ชื่นกลิ่นกุสุมา บทที่ 14 : เมื่อข้าเผลอใจ

ชื่นกลิ่นกุสุมา บทที่ 14 : เมื่อข้าเผลอใจ

โดย : อวิ๋นหลง

ชื่นกลิ่นกุสุมา เรื่องราวของโม่เหลียนฮวา หญิงสาวที่โชคชะตาก็ทำให้เธอกลายมาเป็นพระชายาของบุตรชายปาเสียนอ๋อง ตำแหน่งที่มาพร้อมความยุ่งเหยิงในชีวิต แต่นางก็แสนจะเต็มใจ นิยายจีนของ อวิ๋นหลง นักเขียนสาวผู้มีผลงานมาแล้วมากมายหลายเรื่อง แต่เรื่องนี้คือนิยายจีนเรื่องแรกของเธอ นิยายออนไลน์ ที่ อ่านเอา อยากให้คุณได้ อ่านออนไลน์ 

****************************

– 14 –

“เปลี่ยนที่ยกน้ำชาก็ไม่บอก ปล่อยให้ข้าไปรับแขกดื่มเหล้าเสียต้องเข้าห้องน้ำเสียหลายรอบ”

เสียงบ่นมาจากนอกห้องในเวลาไม่นานนัก ข้าชำเลืองมองว่ามีผู้ใดเข้ามาในห้องบ้าง ก็พบว่ามีผู้ชายสองคนที่ความสูงต่ำไม่เท่ากัน พากันเดินเข้ามาพร้อมกับภรรยา แต่ละคนเดินช้าๆ รูปร่างอวบอ้วนผิวพรรณดูงดงามนัก หนึ่งในนั้นยิ้มให้ข้าอย่างหาความหมายไม่ได้

“เริ่มพิธีได้”

ข้ารับถ้วยน้ำชาจากบ่าวรับใช้พลางยกขึ้นให้ท่านอ๋องผู้เป็นประมุขของบ้าน ท่านชายเจินมองพระบิดาพลางยิ้มกว้าง เหตุการณ์เมื่อสักครู่ทำให้ข้าคาดเดาได้ว่า ท่านอ๋องแปดคงตามใจบุตรชายคนนี้ ต่างกับพระมารดาที่ดูเหมือนรักแต่ก็เข้มงวดกว่ามาก

“ขอให้เจ้ามีความสุขนะลูกรัก ลูกชายคนนี้ของข้าบ่ายเบี่ยงการแต่งงานมาหลายครั้ง แต่เมื่อได้พบเจ้า เขาก็ยอมแต่งงานโดยไม่ต้องให้ใครมาบังคับ หวังว่าเจ้ากับเขาจะมีความสุขกับชีวิตการแต่งงาน”

“ขอบพระทัยเพคะ ท่านอ๋อง”

“เฮ้อ..จนป่านนี้แล้วยังไม่เรียกท่านพ่ออีก” ท่านชายเจินมองหน้าข้าพลางพยักหน้าเหมือนให้ทำตาม ข้ามองเขากับท่านอ๋องสลับกันไปมา คิดอยู่ในใจว่ามันคือการแต่งงานหลอกๆ มิใช่รึ แล้วทำไมต้องให้ข้าเรียกท่านจริงๆด้วย

“นั่นสินะ น้องหญิง พี่บอกตั้งแต่ขึ้นรถม้ามาแล้วว่าท่านพ่อชอบคนฉลาดรู้งาน ยังไม่รีบเรียกท่านพ่ออีก” ฝ่ามือใหญ่ข้างหนึ่งของท่านชายเจินแตะที่เอวข้าเบาๆ แน่นอนมันทำให้ขนที่หลังคอของข้าขนลุก พอมองมาอีกทีพระชายาตี้ก็เอาผ้าเช็ดหน้ามาพัดไปมาราวกับร้อนจัด

“เฮอะ จู่ๆข้าก็รู้สึกร้อนราวกับว่าตัวเองอยู่ในหม้อน้ำแกง นี่เจ้าสาม…”

