ตุนอาหารให้ถูกวิธี จะได้มีอาหารให้กินยาวๆ ไป

ตุนอาหารให้ถูกวิธี จะได้มีอาหารให้กินยาวๆ ไป

โดย : Hoot-Hoot

เรื่องราวรอบตัวน่ารู้น่าอ่านกับหลากหลายสิ่งที่คุณอาจไม่เคยรู้มาก่อน ในคอลัมน์ Lifestyle โดย Hoot-Hoot ที่อ่านออนไลน์แล้วรับรองมีประโยชน์ต่อการใช้ชีวิตอย่างแน่นอน เพราะเรื่องราวดีๆ ที่รายล้อมรอบตัว #มีให้อ่านที่อ่านเอา

…………………………………………..

ช่วงนี้ต้องตุน!! จะตุนอะไรล่ะคะถ้าไม่ใช่ตุนอาหาร แหม… ขอบอกหน่อยนะ มีเงินซื้อตุนไว้พอประมาณไม่ว่ากัน แต่ถ้าซื้อมาตุนเยอะไป ไม่เกรงใจคนอื่นก็ไม่น่ารัก แล้วที่ตุนเยอะๆ เนี่ย ทำถูกวิธีหรือเปล่า เพราะถ้าซื้อมาตุนแล้ว เก็บไม่เป็น คำว่า ‘เสียของ’ จะปรากฏทันที

เอางี้ละกัน ไม่อยากเสียเงินฟรี เพราะเก็บตุนอาหารผิดวิธี มาเช็กวิธีเก็บอาหารที่ควรทำให้ถูกต้องกันดีกว่า

พริกขี้หนู ผักคู่ครัวของคนไทยที่ทุกครัวเรือนต้องมีอย่างพริกขี้หนู ต้องล้างทำความสะอาดก่อน จากนั้นเด็ดก้านทิ้ง แล้วซับให้แห้งก่อนจะลงไปบรรจุในกล่องที่รองก้นกล่องด้วยทิชชู่แห้ง 2-3 ชั้น จากนั้นปิดฝากล่องให้สนิท แล้วแช่ตู้เย็น

มะนาว บ้านไหนบ้านนั้นต้องมีมะนาวติดตู้เย็นแน่นอน แต่ถ้าจะให้เก็บแบบที่ใช้ไม่หมดละก็ อย่าเก็บแบบฝานคาๆ ไว้แบบนั้น ให้บีบเอาน้ำออกมาใส่ถาดน้ำแข็งแล้วแช่ช่องเย็นไว้ จะเอามาใช้ได้ในระยะเวลา 3 เดือน แต่ถ้ามาทั้งลูกก็ให้นำมะนาวใส่ถุงพลาสติกแล้วเจาะรูระบายอากาศ หรือหากอยากจะห่อด้วยกระดาษก่อนแบบที่ห่อผักก็ทำได้เช่นกัน

กระเทียม วิธีที่ง่ายที่สุดในการเก็บกระเทียมไว้ที่บ้านคือ นำกระเทียมใส่ถุงตาข่ายหรือตะกร้าไว้ ส่วนถ้าใครอยากเอาเข้าตู้เย็นก็ไม่ว่ากัน แต่ถ้าเป็นกระเทียมสับก็ต้องเก็บไว้ในภาชนะปิดฝาสนิทก่อน ถ้าไม่อยากให้กระเทียมฝ่อให้ปอกเปลือกออกก่อนแล้วนำระเทียมไปแช่ในน้ำมันมะกอกก็จะเก็บได้นานเป็นปี รับรองว่ากลิ่นของกระเทียมไม่จางหาย จะหยิบใช้ตอนไหนก็แค่นำมาล้างน้ำให้สะอาดก็ใช้ได้แล้ว

หอมหัวใหญ่ ถึงจะขึ้นชื่อว่าอยู่ได้นานสุดๆ แต่จะนานขึ้นถ้าเก็บไว้ในถุงตาข่ายเนื้อละเอียด ซึ่งบางยี่ห้อก็จะขายหอมหัวใหญ่แบบใส่ถุงตาข่ายแยกหัวมาอยู่แล้ว แต่ในกรณีที่ซื้อจากตลาดสด ก็หยิบของใกล้ตัวอย่างถุงน่องมาใช้ได้นะคะ เพราะตาข่ายเล็กๆ จะช่วยให้หอมหัวใหญ่สัมผัสอากาศได้เพียงพอแต่ไม่มากเกินไป ซึ่งถ้ามีหลายหัวก็อย่าลืมว่าต้องระวังอย่ามัดถุงน่องจนหัวติดกันเด็ดขาด ส่วนหอมใหญ่ที่ใช้ไม่หมด ก่อนนำมาใช้ให้เอาไปแช่น้ำเย็นจัดก่อน ก็จะทำให้กลับมาสภาพคงเดิมได้

