อุมาวสี บทที่ 14 : ตัวเสนียด

อุมาวสี บทที่ 14 : ตัวเสนียด

โดย : ตรี อภิรุม

อุมาวสี ภาคต่อของ “หิมพาลัย” โดย ตรี อภิรุม เรื่องราวชีวิตหลังงานแต่งงานของพิชญ์และอุมาวสีในโลกที่แตกต่างจากโลกลับแลจะเป็นอย่างไร ความรักที่พิชญ์มีให้เธอ จะเพียงพอที่จะช่วยหล่อเลี้ยงจิตใจของหญิงสาวผู้แสนดีคนนี้ได้หรือไม่ ‘อุมาวสี’ นวนิยายออนไลน์ที่พาชาวอ่านเอาเดินทางไปกับจินตนาการที่สวยงามและความรักที่มีอยู่จริง

พิณทิพย์โทรศัพท์คุยกับกุลณัฐปรับทุกข์ กรณีอุมาวสีกังวลวุ่นวาย นวมินทร์ไม่มารับร่มคืน หายหน้าหายตาจากสวนอาหารหลายวัน

“ถามจริงๆ เถอะ มินทร์รู้ความลับของอุแล้วใช่ไหมคะ”

สาวสวยเผลอยิ้มเจื่อน สถานการณ์ไม่พ้นไปจากความคาดคะเน แก้ตัวให้ตนเองเบ็ดเสร็จ

“มันจำเป็นค่ะ พี่แนท ถ้าเราไม่เกริ่นความจริงไว้บ้าง สักวันหนึ่งมินทร์จะรู้ว่าน้องอุไม่โสด กุลจะเสียหายยับเยิน กลายเป็นว่าหลอกต้มตุ๋นน้องชาย”

“สงสัยมินทร์เสียความรู้สึกสุดขีด”

“เขานิ่งซึมหลายนาที แววตาสีหน้าสะท้อนความเจ็บปวดรวดร้าว ก็แน่ละ ความฝันจินตนาการสวยหรูทลายครืน คงใช้เวลารักษาใจนานชั่วระยะหนึ่ง กว่าจะกลับคืนเหมือนเดิม”

เพื่อนรุ่นพี่เข้าใจของถ่องแท้ นี่แหละ สาเหตุที่นวมินทร์ทำตัวหายไปในอากาศ

“พี่แนทมอบเบอร์โทรมินทร์หรือยังคะ”

“ให้อุไปแล้ว แม่เจ้าประคุณเหลี่ยมจัด ลีลาสูง แบ่งรับแบ่งสู้ อ้างว่าจะขอไตร่ตรองว่าจะเหมาะสมหรือไม่ ป่านนี้ยังไม่รู้เลยว่าอุยอมติดต่อกับมินทร์หรือดื้อแพ่ง”

“ทำไมไม่บังคับ”

“เราแค่พี่สาวโหน่ง บังคับนั่นต้องรุ่นคุณแม่ค่ะ แต่ในกรณีท่านคงจะไม่ยุ่งด้วย”

กุลณัฐขบริมฝีปากครุ่นคิด หลายวันนวมินทร์ขาดการติดต่อ สงสัยจะเคืองพี่สาวที่กั๊กข้อมูลสำคัญ ไม่บอกแต่แรก คล้ายจะจงใจให้เขาหลงใหลใฝ่ถึงอุมาวสีผู้หญิงที่มีเจ้าของ

“มินทร์เองก็ไม่โทรคุยกับกุลค่ะ”

“คงจะโกรธ”

“ไม่ถึงขั้นนั้นค่ะ น้อยใจเสียมากกว่า” พูดติดตลก “เฮ้อ…ผู้ชายงอนก็เป็น กุลจะโทรสอบถามมินทร์ เผื่อข่าวคืบหน้ายังไงจะแจ้งพี่แนท”

การสื่อสารทางโทรศัพท์สิ้นสุด หล่อนรู้นิสัยของญาติลูกผู้น้อง มุ่งมั่นพยายามสูง ต่อสู้จนกว่าจะประสบชัยชนะ นอกจากสิ่งที่สุดวิสัยจึงจะยอมฉาก ทำใจปลงตก ละวางเด็ดขาด

