ฤดูร้อนเป็นของเขา ฤดูหนาวเป็นของเธอ บทที่ 28 : แผนการในร้านคาเฟ่

ฤดูร้อนเป็นของเขา ฤดูหนาวเป็นของเธอ บทที่ 28 : แผนการในร้านคาเฟ่

โดย : วิตต ตุลยธัญ

Loading

เมื่อความตายไม่ใช่จุดจบ แต่คือจุดเริ่มต้นของการแชร์ร่าง! ‘ณดา’ ต้องรับภารกิจเป็นร่างทรงไทม์แชร์ให้สองวิญญาณข้ามฤดูหนาวและฤดูร้อน ในนวนิยายแฟนตาซี-ฟีลกู๊ด ‘ฤดูร้อนเป็นของเขา ฤดูหนาวเป็นของเธอ’ โดย วิตต ตุลยธัญ อ่านเลย

ตอนที่ณดายังทำงานที่บริษัท เธอมักจะลงมาซื้อกาแฟที่คาเฟ่แห่งนี้เป็นประจำ กาแฟที่นี่ไม่ได้อร่อยเป็นพิเศษ บรรยากาศก็แสนจะธรรมดา การตกแต่งร้านที่ใช้เหล็กให้ความรู้สึกเหมือนโรงงานมากกว่าร้านกาแฟ แต่นั่นไม่ใช่ปัญหาสำหรับณดา หญิงสาวมองคาเฟ่แห่งนี้เป็นเหมือนปั๊มน้ำมันที่ช่วยเติมกาเฟอีนให้ร่างกายมากกว่าสถานที่สำหรับเสพบรรยากาศอยู่แล้ว ทุกครั้งณดาก็แค่ลงมาซื้อกาแฟขึ้นไปดื่มบนออฟฟิศเท่านั้น

นี่น่าจะเป็นครั้งแรกที่ณดามีโอกาสนั่งดื่มกาแฟในร้านแบบนี้ คาเฟ่ในช่วงบ่ายแทบจะร้างไร้ผู้คน นอกจากโต๊ะที่ณดานั่งอยู่ ที่มุมด้านหน้าสุดของร้านก็มีแค่เด็กวัยรุ่นอีกคนที่กำลังนั่งเล่นเกมในมือถือและใส่หูฟังไปด้วยโดยไม่สนใจโลกภายนอก

เป็นสถานที่ที่เหมาะมากสำหรับการพูดคุยภารกิจลับในครั้งนี้ ณดาคิด

ทันทีที่นั่งลง อวัศยาก็เริ่มเล่าเหตุการณ์ทั้งหมดที่ห้องเปรมชัยให้ฟัง ณดาหยิบเอาหูฟังบลูทูทสีขาวขึ้นมาเสียบหูเอาไว้ข้างหนึ่งทำท่าทางเหมือนกำลังคุยโทรศัพท์อยู่ ณดามักจะทำแบบนี้เป็นประจำเวลาที่ต้องคุยกับดวงวิญญาณนอกสถานที่ ตั้งแต่โลกนี้มีหูฟังบลูทูท การพูดคุยคนเดียวก็ไม่ใช่เรื่องแปลกอีกต่อไป

“ตอนที่ฉันเข้าไป เจ้านายเธอเขากำลังคุยวิดีโอคอลกับนายชัชชลอยู่พอดี ดูเหมือนว่าพวกเขาสองคนน่าจะคุยกันเป็นประจำอยู่แล้วนะ” อวัศยาเล่าสิ่งที่เพิ่งค้นพบด้วยน้ำเสียงตื่นเต้น “เธอรู้มั้ยว่าสองคนนั้นเป็นเพื่อนกันมาตั้งแต่สมัยมัธยมเลยนะ”

“หา มีเรื่องแบบนี้ด้วยเหรอ แล้วเธอรู้ได้ยังไงล่ะ”