“พ่อเพิ่งรู้ว่าแม่ของพวกเจ้ามีญาติห่างๆ เป็นไก่ตุ๋นโสม”

“ท่านพี่ นี่ต่อหน้าลูกๆ นะหยุดล้อเล่นเสียที” ข้าไม่กล้าสบตาพระชายาตี้เลย ได้แต่ก้มลงน้อยๆพลางเอ่ย

“ขอบพระทัยเพคะ ท่านพ่อ”

“ดีมาก นี่ของขวัญแต่งงาน รับไปสิ” ท่านอ๋องเอากำไลหยกสีขาวบริสุทธิ์คู่หนึ่งให้กับข้า มันอยู่ในกล่องผ้ากำมะหยี่สีแดงบุด้วยผ้าไหมอีกที ข้ารับมันมา พร้อมกันนั้นผู้หญิงสองคนที่อยู่ไม่ห่างจากพระชายาตี้ก็ถลึงตามองพลางเอ่ย

“กำไลหยกคู่นี้เป็นของเก่านี่เจ้าคะ ข้าก็อยากได้บ้าง”

“เงียบเถอะน่า” เสียงปรามจากท่านชายใหญ่ดังขึ้น ข้าเริ่มรู้สึกไม่ค่อยดีกับสถานการณ์ดังกล่าวนัก ได้แต่ขยับตัวเพื่อยกน้ำชาไปให้พระชายาตี้ พระองค์รับน้ำชาจากถ้วยขึ้นมาจิบพลางวางในถาดอย่างไม่ค่อยพอใจนัก เมื่อเห็นว่าพระองค์ไม่ค่อยพอใจจึงก้มลง

“คำนับท่านแม่” ท่านชายเจินยิ้มร่าพลางเอ่ย

“ท่านแม่ ข้ารักท่านที่สุด”

“เจ้าตัวดี” พระองค์เอานิ้วชี้จิ้มหน้าผากท่านชายอย่างหมั่นไส้ แต่ท่านชายเจินก็โอบกอดพระมารดาพลางเอ่ย

“ข้าจะแก้ตัวด้วยการมีหลานให้ท่านเร็วๆ ก็แล้วกัน ท่านจะได้ไม่เหงา เรามีหยินเอ๋อร์แล้ว อยากมีหลานสาวสักสองคนไหมขอรับ ข้าจะทำให้”

“พูดยังกะทำง่ายๆ อย่างนั้นแหละ ถ้าทำได้ง่ายสอนเจ้ารองด้วยนะ เจ้านี่ดูท่าจะทำไม่เป็น” ท่านชายใหญ่พูดพลางชำเลืองหางตาไปยังท่านชายรอง ใบหน้าของข้าเห่อร้อนเมื่อได้ยินคำล้อเล่นในหมู่พี่น้อง ทันใดนั้นร่างเล็กๆ ของเด็กชายคนหนึ่งก็วิ่งเข้ามาในห้อง

“ท่านพ่อ ห้ามมีน้องนะ ข้าไม่ยอม!!”

เด็กคนนั้นมองหน้าข้าพลางเชิดน้อยๆใส่ นี่เขามีลูกแล้วรึนี่ข้ามองหน้าอย่างสงสัย

“หยินเอ๋อร์เป็นลูกชายของข้าเอง น้องสะใภ้แต่เขาไม่ยอมเรียกข้าว่าพ่อ แต่เรียกเจ้าสามว่าพ่อแทน ข้าเลยต้องกลายเป็นท่านลุงไป”

“ท่านพ่อคือท่านพ่อ ท่านลุงก็คือท่านลุง”

เด็กชายเถียงพลางซุกตัวลงในอ้อมแขนของท่านชายเจินแล้วขดตัวเองราวกับเด็กเล็กๆ แววตาของท่านชายเจินอ่อนโยนเมื่อโอบกอดเด็กคนนั้น สำหรับข้าที่มองอยู่ก่อนแล้ว มันเป็นภาพที่น่าดูเหลือเกิน มันทำให้ข้าคิดถึงอ้อมกอดของท่านพ่อ

