บุษบาลุยไฟ ตอนที่ 34 : ที่วัดโพธิ์

โดย : ปราณประมูล

Loading

บุษบาลุยไฟ โดย ปราณประมูล เรื่องราวของ ลำจวน หญิงสาวผู้ต่อสู้กับค่านิยมทางสังคมในยุค ร.3 เธอลุกขึ้นทำสิ่งที่คนในห่วงเวลานั้นไม่ทำกัน หนทางจึงไม่ได้ราบรื่น หากเต็มไปด้วยอุปสรรคและถ้าไม่ใช่เพราะแรงรักแรงใจที่หนุ่มจีนคนนั้น คงยากที่บุษบาดอกนี้จะไปสู่จุดหมาย ‘บุษบาลุยไฟ’ นวนิยายเรื่องเยี่ยมที่อ่านเอานำมาให้อ่านออนไลน์

ที่วัดโพธิ์ ศิษย์รุ่นเด็กๆกำลังช่วยกันเตรียมอุปกรณ์ผสมสี มีพี่หนวดควบคุม

ศิษย์พี่ผู้สักขาลาย กำลังเขียนส่วนที่เป็นภาพวัดวัง เครื่องหลังคา ช่อฟ้าใบระกาหางหงส์วิจิตร มีครูพุดยืนคอยช่วยกำกับ

คงแป๊ะ ยืนพูดจากับฮุนด้วยเสียงเบา ห่างออกมาจากผู้อื่น

“ ทำดีแล้วเจ้าฮุน หากหลบลี้หนีหน้า จะทำให้เป็นที่สงสัยมากขึ้นไปอีก ”

“ กระผมไม่หนีอยู่แล้ว ”

ฮุนทำหน้าบึกบึนหนักแน่น

ครูคงแป๊ะส่ายหน้า ระอาอ่อน

“ ครั้งนั้น อั๊วะให้ลื้อไปเสียให้ไกลเพราะเกรงว่าลื้อจักทำสิ่งใดที่อาจไปทำให้ลูกสาวนายสุ่นยุ่งเหยิงไขว้เขว แต่แล้ว แม่ลำจวนกลับเลือกทางตัดช่องน้อยแต่พอตัวหล่อนเอง ไม่เกี่ยวกับลื้อ ครั้งนี้ อั๊วะให้ลื้อกลับมา เพื่อจะได้ทำตัวให้สว่างปลอดโปร่ง อย่างคนสุจริต ไม่นึก ว่าจะมีคนเชื่อมโยงลื้อ ให้ไปข้องเกี่ยวกับแม่ลำจวนได้อีก ”

ทุกคนรู้ดี ว่าน่าจะเป็นฝีปากพี่ชายลำจวน ที่ชิงชังฮุนนัก

เรื่องราวเมื่อหลายปีที่ผ่านมา ไม่เคยจางหายไปจากความคิดของเนตร ที่น่าจะปักใจว่าฮุนคือผู้ที่ทำให้ครูทองอยู่ไล่เขาออกในคราวนั้น และความเกลียดชังที่เขามีต่อฮุนก็มีลำจวนเกี่ยวข้องเป็นสาเหตุอยู่ด้วย ส่วนนพนั้นกลายเป็นคนนครบาลใกล้ชิดท่านเจ้าคุณไปแล้ว จึงอาจจะบอกเล่าเรื่องราวผิดๆถูกๆอันใด ตามข้ออคติของตัว ให้ท่านฟังบ่อยๆ ก็เป็นได้

“ ครูจะเดือดร้อนไหมขอรับ? ”

เขาห่วงใยเพียงผู้มีพระคุณเท่านั้น

“ หากเป็นลูกผู้ชายพอ ท่านเจ้าคุณก็คงไม่เล่นสกปรกดอก ”

คงแป๊ะประเมิน

“ กระผมทราบ ว่าครูหากลัวไม่ ”

 “ ท่านเคยส่งคนมาค้นฝิ่นอั๊วะ แต่พอถึงเพลากลับมาเว้าวอนให้ไปเขียนโบสถ์ของท่าน ”

