ต้มโคล้งโล่งใจ

ต้มโคล้งโล่งใจ

โดย : จรัสพร

นอกจาก “ อ่านเอา ” จะมีนิยายออนไลน์สนุกๆ แล้ว เรายังภูมิใจเสนอ คอลัมน์ที่จะทำให้ผู้อ่านสามารถทำอาหารจานด่วน จานเด็ด จานแปลก ให้อร่อยจนเหลือแต่จานเปล่าที่นี่…ที่คอลัมน์ “ วางปากกามาควงตะหลิว ” โดย จรัสพร

– ต้มโคล้งโล่งใจ

“ขอแสดงความยินดีด้วย คุณผ่านการสัมภาษณ์ คุณพร้อมจะร่วมงานกับเราเมื่อไหร่ครับ?”

“ขอโทษครับ ผมคงไม่สะดวกที่จะร่วมงานกับที่นี่ สวัสดีครับ”

ลมแล้งโบกละอองไอแดดที่แผดจ้าร้อนระอุ ท่ามกลางฝุ่น PM 2.5  บนถนนสาทร คีรีศุภมาส เดินออกจากอาคารสำนักงานสูง 39 ชั้น ประดับกระจกทั้งอาคารราวกับมีผลึกแก้วแท่งใหญ่สะท้อนแสงแดดและไอความร้อนส่งทอดสู่ผู้คนที่เดินถนนอยู่ในมหานครแห่งนี้ ชายหนุ่มรูดเนกไทออกจากคอเพื่อระบายความอึดอัด ชายหนุ่มเงยหน้ามองอาคารดังกล่าวอีกครั้งแสงจากผลึกแก้วสะท้อนเข้าตาจนเข้าต้องหยีตามอง แล้วเขาก็เดินจากที่แห่งนั้นมา

เขาถูกเรียกให้เข้ามาสัมภาษณ์งานในองค์กรที่เป็นเจ้าของเจ้าผลึกแก้วแท่งใหญ่แห่งนี้ในหน่วยงานดูแลภาพลักษณ์ขององค์กร เพื่อความสะดวกรวดเร็ว คีรีศุภมาสได้จอดรถเอาไว้ที่อาคารจอดแล้วจร แล้วจึงเดินทางมาสัมภาษณ์งานด้วยรถไฟฟ้าใต้ดิน องค์กรที่ชายหนุ่มยื่นใบสมัครงานนั้นดำเนินธุรกิจเกี่ยวกับการทำชิ้นส่วนเหล็กในวงการอุตสาหกรรม ซึ่งมีโรงงานอยู่ริมแม่น้ำเจ้าพระยาแถวสมุทรปราการ

เมื่อได้คุยกับเจ้าหน้าที่ฝ่ายบุคคลและผู้จัดการฝ่ายที่ต้องการจะหาคนมาทำงานในตำแหน่งผู้ช่วยแล้ว คีรีศุภมาสตัดสินใจได้เลยว่าจะไม่ร่วมงานกับองค์กรแห่งนี้ แม้ว่าเขาจะตกงานอยู่ก็ตาม ชายหนุ่มลงจากรถไฟฟ้าใต้ดินเดินไปที่ลานจอดรถ แล้วขับรถมุ่งสู่จังหวัดบ้านเกิดอย่างไม่ลังเล

เมื่อรถวิ่งใกล้บ้านบรรยากาศยามเย็นรอบตัวเขา มันดูสดชื่น สองข้างทางมีแต่ทุ่งนาและทิวตาล เขาปิดแอร์ เปิดกระจก เปิดเพลงเสียงดัง และร้องคลอตามอย่างมีความสุข (มีความสุขที่ตกงาน???) เขาคิดถึงบ้าน คิดถึงกับข้าวฝีมือแม่  คิดถึงกาแฟหอมๆ ของพ่อ ชายหนุ่มคิดว่าเขาคงจะฝังตัวอยู่ที่บ้านสักระยะ เขามีเงินเก็บก้อนใหญ่อยู่ก้อนหนึ่งที่จะอยู่ได้อย่างไม่ลำบาก ชายหนุ่มเลี้ยวรถเข้าบ้านตอนตะวันกำลังจะพลบ บ้านของเขาไม่มีการวิ่งไปเปิดประตูรั้ว เพราะหน้าบ้านจะเปิดโล่งตลอด อาณาบริเวณนา ไร่ และสวนของพ่อจะเชื่อมกันประมาณ 50 ไร่ ฝั่งที่เป็นบ้านจะติดกับริมคลองซึ่งแตกสาขามาจากแม่น้ำเพชรบุรี