“โตขึ้นไปเป็นเจ้าสาว พ่อจะเป็นคนจูงเจ้าไปส่งให้ผู้ชายคนนั้นเอง จะลองจับมือดูสิ มือของเขาจะอุ่นพอเหมือนมือพ่อไหม”

“นังลูกไม่รักดี”

คนอีกคนที่ทำให้ข้าคิดถึงกลับพูดถ้อยคำที่ถนอมและทำร้ายหัวใจ จนวันสุดท้ายที่ข้าได้อยู่หลินอัน ข้ายังไม่ได้อ้อมกอดของท่านพ่อกลับคืนมาเลย ท่านชายเจินมองหน้าก่อนจะยกมือเช็ดน้ำตาให้ เขามองข้าอย่างสงสัย

“ร้องไห้ทำไม น้องหญิง”

ข้าเพิ่งรู้ตัวตอนนั้นเอง ดวงตาของข้าพร่ามัวเพราะม่านน้ำตา จนเด็กชายตัวน้อยมองมาด้วยความตกใจ

“เจ้าสาวของท่านพ่อร้องไห้เพราะข้ารึ”

“นี่เจ้าลูกเต่า เจ้าเป็นลูกของข้า เมียของพ่อเจ้าก็ต้องเรียกท่านแม่สิ เร็วเช็ดน้ำตาให้ท่านแม่เร็ว” แม้ไม่พอใจนัก แต่เด็กชายก็ทำตามอย่างว่าง่าย เขาเช็ดน้ำตาให้ข้าตามประสาพลางเอ่ย

“ท่านพ่อไม่ชอบคนขี้แย ถ้าท่านจะมาเป็นแม่ของข้า ท่านก็ห้ามร้องไห้นะ”ท่านชายเจินมองหน้าข้านิ่ง คาดเดาไม่ได้ว่าเขาคิดอะไรอยู่ ข้าเลยตอบออกไปว่า

“ข้าก็แค่คิดถึงบ้านค่ะ”

“โถ่ น่าสงสารนัก” ท่านอ๋องแปดเอ่ยขยับตัวเข้ามาหาข้า เอามือแตะที่หัวข้าเบาๆ ตอนนี้ในหัวของข้าตั้งคำถามว่าจะวางใจได้หรือไม่ในเมื่อนี่คือเรื่องหลอกๆ แล้วถ้าท่านอ๋องรู้ว่าข้าแต่งงานมาด้วยข้อแลกเปลี่ยน ท่านอ๋องจะมองข้าด้วยสายตาอย่างนี้หรือไม่

“เจ้าสามพาเมียเข้าไปพักในห้องก่อน นางคงเหนื่อยเดินทางมามิใช่ของใกล้ แต่เจ้าต้องไปรับแขกก่อน ถ้าหากว่าเสร็จงานแล้ว เสด็จลุงมีรับสั่งให้หา”

สีหน้าของท่านชายเจินสลดลง เขาคำนับพระบิดาก่อนจะคำนับลาทุกคน ในเวลานั้นท่านชายใหญ่ที่ทุกคนเรียกขาน ก็กล่าวคำอวยพรให้ข้า พระชายาใหญ่มองข้าแต่หางตาแต่ก็ยิ้มเยียบเย็น ในขณะเดียวกันก็ส่ง สายตามายังหยินเอ๋อร์ที่จูงมือท่านชายเจินอยู่อย่างเกลียดชัง

‘นี่สายตาข้าคงไม่มีปัญหานะ เพราะเมื่อสักครู่คนที่อยู่ข้างๆ ข้าบอกกับว่าท่านชายน้อยหยินเอ๋อร์เป็นลูกของท่านชายใหญ่นี่ แล้วถ้าเป็นลูกและทำไมแม่ถึงไม่ยินดีเลยล่ะ’ข้าเก็บงำความสงสัยนั้นไว้ก่อนที่ก้มลงน้อยๆเพื่อรับคำอวยพร