ไม่ทราบว่านวมินทร์จะถึงจุดนั้นหรือยัง

สาวโสภาโทรศัพท์ถึงชายหนุ่ม แว่วสัญญาณสายติด

“สวัสดีครับ พี่กุล”

“เรื่องร่มที่ให้น้องอุยืมยังไม่สะเด็ดน้ำ เธออยากให้นายไปรับคืน”

นวมินทร์ขบกราม อุมาวสีปรากฏในมโนภาพ ดรุณีผิวผ่องร่างโปร่งงามกิริยามารยาทเรียบร้อย พราวไปด้วยเสน่ห์ในทุกอิริยาบถ ใครจะนึกว่าไม่ใช่สาวโสด เขาเสียความรู้สึกรุนแรงที่สุดในชีวิต

“ผมบอกไว้ครั้งแรกแล้ว ว่าให้น้องอุเป็นที่ระลึก”

“เธอไม่ต้องการจ้ะ ยืนยันจะให้มินทร์ไปรับคืนลูกเดียว”

“งั้นพี่กุลทำหน้าที่แทนผม”

“ท่าจะไม่เหมาะละมั้ง น้องอุมาจำเพาะเจาะจงมินทร์” กุลณัฐเล่นลีลาพลิกพลิ้ว “มุมมองจากพี่นะ เธอมีเยื่อใยต่อนายลึกๆ ไม่เช่นนั้น ก็คงจะไม่ยอมวิ่งไม่ขึ้นรถเก๋งคืนฝนตก”

“เปล่าประโยชน์ ทุกอย่างจบแล้ว เมื่อเธอไม่ต้องการร่ม ให้ใครไปก็ได้ เรื่องขี้ปะติ๋ว ทำไมจะต้องกังวล”

“ผู้หญิงแตกต่างกับผู้ชายจ้ะ มักจะจับประเด็นหยุมหยิม อะไรที่ดูไม่เป็นโล้เป็นพายนี่แหละ ปะติดปะต่อสืบสานจนกลายเป็นเรื่องใหญ่ พี่รู้เบอร์โทรน้องอุ มินทร์อยากได้ไหมจ๊ะ”

ชายหนุ่มเสียเวลาคิดชั่วเสี้ยวนาที

“ส่งข้อความมาก็ได้ครับ”

คู่สนทนาวางหู ชั่วประเดี๋ยวนวมินทร์แว่วสัญญาณตื๊ด หยิบโทรศัพท์มือถือ แตะปุ่มตัวเลือก โชว์เบอร์.อุมาวสี เขาเซฟไว้ในเครื่อง

ความคิดวกวนไม่ตกผลึก ก้ำกึ่งลังเลตลอด ใจหนึ่งอยากจะให้อุมาวสีหย่าร้างกับพิชญ์เสียรู้แล้วรู้รอด เขาไม่รังเกียจที่จะแต่งงานกับสตรีม่าย

จากทัศนะของกุลณัฐ ครอบครัวพิชญ์เกลียดเธอลูกสะใภ้ผู้ต่ำต้อย สองสามี-ภรรยาคู่นี้จะอยู่ด้วยกันไม่ยืด

ชายหนุ่มลองโทร.ถึงสาวน้อยโฉมงาม สายไม่ติด แสดงว่าแบตเตอรี่หมด หรือปิดเครื่อง ทางระบบเตือนให้ฝากข้อความ แต่เขาไม่ฝาก

O         O         O         O

คุณนายนุชนารถนั่งหน้าง้ำเบื้องหน้าธิดาคนโต บนโต๊ะวางกระเป๋าถือแบรนด์เนมราคาหลายหมื่น มีรอยกรีดเป็นทางยาวครึ่งฟุต กระแทกเสียงด้วยความขุ่นมัว

“บุญนะว่าแม่เบี่ยงกระเป๋าหลบ ไม่งั้นละก็ ขาดทะลุลึก มันล้วงเอาอะไรไปหมด”

พีรวรรณรู้สึกเห็นใจบุพการี กรุงเทพฯ อาจจะเป็นเมืองสวรรค์สำหรับคนร่ำรวย แต่ขณะเดียวกันพวกมิจฉาชีพแทรกซึมอยู่ทุกแห่งหน บางครั้งแต่งสูทผูกเน็กไทโก้ ขับรถเก๋ง

