เมียอันดับห้า บทที่ 14 : ขอร้อง

เมียอันดับห้า บทที่ 14 : ขอร้อง

โดย : โสภี พรรณราย

เมียอันดับห้า นวนิยายออนไลน์แนวชีวิตผสมโรแมนติกคอมเมดี้ใน อ่านเอา ของ โสภี พรรณราย เรื่องราวของ ‘ภีม’ หนุ่มสังคมรูปหล่อที่มีชีวิตรักแบบรักๆ เลิกๆ จนถึงขั้นเจ็ดปีเปลี่ยนเมียไปสี่คน กับ ‘ไหมแพร’ นักข่าวสายสังคมที่ไม่อาจจะปล่อยให้เรื่องแซ่บๆ นี้ผ่านไปได้ และตอนนี้เธอคือคนที่เขาสนใจ หรือเธอจะกลายเป็นเมียอันดับห้าของเขา!!

****************************

– 14 –

ที่สำนักข่าวฟ้าใหม่ สินีเห็นไหมแพรนั่งมองงานในมือ ไม่ขยับมาหลายนาทีแล้วจึงถาม

“เรื่องนั้นหรือ ยังคิดอยู่อีกหรือ”

เพื่อนพยักหน้า

“อืม…ตอนนี้เหลือเราฉบับเดียวที่มีภาพเด็ดในงาน คิดหนัก”

“แต่เรามีความแค้นส่วนตัวกันนะ” สินีพูดอย่างรู้ใจเพื่อน

“เกลียดส่วนตัวเป็นพิเศษ”

“เธอต้องตัดสินใจ”

อมรที่นั่งอยู่ข้างๆ สามคนที่โต๊ะทำงานอยู่ใกล้กัน มีเรื่องอะไรก็รู้กันหมด โพล่งขึ้น

“จะลังเลอะไรจ๊ะ ลงข่าวเลย ภาพนี้ขายได้ รับรองฮือฮา เมียสามจะตบเมียสี่ ถ้าตบกันจริงๆ รับรองยิ่งสนุก” พูดกลั้วหัวเราะ

“ยัยอมรศรีชอบมีเรื่อง”

นักข่าวชายที่อยากเป็นหญิงกรีดนิ้ว ลูบแก้มตัวเองอย่างมีจริตกล่าวว่า

“ผู้หญิงชอบเรื่องมากนี่นา ทำให้คุณภีมปวดหัว เผื่อคุณภีมจะเปลี่ยนรสนิยมบ้าง มาสนใจฉันแทน”

สินีโบกมือ

“อย่าไปฟังอมรศรีพูด เรื่องนี้แพร…เธอมีสิทธิ์คนเดียว เพราะเธอเป็นคนถ่ายได้”

“โดยบังเอิญ…”

“เธอตาไวต่างหาก”

“งานวันเกิดคุณฉวีกลายเป็นอดีตเมียสามกับเมียสี่แก่งแย่งกันเด่น”

“สงสารเจ้าของงาน”

“สงสารตัวเองก่อนเถอะ พวกเศรษฐีน่าสงสารอะไร มีแต่จะเอาเปรียบ ฉวยโอกาส”

“งั้นเราแก้เผ็ด”

“คมคงโกรธ และตามมารยาทไม่สมควร เห็นใจคุณฉวีกับคุณวรรณ และคุณอรัญอีกคน เคยเจอที่วัด ทั้งสามคนน่ารักนะ พูดจาดี จะพลอยต้องเดือดร้อนเพราะนายภีม แต่พอคิดถึงพฤติกรรมนายภีมแพรก็อดโกรธไม่ได้”

หญิงสาวลังเล สองจิตสองใจ

สินียักไหล่

“รีบตัดสินใจนะ ถ้ารู้ถึงคุณพนมละก็ เจ้านายอาจคิดไม่เหมือนใคร บางทีผลประโยชน์ก็ต้องมาก่อน”

