กระบือสื่อรัก บทที่ 5 : นั่นมันควายหรือช้างกันแน่ (2)

กระบือสื่อรัก บทที่ 5 : นั่นมันควายหรือช้างกันแน่ (2)

โดย : พรรณสิริ

กระบือสื่อรัก นวนิยายรางวัลชนะเลิศจากโครงการช่องวันอ่านเอาปีที่ 4 โดย พรรณสิริ ที่อ่านได้ในเพจอ่านเอาและ anowl.co เรื่องราวของเอื้อมดาวที่ต้องกลายมาเป็นหัวหน้าครอบครัว เธอต้องทิ้งใบปริญญามาเป็นสาวโรงงาน ต้องขายควายเพื่อใช้หนี้ แล้วบททดสอบของชีวิตก็ทำให้รู้ว่าตัวเองแกร่งกว่าที่คิดและชีวิตไม่ต้องขึ้นอยู่กับใบปริญญาเสมอไป

“โอบเหรอ เอ…เมื่อวานเข้ามา แต่วันนี้ยังไม่เห็นหน้านะ” ขวัญชัยนิ่วหน้า

“แล้วผมจะไปตามหามันที่ไหนดี เล่นโดดเรียนมา ที่บ้านตามหาตัวกันให้ควั่ก” ดินแดนเท้าเอว นิ่วหน้า

“ข้าเตือนแล้ว ให้มาแค่ช่วงเสาร์อาทิตย์ แต่เหมือนใจมันหมกมุ่นอยู่กับควาย สงสัยจะเลิกเรียนหนังสือเสียกระมัง” ขวัญชัยคาดเดา

“ที่บ้านคงไม่ยอมง่ายๆ หรอก ถ้ามันมา พี่ขวัญชัยช่วยกล่อมอีกแรงได้ไหม ถ้าขืนยังขาดเรียนอีกจะหมดสิทธิ์สอบเอา”

“ไม่ใช่ว่ากลับบ้านไปแล้วเหรอ สวนกันหรือเปล่า”

ชายหนุ่มส่ายหัว เขาเพิ่งวางสายจากนางสะอิ้งอีกรอบ เสียงสั่นเครือทำให้รู้ว่าเพื่อนสนิทยังกลับไม่ถึงบ้าน

‘เอื้อมก็เหลือเกิน แทนที่จะไปตามหาน้องที่อุทัย กลับแต่งตัวออกไปทำงานหน้าตาเฉย’

เขาเข้าใจดี งานโรงงานจะลาหยุดตามอำเภอใจไม่ได้ ยิ่งตอนนี้หญิงสาวเป็นหัวเรี่ยวหัวแรงหารายได้เข้าบ้านเพียงลำพัง หากหยุดงาน รายได้ก็จะหายไปด้วย

“เห็นว่าหอมทองขาเจ็บ ขอผมเข้าไปดูหน่อยได้ไหม”

ดินแดนสนิทสนมคุ้นเคยกับขวัญชัยพอสมควรผ่านทางผู้ใหญ่เดชผู้เป็นพ่อ เขาจึงกล้าเอ่ยปาก

“เอ็งเดินเข้าไปเองแล้วกัน ข้าต้องเคลียร์ธุระในสำนักงานก่อน”

เมื่อผู้จัดการฟาร์มอนุญาต ดินแดนถือโอกาสสำรวจพื้นที่อันกว้างขวางของโชคเจริญสุขฟาร์มไปในตัว

ชายหนุ่มวาดฝันว่าสักวันหนึ่งคอกควายเล็กๆ ที่เพิ่งเริ่มต้นจะใหญ่โตและทันสมัยเทียบเท่าหรือยิ่งกว่าที่นี่

เมื่อเดินมาถึงโรงเรือนขนาดใหญ่ มองเห็นหอมทองที่ถูกแยกออกมาอยู่ต่างหาก ขาหลังข้างหนึ่งของมันใส่เฝือกอ่อนไว้ กำลังยืนคลอเคลียแม่ไม่ห่าง