“ขอให้น้องสามและน้องสะใภ้มีความสุขมากๆ หยินเอ๋อร์มาหาพ่อ เด็กชายอิดออดเห็นได้ชัดว่าไม่อยากไป ท่านชายใหญ่จ้าวผังอี้ส่ายหน้าไปมาเหมือนกับจะเหนื่อยใจ จนท่านชายเจินต้องออกเสียงดุ

“ไปช่วยท่านพ่อใหญ่รับแขกและอย่าทำให้พ่อเสียหน้า…เข้าใจไหม”

“ ข้าจะไปรอท่านที่เรือนวิหคได้ไหมขอรับ ข้าไม่อยากไปที่งานเลี้ยงข้างนอก”

“ก็ได้ แต่ต้องไปนอนที่ห้องตัวเองนะ วันนี้คงนอนกับพ่อไม่ได้”

“ทำไมล่ะขอรับ ทุกวันข้าก็นอนกับท่านนี่” ท่านชายเจินยิ้มน้อยๆพลางเอ่ย

“ยกห้องให้ท่านแม่นอนเถิด ท่านแม่คงเหนื่อยเดินทางมานั่งอยู่บนบนรถม้าตั้งหลายวัน ที่เรือนวิหคมีห้องตั้งหลายห้อง เอาไว้วันหลังค่อยมานอนกับพ่อก็ได้” ข้ามองหน้าเขาแบบงงๆ ในความสงสัยนั้นทำข้าเกือบจะหลุดคำถามออกไปแล้ว แต่สายตาของเขาอีกนั่นแหละที่ปรามเอาไว้ ท่านชายรองจึงเดินเข้ามาพลางเอ่ย

“เอาไว้โตขึ้นจะเข้าใจเอง ตอนนี้ไปเล่นกัดจิ้งหรีดกับบ่าวก่อนดีกว่า ลุงจะให้เจ้าลิ้นยาวไปเล่นเป็นเพื่อน”

“เฮ้อ…เด็กชายถอนหายใจเฮือกใหญ่ก่อนจะเดินหันหลังจากไปอีกฟากของตำหนัก ไม่นานนักเมื่อหยินเอ๋อร์เดินจากไปไม่ถึงห้าก้าว พระชายากั๊วของท่านชายรองฝู่ว์อี้ก็เอ่ยขึ้นมาว่า

“หลังวันงานเห็นที่ต้องมีการแบ่งหน้าที่กันแล้ว นับจากนี้อีกสามวันข้าขอนัดหมายน้องสะใภ้สามที่เรือนเมฆาก็แล้วกัน ท่านแม่คงไม่ว่าอะไรนะเจ้าคะ ถ้าหากจะต้องมีการแบ่งงานกันทำบ้าง”

ข้าก้มลงรับคำทั้งคู่ ก่อนจะถูกท่านชายเจินจูงมาที่เรือนหลังใหญ่ไม่ไกลจากห้องอุ่นนัก ข้าเพลิดเพลินกับการดูทิวทัศน์รอบๆ เรือนอ๋องกับบ้านแม่ค้ามันต่างกันอย่างนี้เอง ที่นี่มีดอกไม้จะอยู่ฤดูหนาวแต่ก็งดงามนัก มีน้ำตกจำลองที่ไหลเอื่อยๆ แถมยังมีบ่อปลาที่ว่ายแข่งกันอยู่พื้นน้ำแข็งด้วย ข้าทอดฝีเท้าเดินช้าลงเพื่อจะจะไปชะโงกดูปลาที่ว่ายอยู่ในบ่อนั้นอย่างตื่นเต้น เขาดึงร่างข้าไว้ ด้วยกลัวว่าข้าจะตกลงไปหัวทิ่มเพราะหมวกประดับก็มีน้ำหนักไม่ใช่น้อย