พนมเป็นเจ้านายโดยตรงของไหมแพร สินี และอมร โดยนิสัยเขาเป็นคนลุย ชอบขายข่าวคาว เพื่อทำยอดหนังสือพิมพ์ให้สูงขึ้น นั่นหมายถึงเงินก็เพิ่มตาม

 

ไหมแพรกลับถึงบ้านด้วยรถจักรยานยนต์ รถเก๋งขายให้เงินพี่ชายไปแล้ว เมื่อกลับมาถึง ยายสายบัวทำข้าวคลุกกะปิ ไหมแพรเห็นใจยาย

“ข้าวคลุกกะปิ ทำยาก มีเครื่องเยอะ ยายคงเหนื่อย วันหลังทำข้าวผัดง่ายกว่านะจ๊ะ” ไหมแพรพูดกับยาย

ใบหน้าหญิงชราเงียบเฉย

“มีอะไรทำเยอะๆ สิดี จะได้ไม่ต้องคิดมาก”

“ยังคิดเรื่องพี่วิทหรือจ๊ะยาย ยายก็ขายของจนหมด แพรก็ขายรถและเงินเก็บให้พี่วิทไปเคลียร์หนี้แล้ว หวังว่าพี่วิทจะเริ่มต้นชีวิตใหม่และคิดได้เสียที”

“ให้มันคิดได้จริงๆ เถอะ”

ทั้งยายและไหมแพรรู้สึกเช่นนั้น…ไม่อยากจะเชื่อวิทยาเท่าไรนัก พี่ชายชอบพูดโกหกและจิตใจโลเล เอาเงินไปคืนเจ้าหนี้ก็ไม่ยอมให้ไหมแพรไปด้วย กลัวจะเกิดเรื่องไม่จบเสียที

เสียงยายถอนหายใจยาว

“ไปอาบน้ำแล้วลงมากินข้าว”

พอหล่อนอาบน้ำอาบท่าลงมาก็พบว่า คมกริชมานั่งรอที่ห้องรับแขก กำลังคุยกับยาย แล้วยายก็ลุกออกมาให้หลานสาวคุยกับคมกริชสองต่อสอง

หญิงสาวเลิกคิ้ว

“คมไม่ได้มาบ้านแพรนานแล้วนะ”

“เอ้อ แค่สองสามอาทิตย์”

“วันนี้มาก็คงไม่ใช่เพราะคิดถึงแพรหรอก”

ชายหนุ่มยิ้มแห้งๆ

“เอ้อ…แพร ผมก็คิดถึงแพรด้วยละ แต่งานก็ยุ่งมากๆ งานหนักจริงๆ”

“คมกินเงินเดือนเขา เขาให้เงินเดือนสูง ก็สมควรต้องงานเยอะ ทำงานคุ้มกับเงินหน่อยสิคะ”

“แพร…พูดเหมือนประชดประชันอย่างไรชอบกล”

“ก็…ก็…คมอยากเป็นพนักงานดีเด่นไม่ใช่หรือคะ ปีที่แล้วยังได้รับรางวัลเลย ปีนี้คงอยากรับรางวัลพนักงานดีเด่นอีกปี”

“ใครๆ ก็อยากได้รางวัลทั้งนั้น ไม่ใช่ว่าจะได้รับกันง่ายๆ ถ้าผมไม่ทุ่มเท…ผมไม่ได้รับหรอก พนักงานดีเด่น เงินรางวัลก้อนโต”

ไหมแพรแกล้งทำหน้าตาจริงจัง และเสียงก็นุ่มๆ เบาๆ ประชดประชันจริงๆ นั่นละ

“อ๋อ…ค่ะ ทุ่มเทนะคะ เก่งนะคะ คมของแพรเก่งเสมอ แพรแสนจะภูมิใจ”

“ไม่เอาน่ะ…แพร อย่าทำเป็นเล่นไป ผมซีเรียสนะ”

“งั้นพูดธุระของคมมาเลยค่ะ”

“ก็เรื่องรูปถ่ายนั่นละ ทางผู้ใหญ่ถามมาว่าจะเอาอย่างไร ลบไปเลยใช่ไหม ทางแพรจะเรียกร้องเท่าไร จะให้การเงินตัดจ่าย”