“อะไรคุณแม่หายบ้างคะ”

“เงินสด การ์ดต่างๆ อยู่ครบ” มารดาเล่าความขึ้งเคียด “แม่ติดต่อ รปภ.ขอตรวจภาพวิดีโอวงจรปิด มันชุลมุนสับสน ภาพไม่ชัดเจน ไม่รู้ว่ามือกรีดเป็นผู้ชายหรือผู้หญิง ต่อจากนั้นแม่ก็ไปแจ้งความที่โรงพัก พรุ่งนี้ก็คงเป็นข่าวเล็กของหนังสือพิมพ์ทุกฉบับ”

“แนนว่าน่าจะคว้าน้ำเหลว กระเป๋านอกยี่ห้อดังถูกกรีดฟรี”

หล่อนเอื้อมมือแตะรอยขาด เสียดายเกือบจะน้ำตาร่วง ปรารภว่าแม้จะซ่อมแซมก็ไม่เหมือนเดิม ราคาตก ประเมินความเสียหายเฉียดหมื่น

“แม่ก็ว่ายังงั้นแหละ ต้นเหตุเพราะเราพาตัวซวยไปด้วย”

แม้มารดาจะไม่ระบุนาม พีรวรรณก็รู้ว่าอุมาวสี พิชญ์ขึ้นตึกประธาน ทรุดตัวลงนั่งระหว่างพี่สาวกับคุณนายนุชนารถ

“ผมรู้ข่าวจากน้องอุแล้ว เสียใจครับ ผู้ร้ายยุคนี้ชุกชุมยิ่งกว่ามด”

สุภาพสตรีวัยทองมองตาขวาง ปั้นปึ่งขึ้งโกรธ

“ป่านนี้ถ้าแม่ทายไม่ผิด คุณเธอหัวร่อคิกนอนดิ้น สะใจสบายอารมณ์”

“โธ่ ไม่เป็นแบบนั้นหรอกครับ น้องอุทั้งรักและเคารพคุณแม่”

“โหน่งรู้จักแฟนดีแค่ไหนเชียว” คุณนายสับโขลกแหลก “ต่ำต้อยยิ่งกว่าเด็กสลัม มาจากบ้านป่าเมืองเถื่อน ไม่รู้จักแม้กระทั่งโทรทัศน์”

“หิมพาลัยสงบร่มเย็น ปราศจากโจรผู้ร้าย พวกมิจฉาชีพ ชาวเมืองรักษาธรรมระดับคฤหัสถ์ ไปที่ไหนเจอแต่รอยยิ้มไมตรีจิต”

ลูกชายอธิบายยังไม่ทันจบเนื้อถ้อยกระทงความ มารดาก็แหวขัดจังหวะ

“เมืองยาจกกระจอกงอกง่อย ชาวบ้านไม่มีทรัพย์สินให้คนขโมยต่างหาก”

พิชญ์นึกปลงอนิจจัง คุณแม่ใช้อารมณ์นำหน้าเหตุผล ตีราคาคำชี้แจงเท่ากับการต่อล้อต่อเถียง อกตัญญู ไม่เคารพนับถือผู้บังเกิดเกล้า

เขามั่นใจว่าเมื่อพิมพ์บันทึกจบ คุณแม่ได้อ่านจะเข้าใจหิมพาลัยโดยละเอียด เลิกประณามอุมาวสี

“ถ้าฉันไม่พาอุไปห้าง ก็คงจะไม่เคราะห์ร้าย…” ยั้งคำว่าตัวเสนียดไว้ในลำคอ

นางมณีวงศ์เดินเตาะแตะขึ้นเฉลียงหินอ่อน พีรวรรณลุกออกไปต้อนรับ ยื่นแขนให้ท่านเกาะแทนไม้เท้า

คุณนายนุชนารถระงับการเกรี้ยวกราด พิชญ์เป็นหลานชายคนโปรด ขืนจวก จะโดนมารดาเล่นงานยับ ท่านถามเสียงแหบแห้ง