ท่านครูหัวเราะๆ

“ นับว่าท่านเจ้าคุณแยกแยะได้ว่าต้องการประโยชน์ใดจากใคร และควรกระทำอย่างไรเมื่อใด ”

“ จะมาท่าไหน ก็มาเถิด กระผมไม่กลัวดอก ”

ดวงตาดำ รี กร้าวกล้า

คงแป๊ะมองตอบ วิตกห่วงใยชัดแจ้ง

“ ลื้อเป็นจีน มีช่องให้ถูกเล่นงานได้ง่าย ”

“ ผมไม่เคยเผลอดอก ครั้งอยู่กับท่านเจ้าสัวโตท่านเข้มงวดนัก ท่านพาคนงานที่ต่อสำเภาที่อู่ปากคลองบางกอกใหญ่ทุกคน ไปผูกปี้ใหม่ตามกำหนดทุกสามปี จ่ายให้พระคลังหลวงไม่เคยขาด ”

ฮุนบอกกล่าวสิ่งแรกที่พวกคนงานจีนต้องคำนึงสูงสุดว่าจะถูกจับเป็นแรงงานเถื่อน

“ คนตายก็ตายไปแล้ว ไม่มีผู้ใดได้หล่อนไปทั้งนั้น จะมาพยาบาทอันใดกันนักหนา สร้างโบสถ์สร้างวิหารเพียงไร หากใจยังเป็นบาป ก็อย่าหวังจักได้บุญกันเลย ”

 

คงแป๊ะยังเคืองที่จู่ๆ ฮุนก็กลายเป็นผู้ถูกเพ่งเล็งหาเรื่อง ท่านเห็นว่าเป็นการให้ร้ายกันอย่างไร้เหตุผลที่สุด

ตะวันคล้อยต่ำเหนือแม่น้ำเจ้าพระยา

ที่ตลิ่งท่าช้างวังหลวง เหล่าคชบาลกำลังอาบน้ำให้ช้างเผือก ช้างบางช้างแกล้งเอางวงฉีดน้ำ ใส่พวกข้ารับใช้พวกตนอย่างสนุก ราวกับรู้ประสาดีเท่าคนทุกอย่าง มีพ่อแม่จูงลูกน้อย เอากล้วยอ้อยไปยื่นให้ช้าง โดยมีคชบาลคอยยืนกำกับอยู่อย่างระมัดระวัง

ฮุนยืนเดินเตร่ สอดส่ายสายตาหันมองรอบๆเสาะหาคนบางคน  แต่วันนั้น ไม่มีแม้แต่เงาของใครคนนั้น ที่เขาหวังว่าเธออาจจะผ่านมา

เวลาผ่านไป จนช้างกลับเข้าวังไปหมด เมื่อตะวันลับแสงจนสิ้น

ฮุนได้แต่นั่งลงอย่างหมดหวัง

ครูพุดปิดสมุดวาดรูปส่วนตัวเมื่อมืดมองไม่เห็นเส้นลายมือตัวเองแล้ว

“ แพคุณพุ่มเธออยู่ข้างวังท่าพระนั่นแล แต่เราควรเจียมเนื้อเจียมตัวหยุดอยู่แค่เพียงตรงนี้เถิดฮุน ”

ฮุนอึ้ง ที่ครูรู้ความคิดตนอย่าปรุโปร่ง

“ ลื้ออยากจะเชื่อ ว่าคนที่ลื้อรักยังไม่ตาย อั๊วะเอง เมื่อแม่ตาย อั๊วะก็อยากจะเชื่อว่า แม่ยังอยู่เสมอ เมื่อแม่อยู่ ร้อยวันพันปี อั๊วะก็ไม่เคยไปหาท่าน พอท่านไม่อยู่แล้ว อั๊วะก็บอกกับใจตัวว่า ท่านก็ยังอยู่ที่บ้าน ที่วิเศษชัยชาญนั่นแล..อั๊วะกลับไปเมื่อใด ท่านก็ยังนั่งอยู่ที่เดิม ในฝันของอั๊วะตลอดไป ”