ชายหนุ่มดับเครื่องยนต์ เดินเข้าไปในบ้านไม้สองชั้นสีฟ้า ตัดขอบลูกกรงระเบียงด้วยสีขาว ม่านผ้าโทเรฉลุลายนกที่แม่และ ธาราศุภลักษณ์ พี่สาวของเขาช่วยกันทำ พลิ้วไหวอยู่ท่ามกลางสายลม  กลิ่นอาหารชนิดหนึ่งโชยมาพาน้ำลายสอ

“เอ้า ตาคีมาไงลูก”

“สวัสดีครับแม่ คิดถึงบ้านก็ขับรถกลับมาเลยครับ” แม่ยิ้มมองหน้าลูกชายคนโปรด

“วันนี้แม่ทำต้มโคล้งของโปรดพอดี เดี๋ยวพ่อกับธารากลับมาได้กินข้าวกัน”

“ต้มโคล้ง ผมจำได้นะว่าทำยังไง”

“ไหนบอกแม่ซิว่าทำยังไง”

ชายหนุ่มกอดมารดาไว้แล้วบรรยายสูตรและวิธีทำต้มโคล้งอย่างคล่องปาก

เครื่องปรุง

– ปลาย่าง

– ข่า ตะไคร้ ใบมะกรูด

– หอมแดง มะเขือเทศ

– ใบกะเพรา พริกแห้งทอด

–  น้ำมะขาม, น้ำปลา, เกลือป่น

 

วิธีทำต้มโคล้ง

ใส่มะเขือเทศกับหอมแดงที่หั่นแล้วลงไปในหม้อ

ตามด้วยข่า ตะไคร้ ใบมะกรูด

นำปลาไปย่างไฟอีกครั้งให้หอมฟุ้งแล้วฉีกใส่หม้อ

ใส่น้ำ ใส่เกลือป่นเล็กน้อยแล้วนำไปตั้งไฟ

ต้มไปจนเดือดได้ที่ปรุงรสด้วย น้ำปลา น้ำมะขามเปียก

ตักใส่ถ้วยโรยพริกขี้หนูทอดกรอบขยี้ให้หอมฟุ้งและใบกะเพรา

 

คีรีศุภมาสและธาราศุภลักษณ์ สองพี่น้องแย่งกันขอดน้ำต้มโคล้งก้นหม้อมาซดกันอย่างเอร็ดอร่อย ท่ามกลางสายตาเอ็นดูของพ่อและแม่ ชายหนุ่มเล่าเรื่องตกงานของเขาให้คนในครอบครัวฟัง ทุกคนฟังด้วยรอยยิ้ม ราวกับมีความสุขที่ลูกชายคนเล็กไม่มีงานทำ

“มาเปิดร้านอยากขายกับพ่อไหม” บิดาของเขาเอ่ยขึ้น พร้อมยื่นถ้วยกาแฟหอมกรุ่นให้ลูกชายคนเล็ก

“ร้านอยากขายคืออะไรครับพ่อ”

“ร้านที่เราเอาของที่เราทำเองมาขายเองไงลูก เราจะออกแบบชุมชนของเราซึ่งน่าอยู่มากขนาดนี้ ให้คนจากกรุงเทพฯ ได้มาพักปอดกัน กินอาหารรสดีจากฝีมือแม่และธารา ดื่มกาแฟอร่อยๆ ที่พ่อปลูก จากฝีมือการชงของคีรี พร้อมขนมพื้นบ้านเมืองเพชรแบบดั้งเดิมไม่ฟิวชั่น เอาด้วยกะพ่อไหมล่ะ”

“หูย สุดยอดไปเลยครับพ่อ คีรีจะได้กลับมาอยู่บ้านแล้ว”

เสียงหัวเราะประสานกันอย่างมีความสุขของครอบครัวเล็กๆ ดังสอดประสานไปกับเสียงหรีดหริ่งเรไรท่ามกลางสายลมและแสงเดือนยามค่ำ ความสุขไม่มีที่สิ้นสุดเกิดขึ้นแล้วที่นี่

Don`t copy text!