Last Christmas

Last Christmas

โดย : ภาสกร ศรีศุข

Loading

นอกจากนวนิยายออนไลน์สนุกๆ ที่เปี่ยมไปด้วยคุณภาพจากนักเขียนมากมายแล้ว อ่านเอายังมีเรื่องหนังมาเล่าให้อ่านในคอลัมน์  “อ่านเอาเล่าหนัง” โดย โอ่ง – ภาสกร ศรีศุข ผู้มีความสนใจในเรื่องภาพยนตร์และมีความรักในการอ่านการเขียน เขาจึงเขียนมาเล่าให้ชาวอ่านเอาได้อ่านออนไลน์

*************************

ผู้กำกับ : Paul Feig

ผู้อำนวยการสร้าง : Paul Feig, Jessie Henderson, David Livingstone, Emma Thompson

ผู้เขียนบท : Emma Thompson, Bryony Kimmings

ผู้ประพันธ์ : Emma Thompson, Greg Wise

นักแสดง : Emilia Clarke, Henry Golding, Michelle Yeoh, Emma Thompson, Hannah Sandham

ดนตรีประกอบ : Theodore Shapiro

ผู้กำกับภาพ : John Schwartzman

ผู้ตัดต่อ : Brent White

สนับสนุนอ่านเอาด้วยการสั่งซื้อหนังสือ “ในสวนอักษร” คลิกที่นี่

เคตแต่งตัวรุ่มร่ามอยู่ในชุดเอลฟ์ เธอทำงานอยู่ในร้านขายของคริสต์มาสในลอนดอน กำลังอยู่ในช่วงย่ำแย่ในชีวิต และทอมชายหนุ่มที่ดูดีเกินจริงได้เข้ามาในชีวิตเธอและพาเธอก้าวข้ามอุปสรรคในชีวิต และลอนดอนก็เข้าสู่ช่วงมหัศจรรย์ของปี บางครั้งคุณก็เพียงแค่ปล่อยให้หิมะตกไป ฟังเสียงของหัวใจ และมีศรัทธา

หนังให้เคตเป็นศูนย์กลางของโลก ทุกอย่างถูกมองผ่านเล่าผ่านไม่เพียงสายตาของเธอ แต่ยังด้วยทัศนคติของเธอด้วย และ เอมิเลีย คลาร์ก ก็ถ่ายทอดตัวละครนี้ได้อย่างดูมีเนื้อมีหนังมีชีวิตขึ้นมาจริงๆ เธออาจไม่ได้เฉิดฉายโดดเด่นในการเป็นนางเอก แต่เธอมีเสน่ห์และเป็นพระอาทิตย์ตามธรรมชาติที่ตัวละครทั้งหลายและผู้ชมต่างยอมหมุนรอบเธอได้ ต้องมองว่าเคตเองก็เป็นตัวละครที่น่าสนใจในตัวเองอยู่แล้ว เธอเป็นลูกหลานชาวยูโกสลาเวียที่ย้ายถิ่นฐานมาอังกฤษหลังโซเวียตแตก

ภาพ : Catholic News Service

แต่ภาพตรงหน้าจอที่เราเห็นคือเคตเป็นตัวละครที่พังทลาย เธอล้มเหลวในฐานะเพื่อน (ไม่มีใครอยากช่วยเธออีก) ในฐานะคนรัก (เธอเจอแต่คนที่ไม่ใช่) ในฐานะลูก (เธอเบื่อแม่ของเธอ) ในฐานะน้องสาว (เธอทะเลาะกับพี่สาวเข้าขั้นไม่มองหน้า) และในฐานะลูกจ้าง (เธอพลาดในงานง่ายๆ) แต่ก่อนเราจะเชื่อเช่นนั้น หนังให้คำใบ้สำคัญจากนายจ้างของเธออย่างซานตาว่าครั้งหนึ่งเธอรู้สึกโชคดีที่ได้เคตมาเป็นพนักงานประจำ แต่หลังจากเธอกลับมาทำงานอีกครั้ง ทุกอย่างพลิกจากหน้ามือเป็นหลังเท้า นั่นคือกลเม็ดการเล่าเรื่องที่หนังค่อยๆ ปล่อยให้เรารู้จักเคตว่าอะไรทำให้เธอกลายเป็นแบบนี้ และแน่นอน การมาของผู้ชายแสนดีและเป็นปริศนาราวกับเทพบุตรผู้มาเยือนในงานเทศกาลท้ายปีอย่างทอมผู้จะเข้ามาเปลี่ยนมุมมองและหัวใจของเธอให้กลับมาสวยงามอีกครั้ง นั่นจะเพียงพอให้เธอผ่านวันคืนเฮงซวยในชีวิตของเธอได้หรือไม่

