เพลงกล่อมเด็กสยองขวัญ

เพลงกล่อมเด็กสยองขวัญ

โดย : เจริญขวัญ แพรกทอง บลาฮาสสกี้

Loading

“อเมริกันคัน” เรื่องราวเกี่ยวกับอเมริกาในบางแง่มุมในอเมริกาที่หลายคนไม่เคยรู้หรือเคยรับรู้มาบ้าง แต่อาจมองไม่เห็นภาพรวมชัดเจน เจริญขวัญ แพรกทอง บลาฮาสสกี้ เจ้าของคอลัมน์ที่เขียนลงในต่วยตูนมาถึง 10 ปี นำมาเขียนเล่าสู่กันฟังแบบสนุกๆ เหมือนการเล่าให้เพื่อนฟัง โดยคงบุคลิก “ต่วยตูน” ดั้งเดิมเอาไว้คือสาระและบันเทิง

Lizzie Borden took an axe

And gave her mother forty whacks.

When she saw what she had done,

She gave her father forty-one.

บทเพลงข้างต้นเป็นเพลงที่แม่ๆ ชาวอเมริกันนำมาใช้กล่อมเด็ก เด็กๆ เลยเอามาร้องประกอบการเล่นกระโดดเชือก ถือว่าเป็นบทเพลงกล่อมเด็กที่รู้จักกันอย่างแพร่หลายในอเมริกา ทั้งๆ ที่ความเป็นมาของบทเพลงนี้สยดสยองอย่างเหลือแสน เพราะมีที่มาจากคดีฆาตกรรมสะเทือนขวัญ จนถือเป็นคดีฆาตกรรมโหดเหี้ยมที่สุดของอเมริกาเลยทีเดียว

บ้านเลขที่ 92 ถนนเซคกันด์สตรีทเป็นบ้านของตระกูลบอร์เดน บ้านหลังใหญ่ก็จริงแต่ไม่หรูหรา เพราะเป็นบ้านราคาประหยัด เช่นเดียวกับบ้านอีกหลายหลังในย่านชนชั้นกลางในเมืองฟอลล์ริเวอร์ รัฐแมสซาชูเซตส์ ในปี ค.ศ.1892 เจ้าของบ้านคือนายแอนดรูว์ บอร์เดน

นอกจากนายแอนดรูว์ บอร์เดน ผู้พ่อวัย 70 แล้ว สมาชิกภายในบ้านยังประกอบด้วยนางแอบบี้ บอร์เดน วัย 63 ภรรยาคนที่สอง ซึ่งเป็นแม่เลี้ยงของสองสาวอันเป็นลูกที่เกิดจากภรรยาเก่าของนายแอนดรูว์ นั่นคือ เอ็มมา วัย 41 ปีและลิซซี่ บอร์เดน วัย 32 ปี นอกจากนี้ยังจ้างสาวใช้อีกหนึ่งนางชื่อ บริดเจต ซัลลิแวน คอยรับใช้ตระกูลนี้หลายปีแล้ว

นายแอนดรูว์เป็นคนมัธยัสถ์และเข้มงวดทุกเรื่อง ทำให้สองสาวบอร์เดนไม่มีแวดวงสังคมมากนัก เพราะไม่อาจทำตัวหรูหราเข้าสมาคมกับชนชั้นสูงในเมืองได้ นอกจากนี้ลิซซี่และนางแอบบี้ยังบาดหมางกันอยู่เสมอ ทั้งคู่ทะเลาะเบาะแว้งไม่ลดราวาศอกเพื่อหวังให้นายแอนดรูว์ยกทรัพย์สมบัติมากมายมหาศาลให้แก่ตนเพียงฝ่ายเดียว สงครามในครัวเรือนดำเนินไปเช่นนี้เรื่อยมาจนกระทั่งถึงปี ค.ศ.1892 ลิซซี่ระแคะระคายว่าพ่อของตนกำลังจะยกที่ดินให้ทางฝั่งแม่เลี้ยง และมีแนวโน้มว่าจะยกทรัพย์สมบัติทั้งหมดให้กับนางแอบบี้ ลิซซี่ได้แต่เก็บความคับแค้นไว้ลำพัง บรรยากาศตึงเครียดทุกวันจนกระทั่งถึงวันที่ 4 สิงหาคม ปีเดียวกัน แอนดรูว์ห่วงความสัมพันธ์ของภรรยาและลูกสาวที่เหมือนน้ำกับไฟ ด้วยความที่อยากจะกันทรัพย์สมบัติส่วนหนึ่งไว้ให้แอบบี้ จึงตัดสินใจจะโอนฟาร์มซึ่งเป็นชื่อของตัวเองให้ภรรยา วันที่กำหนดโอนทรัพย์สินคือวันที่ 4 สิงหาคม