“ชอบไหม ถ้าหน้าร้อนก็จะสวยอีกแบบ หน้าใบไม้ผลิใบไม้ร่วงก็จะสวยไปตามฤดูกาล ถึงจะดูคับแคบไปหน่อย แต่เจ้าจงอยู่อย่างสบายใจเถิด การที่เจ้าอ่านเขียนได้ดี ข้าก็วางใจอย่างหนึ่งก็คือท่านพ่อคงจะเมตตาเจ้า เพราะท่านชอบอ่านหนังสือแต่สายตาไม่ค่อยจะดีแล้ว ขันทีอ่านหนังสือก็เปลี่ยนหน้าบ่อยจนข้าเรียกชื่อไม่ถูก”

เขาเอ่ยพลางพยักหน้าให้บ่าวที่เปิดประตูใหญ่ของเรือนให้ แล้วจึงพาข้ามายังห้องนอนที่ผูกโยงด้วยผ้าสีแดงเข้มถูกตกแต่งไว้อย่างงดงาม ข้ามองไปรอบๆ ก่อนจะถอนหายใจอีกครั้งอย่างโล่งอก อย่างน้อยที่สุดตรงนี้ก็ไม่มีสายตาของผู้ใดที่จะทอดมองข้าอย่างสงสัยระคนเกลียดชัง

“เจ้าทำดีมาก”

“ข้าคงแสดงเก่งล่ะสิท่า”

“ใช่…เจ้าแสดงได้ดีตามบทบาท แต่ว่า..”

เขาขยับตัวเข้ามาใกล้จนข้ารับรู้ถึงลมหายใจที่เป่ารดหน้าผาก ข้ามองหน้าเขาอย่างคาดเดาไม่ได้ว่าเขาจะทำอะไรต่อ มือเรียวประคองสองแก้ม นิ้วหัวแม่มือบรรจงไล้น้ำตามออกจากแก้มให้ข้า มันทำให้ข้าไม่กล้าสบตาเขาได้อีก

“เป็นเมียข้าต้องอดทน อย่างที่ลูกหยินเอ๋อร์บอก ข้าชอบคนเข้มแข็ง เพราะเจ้าเป็นแบบนี้ ข้าถึงวางใจให้เจ้าทำหน้าที่นี้ ทีหลังเมื่ออยู่ที่นี่ทำตัวให้สมเป็นเมียข้า หากเจ้าอ่อนแอแล้วเจ้าจะสู้คนอื่นเขาได้อย่างไร”

“ ท่านพูดราวกับที่นี่เป็นสนามรบอย่างนั้นแหละ แต่อย่าห่วงเลยขอเพียงท่านรับปากจะปกป้องดูแลท่านยายน้อย ให้แสดงเป็นอะไรข้าก็จะตีบทให้แตก”

ข้าเอ่ยพลางขยับตัวออกห่าง แต่เขายังไม่ยอมปล่อยกลับดึงร่างข้าไปกอดแน่น ในเวลานี้ข้าทำตัวไม่ถูก รู้เพียงแต่ว่าหัวใจมันเต้นแรงและเร็วจนจับจังหวะไม่ได้

“ท่านชายจะทำอะไร ปล่อยข้านะ อย่าลืมสิ…ตอนนี้เราไม่ได้อยู่ต่อหน้าใคร ปล่อยข้าเถิดค่ะ”

“ถ้าอยากจะร้องไห้ตอนนี้เพราะคิดถึงบ้าน ก็ร้องออกมาเถิด ร้องไห้ตรงนี้ข้าจะอยู่เป็นเพื่อนเจ้าเอง แต่ถ้าร้องไห้คนอื่นเห็นอย่าได้ทำอีกเข้าใจไหม”

ข้าหลับตาลงช้าๆ พร้อมกับน้ำตาที่ไหลอกมาถะถั่ง มีเพียงอ้อมกอดของสามีกำมะลอโอบกอดเท่านั้น ข้าจะทำอย่างไรดี ทำไมใจข้าถึงปล่อยให้ตัวเองล่องลอยไปกับเขาขนาดนี้ ถ้าต่อไปใจข้ามันเจ็บปวด เพราะหลงรักเขาจริงๆจะทำอย่างไรเล่า

Don`t copy text!