“ก็พวกเขายังคุยเรื่องงานเลี้ยงรุ่นกันอยู่เลย” อวัศยาพูดเสียงหอบ “แต่เอาเถอะ เรื่องนั้นมันไม่ได้สำคัญอะไร เรื่องที่สำคัญก็คือสองคนนั้นน่ะวางแผนอะไรบางอย่างเอาไว้อย่างที่เธอคิดจริงๆ มันเกี่ยวกับกรมธรรม์ที่เธอเป็นคนออกแบบแล้วก็เกี่ยวกับอุบัติเหตุที่สมุยด้วย”

“แล้วแฟลชไดรฟ์ที่เธอบอกล่ะ มันมีอะไรอยู่ในนั้น”

“ที่จริงฉันก็ไม่แน่ใจเหมือนกัน เห็นชัชชลบอกเปรมชัยว่าให้เก็บแฟลชไดรฟ์เอาไว้ให้ดี มันก็อยู่ในตู้เซฟที่ห้องเขานั่นแหละ พอคุยวิดีโอคอลเสร็จ ฉันยังเห็นเปรมชัยเปิดตู้เซฟเช็กดูอีกรอบเลย เธอไม่ต้องห่วงนะ ฉันแอบจำรหัสตู้เซฟเอาไว้เรียบร้อยแล้วละ เธอแค่เข้าไปในห้องเปรมชัยให้ได้ก็พอ”

นั่นแหละปัญหา พนักงานที่ถูกไล่ออกไปแล้วอย่างณดาจะเข้าไปในห้องทำงานของเจ้านายเก่าได้ยังไง

ในตอนนั้นเองที่ ‘ความหวังของณดา’ เดินลงมาที่คาเฟ่พอดี ณดาเดินไปสั่งกาแฟให้อนิสาตามที่สัญญาเอาไว้ แล้วทั้งสองคนก็กลับมานั่งที่โต๊ะด้วยกันอีกครั้ง

“มีอะไรก็ว่ามาเลยเถอะ ฉันมีเวลาไม่มากหรอกนะ” อนิสาพูดขึ้นทันทีที่หย่อนก้นลงนั่ง

“เธอ…หมายความว่ายังไง” ณดาแกล้งทำหน้าใสซื่อ

“เธอมีอะไรจะให้ฉันช่วยก็รีบบอกมาเถอะ อยู่ดีๆ เธอคงไม่เลี้ยงกาแฟฉันเฉยๆ หรอกใช่มั้ย”

ณดารู้สึกเขินนิดๆ ที่อนิสารู้ทันจึงแกล้งยกแก้วอเมริกาโนเย็นขึ้นซดเพื่อแก้เขินก่อนจะเล่าเรื่องแผนการของเปรมชัยกับชัชชลที่เธอรู้มาให้อนิสาฟัง แน่นอนว่าณดาเล่าข้ามส่วนที่เกี่ยวกับผีและยมทูตไปทั้งหมด แค่เรื่องที่เธอเล่าตอนนี้ก็ดูเป็นแผนสมคบคิดที่เหลือเชื่อมากพอแล้ว ถ้ามีเรื่องผีๆ สางๆ เข้ามาเกี่ยวข้องอีก อนิสาต้องคิดว่าเธอเป็นบ้าแน่ๆ

อนิสาเงียบไปพักใหญ่หลังจากที่ได้ยินเรื่องทั้งหมด ณดารู้สึกใจตุ๊มๆ ต่อมๆ อย่างบอกไม่ถูก หญิงสาวเริ่มไม่แน่ใจว่าตัวเองคิดถูกหรือเปล่าที่เล่าเรื่องทั้งหมดให้อดีตเพื่อนร่วมงานฟังไปแบบนี้ บางทีฟังจบแล้ว อนิสาอาจจะโทร.บอกตำรวจหรือไม่ก็โทร.หาโรงพยาบาลบ้าให้มารับตัวณดาไปก็ได้

“แล้วเธอรู้เรื่องนี้ได้ยังไง”

