พลิกรักทำนายใจ บทที่ 16.2 : คุณครูสอนกีตาร์ของมนชิดา

พลิกรักทำนายใจ บทที่ 16.2 : คุณครูสอนกีตาร์ของมนชิดา

โดย : แสนแก้ว

Loading

พลิกรักทำนายใจ โดย แสนแก้ว เรื่องราวของสายมูตัวแม่ที่ช่วยเหลือคนอื่นมากมาย แต่ความรักของตัวเองกลับไม่รอดราวกับดวงความรักอาภัพซะเหลือเกิน คงจะมีแค่ ‘พี่ภู’ เท่านั้นที่ดีต่อเธอเอ…เธอผู้รู้ใจลูกค้าดั่งมีตาทิพย์กลับไม่เคยมองเห็นหัวใจเขาเลยสักทีได้อย่างไร นวนิยายอ่านฟรีสนุกๆ ที่อ่านเอามีให้คุณได้อ่านที่ anowl.co

 

ให้ตายเหอะ…

ดวงศิริสบถในใจ อาศัยช่วงที่คุณไม้หันไปคุยกับมนชิดากลอกตาบนเสียทีหนึ่ง เหตุเพราะวันนี้มีนัดนำเสนอไอเดียครั้งที่หนึ่ง แล้วคุณไม้ดูจะชอบเอามากๆ ทีเดียวกับแนวคิดโฮมแกลเลอรีของมนชิดา

ก็ไม่บอกล่ะว่าชอบกีตาร์มากจนอยากเอามาอยู่ในห้องนั่งเล่นด้วย บอกมาแค่คำเดียวมีหรืออินทีเรียฟ้าประทานคนนี้จะคิดไม่ได้

เซ็งชะมัด

ทั้งการแขวนกีตาร์ติดผนังแล้วล้อมกรอบไม้สี่เหลี่ยมผืนผ้าให้เป็นเหมือนกรอบรูป ทั้งทำชั้นไม้เป็นเส้นทางคล้ายเกมเขาวงกต แต่ใช้สอยเป็นที่วางเอฟเฟกต์ โต๊ะกลางของชุดโซฟาเป็นสี่เหลี่ยมขนาดใหญ่ที่ช่วงฐานเป็นลิ้นชักสำหรับใส่กีตาร์ และอีกสิ่งที่คุณไม้ชอบมากคือฐานด้านหลังโซฟาที่เจาะช่องพอดีสำหรับแอมป์ที่เขาสะสมและใช้ประจำ

ทำนองว่านั่งโซฟาปุ๊บ ดึงลิ้นชักตรงหน้า หยิบกีตาร์ออกมาเสียบสายกับแอมป์ข้างหลังก็เล่นได้เลย

แล้วยังจะลำโพงบลูทูธซ่อนตามจุดต่างๆ อีก ดวงศิริส่ายหน้ารำคาญใจ นี่โจทย์เปลี่ยนจากห้องโถงนั่งเล่นเป็นห้องซ้อมดนตรีตั้งแต่เมื่อไร ทำไมไม่มีใครแจ้ง

ตอนที่ยัยหัวหน้าจอมเฮี้ยบลุกขึ้นนำเสนอแบบห้องที่วาดฝันไว้ เธอบอกว่าได้แนวคิดจากการสังเกตไลฟ์สไตล์และรสนิยมลูกค้า จึงเลือกใช้สีโทนเทาเข้ม หินขัดสีดำ กับเครื่องเรือนไม้ เรียบง่ายแต่เข้มขรึม หรือมีอีกแบบให้เลือกคือสีโทนครีม เบจ เขียวมะกอก กับเครื่องเรือนไม้สีอ่อน แบบหลังให้ความรู้สึกอบอุ่น สบายตามากกว่า เหมาะกับบ้านที่มีผู้หญิงและเด็กอยู่ด้วย

ตามที่ทุกคนคาด คุณไม้เลือกโทนแบบหลัง และยังเสริมด้วยว่าจะวางตู้เก็บกีตาร์ไว้มุมโน้นมุมนี้ พร้อมด้วยเครื่องคุมความชื้นในอากาศ

“ความจริงที่บ้านผมมีห้องเก็บกีตาร์อยู่เหมือนกันนะ แต่มันทั้งรก ทั้งล้น ตอนแรกว่าจะปลูกบ้านอีกหลังไว้เก็บกีตาร์แล้ว พอคุณมายด์ให้ไอเดียแบ่งบางส่วนมาเก็บในห้องนั่งเล่นแบบนี้ ผมว่าดีมากเลย”

ดวงศิริอยากให้พี่ภูของเธอมาได้ยินซะจริงๆ แซวอยู่นั่นแหละว่าเธอโอเวอร์ที่จะทำห้องนั่งเล่นของลูกค้าเป็นโคลอสเซียม มาดูนี่ คุณไม้เธอจะสร้างบ้านอีกหลังไว้เก็บกีตาร์ น้อยหน้าเธอเสียเมื่อไร

“อีกอย่าง ผมจะได้เล่นบ่อยๆ ด้วย บางทีอยู่ไกลมือแล้วมันลืมๆ ขี้เกียจไปหยิบ”