ฮุนเงียบ เศร้าสลดใจเหลือเกิน

“ ศพก็เผาแล้ว พ่อแม่เขาก็ต้องเห็นแล้วมิใช่รือ..ว่านั่นคือศพลูกเขา ลื้อทำใจเสียเถิด คนๆนั้นที่มากับคุณพุ่มเป็นชาย ลื้อจะเอามาปะปนเช่นนี้ มันจะไม่ดีกับใจลื้อเองหนา อาฮุน ”

ฮุนนิ่ง ไม่เถียง ดวงตาดื้อรั้นบอกให้รู้ว่าเขาไม่เชื่อคำครูแม้แต่คำเดียว

 

คืนนั้น ที่เรือนครูคงแป๊ะ ในแสงตะเกียง ฮุนยังนั่งวาดรูปบนสมุดประจำตัว เป็นภาพร่างลายเส้นรูปใบหน้า ร่างเต็มตัวของลำจวน ที่เป็นชาย ในมุมต่างๆ ท่าทางต่างๆจากความทรงจำที่ได้พบเจอเธอในวันก่อน

เสียงกรนของครูพุด ที่นอนในมุ้งเบื้องหลัง หลับสบายยิ่ง

ฮุนมองภาพลำจวนเด็กหนุ่ม เอ่ยเสียงเบา เมื่อยกแผ่นกระดาษขึ้นมาดูจนใกล้ตา

“ หากสิ่งศักดิ์สิทธิ์ เทพยดาฟ้าดินมีจริง..หากคุณหนูลำจวนยังไม่ตาย เหมือนอย่างที่ลูกเชื่อ ขอให้ลูก..ได้พบกับเธอ..อีกสักครั้ง ”

 

ตะวันเริ่มสาย ที่ในตรอกด้านข้างวัดพระเชตุพนวิมลมังคลาวาส คุณพุ่ม นางเต็ม นายหมาย รวมทั้ง..สมาชิกคนล่าสุด เจ้าเฉกหนุ่ม นั่งรวมกลุ่มกันรอใส่บาตรพระบางรูปขณะท่านกำลังเดินกลับวัดอย่างจำเพาะเจาะจง

คุณพุ่มยืนประคองพวงมาลัยที่ร้อยเองอย่างงามประณีตสุดฝีมือ นางเต็มถือถาดใส่ลิ้นจี่ไทยผลไม่ใหญ่มากแต่รสหวานหอมดี ปลูกกันที่ดินสองน้ำแถบริมทะเลบางขุนเทียน นายหมายถือหม้อข้าว ทีมีนวมหนาหุ้มรักษาความร้อนอย่างดี ส่วนลำจวนถือตะกร้าใส่อาหารในห่อใบตองหอมกรุ่นหลายสิ่ง

เมื่อภิกษุรุปนั้น เลี้ยวมาแต่ไกล นางเต็มก็ตื่นเต้นนัก

“ มาแล้วเจ้าค่ะ  เจ้าพระเสด็จมาแล้ว ”

ท่าน ‘ เจ้าพระ ’ ร่างโปร่ง พระฉวีขาวกระจ่าง สำรวม สง่างาม พระราศีต่างจากพระทั่วไปที่เดินผ่านไปมา ท่านเสด็จดำเนินพระบาทเปล่ารวดเร็ว คล่องแคล่ว ไม่ทอดพระเนตรดูผู้ใด ใกล้เข้ามา

คุณพุ่มนั่งลง กราบบังคมก้มหมอบต่ำ

“ นิมนตร์เพคะ ”

ท่าน ‘ เจ้าพระ ’  ปรายหางพระเนตรมองนิดเดียว ก่อนจะหยุดทรงรับบาตร

คุณพุ่มใส่บาตรอย่างตั้งใจ ตั้งแต่ตักข้าวใส่บาตรทรง หยิบสิ่งของต่างๆใส่ตามลงไป และวางมาลัยบนฝาบาตรที่ทรงหงายขึ้นรับ

“ คุณโยม สบายดี ”

รับสั่งอย่างน้ำพระทัยดี

“ อยากจะกราบบังคมขอพระราชทานยืมหนังสือเพคะ ”

“ เรื่องอะไร ”

ท่านทรงก้มพักตร์ ไม่ทอดพระเนตรดูหน้าคุณพุ่ม

“ ลิลิตตะเลงพ่ายเพคะ ”

