิชชาเขาเป็นใครเหรอ ทำไมนายไม่ค่อยพูดถึงเขาเท่าไหร่เลยล่ะ”
รวีเงียบไปพักใหญ่ก่อนจะพูดต่อ “คือเราไม่ค่อยสนิทกันเท่าไหร่น่ะ แล้วตอนเด็กๆ พ่อแม่ของพวกเราก็มีปัญหากันนิดหน่อยน่ะ”
“ปัญหาอะไรเหรอ ถ้าไม่อยากเล่าก็ไม่เป็นไรนะ”
“คือพ่อผมกับป้าเพ็ญแม่ของพิชชาเขาเป็นพี่น้องกันน่ะ พอป้าเพ็ญแต่งงานกับลุงกฤษณ์ก็แยกครอบครัวออกไป ลุงกฤษณ์แกทำงานรับเหมาก่อสร้างที่กรุงเทพน่ะ แต่อยู่มาวันหนึ่งธุรกิจแกมีปัญหาก็เลยมาขอยืมเงินพ่อแม่ผม แล้วทั้งสองคนก็หนีไป”
“หา หนีไปเฉยๆ เลยเหรอ”
“อืม ไม่ใช่แค่นั้นนะ หนีไปแล้วยังแอบเอาโฉนดที่ดินมรดกของครอบครัวไปขายอีก ช่วงนั้นพ่อผมไม่สบายจนล้มป่วยไปเลยละ หลังจากนั้นไม่นานพ่อผมก็เสีย”
“หา ใจร้ายชะมัด คนในครอบครัวเดียวกันยังหักหลังกันได้ แล้วหลังจากนั้นเกิดอะไรขึ้นล่ะ” ณดาถามต่อในขณะที่มือยังตำกะปิไปด้วย
“พวกเรามาได้ยินข่าวอีกทีก็ตอนที่พ่อแม่ของพิชชาเสียไปแล้ว พวกเขาโดนเจ้าหนี้อีกคนสั่งเก็บน่ะ”
“หา อย่างนั้นเลยเหรอ” ณดายกมือขึ้นทาบอก
“ใช่ โชคดีที่วันนั้นพิชชาไปโรงเรียนพอดี เลยรอดมาได้” รวีอธิบาย “หลังจากนั้นครอบครัวผมก็รับพิชชามาเลี้ยง แต่ตอนที่มาถึงเขาก็เป็นวัยรุ่นแล้วละ เราห่างเหินกันไปหลายปีเลยไม่ค่อยสนิทกันเท่าไหร่”
“เออ แล้วทำไมบางทีป้านวลเขาถึงชอบเรียกพิชชาว่า โศภิตา ล่ะ”
“ก็ตอนเด็กๆ พิชชาเขาชื่อโศภิตาน่ะสิ แต่หลังจากเกิดเรื่อง แม่ก็เลยไปปรึกษากับหลวงพ่อที่รู้จักกัน หลวงพ่อท่านเลยเปลี่ยนชื่อให้เป็น พิชชา เพื่อแก้เคล็ด แต่ผมว่าจริงๆ แล้ว พิชชาเขายังชอบชื่อเดิมของเขามากกว่านะ”
“แล้วนายยังโกรธพิชชาอยู่หรือเปล่า”
“ถ้าพูดตรงๆ ผมก็โกรธพ่อแม่ของเขานะ แต่แม่ก็สอนผมมาตลอดว่ามันไม่ใช่ความผิดของพิชชา” รวีอธิบาย “แล้วที่ผ่านมา พิชชาเขาก็ช่วยผมหลายเรื่อง ก่อนที่ผมจะตาย พิชชาเขาก็ช่วยผมเลือกประกันชีวิตเอาไว้ให้ หนูเจนเขาก็เลยได้เงินมาก้อนหนึ่งหลังจากที่ผมตายน่ะ”
“ประกันชีวิตเหรอ” นักคณิตศาสตร์สาวหูผึ่งทันทีที่ได้ยิน “แล้วนายซื้อประกันอะไรเอาไว้ล่ะ”
“พูดจริงๆ คือผมไม่รู้เลยละ” รวีหัวเราะ “ผมเป็นคนไม่ค่อยใส่ใจเรื่องพวกนี้เท่าไหร่น่ะ ก่อนหน้านี้พิชชาเขาเคยเป็นตัวแทนประกันมาก่อน เขาแนะนำอะไรมา ผมก็เชื่อเขาหมดเลย แต่มันก็ไม่มีปัญหาอะไรหรอกนะ เท่าที่รู้มา เจนก็ได้เงินประกันเรียบร้อยแล้ว”
“แล้วใครเป็นคนดูแลเงินก้อนนี้ล่ะ คุณศศิธรเหรอ นายไว้ใจเขาเหรอ”
“เห็นศศิธรเป็นแบบนี้แต่เขาก็เป็นคนจิตใจดีนะ คุณอย่ามองโลกในแง่ร้ายไปหน่อยเลย”
“ฉันก็แค่มองทุกอย่างตามความเป็นจริงน่ะ นายต่างหากที่มองโลกในแง่ดีเกินไป”