สารพัดไข่ จะไข่เป็ด ไข่ไก่ ไข่นกกระทา อะไรก็ตามแต่ นอกจากจะเก็บที่ชั้นวางไข่ในตู้เย็นเพื่อกันการกระแทกแล้ว วิธีวางก็ต้องถูกต้อง นั่นคือวางให้ด้านแหลมอยู่ด้านล่าง แต่ถ้าซื้อมามากๆ แล้วชั้นวางไข่ไม่พอรองรับ ต้องเอาวางไว้ข้างนอก ก็อย่าลืมเอาน้ำมันพืชมาทาให้ทั่วไข่เสียก่อน น้ำมันจะเคลือบผิวไข่และป้องกันไม่ให้สิ่งสกปรกหรือกลิ่นเข้าไปในไข่ได้ ว่ากันว่าทำแบบนี้ เก็บไข่ได้นานเป็นปีแบบไม่ต้องใส่ตู้เย็น

ผักสดและผลไม้ กฎที่ต้องรู้คือ ห้ามเก็บไว้ด้วยกันเด็ดขาด! เพราะผลไม้สุกจะปล่อยก๊าซเอธิลีนออกมา ทำให้ผักที่ว่างอยู่ใกล้ๆ เสียเร็ว ทีนี้ถ้าจะเก็บผักสดก็ให้ห่อผักนั้นด้วยกระดาษทิชชู (ไม่ใช่กระดาษหนังสือพิมพ์ นิตยสาร) หรือจะเป็นกระดาษสีขาวสะอาดตา ก่อนนำไปใส่ในถุงซิปล็อกแยกประเภทและแช่ในช่องแช่ผัก อ้อ… อย่าลืมเด็ดใบเหลือง ใบช้ำทิ้งก่อนนะคะ

ส่วนถ้าเป็นผลไม้ ก็ใช้วิธีเดียวกัน แต่เพิ่มเติมคือ เจาะรูที่ถุงเพื่อให้มีอากาศถ่ายเทก่อนเสมอ

เนื้อสัตว์ทั้งหลาย

เนื้อหมู-เนื้อไก่ : ใช้เท่าไหร่ หั่นออกมาแค่นั้น ส่วนที่เหลือก่อนใส่ถุงซิปล็อกให้หั่นแยกเก็บในปริมาณการใช้งาน 1 ครั้งแล้วค่อยใส่ถุงไว้ โดยหากมีหมูหลายประเภทก็ให้แยกเป็นถุงๆ แบบนี้เช่นกัน อย่าเอาหมูสับ หมูสามชั้น หมูเนื้อแดง ฯลฯ รวมกันในถุงเดียวเด็ดขาด เมื่อแยกแล้ว นำไปแช่เย็นที่อุณหภูมิ -1 ถึง 0 องศาเซลเซียส หรือเก็บที่ใต้ช่องฟรีซในตู้เย็นก็ได้

เนื้อปลา : ส่วนใหญ่แล้วปลาสดต้องเอาเครื่องในออกก่อน ก็อย่าลืมล้างให้สะอาดแล้วแบ่งเก็บใส่ถุงซีลหรือซิปล็อกก่อนแช่เย็น แต่ถ้าเป็นเนื้อปลาแช่แข็งมาแล้วก็แช่แข็งต่อไปได้ เพียงแต่ต้องระวังการเสียอุณหภูมิระหว่างการเดินทาง ซึ่งมีผลต่อการนำไปแช่แข็งต่อไป

กุ้งและปลาหมึก : จะเก็บแบบปอกเปลือกหรือไม่ปอกก็ได้ แต่ควรแยกเป็นห่อๆ ตามขนาดใช้ 1 ครั้งแล้วนำไปแช่ในช่องแช่แข็ง

เอาล่ะค่ะ อ่านถึงตรงนี้ เพื่อนๆ ชาวฮูกคงพอเข้าใจและเห็นภาพแล้วนะคะว่า ผัก ผลไม้ เนื้อสัตว์แต่ละชนิด ควรเก็บรักษาด้วยวิธีไหนจึงจะเหมาะ ทำให้ถูกต้องนะคะ รับรองอาหารที่ตุนไว้ ไม่เสียหายแน่นอนค่ะ

 

ข้อมูล : www.wongnai.com, http://travel.trueid.net, www.rakbankerd.com

Don`t copy text!