“อืม…ก็ตรงดี แพรยังไม่ได้บอกเจ้านายเลย”

“ผมรู้ว่าแพรไม่บอก เพราะแพรต้องการช่วยผม ถ้าแพรไม่ช่วยแล้วใครจะช่วยล่ะ”

“อย่าเพิ่งสรุปค่ะคม…บอกตามตรงเป็นภาพที่ขายได้ คุณพรวิไลเป็นดาราที่อยู่ในกระแส ใครๆ ก็สนใจ เป็นทั้งนักแสดงมีชื่อ เป็นทั้งอดีตเมียคุณภีม ใครๆ ก็อยากรู้ความเป็นไป ส่วนคุณจันทนี หลังจากหย่าก็ได้เงินก้อนใหญ่ กลายเป็นไฮโซไปแล้ว งานเปิดตัวสินค้าไฮโซที่ไหน ก็ยังต้องเชิญเธอไปร่วม จ่ายหนัก ใจถึง น่าสนใจทั้งสองคน ถ้ามีภาพข่าวเด็ดๆ”

คมกริชร้อนใจ

“แพรครับ เจ้านายผมขอร้องมา”

ไหมแพรเลิกคิ้ว

“ขอร้องหรือคะ” เน้นคำว่า ‘ขอร้อง’ เพราะรู้ว่าคนอย่างนายภีมจะไม่มีคำว่า ‘ขอร้อง’ แน่ “ใครขอร้องกันแน่”

คมกริชถอนใจยาว

“ทำไมแพรพูดยากจัง”

“ปกติแพรเป็นคนพูดง่ายนะคะ คมก็รู้นี่”

“ใช่…ใช่…แต่เรื่องนี้…”

“ค่ะ…ใช่ค่ะ เพราะมีเหตุผลที่คมรู้ดีที่สุด”

“เอาเถอะ อย่าคิดเรื่องในอดีต เรากำลังพูดถึงปัจจุบันกันอยู่ ถือว่าผมขอ…ขอเป็นพิเศษ”

“เรื่องนี้ก็ใช่ว่าแพรจะตัดสินใจได้คนเดียว”

“ก็อย่าบอกใคร”

“นีกับอมรรู้นะคะ”

“ทั้งคุณนีกับคุณอมรต่างก็เป็นเพื่อนสนิทของแพร ถ้าแพรให้เงียบ เขาก็เงียบ”

“แพรว่าปิดไม่มิดหรอก คุณพนมต้องรู้ค่ะ”

“ใช้เงินสิ”

เงิน…เงินอีกแล้ว ไหมแพรเจ็บปวดกับคำนี้เสมอ เพิ่งปวดศีรษะกับพี่ชายมาหยกๆ

คมกริชยังไม่รู้ตัว กล่าวว่า

“เอาเงินไปซื้อรถคันใหม่ เอาเงินปิดปากเพื่อนๆ ทุกคน”

ผลก็คือ…จากที่กำลังอ่อนๆ ใจอ่อน เหมือนเอาน้ำมันราดเข้ากองเพลิง

“คมกลับไปเถอะค่ะ แพรปวดหัวแล้ว” ตัดบททันที

“สรุปแพรจะช่วยผมใช่ไหม”

“ขอคิดดูก่อน”

“ต้องได้คำตอบเลยครับ ผมต้องมีคำตอบให้เจ้านายพรุ่งนี้”

“ไม่มีคำตอบ”

“แพร…”

“คมกลับไปเถอะ แพรไม่อยากพูดแล้ว” หล่อนไม่อยากเสียความรู้สึกกับคนรัก เพราะปัญหาของคนอื่น

คมกริชพยายามจะตื๊อ ขอคำตอบอยู่นั่น

“ไม่…ไม่…แพรต้องตอบเลยครับ ไม่งั้นผมจะตอบเจ้านายได้อย่างไร พรุ่งนี้…”