เขาไต่ถามอาการของมันจากคนเลี้ยง ชวนคุยเรื่องสัพเพเหระเพื่อเก็บข้อมูลไปในตัว

“อายุแค่แปดเดือน ตัวใหญ่จะเท่าแม่แล้ว เสี่ยน่าจะเก็บไว้เป็นแม่พันธุ์ คงไม่ขายหรอก”

คำตอบจากคนเลี้ยงทำให้ดินแดนเบาใจลงโข กลัวแต่ว่าจะมีคนมาเห็นแล้วถูกใจขอซื้อไป โอบบุญคงได้เลิกเรียนหนังสือแล้วตามไปเฝ้าควายอย่างที่ขวัญชัยพูดเอาไว้จริงๆ

ระหว่างเตร่รอ หวังว่าเพื่อนอาจแวะเข้ามา ก็เห็นขวัญชัยพาแขกเดินเยี่ยมชมฟาร์ม ดูจากการแต่งเนื้อแต่งตัวก็พอจะรู้ว่าเป็นเกษตรกร ควายพ่อพันธุ์ของโชคเจริญสุขฟาร์มเพิ่งได้รับรางวัลจากสนามประกวดควายระดับชาติ ดึงดูดคนให้เข้ามาใช้บริการพ่อพันธุ์ด้วยการผสมตามธรรมชาติหรือไม่ก็ซื้อน้ำเชื้อเพื่อนำไปผสมเทียม

โรงเรือนของที่นี่แตกต่างจากคอกควายแบบดั้งเดิม เป็นโรงเรือนโปร่ง ปูด้วยคอนกรีต ติดพัดลมระบายอากาศ พื้นที่ขนาดใหญ่ถูกกั้นแบ่งเป็นคอกย่อยๆ ให้ควายแต่ละตัว ไม่ปะปนกัน มีคนเลี้ยงคอยดูแลรางหญ้า รางน้ำ และตามเก็บมูลควายตลอดทั้งวัน กันไม่ให้ควายเหยียบเพราะอาจเป็นสาเหตุนำไปสู่โรคต่างๆ ได้

สุดปลายสายตามองเห็นทุ่งหญ้ากว้างสะบัดใบชูยอดไสว ปลูกไว้เลี้ยงควายโดยเฉพาะ ไม่ปล่อยออกไปเล็มหญ้านอกฟาร์ม กันไม่ให้ควายได้รับสารพิษและเชื้อโรคจากภายนอก

โชคเจริญสุขฟาร์มมีควายทุกรุ่นร่วมกันร่วมๆ ห้าสิบตัว หอมเงินสวยสู้แม่พันธุ์ตัวอื่นๆ ไม่ได้แต่ฟาร์มเก็บไว้เพราะหอมทองยังไม่หย่านม ดินแดนลองคิดเล่นๆ หอมทองหย่านมเมื่อไหร่ หอมเงินอาจถูกขายออกไปในราคาที่จับต้องได้ แม้ไม่ใช่แม่พันธุ์ลักษณะดีเลิศ แต่ถ้าได้พ่อพันธุ์ดีๆ ก็พอมีลุ้นลูกสวยๆ ได้

ชายหนุ่มค่อยๆ กระเถิบเข้าใกล้วงสนทนา ในกลุ่มที่ยืนล้อมวงกันอยู่ดูก็รู้ว่าเป็นมือใหม่กระเป๋าหนักกระโดดลงสนามควายสวยงามเพราะเห็นว่าตลาดกำลังโต แต่นั่นไม่ใช่เขา

ชายหนุ่มยึดคติ ‘ควายที่ใช่’ คือควายที่ซื้อในราคาที่ ‘จับต้องได้’เท่านั้น เขาจะไม่หวือหวาไปตามกระแสลงทุนซื้อแล้วต้องมาเจ็บใจในภายหลัง

ขวัญชัยร่ายยาวรางวัลที่พ่อพันธุ์ได้รับ รวมถึงราคาค่าตัวสูงลิบลิ่ว

“ราชาอุทัย ตาแต้ม แก้มจ้ำ มีพาดขาวที่คอ มีสามปล้องที่ขา สมส่วนทั้งตัว ให้ลูกไม่เลือกแม่ มีคนมาเสนอให้ห้าล้าน เสี่ยอั๋นไม่ขาย ตัวนี้รับผสมจริงสามหมื่น ส่วนตัวโน้นจะถูกกว่าผสมจริงหนึ่งหมื่นถือว่าไม่แพง คุ้มมาก”