ข้อนี้นับว่าจริง ดวงศิริเคยฟังพอดแคสเรื่องกฎ 20 วินาที สร้างนิสัยใหม่ด้วยการจัดสิ่งแวดล้อม จัดสิ่งที่อยากทำให้เป็นเรื่องง่าย ส่วนสิ่งที่ไม่ควรทำนั้นทำยังไงก็ได้ให้เอื้อมถึงยากๆ เป็นต้นว่าอยากลดน้ำหนัก ให้ใส่ขนมไว้ในกล่องซ้อนกล่อง ส่วนรองเท้าวิ่ง ฮูลาฮู้ป หรือเสื่อโยคะ วางไว้ปลายเตียงเลยยิ่งดี

กรณีของคุณไม้นี้จึงกล่าวได้ว่า ถ้าอยากเล่นกีตาร์บ่อยๆ อย่าเก็บไว้ในเคส ให้เอาออกมาตั้งใกล้ๆ มือ เพราะกว่าจะนำออกจากเคส หากใช้เวลานานเกิน 20 วินาทีอาจจะขี้เกียจจนหันไปทำอย่างอื่นที่ง่ายกว่า

แต่มันไม่เห็นเกี่ยวกับวินเทจที่ดูโมเดิร์นตรงไหนนี่นา ดวงศิริหน้างอ รู้สึกเหมือนโดนลูกค้ากับหัวหน้าฮั้วกันแกล้งเมินเฉยใส่โคลอสเซียมสุดบรรเจิดของเธอยังไงก็ไม่รู้

“แต่ไอเดียของคุณดวงศิริผมก็ชอบเหมือนกันนะ”

ดวงศิริสะดุ้ง ตาวาวทันใด

“ลายครอสติชบนผนังมันน่าทึ่งมาก ปกติผมเห็นแต่เพนต์ผนังสวยๆ นี่เพนต์เป็นครอสติช น่าสนใจมากครับ ภรรยาผมถนัดเลยละงานเย็บปักถักร้อย เธอต้องชอบแน่ๆ นี่คุณเธอเพิ่งถอยรถมินิมาใหม่สีเหลืองอ่อน มันดูเข้ากับผนังสีเขียวน้ำทะเลกับลายกุหลาบแดงของคุณมากเลย”

หน้าบานๆ ของดวงศิริเริ่มหุบลงทีละน้อย

หือ อย่าบอกนะว่า…

“เดี๋ยวผมจะเพนต์ผนังโรงรถแทน”

ปัดโธ่

เจ้าของไอเดียยิ้มค้าง ลูกแก้วกับสิงโตปรบมือยินดี ดวงศิริก็ปรบแบบเปลี้ยๆ หัวเราะแหะๆ ตามน้ำ ทั้งที่ก่อนหน้านี้เปิดไพ่คอนเฟิร์มแล้วแท้ๆ ว่าไอเดียนี้ขายได้แน่ๆ แต่ใครเลยจะคาดเดาได้ว่าพอถึงเวลา ลูกค้าซื้อจริงนะแต่ซื้อไปทำโรงรถ

กลับจากห้องประชุมบริษัทของคุณไม้ ระหว่างรอลิฟต์ลงไปชั้นล่าง นักออกแบบหนุ่มผมทองก็ยังคุยฟุ้งไอเดียห้องนั่งเล่นไม่หยุด หันไปถามหัวหน้าทีมว่า

“พี่มายด์สุดยอดเลย คิดได้ไงครับเนี่ย พี่เล่นกีตาร์ด้วยเหรอ”

หญิงสาวกอดอก ยืนรอลิฟต์อย่างสงบ

“เปล่า พี่ไปได้ไอเดียมาจากบ้านหลังหนึ่งน่ะ เขาขายกีตาร์ อุปกรณ์ดนตรี เขาทำเฟอร์นิเจอร์เองเลยนะเพื่อใช้โชว์สินค้าของเขา เหมือนโฮมแกลเลอรีน่ะ”

“เออ เท่ว่ะ” สิงโตหันไปคุยกับลูกแก้ว “เป็นความเท่ที่ไม่ต้องตะโกนเลยเนอะว่ากูเท่ แต่เท่เพราะมีความสุขในสิ่งที่ตัวเองชอบ”

“เป็นนักออกแบบก็ต้องออกไปดู ไปสังเกตเยอะๆ สิ”

เสียงหัวหน้าทีมเข้มขึ้นเล็กน้อย นักออกแบบหนุ่มย่นคอก็พอดีกับที่ประตูลิฟต์เปิดออก

ดวงศิริก้าวเข้ามาเป็นคนสุดท้าย พึมพำกับตัวเอง

“บ้านที่ยัยมายด์ว่าคล้ายบ้านพี่ภูเลยแฮะ” ว่าแล้วก็ถอนใจเหนื่อยหน่าย “ทำไมเราถึงคิดไม่ถึงนะ ใกล้ตัวแค่นี้แท้ๆ”

 