“งั้นตอบว่า ไม่ตกลงค่ะ”

“แพร…จะทำอย่างนั้นจริงๆ หรือ” น้ำเสียงคมกริชอ่อนลง

“ตอนนี้คำตอบคือไม่”

เขาเดินออกจากบ้าน หลังจากฟังคำยืนยันของหญิงสาวอยู่หลายรอบ ไปอย่างผิดหวัง โกรธนิดๆ ไม่พอใจหน่อยๆ ไหล่ตก และสุดท้ายคือความเสียใจ

ภาพของคนรักที่เดินออกไป ไหมแพรรู้สึกนะ รู้สึกเสียใจเช่นกัน ลึกๆ รู้ว่าเขาไม่ได้มาพบหล่อนในฐานะคนรัก เขามาด้วยเรื่อง ‘งาน’ ล้วนๆ หล่อนก็ผิดหวังมาก

รู้ทั้งรู้…คมกริชเป็นคนบ้างานขนาดไหน งานหมายถึงเงินที่จะทำให้ชีวิตของเขาดีขึ้น แต่…กับหล่อน ถามไถ่หล่อนบ้างได้ไหม อย่างน้อยก็ถามเรื่องสุขภาพ ถามว่าหล่อนถูกรถชนอาการดีขึ้นมากแค่ไหน บาดแผลที่ขาและแขน หล่อนยังต้องไปล้างแผลทุกวันอยู่เลย ยังเจ็บแผล เจ็บทั้งกายและใจ

วันรุ่งขึ้น…   

ไหมแพรยังไม่ทันจะขับรถจักรยานยนต์ไปทำงาน ก็มีโทรศัพท์ของคมกริชโทร.เข้ามา ให้หล่อนไปพบที่บริษัท ตอนแรกไหมแพรคิดจะปฏิเสธ แต่คนรักบอกว่าจะกระทบงานของเขา อีกแล้วที่ทำให้หญิงสาวใจอ่อน และยอมไปที่ทำงานของคนรัก

ด้านข้างสำนักงานมีที่จอดรถสำหรับจักรยานยนต์ หล่อนจอดแล้วก็เห็นคนรถของภีมเดินมาใกล้ เขาจำหล่อนได้

“คุณไหมแพรใช่ไหมครับ”

“อ้อ…นายปัน”

“ครับ ผมที่ขับรถชนรถคุณไงครับ ตอนนี้เป็นอย่างไรครับ มารับค่ารักษาพยาบาลใช่ไหมครับ”

“เปล่าจ้ะ นายปัน ฉันยังไม่ได้รวบรวมค่าใช้จ่ายเลย ฉันยังต้องไปล้างแผลอยู่”

“ทางท่านรับผิดชอบค่ารักษาทุกบาททุกสตางค์ครับ เรียกเผื่อล่วงหน้าก็ได้นะครับ ผมไม่ค่อยสบายใจที่เกิดรถชนวันนั้น”

“แผลที่ขายังไม่ดี แต่อย่างอื่นไม่มีอะไรแล้ว รอให้ทุกอย่างเรียบร้อย ฉันค่อยสรุปค่าใช้จ่ายอีกที วันนี้ฉันมีนัดกับคุณคมกริช ขอตัวก่อนนะ”

หล่อนเดินเข้าไปยังตึกสำนักงานบริษัทสุททินพงษ์กรุ๊ป โดยคมกริชมารับถึงบริเวณลิฟต์ และพูดไปตลอดทางขึ้นลิฟต์ไปชั้นบน

“แพร…อย่างไรวันนี้ต้องตอบคำถามให้ได้ ผมขอโทษที่รบกวนแพรมาถึงที่นี่”

“เมื่อคืนก็คุยกันแล้ว”

“ผู้ใหญ่อยากคุยเอง”

“คุณภีมเหรอ”

“ไม่ใช่…คุณประมวล ญาติผู้น้องของคุณวรรณ” และแล้วหล่อนก็มานั่งอยู่ตรงข้ามประมวลในห้องรับรองแขก ประมวลกล่าวขึ้นทันที