ดินแดนตาโตเมื่อได้ยินราคา ราชาอุทัยอายุไม่ต่ำกว่าสี่ปี่ ถูกประคบประหงมไว้ทำหน้าที่พ่อพันธุ์โดยเฉพาะ ปีหนึ่งๆ สามารถผสมกับตัวเมียได้ไม่น่าต่ำกว่าสามสิบตัว ทำเงินหลักล้านบาทให้ฟาร์ม ไหนจะผสมกับแม่พันธุ์ในฟาร์มเพื่อขายลูก ดูจากสายพันธุ์และรางวัลการันตีแล้ว ลูกที่ออกมาตัวหนึ่งๆ ราคาเริ่มต้นไม่ต่ำกว่าหลักหมื่นปลายๆ

เขาอดที่จะนึกถึงควายตัวโตในไร่ข้างๆ ไม่ได้ ถ้าราชาอุทัยรับผสมในราคาครั้งละสามหมื่น พ่อช้าง ‘เฉยๆ’ ของลุงติ๊ก ราคาก็ไม่น่าจะหนีไปกว่ากัน

ขบวนเดินต่อไปจนถึงคอกของหอมเงินและหอมทอง มีคนถามราคาลูกควายที่ยังใส่เฝือกขาอยู่

“ตัวนี้ยังไม่ขายครับ ต้องพัฒนาต่ออีกสักระยะ ปล่อยไปตอนนี้เสียชื่อฟาร์มหมด”

คนแอบฟังลอบถอนหายใจออกมาอย่างโล่งอก โอบบุญยังพอมีเวลาหาหนทางซื้อควายสองแม่ลูกกลับคืนมา แม้ราคาจะกระโดดขึ้นไปอย่างน้อยสองถึงสามเท่าตัวจากตอนที่ขายให้ฟาร์มก็ตาม

ดินแดนเป็นคนรักษาคำพูด ตอนนี้ลูกควายตัวเมียที่ได้จากฟาร์มในสนามประกวดท้องถิ่นงานหนึ่ง เป็นควายตัวแรกที่เขาลงทุนซื้อและเลี้ยงดูมาร่วมหนึ่งปีเต็ม หลังจากโพสต์อวดโฉมในกลุ่มคนรักควายในโซเชียลมีเดีย มีคนสนใจและอยู่ระหว่างต่อรองราคา ถ้าตกลงกันได้ เขาจะนำเงินก้อนนี้มาสมทบทุนช่วยเพื่อนซื้อหอมเงินและหอมทองคืนมา

 

“เป็นอะไรวะโอบ โทรศัพท์ดังทั้งวัน เจ้าหนี้โทรมาทวงหนี้หรือไง ทำไมไม่รับ” บรรจบนุ่งผ้าขาวม้าผืนเดียวเดินออกจากห้องน้ำ ขยี้ศีรษะที่เปียกหมาดๆ ด้วยผ้าขนหนู

“ที่บ้าน บอกไปแล้วว่าเดี๋ยวกลับ ก็ยังจะโทรตามอยู่ได้” โอบบุญทำหน้าย่น

“อ้าว อย่าบอกนะ เอ็งหนีออกจากบ้าน ถ้าเขาไปแจ้งตำรวจ ข้าจะโดนข้อหาพรากผู้เยาว์หรือเปล่า” บรรจบหน้าตื่น

“ฉันบอกแม่แล้ว เดี๋ยววันสองวันก็กลับ ก็ยังจะโทรตามอยู่นั่นแหละ ถามอยู่ได้ว่าอยู่ที่ไหน อยู่กับใคร จะให้พี่สาวมารับ”

“เพิ่งรู้เอ็งมีพี่สาวด้วย ทำงานแล้วเหรอ อายุห่างกันกี่ปี”