ถึงจะพลาดเรื่องโปรเจกต์งานออกแบบภายในไป แต่สำหรับงานเสริมอย่างการดูดวงไพ่ยิปซีแล้ว ดูท่าว่าดวงศิริจะรุ่งเรือง สมกับที่พี่มิ่งมงคลทักไว้ตั้งแต่เมื่อต้นปีว่า จะมีโอกาสใหม่ๆ มาจากงานเสริม

ชื่อเสียงของแม่หมอขนมหวานเริ่มเป็นที่เลื่องลือในออฟฟิศ จนวันหนึ่งศักดา ผู้จัดการฝ่ายออกแบบถึงกับเดินมาหาที่โต๊ะเพื่อจะนัดหมายว่า คุณวุฒิไกร ประธานบริษัทอยากดูดวงกับเธอ

ดวงศิริตื่นเต้นมาก กลัวว่าจะดูได้ไม่แม่นและประหม่าที่ต้องเข้าหาเจ้านายสูงสุด อาศัยข่มใจว่า พี่มิ่งมงคลเจ๋งอยู่แล้ว แม่นหรือไม่แม่นอยู่ที่คนอ่านอย่างเธอเท่านั้น ลดความตื่นเต้น ตั้งสมาธิ ท้ายที่สุดการดูดวงให้ท่านประธานบริษัทก็ผ่านไปได้ด้วยดี

คุณวุฒิไกรยิ้มชอบใจอย่างที่เธอไม่เคยได้รับมาก่อน ชมด้วยว่าแม่นมาก แล้วยังยืนยันความแม่นด้วยการให้ทิปเป็นเงินหนึ่งพันบาท

จากวันนั้นดวงศิริก็หัวเราะกร้าว ยืนเท้าสะเอวประกาศก้อง

“ฉันนี่แหละ ดวงศิริ โหรคู่บารมีซีอีโอ วะฮะฮ่า”

 

ความเป็นโหรคู่บารมีซีอีโอช่วยให้เธอคุ้นเคยกับคุณวุฒิไกรมากขึ้น ไม่ถึงกับสนิทสนม แต่ก็พูดคุยทักทายได้มากกว่าแต่ก่อน แล้ววันหนึ่งคุณวุฒิไกรได้ให้คนมาเชิญโหรสาวเข้าพบที่ห้องทำงาน

ธุระของคุณวุฒิไกรคือชายหนุ่มผิวเข้มในชุดสูทลำลองกับกางเกงยีนส์ที่นั่งจิบกาแฟร้อนอยู่ที่ชุดโซฟา เมื่อดวงศิริเข้ามาในห้อง เขาก็ยืนขึ้นเป็นการต้อนรับ

คุณวุฒิไกรแนะนำว่า

“นี่เทพทัต หลานชายผม เขาเป็นแฟนคลับคุณอยู่นะ”

ดวงศิริจับจ้อง กะพริบตาปริบ สงสัยว่าเป็นแฟนคลับได้ยังไงนะ ในเมื่อเพิ่งเคยพบกันครั้งแรก

เทพทัตยิ้มกว้างอย่างเปิดเผย ค้อมศีรษะเล็กน้อย

“เรียกผมว่าทัตก็ได้ฮะ ได้ยินชื่อคุณหวานมานาน ได้เจอกันสักที”

“ยินดีมากๆ เลยค่ะ แล้ววันนี้คุณทัตมีอะไรให้หวานช่วยคะ ดูดวงเหรอ”

“เปล่าครับ ที่ว่าเป็นแฟนคลับคืองานออกแบบน่ะครับ”

โอ้ สวรรค์ ดวงศิริอุทานลั่นในใจ นี่หูเธอไม่ได้ฝาดไปใช่ไหม

“โซฟาบิลต์อินสไตล์โคลอสเซียมนี่สุดยอดเลยนะครับ ถ้าผมได้ทำบ้านตัวเองต้องขอซื้อไอเดียนี้แน่ๆ แล้วที่ผมชอบที่สุดเลยก็คือโดมดูดาวกับชุดโต๊ะดาวเสาร์ น่าเสียดายนะครับที่ไอเดียนี้ไม่ได้สร้างจริง”

เจ้าของไอเดียกัดปาก น้ำตาปริ่ม ในที่สุดก็มีคนเห็นด้วยและเห็นค่าในงานออกแบบของเธอสักที ถ้าไม่ติดว่าอยู่ในห้องทำงานของบิ๊กบอสละก็ เธอจะขอกรี๊ดดังๆ แล้วปิดหน้าร้องไห้โฮ

เทพทัตยืนล้วงกระเป๋าข้างหนึ่ง มีรอยยิ้มทั้งที่มุมปากและนัยน์ตา

“ผมทำธุรกิจเกี่ยวกับบิลต์อินกับเฟอร์นิเจอร์น่ะครับ ทั้งสั่งทำและนำเข้า มีโปรเจกต์สนุกๆ ในมือเพียบเลย คงต้องขอคำแนะนำจากคุณหวานหน่อยนะครับ”

ดวงศิริยิ้มกว้าง เผลอยื่นมือไปตรงหน้าเพื่อขอจับมือหลานชายท่านประธานอีกด้วย

“ยินดี ยินดีเลยค่ะ”

 

 



Don`t copy text!