“คุยอะไรกันจ๊ะ”

“หลายเรื่องค่ะ แม่”

บุตรชายซ่อนอาการขำกลิ้ง มารดาต้องปรับทั้งอารมณ์และสีหน้าให้ดูราบเรียบ

ช่วงเวลาเดียวกันนี้ อุมาวสีตรวจโทรศัพท์มือถือ ทางระบบแจ้งพลาดการรับสายหมายเลขของนวมินทร์ จำได้ว่าขณะนั้นหล่อนอยู่กับคุณนายนุชนารถจึงปิดเครื่อง

“ฮึ ทำไมเราจะต้องโทรกลับ เบอร์นี้พี่แนทเคยให้มา แต่เราขยำทิ้ง ไม่ต้องการติดต่อ”

ลังเลสองจิตสองใจ ในที่สุดก็ตัดสินใจว่ายังไม่กดลบ ปัญหาเรื่องร่มคันเดียวสืบสานยืดเยื้อ ทำท่าจะเป็นนิทานมหากาพย์

พิชญ์กลับขึ้นตึกขาว ทรุดกายนั่งข้างโอบกอดภรรยาวัยรุ่น

“พี่ปลอบโยนคุณแม่เรื่องกระเป๋าถูกกรีด”

“ท่านว่ายังไงบ้างคะ”

ความจริงเป็นสิ่งไม่ตาย แต่มันทำให้ผู้ฟังเจ็บปวดรวดร้าว ชายหนุ่มยอมกล่าวเท็จ

“ยอมรับว่าท่านเผอเรอ”

ด้วยสัญชาตญาณ หล่อนรู้ว่าพิชญ์หลีกเลี่ยงความจริง ภาพเหตุการณ์สดๆ ร้อนๆ ปรากฏในห้วงนึก

ที่ห้างสรรพสินค้าไฮโซ คุณนายนุชนารถเจอเพื่อนหญิงรุ่นน้อง จูงมือกันออกไปยืนห่าง นินทาว่าร้ายตั้งข้อหาฉกาจฉกรรจ์ ขบวนวัยรุ่นเดินมาเต็มพื้นที่เบียดเสียด เกิดความชุลมุนกรีดกระเป๋าหิ้ว

สมมุติว่ามารดาพิชญ์อยู่ใกล้ชิด อุมาวสีเชื่อว่าตนสามารถป้องกันเหตุวิกฤติ

ใช่…มัวแต่เมาท์จวกแหลกเพลิน นี่แหละกฎแห่งกรรมมีจริง

“สงสารคุณแม่ค่ะ ท่านอยู่ห่างเกินกว่าที่อุจะช่วย”

 

O         O         O         O

ธวัชมาแวะเวียนที่สวนอาหารเสมอสม่ำเสมอ จีบแทะเล็มอุมาวสีทุกครั้ง ถือว่าดักลอบต้องหมั่นกู้ เผื่อว่าปลาหน้าโง่จะติด

เสนอให้ของกำนัลราคาแพง โดยมีเงื่อนไขเอาตัวเองเข้าไปแลก เด็กสาวไม่ตื่นเต้น ไม่โลภ ปฏิเสธอย่างนุ่มนวล

นวมินทร์ทำตัวเป็นสุญญากาศ อุมาวสีหมดโอกาสคืนร่ม แต่สังหรณ์ใจลึกๆ ว่า จะไม่คลาดแคล้วตลอด

หกโมงเย็น ใกล้เวลาสวนอาหารปิด นวมินทร์แวะมาอุดหนุน เด็กเสิร์ฟโฉมงามพนมมือไหว้แช่มช้อย

“หายไปตั้งนานเชียวค่ะ อุคิดว่าคุณมินทร์จะลืมที่นี่เสียแล้ว”

หนุ่มหล่อยิ้มจืดชืด กดเก็บความสะท้อนสะท้านไว้ในส่วนลึก ดูเถิด ไม่เชื่อก็ต้องเชื่อ ดรุณีแรกรุ่นพราวไปด้วยเสน่ห์น่ารักไม่โสด เสียดายสุดซึ้ง ทำไมเขาไม่เจอหล่อนก่อนพิชญ์