“ อ้าว เคยอ่านแล้วมิใช่รือ ”

ทรงแย้ง

“ เพคะ เคยยืมเขาอ่าน แต่มิได้คัดลอกไว้ ครั้งนี้ จะยืมให้หลานชาย..พ่อเฉกผู้นี้ คัดลอกไปสำหรับเล่าเรียนเพคะ ”

คุณพุ่มแอบกราบขอพระราชทานโทษานุโทษในใจ ข้อหาที่มุสา ‘ เจ้าพระ ’

“ อ้อ ได้ซี  ให้หลานชายมารับได้ที่กุฏิตอนหลังเพลก็แล้วกัน ”

ทรงมิได้ทอดพระเนตรตรงๆ แต่คงทรงพอเห็นภาพโดยรวม

“ เป็นพระกรุณาธิคุณยิ่งเพคะ ”

คุณพุ่มบังคมหมอบกราบอีกครั้ง

ท่านดำเนินเข้าวัดไป จีวรราวกับปลิว

ลำจวนมองตามท่านไป รู้สึกปีติอิ่มเอมจนบอกไม่ถูก

 

ที่ระเบียงพระอุโบสถ ชั้นนอก ทิศเหนือ ประตูสอง ด้านซ้าย  คุณพุ่มเดินนำลำจวนมาเดินหา สีหน้าสนุกซุกซน

“ ตรงนี้ๆ  เจ้าเฉก  มาดู พบแล้ว จารึกกลโคลงดาวล้อมเดือนของท่านเจ้าพระ ที่จะประทานให้เรายืมหนังสือ… กรมหมื่นนุชิตชิโนรส  ท่านเป็นพระราชโอรสของแผ่นดินต้นแต่ทรงผนวชตลอดมา ที่แท้ท่านมีพระศักดิ์เป็นเสด็จอาของพระเจ้าอยู่หัว แต่ทรงมีพระชันษาน้อยกว่าเสด็จหลานเล็กน้อย บัดนี้เป็นพระราชาคณะรอง ท่านเป็นเอกกวีองค์หนึ่งทีเดียวแล ”

ตรงนั้น คือภาพสลักบนศิลาอ่อนสีเทา เป็นภาพกลโคลงดาวล้อมเดือน ตรงเสาข้างประตูพระระเบียงพระอุโบสถ

“ เจ้าลองอ่านดูทีรึ ”

คุณพุ่มพยักยิ้ม ท้าทาย

ลำจวนเข้าไปยืนตรงหน้า พยายามอ่าน  แต่แล้ว กลับกระพริบตาถี่ๆ

“ กระผมงงขอรับ ไม่ทราบว่าอ่านอย่างไร ”

“ ชื่อดาวล้อมเดือน เจ้าอ่านคำที่เป็นเดือนก่อนซี ”

เธอชี้คำที่อยู่ตรงกลาง

ลำจวนมองภาพโดยรวม ตำแหน่งตรงกลาง คือคำว่า “ผล”

“ คำว่าผล..รือขอรับ? ”

คุณพุ่มยิ้ม

“ ถูกแล้ว จากนั้น  มาที่ดวงดาว ดวงบนสุด แล้วนี่คือประกายดาว เข้าอ่านตามลำดับ วนตามประทักษิณ ”

ลำจวนมองประเมินอย่างตั้งใจ อ่านออกเสียงช้าๆทีละคำ

ผล-บุญ-บุญ-เกื้อ-กอบ            ยศ-ศักดิ์
ผล-บาป-บาป-ชวน-ชัก                  ชั่ว-ให้ ”

“ เก่งมาก! ”

คุณพุ่มปรบมือกราว

ผล-สัตย์-สัตย์-ประจักษ์    คุณ-แน่

คุณพุ่มชี้ที่ภาพ ที่มีคำแถมเพิ่มมาตรกลาง และอ่านให้ด้วย

นา-พ่อ

ลำจวนอ่านต่ออย่างมั่นใจขึ้น

ผล-เท็จ-เท็จ-โทษ-ได้    เที่ยง-แท้

คุณพุ่มชี้ที่ภาพคำแถมและอ่านต่อปิดบทสุดท้าย

แก่-ตน

“ เก่งเหลือเกิน  พ่อเฉก  เหตุใดจึงอ่านได้เก่งกาจถึงเพียงนี้ ”