นายแอนดรูว์กลับจากที่ทำงานมาถึงบ้านเวลา 10.45 น. เอนกายลงนอนที่เก้าอี้ยาวในห้องนั่งเล่น ได้ยินเสียงนาฬิกาตีบอกเวลา 10.58 น. ทุกคนได้ยินเสียงตะโกนของลิซซี่ลั่นบ้านว่าพ่อตายแล้ว แอนดรูว์ บอร์เดน นอนจมกองเลือดอยู่บนโซฟา เท้าระพื้น ศีรษะเละจนดูแทบไม่ออกว่าเป็นใคร ข้างแก้มมีรอยฟัน 11 แผล แต่สภาพศพกลับไม่มีร่องรอยการต่อสู้

เมื่อขึ้นไปชั้นบน พบศพนางแอบบี้คว่ำหน้าอยู่กับพื้นข้างเตียงในห้องพักแขก ศีรษะและกลางหลังมีรอยขวานจามถึง 19 แผล จากการชันสูตรศพพบว่าแอบบี้ถูกฆ่าตายประมาณ 9 โมงเช้าหรือหลังจากนั้นเล็กน้อย นั่นหมายถึงถูกฆ่าตายก่อนแอนดรูว์อย่างน้อย 2 ชั่วโมงเลยทีเดียว

Lizzie Borden

เมื่อตำรวจถามลิซซี่ว่าอยู่ที่ไหนตอนเกิดเหตุ ลิซซี่ให้การว่าตนกินลูกแพร์อยู่ในโรงนาช่วงเวลานั้น แต่จากการสอบถามสาวใช้และเพื่อนบ้าน ลิซซี่ไม่เคยเข้าโรงนาเลย เมื่อตำรวจไปตรวจโรงนาพบว่าพื้นโรงนาแห้งผากเขลอะไปด้วยฝุ่น แต่ไม่มีรอยเท้าแม้แต่รอยเดียว

คืนถัดมา ลิซซี่ลงประกาศในหนังสือพิมพ์ท้องถิ่นว่าจะมอบเงินรางวัล 5,000 เหรียญแก่ผู้ใดก็ตามที่สามารถจับตัวฆาตกรที่ฆ่านายแอนดรูว์และแอบบี้ นอกจากนี้ลิซซี่ยังเผาชุดที่ใส่ในวันเกิดเหตุทิ้งโดยอ้างว่ามีคราบสกปรกติดอยู่ ตำรวจเมืองฟอลล์ริเวอร์พบว่าก่อนเกิดเหตุฆาตกรรม ลิซซี่ บอร์เดน ไปที่ร้านขายยาในเมือง เพื่อขอซื้อกรดไซยาไนด์ซึ่งเป็นยาพิษร้ายแรงที่สุดชนิดหนึ่ง โดยเธอให้เหตุผลว่าจะเอาไปฆ่าหนู!

พิธีศพแอบบี้และแอนดรูว์ บอร์เดน จัดขึ้นในวันเสาร์ มีผู้มาร่วมงานมากกว่า 4,000 คน ทุกคนในครอบครัวต่างร่ำไห้ มีเพียงคนเดียวที่มีสีหน้าสงบเฉย ไม่แสดงอาการใดๆ คนนั้นคือลิซซี่ บอร์เดน! ตำรวจเมืองฟอลล์ริเวอร์จึงจับกุมลิซซี่ บอร์เดน ข้อหาฆาตกรรม

The Borden house

แต่ศาลกลับตัดสินให้ลิซซี่เป็นผู้บริสุทธิ์ สร้างความฮือฮาให้ชาวเมืองฟอลล์ริเวอร์อย่างยิ่ง สาเหตุที่ศาลตัดสินให้ลิซซี่เป็นผู้บริสุทธิ์ทั้งที่หลักฐานมัดตัวหนาแน่นนั้น คาดว่าทุกคนไม่อยากบาดหมางกับทายาทตระกูลบอร์เดนซึ่งเป็นผู้ทรงอิทธิพล ฟอลล์ริเวอร์เป็นเมืองอุตสาหกรรมสิ่งทอ และกิจการสิ่งทอก็อยู่ในมือของสกุลบอร์เดน นอกจากนี้กิจการหนังสือพิมพ์ องค์การทางศาสนาและองค์การทางเศรษฐกิจมีสกุลบอร์เดนหนุนหลัง จึงไม่ใช่เรื่องน่าแปลกใจเท่าไหร่ที่ลิซซี่จะกลายเป็นผู้บริสุทธิ์