“นั่นสินะ” รวีหัวเราะ “เออ แล้วช่วงนี้คุณรู้สึกโอเคขึ้นมั้ย”
“นายหมายถึงอะไรเหรอ”
“ก็อาการวิตกกังวลของคุณไง”
“นี่นายรู้ได้ยังไงนะ” ณดาแน่ใจว่าไม่เคยเล่าเรื่องนี้ให้รวีฟังมาก่อน
“อย่าลืมสิว่าเราใช้ร่างกายร่วมกันอยู่ เวลาที่คุณเจอเรื่องเครียดๆ บางทีหัวใจคุณจะเต้นแรง รู้สึกหายใจไม่ทั่วท้อง เหงื่อไหลตามแขนขาแบบไม่มีสาเหตุใช่มั้ย คุณรู้มั้ยว่านี่มันคือจุดเริ่มต้นของอาการแพนิคเลยนะ”
“นายพูดอย่างกับว่านายเคยเป็นมาก่อนอย่างนั้นแหละ”
“ก็เคยน่ะสิ” รวีพูดยิ้มๆ
“หา นายเนี่ยนะ” ณดาอ้าปากค้าง
“ก็ใช่น่ะสิ เห็นผมเป็นแบบนี้ ตอนทำงานที่กรุงเทพ ผมเครียดมากจนต้องไปหาหมอเลยนะ”
“แล้วนายหายได้ยังไงล่ะ”
“ที่นี่ยังไงล่ะที่ทำให้ผมหาย” รวีพูดพร้อมกับหันไปมองทิวทัศน์สวนมะพร้าวรอบตัว
“หมายความว่ายังไงเหรอ”
“ไม่รู้สิ งานที่สวนมะพร้าวมันหนักก็จริง แต่ผมรู้สึกสบายใจกว่า ไม่เครียดเหมือนตอนทำงานที่กรุงเทพ บางทีความเครียดความกังวลมันก็เกิดจากการที่เราใช้ชีวิตอยู่ในหัวตัวเองมากเกินไป เวลาที่เราได้ทำงานที่ใช้ร่างกายเยอะๆ มันก็ช่วยให้เราใช้ชีวิตในหัวตัวเองน้อยลง”
ณดาพยักเห็นด้วย ดูเหมือนว่างานที่สวนมะพร้าวจะช่วยให้เธอคลายกังวลลงไปไม่น้อยเลยทีเดียว
“คุณเห็นลิงพวกนั้นมั้ย” รวีชี้ไปที่ลิงที่กำลังปีนเก็บมะพร้าวอยู่ “บางทีความคิดของเราก็เหมือนลิงพวกนี้แหละ มันอยู่เฉยๆ ไม่ค่อยได้แต่จะคอยคิดไปถึงเรื่องร้ายๆ แล้วก็กังวลไปถึงเรื่องที่ยังไม่เกิดขึ้นอยู่เรื่อยๆ”
“แล้วเราจะทำยังไงกับมันได้บ้างล่ะ” ณดาเริ่มสนใจ
“ก็แค่อย่าไปให้อาหารลิงพวกนี้ไง”
“ให้อาหารลิง? คือยังไงเหรอ”
“ปกติแล้วเวลาที่คุณกังวล คุณทำอะไรบ้างล่ะ”
ณดาคิดอยู่พักหนึ่งก่อนจะตอบ “ก็ทำทุกอย่างเพื่อให้แน่ใจได้ว่าเรื่องที่ฉันกังวลจะไม่เกิดขึ้นมั้ง”
“แต่คุณก็แน่ใจไม่ได้อยู่ดีใช่มั้ยล่ะ เพราะโลกนี้มันไม่มีอะไรที่แน่นอนอยู่แล้ว”
ณดาพยักหน้า เธอไม่เคยคิดเรื่องนี้อย่างจริงจังมาก่อน แต่ดูเหมือนว่าสิ่งที่รวีพูดจะถูกต้อง
“เวลาที่คุณทำตามสิ่งที่ความกังวลบอกคุณ มันก็เหมือนกับการให้อาหารลิงนั่นแหละ มันจะกระตุ้นให้คุณทำสิ่งต่างๆ เพื่อขจัดความกังวลให้หมดไป แต่ถ้าคุณลองสังเกตความกังวลของตัวเองดีๆ คุณจะพบว่าความกังวลมันมักจะตื่นตัวเกินกว่าเหตุอยู่เสมอ หลายอย่างที่คุณกังวลมันก็ไม่มีวันเกิดขึ้นจริง และถึงมันเกิดขึ้น คุณเองก็อาจจะรับมือกับมันได้ดีกว่าที่ตัวเองคิด ความกังวลมันก็เหมือนสัญญาณเตือนภัยนั่นแหละ มันช่วยปกป้องคุณได้ แต่ถ้ามันดังอยู่ตลอดเวลา แม้แต่ในตอนที่ไม่มีอันตรายอะไรเกิดขึ้นจริงๆ แทนที่มันจะเป็นประโยชน์ มันจะบั่นทอนให้คุณเสียสุขภาพจิตแทน”