“ผมไม่ค่อยว่างครับ”

อาหารในตู้โชว์เกือบจะเกลี้ยง หนุ่มนักเรียนนอกสั่งข้าวผัดกุ้งกับทอดมันปลากราย

อุมาวสีสั่งต่อที่โรงครัว แวะที่เคาน์เตอร์แคชเชียร์ หยิบร่มมาคืนนวมินทร์

“ขอบคุณที่ให้ยืมวันก่อนค่ะ”

“ไม่รับคืน มอบให้คุณอุเป็นที่ระลึก”

“ฝนไม่ตกแล้วค่ะ”

“กันแดดก็ได้ครับ”

เอากับพ่อซิ ปัญหากล้วยๆ เขายืดขยายกลายเป็นปัญหามาราธอน เด็กสาวยิ้มระรื่น ทำใจดีสู้เสือ

“อุนิสัยไม่ละโมบ มักน้อย ยึดหลักเศรษฐกิจพอเพียง กรุณาบอก มีวิธีใดบ้างคะ จะทำให้คุณมินทร์ยอมรับร่มคืน”

นวมินทร์เกือบไม่เชื่อหูตนเอง เป็นไปได้เชียวหรือ ในยุคแห่งบริโภคนิยมสะสมเพิ่มพูน ใครยาวสาวได้สาวเอา แข่งกันรูดเครดิตการ์ด เอาเงินอนาคตมาใช้ จนกระทั่งหนี้สินครัวเรือนตัวเลขสูง

มีคนที่ต่อต้านกระแสโลกาภิวัตน์อย่างมั่นคงเหนียวแน่น หากเป็นจริงย่อมหมายถึงว่าใจของอุมาวสีสวยยิ่งกว่ารูปกายภายนอก

“ยอมให้ผมขับรถไปส่งตามสถานที่ที่คุณอุกำหนด”

“เมื่อไหร่คะ”

“วันนี้ครับ”

“ตกลง”

ไมตรีจิตเริ่มด้วยกลยุทธ์แปลก นับได้ว่านวมินทร์อยู่เหนือธวัช ชนะขาดลอย อย่างไรก็ตาม เป็นแค่ความสัมพันธ์เบื้องต้น คงจะไม่ไปไกลมากกว่านั้น

อุมาวสียกอาหารตามสั่งมาเสิร์ฟ ลูกค้าอื่นเช็กบิลลุกออกไปหมด จึงเหลือนวมินทร์โต๊ะสุดท้าย

“วันก่อนผมโทรถึงคุณอุสายไม่ติด”

“อุปิดโทรศัพท์มือถือค่ะ”

“ทางระบบไม่ได้แจ้งว่าพลาดการรับสายหรือครับ”

ฝ่ายตรงข้ามผ่อนลมหายใจยาวเหยียด ตรึกตรองว่าทำอย่างไร จะไม่ผิดศีลมุสาวาท

“เพิ่งได้เป็นเจ้าของโทรศัพท์มือถือเครื่องแรก ประมาณเดือนเศษค่ะ อุสังคมแคบ โทรเข้าโทรออกไม่กี่ครั้ง ใช้งานอย่างอื่นไม่เป็น มันเป็นมือถือเบื้องต้น กลไลง่ายๆ ไม่ซับซ้อน ยังไม่ถึงขั้น อะไรหนอ”

“สมาร์ตโฟน ระบบสัมผัส”

ชายหนุ่มช่วยกล่าวเสริม

“ทำนองนั้นค่ะ”

เท่ากับแก้ตัวหลุด ไม่ต้องกล่าวเท็จ  อุมาวสีเลี่ยงออกมานั่งห่าง เพื่อให้ลูกค้ากินอาหารตามสะดวก

เวลาผ่านไปไม่นานนัก ชายหนุ่มกวักมือเรียกคิดเงิน หล่อนแจ้งราคา เขายื่นแบงก์ห้าร้อย

แต่เมื่อถึงคราวทอนเงิน เด็กเสิร์ฟคนสวยยื่นให้ด้วยมือเปล่า ไม่ใส่ถาดเล็กแสดงวัตถุประสงค์ว่าไม่ปรารถนาทิป