เพลงกล่อมเด็กนั้นมีที่มาจากคดีฆาตกรรมสะเทือนขวัญในบ้านสกุลบอร์เดนนั่นเอง ปัจจุบันบ้านเลขที่ 92 เซคกันด์สตรีทกลายเป็นโรงแรมกึ่งบ้านในเมืองฟอลล์ริเวอร์ แขกผู้มาพักสามารถเลือกพักในห้องต่างๆ รวมถึงห้องของลิซซี่หรือห้องพักแขกที่แอบบี้ถูกฆ่า มีบริการเสิร์ฟอาหารเช้าเมนูเดียวในเช้าวันเกิดเหตุ ปรากฏว่าผู้คนแห่ไปพักอย่างล้นหลามถึงขนาดต้องจองคิวข้ามปี เพราะบ้านหลังนั้นกลายเป็นบ้านที่ขึ้นชื่อว่าหลอนและเฮี้ยนที่สุดแห่งหนึ่งในอเมริกา ถึงขั้นติดอันดับ 1 ใน 10 เลยทีเดียว

แขกที่มาพักรายงานว่าได้ยินเสียงผู้หญิงร้องไห้คร่ำครวญในยามราตรี บ้างเห็นหญิงสูงวัยในชุดสมัยวิกตอเรียนสวมรองเท้าแตะแบบใช้สวมในบ้านเดินไปมาคอยห่มผ้าให้ นอกจากนี้ยังมีการรายงานว่าอุปกรณ์การถ่ายภาพและกล้องสำหรับดักจับความเคลื่อนไหวทางวิญญาณเคลื่อนที่ได้เองโดยไม่มีใครแตะต้อง บางทีก็เปิดและปิดสวิตช์เอง

หากจะถามว่าบ้านหลังนั้นเป็นบ้านอาถรรพ์ผีหลอกวิญญาณหลอนไหมในปัจจุบัน คำตอบของทุกคณะสำรวจที่มีโอกาสเข้าไปขังตัวเองเพื่อท้าพิสูจน์สิ่งลี้ลับในบ้านหลังนั้นล้วนกล่าวเป็นเสียงเดียวกันว่า “ใช่” หลักฐานมากมายที่แสดงว่ามีวิญญาณในบ้านหลังนั้น โดยเฉพาะการจับคลื่นเสียงวิญญาณผ่านเครื่อง EVP (Electronic Voice Phenomena) ซึ่งเอาไว้ดักฟังปรากฏการณ์เหนือธรรมชาติผ่านคลื่นเสียงอิเล็กทรอนิกส์ เสียงเหล่านี้ถูกบันทึกได้ด้วยอุปกรณ์อิเล็กทรอนิกส์ เสียงเหล่านี้มักจะสั้นมีคำพูดหรือวลีสั้นๆ เสมอ ส่วนมากคณะสำรวจจะตั้งคำถามนำก่อน จากนั้นจะอัดเสียงที่เรียกว่า White Noise ซึ่งมีคลื่นความถี่ที่เราไม่สามารถได้ยินด้วยหูตัวเอง น่ามหัศจรรย์ที่เสียงที่อัดได้ในบ้านหลังนั้นล้วนแล้วเป็นรูปประโยคยาวๆ ที่เกี่ยวโยงกับครอบครัวบอร์เดน

แม้ว่าจะเฮี้ยนขนาดไหน ก็ยังมีแฟนคลับรักความสยองแห่ไปจองห้องในบ้านเพื่อนอนค้างคืนไม่ขาดสาย จนต้องจองล่วงหน้า แม้กระทั่งเคยมีคนจองเพื่อจัดงานแต่งงานก็มี โดยฮันนีมูนกันในห้องที่นางแอบบี้ถูกฆ่าตาย ไม่แน่ว่าระหว่างที่กำลังทำพิธีแต่งงาน บรรดาผีสกุลบอร์เดนอาจจะมายืนร่วมพิธีอยู่ข้างๆ ก็เป็นได้ โดยมีผีลิซซี่เงื้อขวานรอจังหวะยามบ่าวสาวหันหลังให้!

Don`t copy text!