นางเต็มถึงกับรำพัน

“ ด้วยคุณพุ่มท่านบอกวิธีอ่านให้ดอก แม่เต็ม ”

เจ้าเฉกน้อยออกตัว

“ เจ้าเฉกเก่ง เพราะมีฉันเป็นครูอย่างไร แม่เต็ม ”

คุณพุ่มยืด-อก ภาคภูมิ

“ จริงเจ้าค่ะ ”

แม่เต็มศรัทธาเต็มที่

“ มา..เราไปลองอ่านของท่านผู้อื่นบ้างเถิด ”

คุณพุ่มดูจะยิ่งคึกคัก พอดีนายหมายเดินออกมา พร้อมถุงผ้างดงามใส่สมุดไทย

“ มาแล้วขอรับ  หนังสือตะเลงพ่าย  ท่านเจ้าพระทรงให้ศิษย์นำมายืนรอเลย เมื่อกระผมไปถึง ”

คุณพุ่มรับถุงผ้ามาเปิด หยิบสมุดดำเล่มหนึ่งที่ปกงามวิจิตรออกมา เปิดให้เจ้าเฉกดูคร่าวๆ

สมุดไทย ที่พับๆกลับไปกลับมา มีสมุดขาว คือกระดาษเป็นสีขาว แล้วเขียนตัวหนังสือสีดำ กับสมุดดำ ที่กระดาเป็นสีดำ แล้วเขียนตัวหนังสือสีขาว ฉบับนี้เป็นสีดำ ทำให้ดูเข้มขลัง ตัวหนังสือที่จารึกไว้ ลายมืองดงาม สะอาดสะอ้านเป็นระเบียบ สบายตา

“ ลิลิตตะเลงพ่าย  ท่านทรงพระนิพนธ์ไว้ไพเราะล้ำยิ่ง เจ้าควรศึกษาดู เป็นเรื่องการทำยุทธหัตถีของสมเด็จพระนเรศวรกับพระมหาอุปราชา ”

คุณพุ่มเก็บหนังสือใส่กลับคืนในถุงอย่างทะนุถนอม  แล้วส่งต่อให้หนุ่มน้อยหน้ามน

“ จงเอาไปคัดลอกเสีย ”

ลำจวนภาคชายดวงตาเป็นประกายวาวราวพบขุมทรัพย์

“ ท่านพระทัยดีจริงขอรับ ไม่ทรงหวงเลย ”

“ ท่านให้วิชาเป็นทาน เป็นกุศลใหญ่หลวงนัก รีบคัดให้สวยงาม แลต้องเร็วด้วย จะได้รีบนำมาส่งคืน ”

ลำจวนยกถุงหนังสือขึ้นจบไหว้ท่วมหัว

 

เสร็จธุระแล้วคุณพุ่มก็เดินนำบริวารเดินเล่นชมวัดอย่างสบายๆ ไม่รีบร้อน ลำจวน นางเต็ม พากันเถลไถลชมดูตุ๊กตาหินต่างๆอย่างเพลิดเพลินใจ แต่ก็ต้องคอยเดินหลบเหล่าคนงาน ที่ยังมีการแบกหามวัสดุก่อสร้าง อิฐหิน ปูน ทราย กระเบื้องหลังคา แผ่นศิลาปูพื้น

มีการก่อสร้างสิ่งใหม่บูรณะสิ่งเก่าอยู่ทั่วไป บางแห่งก็ยังมีนั่งร้านให้คนทำงานปีนป่ายทำงาน บางแห่งก็กั้นบริเวณห้ามเข้า เพราะพื้นยังเป็นหลุมบ่อหรือมูนดิน หรือกองไม้กองหิน

“ แน่ะ!  วัดนี้ สร้างไม่เสร็จสักทีดอก จนเราตาย ก็คงสร้างเพิ่มเติมตรงนั้นตรงนี้ร่ำไป ”

คุณพุ่มมองๆไป เห็นกลุ่มช่างเขียนยืนรุมกันอยู่ตรงศาลาริมระเบียง ที่จัดเป็นที่เก็บอุปกรณ์ข้าวของ