“ผมจะรอรับคุณอุที่ไหนครับ”

“ประตูด้านหลังสวนอาหารค่ะ ประมาณสักสิบนาที”

เมื่อลูกค้ารายสุดท้ายลุกออกไปจากโต๊ะ พนักงานก็ปิดประตูเหล็กด้านหน้า เหลือไว้เพียงช่องแคบสำหรับบุคคลในสวนอาหาร

เฉิดโฉมจับตาสังเกตการณ์ตลอด กวักมือเรียกเด็กเสิร์ฟเจ้าเสน่ห์

“น้องอุเปรียบเสมือนแม่เหล็กของร้านเรา เมื่อกี้ทำไมไม่รับทิปจ๊ะ”

“อุชอบสภาพที่เป็นอยู่ค่ะ ไม่ละโมบกอบโกย ตายแล้วก็เอาไปไม่ได้”

ผู้ฟังนิ่งอึ้งคอแข็ง อุดมการณ์แตกต่างกับหล่อนราวฟ้ากับเหว ถือว่าตนเองฉลาดล้ำ อุมาวสีซื่อบื้อ

“คุณมินทร์ยอมรับร่มคืน มีเงื่อนไขยังไงบ้าง”

หากตอบว่าเรื่องส่วนตัว ขอเก็บเป็นความลับ ก็จะกลายเป็นคนยโสโอหัง ยกเหลือเกินที่จะปฏิเสธ เด็กสาวเล่าความโดยสรุป

“ให้ความเอื้ออาทรคุณมินทร์คนเดียว ถ้าคุณธวัชรู้ข่าวคงจะเสียใจแย่”

พิลึก หากจ่ายแจกความสัมพันธ์ทั่วถึง หล่อนมิต้องนั่งรถของลูกค้าหนุ่มๆ ทุกคันหรือ ใครบ้างจะรับผิดชอบความปลอดภัยของลูกผู้หญิง

ยุคโลกาภิวัตน์พวกฉกฉวยโอกาสชุกชุมพอๆ กับมด

“สมมุติว่าเป็นเช่นนั้น คุณธวัชคงใจคอคับแคบ อุพอใจขึ้นรถใครเป็นสิทธิเสรีภาพส่วนตัว”

“เอาเถอะจ้ะ ตามสบาย เดี๋ยวเขาจะรอนาน”

เมื่ออุมาวสีคล้อยหลัง เฉิดโฉมกดโทรศัพท์รายงานพิณทิพย์

ดรุณีเฉิดโฉมโผล่ออกทางประตูอันเป็นทางเข้าออกของพนักงานโดยเฉพาะ

ที่ริมถนนซอยเก๋งคันงามจอดรอ ชายหนุ่มเอื้อมมือเปิดประตูรับ เด็กสาวทรุดกายลงนั่งเคียงคู่ ดึงมันปิดกึก

“กรุณาส่งอุที่ป้ายรถเมล์ฝั่งตรงข้ามที่มุมเยื้องที่เดิมค่ะ”

นวมินทร์ไม่ยักต่อรอง หรือพยายามเปลี่ยนเจตนารมณ์เป็นอย่างอื่น ขับเคลื่อนยานพาหนะคู่ชีพ อ้อมถนนยูเทิร์น ครู่เดียวก็ชะลอหยุดห่างจากป้ายห้าสิบเมตร เขารับร่มคืนโดยดี

“เผื่อวันหลังผมจะขอขับรถรับส่งคุณอุอีก”

“ขึ้นอยู่กับสถานการณ์ข้างหน้าค่ะ”

หนุ่มสุดหล่อทำตาปริบปรอยซึ้ง

“ในอนาคตถ้าคุณอุผิดหวังชอกช้ำ อย่าเพิ่งหนีกระเจิดกระเจิง ยังมีผมคนนึงยินดีให้ความอบอุ่นปลอดภัยแก่คุณ”