บรรจบสะบัดผ้าขนหนูพาดลงบนราวข้างตู้เสื้อผ้า ก่อนที่จะทรุดตัวลงนั่งกับพื้น แกะถุงเกาเหลาและข้าวเปล่าที่ซื้อมาจากร้านประจำหลังสถานีขนส่งเทใส่ชาม

โอบบุญมาอาศัยอยู่ที่ห้องแถวหลังสถานีขนส่งทุกครั้งยามแวะไปที่โชคเจริญสุขฟาร์ม บรรจบใจดีให้เขายืมมอเตอร์ไซค์ขี่ไปที่ฟาร์ม แถมยังให้นอนค้างด้วย

บรรจบไม่ค่อยอยู่ห้องเช่า เนื่องจากบางคืนรถโดยสารก็กลับไปจอดที่สถานีปลายทาง เขาจึงไปๆ มาๆระหว่างสองจังหวัด

“แก่กว่าฉันแค่สองปี แต่เจ้ากี้เจ้าการเสียยิ่งกว่าแม่” เด็กหนุ่มเบ้ปาก

นับตั้งแต่บิดาเสียชีวิต เอื้อมดาวกลายมาเป็นเสาหลักของครอบครัว พี่สาวทิ้งชีวิตในเมืองหลวงกลับมาเรียนสถาบันในตัวจังหวัดที่ชื่อชั้นห่างจากมหาวิทยาลัยเดิมราวฟ้ากับเหว เวลาส่วนใหญ่หมดไปกับการทำงานหาเงินส่งเสียน้องๆ เรียนหนังสือ แต่ถ้าเลือกได้ เขายินดีเป็นคนออกมาทำงานส่งเสียพี่สาวเสียดีกว่า จะได้ไม่ต้องถูกบังคับเคี่ยวเข็ญอย่างทุกวันนี้

“ทำยังไงดีพี่จืด ฉันไม่อยากกลับบ้านเลย” ใจของโอบบุญไม่ได้อยู่กับตำรับตำรา ถ้าเลือกได้ เขาก็อยากทำงานเป็นเด็กเลี้ยงควายเต็มเวลาที่โชคเจริญสุขฟาร์มมากกว่า

“หนังสือหนังหาไม่เรียน ดันอยากจะมาเป็นเด็กเลี้ยงควาย แม่กับพี่เอ็งเขาคงยอมหรอก” บรรจบหัวเราะร่วน

“อย่าดูถูกคนเลี้ยงควายไป พี่จืด ควายเดี๋ยวนี้เผลอๆ ราคาแพงกว่ารถป้ายแดงอีก”

“ขนาดนั้นเชียว ข้ามันคนนอก ไม่รู้เรื่องพวกนี้หรอก แม่กับพี่เอ็งเขาก็คงไม่รู้เหมือนกันเลยไม่สนับสนุน ถ้าข้ามีลูกมีเต้าแล้วมันไม่ยอมเรียนหนังสือ แต่อยากจะเลี้ยงควาย ข้าคงนอนเอาตีนก่ายหน้าผาก”

“ตอนนี้ฉันไม่มีกะจิตกะใจเรียนเลย อยากหาเงินมาซื้อควายคืน พอจะมีวิธีไหนที่หาเงินได้ไวๆ กว่าทำงานพาร์ตไทม์ร้านสะดวกซื้อไหม ขืนมัวแต่ชักช้า ฉันกลัวว่าฟาร์มเขาจะขายให้คนอื่นไปก่อน”

“เอ็งอยากได้ควายคืนมากขนาดนั้นเชียว”

บรรจบเท้าคางกับโต๊ะญี่ปุ่นตัวเตี้ย เพ่งมองหน้าเด็กหนุ่มรุ่นลูกอย่างลังเล “เอ…งานที่ได้เงินไวๆ ง่ายๆ ก็มีแต่ต้องเกลือกกลั้วกับอบายมุขทั้งนั้น เอ็งจะไหวเหรอ”

โอบบุญกัดริมฝีปาก แต่เมื่อนึกถึงควายสองตัวที่อยากได้คืน เขาก็พยักหน้า “พี่ช่วยแนะนำหน่อย ฉันอยากลองดูสักตั้ง”

 



Don`t copy text!