นั่นไงล่ะ คำถามตอบยากมาถึงแล้ว

“เอาเป็นว่าฉันรู้มาด้วยความบังเอิญก็แล้วกัน มีคนให้ข้อมูลนี้กับฉัน จะเรียกว่าเป็นสายของฉันก็ได้นะ แต่ฉันบอกเธอไม่ได้หรอกว่าเขาเป็นใคร มันจะเป็นอันตรายสำหรับเขาน่ะ” ณดาแก้ตัวตามน้ำไปเรื่อยๆ ด้วยบทสนทนาที่จำมาจากซีรีส์ฝรั่งสักเรื่อง

อนิสาทำหน้าเหมือนไม่เชื่อแต่ก็ไม่ได้ถามอะไรต่อ เธอยกแก้วอเมริกาโนร้อนขึ้นจิบแล้วหลับตาลงเหมือนกำลังพยายามใช้ความคิดก่อนจะลืมตาขึ้นอีกครั้ง

“ที่จริงฉันก็พอรู้เรื่องนี้มาบ้างเหมือนกัน”

ณดาจ้องหน้าอนิสาเขม็ง “เธอหมายความว่ายังไงนะ”

“เธออย่าไปบอกใครนะ” อนิสาพูดด้วยเสียงกระซิบก่อนจะหันไปมองรอบตัวเหมือนกลัวว่าใครจะแอบได้ยิน “ที่จริงฉันแอบติดเครื่องดักฟังเอาไว้ในห้องของคุณเปรมชัยน่ะ”

“หา! ว่าไงนะ” ณดาร้องเสียงหลง

“นี่เงียบหน่อยสิ เธออยากให้คนรู้กันทั้งบริษัทเลยเหรอไง” อนิสาเอ็ดณดา

ณดารีบหันไปมองเด็กวัยรุ่นที่นั่งอยู่ เขายังหมกมุ่นอยู่กับหน้าจอโดยไม่แคร์อะไรทั้งสิ้น

“โทษที โทษที” ณดารีบลดระดับเสียงของตัวเองลง “แล้วเธอทำอย่างนั้นไปทำไมล่ะ”

“ที่จริง…ก็เป็นเพราะเธอนั่นแหละ”

“หา! เพราะฉันเนี่ยนะ” ณดาชี้หน้าตัวเอง

“ใช่ ก็ตอนที่คุณเปรมชัยเขาโปรโมตให้เธอดูแลโปรเจกต์น่ะ ฉันสงสัยมาตลอดเลยว่าเธอกับคุณเปรมชัยมีนอกมีในกันหรือเปล่า แล้วเธอก็เข้าไปคุยงานในห้องคุณเปรมชัยสองต่อสองบ่อยๆ ฉันก็เลยแอบติดเครื่องดักฟังเอาไว้”

“หา อะไรของเธอเนี่ย อย่าบอกนะ…ว่าเธอคิดว่าฉันเป็นเมียน้อยของเปรมชัย”

อนิสาพยักหน้าพลางจิบกาแฟอย่างใจเย็น

“นี่เธอจะบ้าเหรอ แค่คิดก็ขยะแยงแล้ว” ณดาทำหน้าเหยเก

“ฉันรู้น่า ฉันก็แค่มองเธอในแง่ร้ายไปหน่อย แล้วตอนนี้ฉันก็รู้แล้วไงว่ามันไม่ได้เป็นอย่างนั้น”

ณดาไม่แน่ใจว่าตัวเองควรจะดีใจหรือเสียใจดี ถึงความคิดของอนิสาจะทำให้ณดารู้สึกขนลุกไม่น้อย แต่ก็นับเป็นโชคดีอย่างเหลือเชื่อที่อนิสาติดเครื่องดักฟังเอาไว้ในห้องของเปรมชัยพอดี

“แล้วเธอรู้อะไรมาบ้างล่ะ” ณดาถาม

“ก็ไม่ได้รู้มากไปกว่าเธอเท่าไหร่หรอก คุณเปรมชัยกับนายชัชชลอะไรนั่นเขาคงนัดคุยกันข้างนอกด้วย” อนิสาพูด “เอ่อ แล้วก็มีผู้หญิงอีกคนที่มีส่วนเกี่ยวข้องกับเรื่องนี้ด้วย แต่ฉันไม่แน่ใจว่าชื่ออะไรเหมือนกัน”