อุมาวสีกล่าวขอบคุณ ไหว้อำลาเขา เมื่อลงจากรถยนต์ก็ยังโบกมือให้ไหวๆ ส่งท้าย

ปลอดโปร่งโล่งอก ขจัดความกังวลเรื่องร่มได้แล้ว นึกเปรียบเทียบระหว่างนวมินทร์กับธวัช ฝ่ายแรกดูจะมีความจริงใจมากกว่าฝ่ายหลัง สงสัยว่าเกี่ยวข้องกับสองหนุ่มจะเป็นนิทานมหากาพย์ ยากที่จะจบสิ้น

อย่างไรก็ตาม หล่อนจะไม่คบนวมินทร์เกินฐานะเพื่อน

ค่ำนั้น ต่อรถเมล์สองระยะลงที่ปากซอย เด็กสาวเดินผ่านวินจักรยานยนต์ สายตาตวัดผ่านคร่าวๆ ไม่เจอเจ้าจำรูญ

เมื่อคล้อยหลังชั่วประเดี๋ยว บุรุษมิจฉาชีพแอบแฝงก็ขับจักรยานยนต์มาถึง เพื่อนซี้รายงานด่วน

“เฮ้ย! ไอ้รูญ นางงามประจำซอยของเอ็งเพิ่งจะผ่านไปเมื่อตะกี้นี้เอง”

เจ้าของนามรู้ทันทีว่า หมายถึงอุมาวสี ตั้งแต่รับสาวรุ่นผู้เลอโฉมหวังจะไปเผด็จศึกที่ตึกร้าง มันก็เคราะห์ร้ายไม่หยุดหย่อน

ครั้งล่าสุดเข้าอีหรอบเดิม หวังจะพาสาวร่างอวบไปเชือด มอเตอร์ไซค์บังเอิญหลงทางเครื่องยนต์ดับ เหยื่อหนีรอด รถที่ขับพุ่งทะยานเข้าชนต้นก้ามปูคว่ำเสียค่าซ่อมพันกว่าบาท ตัวมันเองกระเด็นไถล หน้าตาถลอกปอกเปิกหวุดหวิดจะเสียโฉม แผลยังไม่หายสนิท

ถือว่าหล่อนเป็นตัวหายนะ สร้างความวิบัติทางอ้อม

มนุษย์วายร้ายควบยานพาหนะเร่งตะบึง ไม่เจอวี่แววใดๆ เลย จึงขับวนกลับ

“นางงามนรก วันก่อนพูดทำนองแช่งกู”

ช่วงเวลาเดียวกัน อุมาวสีเอื้อมมือกดออดที่เสาคอนกรีต ในเวลาไล่เลี่ย ถวิลเปิดประตูเหล็กด้านข้าง

พิณทิพย์ยืนรอที่เฉลียงหินอ่อน ท่าทางกระวนกระวายคอยจับผิด

“แวะก่อนจ้ะ อุ”

น้องสะใภ้สืบเท้าเข้าไปใกล้ ยืนเบื้องต่ำ หยั่งรู้ถึงความไม่ชอบมาพากลบางอย่าง

“วันนี้กลับเร็วกว่าปกติ”

“อุนั่งรถเมล์สองต่อ เดินเข้าซอยค่ะ”

“บอกความจริงไม่หมดละมั้ง”

ศัตรูลับดักคอ สายตาจ้องเขม็งคมกริบ ค้นหาร่องรอยพิรุธ อุมาวสีไหวตัวคาดว่าเฉิดโฉมโทร.แจ้งข้อมูลแก่พิณทิพย์ สุดจะหลีกเลี่ยง มิฉะนั้น จะกลายเป็นกล่าวเท็จ

“คุณมินทร์ให้อุอาศัยรถไปลงฝั่งตรงข้ามมุมเยื้องค่ะ”

“มิน่าเล่า เธอแช่มชื่นยังกะดอกไม้บานยามเช้าแน่ะ” สำรวลรื่นเริงแฝงเยาะเย้ย

“คุณมินทร์สุภาพบุรุษนักเรียนนอก ไม่สนใจใครง่ายๆ หรอก รายการนี้นับว่า ร่มคันเดียวนำโชค ต่อไปนี้เธอควรจะให้เขารับส่งประจำ ทุ่นค่าโดยสารรถเมล์”

“อุไม่อาจเอื้อม”

อุมาวสีตอบเรียบๆ เคลื่อนร่างสู่ตึกขาว



Don`t copy text!