“ นั่นพวกช่างเขียนเขาก็ยังวาดภาพผนังชาดกต่างๆกันอยู่  เห็นว่าจะวาดให้ได้ห้าร้อยห้าสิบเรื่อง ”

ลำจวนในคราบเฉกมองไป พลันหยุดฝีเท้ากึก

“ ไปดูกันเถิด  ว่าแถวนี้มีเรื่องอันใดบ้าง ”

“ เขายังเขียนไม่เสร็จนี่ขอรับ ไปดูทางโน้นเถิด ที่วาดเสร็จแล้ว ”

เจ้าเฉกถอยกรูด

“ จะได้เห็นเวลาเขากำลังวาดกันด้วยอย่างไร สนุกดีออก ”

คุณพุ่มเป็นผู้นำในเรื่องอยากรู้อยากเห็นอยู่ไม่ใช่น้อย ทว่าเจ้าเฉกกลับยืนทื่อ

“ อ้าว ไม่อยากดูรือ เจ้าเฉก ”

“ เอ่อ  กระผม..ขอไปดูฤษีดัดตนทางโน้น ได้ไหมขอรับ ”

คุณพุ่มยอมแพ้

“ ตามใจ เดี๋ยวไปพบกันที่ประตูที่มาดักถวายใส่บาตรก็แล้วกัน ”

คุณพุ่มพยักหน้า พานางเต็ม นายหมาย ไปทางที่พวกช่างเขียนกำลังทำงานอยู่ตามความตั้งใจเดิม

เจ้าเฉกมองตามไปอย่างไม่สบายใจนัก หันหลังเดินไปเตร่ทางสวนสมุนไพร

 

เจ้าหนุ่มเฉก เดินชมรูปฤษีดัดตนมาเรื่อยๆ และเพลิดเพลินกับเหล่าสัตว์หินสลักแปลกๆต่างๆที่เรียงสลับอยู่ตามสุมทุมพุ่มพฤกษ์ ถุงหนังสือที่ถือมาด้วย เริ่มเรียกร้องความสนใจ เหมือนสะกิดชวนเตือนให้เปิดอ่านดู

เธอรีบมองหามุมที่นั่งมีร่มเงา ตรงขอบระเบียงใกล้ๆนั้น

เจ้าหนุ่มน้อยเปิดถุง หยิบหนังสือออกมาอ่าน

เธอพบว่าตัวหนังสือถี่ยิบนั้น ไม่ใช่คำและความที่อ่านให้เข้าใจได้ง่ายนัก

ลำจวนพยายามสะกดอ่าน คำยากๆ ทำให้อ่านในใจไม่ได้ ต้องออกเสียงออกมาอย่างตั้งใจจะให้เบา

ศรีสวัสดิเดชะ ชนะราชอรินทร์ ยินพระยศเกริกเกรียง เพียงพกแผ่นฟากฟ้า หล้าล่มเลื่องชัยเชวง เกรงพระเกียรติระย่อ ฝ่อใจห้าวบมิหาญ ลาญใจแกล้วบมิกล้า บค้าอาตม์ออกรงค์ บคงอาตม์ออกฤทธิ์ ท้าวทั่วทิศทั่วเทศ ไท้ทุกเขตทุกด้าว น้าวมกุฎมานบ น้อมพิภพมานอบ มอบบัวบาทวิบุล อดุลยานุภาพ 

เจ้าหนุ่มเฉก  อ่านไปด้วยความลำบาก  ถอนใจเฮือกใหญ่ แต่ฮึดสู้ ฮึบลมหายใจ ยืดร่างตรง ทำให้เสียงที่เปล่งออกมาดังขึ้นๆ อย่างที่ตัวเองไม่รู้ตัว

เพียง พก แผ่น  ฟาก ฟ้า  หล้า ล่ม เล..เล..เลือ เลื่อง  ชัย  เช-วง..เอ๊ย  ชัยเชวง ”

ขณะนั้น ฮุน ที่เดินออกมาจากที่เข้าไปไหว้พระพุทธเทวะปฏิมากรในพระอุโบสถ จะกลับออกไปยังระเบียงด้านนอก ขณะที่เขาเดินผ่านประตูระเบียงชั้นในออกไปนั้น พลัน เสียงที่คุ้นใจ ดังขึ้นๆมากจากหลังเสา

เกรง พระ  เกียร…พระเกียรติ  เออ พระเกียรติๆๆๆ ระย่อ  ฝ่อใจห้าว บมิหาญ..”