“นี่นายคิดทุกอย่างขึ้นมาได้เองเลยเหรอ” ณดารู้สึกประทับใจกับความคิดของรวี
“ผมไม่ได้คิดเองหรอก ก็อ่านมาจากหนังสือนั่นแหละ” รวีหัวเราะ “ผมว่าคุณเอาทุกอย่างลงกระทะได้แล้วล่ะ เดี๋ยวกะปิมันจะป่นเกินไปซะก่อน”
ณดาหย่อนส่วนประกอบที่เตรียมไว้ลงในกระทะแล้วผัดคลุกเคล้าจนทั่ว กลิ่นหอมฉุยลอยขึ้นมาแตะจมูก ระหว่างที่ทำอาหาร ณดาคิดไปถึงคำพูดของรวีอีกครั้ง ยิ่งได้มาใกล้ชิดกัน หญิงสาวก็ยิ่งพบว่าดวงวิญญาณหนุ่มมีอะไรหลายอย่างที่ึคาดไม่ถึง เขาไม่ใช่คนที่เอาแต่สนุกไปวันๆ อย่างที่เธอคิดไว้ในตอนแรก แต่กลับมีความคิดที่ลึกซึ้งอย่างคนเข้าใจชีวิต และนั่นก็ทำให้เธอรู้สึกประทับใจไม่น้อย
แล้วความรู้สึกหวั่นไหวก็เริ่มก่อตัวขึ้นในหัวใจของณดาทีละน้อย แม้ว่าเธอจะไม่อยากยอมรับมันก็ตาม
- READ ฤดูร้อนเป็นของเขา ฤดูหนาวเป็นของเธอ บทที่ 19 : ลิงน้อยในใจเรา
- READ ฤดูร้อนเป็นของเขา ฤดูหนาวเป็นของเธอ บทที่ 18 : วันนี้คือของขวัญ
- READ ฤดูร้อนเป็นของเขา ฤดูหนาวเป็นของเธอ บทที่ 17 : ผีมะพร้าวอ่อน
- READ ฤดูร้อนเป็นของเขา ฤดูหนาวเป็นของเธอ บทที่ 16 : เรื่องผีผี
- READ ฤดูร้อนเป็นของเขา ฤดูหนาวเป็นของเธอ บทที่ 15 : เจณิสตา
- READ ฤดูร้อนเป็นของเขา ฤดูหนาวเป็นของเธอ บทที่ 14 : มาสเตอร์เชฟชุมพร
- READ ฤดูร้อนเป็นของเขา ฤดูหนาวเป็นของเธอ บทที่ 13 : ฤดูร้อน
- READ ฤดูร้อนเป็นของเขา ฤดูหนาวเป็นของเธอ บทที่ 12 : พี่สาวที่ไม่แสนดี
- READ ฤดูร้อนเป็นของเขา ฤดูหนาวเป็นของเธอ บทที่ 11 : ผีเข้าแต่เช้ามืด
- READ ฤดูร้อนเป็นของเขา ฤดูหนาวเป็นของเธอ บทที่ 10 : ความลับในห้องบอลรูม
- READ ฤดูร้อนเป็นของเขา ฤดูหนาวเป็นของเธอ บทที่ 9 : ฟ้าอยู่ค้ำคน คนไม่อยู่ค้ำฟ้า
- READ ฤดูร้อนเป็นของเขา ฤดูหนาวเป็นของเธอ บทที่ 8 : ภูเขาในหมอกพิษ
- READ ฤดูร้อนเป็นของเขา ฤดูหนาวเป็นของเธอ บทที่ 7 : อ้อมกอดของ (ขุน) เขา
- READ ฤดูร้อนเป็นของเขา ฤดูหนาวเป็นของเธอ บทที่ 6 : ลูกค้าวีไอพี
- READ ฤดูร้อนเป็นของเขา ฤดูหนาวเป็นของเธอ บทที่ 5 : สัมภาษณ์งานแถมอาหารเช้า
- READ ฤดูร้อนเป็นของเขา ฤดูหนาวเป็นของเธอ บทที่ 4 : บ้านชมดาว
- READ ฤดูร้อนเป็นของเขา ฤดูหนาวเป็นของเธอ บทที่ 3 : ร่างทรงไทม์แชร์
- READ ฤดูร้อนเป็นของเขา ฤดูหนาวเป็นของเธอ บทที่ 2 : หญิงสาวผู้โชคดี
- READ ฤดูร้อนเป็นของเขา ฤดูหนาวเป็นของเธอ บทที่ 1 : คอนเน็กชันกับผี