“เพื่อไม่ให้เสียเวลา ขอเริ่มเลย ทางเราจะขอซื้อภาพของคุณ”

อีกแล้ว…ต้องจบด้วยการซื้ออีกแล้ว ด้วยเงินตามเคย

“ไม่คิดขายค่ะ”

“ยังไงก็ต้องขาย เราอยากรักษาชื่อเสียงของคุณภีม อย่าเล่นตัวเลยคุณไหมแพร คุณก็เป็นแค่นักข่าวตัวเล็กๆ สำนักข่าวเล็กๆ หนังสือพิมพ์คุณไม่ได้ขายดีอะไรเลย หน้าข่าวบันเทิงก็ชอบขายข่าวคาว ผมรู้ว่าข่าวนี้ขายได้ คุณภีมมีชื่อเสียง ถือว่าผมขอ อย่างไรทั้งคุณพรวิไลกับคุณจันทนีก็เป็นอดีตของคุณภีม เลิกเอาทั้งคู่มาพัวพันกับคุณภีมเถอะ”

“ฉันไม่มีอำนาจตัดสินใจคนเดียว ฉันมีเจ้านายต้องรายงาน”

“งั้นผมจะคุยกับเจ้านายคุณเอง”

“แต่บังเอิญว่าเจ้านายชอบข่าวแบบนี้มากค่ะ”

“เรื่องของเรื่อง คุณเป็นเจ้าของภาพ ถ้าสรุปที่คุณได้ จะง่ายที่สุด”

“เอาเป็นว่าฉันลังเลค่ะ สองจิตสองใจ”

การเจรจายังใช้เวลา…ผ่านไป ดูจะไม่มีอะไรคืบหน้าเลย วนเวียนอยู่ที่เดิม ประมวลดูออกว่าไหมแพรจงใจถ่วงเวลา เป็นอย่างที่คมกริชเตือนแต่แรกแล้วว่าถึงเชิญหล่อนมาบริษัทก็เจรจายาก ขนาดเขาเป็นคนรัก เขายังจนปัญญา และคิดว่าเขาควรหาทางอื่นดีกว่าเจรจากับเจ้าหล่อน สุดท้ายยุติการเจรจาและหญิงสาวเดินออกมา กำลังจะเดินไปที่ลิฟต์ที่อยู่ข้างห้องน้ำ…มีคนหนึ่งเดินออกมา ทำเอาทั้งคู่ชะงัก

ภีมขมวดคิ้ว เดาเรื่องได้ทันทีว่าหล่อนมาทำไม

“เธอมาทำไม” ถามและตอบตัวเอง “หนึ่งมาเรียกร้องค่าเสียหายที่ถูกรถชน และสองมาเรื่องขายภาพที่บังเอิญถ่ายได้”

“ผิดทั้งสอง หนึ่งยังไม่ได้มาเรียกร้องค่ารักษาพยาบาล เพราะยังต้องล้างแผลอยู่ค่ะ และสองไม่ได้มาขายภาพที่ถ่ายได้ ไม่ขายค่ะ”

หรือเจ้าหล่อนจะเป็นเพียงคนเดียวที่กล้าตอบโต้กับเขาอย่างไม่เกรงกลัวและไม่เกรงใจ

“แล้วจะมาทำไม”

“ก็ทางคุณเชิญไป…ก็มา เดี๋ยวจะหาว่าหยิ่ง”

“ท่าทางเธอก็หยิ่งไม่เบา แข็งกร้าว กระด้าง”

“เพราะฉันไม่ได้กินเงินเดือนคุณละมัง จึงไม่ต้องกลัวคุณ”

“ฉันไม่อยากเห็นภาพที่เธอถ่ายในงานคุณย่า”

“คุณไม่อยาก แต่สังคมคงอยากนะคะ”

“รู้ว่าเธอคือคนรักของคมกริช ไม่กลัวคมกริชจะตกงานหรือ เพราะความดื้อรั้นและแข็งกร้าวของเธอ”

Don`t copy text!