ก็คงจะเป็นศศิธรนั่นแหละ ณดาคิดแต่ไม่ได้พูดออกไป

“แล้วเธอคิดจะบอกเรื่องนี้กับตำรวจบ้างมั้ย”

“เอาจริงๆ ก็คิดเหมือนกันนะ แต่ถ้าจะให้พูดตรงๆ ฉันก็ยังห่วงอนาคตตัวเองอยู่ก็เลยแกล้งหลับหูหลับตาไปก่อนน่ะ”

ณดาพอจะเข้าใจความรู้สึกของอดีตเพื่อนร่วมงาน เธอรู้ดีว่าความสำเร็จในอาชีพนี้ไม่ใช่สิ่งที่ได้มาง่ายๆ ถ้าชีวิตการงานของเธอกำลังรุ่งอยู่เหมือนอนิสาในตอนนี้ เธอก็คงไม่อยากเอามันมาเสี่ยงเหมือนกัน

“แล้วทำไมเธอถึงมาบอกเรื่องนี้กับฉันล่ะ”

อนิสาหันไปมองวิวนอกหน้าต่างก่อนจะหันมามองหน้าณดาอีกครั้ง

“ไม่รู้เหมือนกัน บางทีฉันอาจจะรู้สึกผิดกับเธอก็ได้นะ”

รู้สึกผิด…อย่างนั้นเหรอ

“ที่จริงฉันไม่เคยเกลียดเธอเลยนะ เราสองคนก็แค่ถูกวางตัวให้เป็นคู่แข่งกันมาตลอด แล้วฉันก็ไม่ชอบแพ้ใคร แต่จู่ๆ เธอก็มาถูกไล่ออกไปง่ายๆ แบบนี้ ฉันว่ามันก็ไม่ค่อยถูกต้องเท่าไหร่” พูดจบอนิสาก็ยิ้มออกมา “ฉันชอบการแข่งขันที่ยุติธรรมนะ ฉันอยากชนะเธอเพราะฉันเก่งกว่าเธอ ไม่ใช่ชนะด้วยความบังเอิญแบบนี้”

ถึงณดาจะไม่เข้าใจความคิดของอนิสานัก แต่ก็นึกขอบใจที่เธอยื่นมือเข้ามาช่วยเหลือ

“ขอบใจนะ” ณดายิ้มให้อนิสา “ขอบใจจริงๆ”

“แล้วเธอรู้มั้ยว่าแฟลชไดรฟ์อยู่ที่ไหน เดี๋ยวคืนนี้ฉันทำงานล่วงเวลาแล้วจะแอบเข้าไปเอาให้นะ”

“เธอแน่ใจนะ”

“อืม แน่ใจสิ ไม่งั้นฉันคงไม่เสียเวลามานั่งดื่มกาแฟกับเธออย่างนี้หรอก”

“ฉันรู้มาว่าเปรมชัยเขาเก็บแฟลชไดรฟ์เอาไว้ในตู้เซฟน่ะ”

“อ้าว ถ้าอยู่ในตู้เซฟแล้วฉันจะเอาออกมาได้ยังไงล่ะ”

ณดายิ้มแหยๆ “เอ่อ บังเอิญว่าฉันได้รหัสตู้เซฟมาด้วยน่ะ”

“หืม ทำไมเธอถึงรู้รหัสตู้เซฟคุณเปรมชัยได้ล่ะ” อนิสาทำหน้าตกใจ “คนที่เป็นสายให้เธอเขารู้รายละเอียดขนาดนั้นเลยเหรอ”

“พอดีว่าเขาเป็นคนที่ ’พิเศษ’ นิดหน่อยน่ะ” ณดาพูดพลางหันไปสบตากับอวัศยาที่นั่งยิ้มแฉ่งอย่างภาคภูมิใจอยู่ข้างๆ อนิสา

 



Don`t copy text!