ภาพ : The Guardian

จริงๆ ที่ว่าหนังเรื่องนี้มีจุดบอกใบ้แนวทางของหนังอย่างร้ายกาจอยู่ เราจึงขอข้ามความดีในส่วนเนื้อเรื่องไปแต่เพียงเท่านี้ ยืนยันได้เพียงว่ามันคือเรื่องราวอบอุ่นหัวใจและมหัศจรรย์วันคริสต์มาสมากๆ

ข้อดีของหนังในจุดอื่นๆ ที่ต้องว่ากันคืองานสร้างภาพยนตร์ที่สะท้อนวิสัยทัศน์รวมของหนังว่าจะทำให้คริสต์มาสนั้นพิเศษและผู้ชมต้องมนตร์ในเทศกาลแห่งความสุขนี้อีกครั้ง เราจะได้เห็นฉากในกรุงลอนดอนที่สวยและเรียบง่ายอย่างทางเดิน ตรอกซอย หรือสวนสาธารณะเล็กๆ ที่ประดับประดาด้วยแสงไฟเหมือนจริง ยิ่งฉากร้านขายของคริสต์มาสที่นางเอกทำงานอยู่นี่เหมือนฝันจริงๆ วิธีคิดด้านภาพเองก็สะท้อนมุมนี้ออกมาด้วยเพราะภาพทำให้อบอุ่นอย่างหนังโรแมนติกเลย มุกตลกในหนังก็ทำงานดีทุกครั้งที่ตั้งใจปล่อย

ภาพ : https://www.theguardian.com/

เพลงเองก็ถูกนำมาใช้ในหนังเยอะมาก ดาวเด่นก็ต้องเป็น Last Christmas ตามชื่อหนัง และยังมีเพลงของ จอร์จ ไมเคิล อีกหลายเพลงที่ถูกนำมาสอดแทรกได้ตามจังหวะ เรียกว่าคนทำหนังมีความสนใจใน จอร์จ ไมเคิล ไม่เบาเลยล่ะ

สุดท้ายแต่ไม่ท้ายสุด แม้หนังจะดูเบาดูหวานขนาดไหน แต่เอาเข้าจริงแล้ว มันพูดประเด็นสำคัญมากๆ ที่เผยตัวเองจริงๆ จังๆ ในช่วงหลังของหนัง หนังเปิดเผยหมดทุกอย่างแล้ว นั่นคือหนังมันว่าด้วยความเมตตากรุณา ความเอื้อเฟื้อเผื่อแผ่แก่เพื่อนมนุษย์ โดยใช้สถานการณ์ Brexit ที่อังกฤษจะถอนตัวจากสหภาพยุโรปเพื่อกีดกันคนต่างด้าวและผู้อพยพที่อยากเข้ามาเกาะกินคนอังกฤษว่าสุดท้ายแล้วเราจะมองเพื่อนมนุษย์เท่าเทียมกันและโอบกอดพวกเขาด้วยความรักได้จริงใจแค่ไหนกัน โลกคงดีขึ้นไม่น้อยเลย นั่นคือสิ่งที่หนังทิ้งไว้ในตอนเราเดินออกจากโรงภาพยนตร์ซึ่งเป็นสาระดีๆ ที่หนังสื่อออกมาแบบไม่ล่องลอย

 

Don`t copy text!