ฮุนชะงัก ยืนตัวแข็งทื่อ ขนลุกซู่  ใจเต้นรัว

“ ลาญใจแกล้วบ่อมิกล้า  บ่ค้า อาตม์ออก..รงค์  บคงอาตม์ออก..ออก..ฤทธิ์!!

เสียงนั้นกลับดังขื้น ชัดเจน แจ่มแจ้ง เจิดจ้าราวแสงแห่งสายฟ้าที่ฟาดลงมาซ้ำๆ

ดวงตาเรียวเฉียงฉายประกายวาบขึ้นมา สว่างโพลงเท่าเทียมกับสายฟ้าที่ฟาดลงกลางหัวของชายจีนหนุ่ม

เสียงนี้..ที่สถิตอยู่ในจิตวิญญาณตลอดมาแม้ในความฝัน  ประกอบกับสิ่งที่เธออ่านออกมา ไม่มีทางที่จะเป็นใครอื่นไปได้อย่างเด็ดขาด แม้จะเอาดาบมาตัดหัว ฮุนก็ยังจะยืนยัน ว่าคือเธอเท่านั้น

ชายหนุ่มรีบเดินจะไปดูให้เห็นกับตา

แต่แล้ว ฮุนกลับชงัก เขาลดฝีเท้าลง

..บางที การจับ ‘ ผี ’ ที่ตายไปแล้ว อาจจะต้องค่อยๆย่องไปดูให้แน่ใจก่อน ไม่เช่นนั้น มันอาจจะหายวับไปกับตา.. ถ้าถูกบุกรุกกะทันหัน เหมือนไก่ที่ตระหนกตกตื่น แล้วโผผินบินหนีหลุดมือไปได้

ฮุนจึงเดินอ้อมเสาระเบียงไปอย่างเงียบเชียบ ไม่ให้ ‘ ผี ’ สลายละลายเป็นอากาศธาตุไปต่อหน้า

เด็กหนุ่มผู้ดีร่างกระทัดรัดที่มากับคุณพุ่มคนนั้นนั่นเอง นั่งก้มหน้าแทบติดชิดสมุดไทย  หน้านิ่วคิ้วขมวด ตั้งใจอ่านออกเสียงอย่างสุดความสามารถ เป็นคนเดียวกันบุคคลที่เขาเฝ้ารักภักดีมาตลอดหลายปี ไม่มีอื่น

“ โอ๊ย..”

เจ้าหนุ่มน้อยหน้าสวยผู้นั้นถอนหายใจเฮือกยาวอย่างเหน็ดเหนื่อยทั้งกายใจ แล้วสุดลมหายใจเข้าอีกห้วงยาว แล้วรีบอ่านทบทวนต่อเนื่องเร็วๆ อย่างมีจังหวะจะโคนชัดถ้อยชัดคำ ด้วยเสียงสดใส

ฝ่อใจห้าวบมิหาญ ลาญใจแกล้วบมิกล้า บค้าอาตม์ออกรงค์ บคงอาตม์ออกฤทธิ์

แล้วเธอพลันกระโดดลุกขึ้นลิงโลด ตื่นเต้นยินดีที่สุด

“ โหย..แต่งเช่นนี้ได้เยี่ยงไร นี่มิใช่คนธรรมดาแล้ว แต่เป็น.. ”

อยู่ๆ เจ้าหนุ่มน้อยเงยหน้าหันมา แล้วสะดุ้งสุดตัว เมื่อมองเห็นหน้าของคนที่ยืนมองด้วยดวงตาเปี่ยมรอยยิ้มจ่อรออยู่ตรงหน้า

‘ เจ้าเฉก ’ ตาเบิกโพลง เหมือนตนเองเป็นฝ่ายเห็นผีเสียเองกระนั้น!

 



Don`t copy text!