Crazy Rich Asians

Crazy Rich Asians

โดย : ภาสกร ศรีศุข

นอกจากนวนิยายออนไลน์สนุกๆ ที่เปี่ยมไปด้วยคุณภาพจากนักเขียนมากมายแล้ว อ่านเอายังมีเรื่องหนังมาเล่าให้อ่านในคอลัมน์  “อ่านเอาเล่าหนัง” โดย โอ่ง – ภาสกร ศรีศุข ผู้มีความสนใจในเรื่องภาพยนตร์และมีความรักในการอ่านการเขียน เขาจึงเขียนมาเล่าให้ชาวอ่านเอาได้อ่านออนไลน์

*************************

ผู้กำกับ : Jon M. Chu

ผู้อำนวยการสร้าง : Nina Jacobson, Brad Simpson, John Penotti

ผู้เขียนบท : Peter Chiarelli, Adele Lim

อ้างอิงจากนวนิยายเรื่อง Crazy Rich Asians โดย Kevin Kwan

นักแสดง : Constance Wu, Henry Golding, Gemma Chan, Lisa Lu, Awkwafina, Ken Jeong, Michelle Yeoh

ดนตรีประกอบ : Brian Tyler

ผู้กำกับภาพ : Vanja Cernjul

ผู้ตัดต่อ : Myron Kerstein

ภาพยนตร์โรแมนติกคอมเมดี้ร่วมสมัยสร้างอิงจากนิยายชื่อดังที่ขายดีทั่วโลกของเควิน ควอน เป็นเรื่องราวของ ราเชล ชู  ชาวนิวยอร์คที่เดินทางตามแฟนหนุ่มที่คบกันมานานอย่างนิค ยัง ไปงานแต่งเพื่อนสนิทของเขาที่สิงคโปร์

เธอรู้สึกตื่นเต้นที่จะได้ไปเที่ยวเอเชียเป็นครั้งแรก แต่รู้สึกกังวลกับการพบครอบครัวของนิคด้วย ซึ่งราเชลต้องศึกษาอย่างไม่ทันตั้งตัวเกี่ยวกับเรื่องชีวิตของนิคที่เขาไม่ทันให้ความสนใจจะเล่าให้ฟัง

ปรากฎว่าเขาไม่ใช่แค่สืบเชื้อสายมาจากครอบครัวที่ร่ำรวยที่สุดในประเทศ แต่เขายังเป็นหนุ่มโสดผู้เป็นที่หมายปองมากที่สุดอีกด้วย การเดินควงแขนนิคกลับทำให้ราเชลต้องตกเป็นที่นินทา ทั้งจากคนในสังคมที่อิจฉา และที่แย่กว่านั้นคือจากแม่ของนิคที่ไม่ชอบใจเธอด้วย

ภาพจาก https://www.kwanmanie.com/

หลังจากนั้นไม่นานจึงเห็นได้ชัดเจนว่ามีสิ่งเดียวที่เสียสติได้กว่าความรักคือเรื่องครอบรัว ซึ่งเรื่องราวโรแมนติกที่สนุกสนานแบบนี้จะสะท้อนถึงเรื่องจริงของผู้ชมทั่วโลก

“แค่ตัวอย่างยังน้ำเน่าขนาดนี้”

ผู้เขียนพึมพำกับตัวเองหลังจากที่ได้ดูตัวอย่างภาพยนตร์เรื่อง Crazy Rich Asians หนังฮอลลีวูดที่ใช้นักแสดงหลักเป็นคนเอเชียและมีทีมงานเบื้องหลังเป็นชาวเอเชียเกือบทั้งหมด เพราะแค่ตัวอย่างก็พอเดาทางออกเลยว่าเป็นภาพยนตร์รอมคอมสูตรสำเร็จสไตล์ฮอลลีวูดที่เอาพล็อตแสนซ้ำซากอย่างแม่ผัวลูกสะใภ้มาปัดฝุ่นและเล่าใหม่ให้มีสีสันขึ้น เพียงแค่ครั้งนี้เพิ่มความน่าสนใจด้วยการใส่องค์ประกอบแบบคนเอเชียลงไปให้ดูแปลกใหม่กว่าเดิม

สนับสนุนอ่านเอาด้วยการสั่งซื้อหนังสือ “ในสวนอักษร” คลิกที่นี่

แต่สุดท้ายผู้เขียนก็ทนกระแสมาแรงของ Crazy Rich Asians ไม่ไหว ขอไปพิสูจน์ด้วยตัวเองเลยว่าทำไมหนังเรื่องนี้ถึงได้รับความนิยมล้นหลามในโลกตะวันตกจนสร้างรายได้ถล่ม box office มากขนาดนี้

121 นาที ผ่านไป…

โอเค ร้องไห้ยับ

ถึงแม้ว่าพล็อตเรื่องจะแสนธรรมดา แต่ด้วยบรรยากาศ บทสนทนาเฉือนอารมณ์แบบผู้ดีเก่า เพลงประกอบสุดอลังการ และเทคนิคการตัดต่อแพรวพราวก็ทำให้ภาพยนตร์ที่ดูเป็น ‘Hollywood Cliche’ เรื่องนี้สนุกเกินคาด ทั้งตลกจนต้องหัวเราะตัวโยน แถมลึกซึ้งกินใจจนทำให้เราต้องเสียน้ำตาในตอนท้ายเรื่องอย่างหลีกเลี่ยงไม่ได้

Crazy Rich Asians เป็นภาพยนตร์ที่ดัดแปลงมาจากหนังสือที่ขายดีในชื่อเดียวกัน เขียนโดย Kevin Kwan นักเขียนชาวสิงคโปร์-อเมริกัน ผ่านฝีมือกำกับของ Jon M. Chu โดยผู้กำกับตั้งใจจะให้หนังเรื่องนี้เป็นกระแสทั้งในอเมริกาและทั่วเอเชีย เพื่อที่จะทลาย Stereotype ของชาวเอเชียในโลกตะวันตก และลบภาพจำว่าคนเอเชียมีแต่เด็กเนิร์ด คนบ้างาน เพราะจริงๆ ก็ยังมีคนเอเชียระดับมหาเศรษฐีที่เรียกได้ว่ารวยแบบรายมาก และใช้ชีวิตหรูหราฟู่ฟ่าจนชนชั้นกลางทั่วไปแทบจะจินตนาการไม่ออ

ภาพจาก https://www.kwanmanie.com/

หนังเอาเราอยู่ตั้งแต่ต้นเรื่องด้วยการเปิดฉากแสดงให้เห็นถึงความยิ่งใหญ่ของตระกูล “ยัง” หนึ่งในครอบครัวมหาเศรษฐีที่ร่ำรวยที่สุดในสิงคโปร์ จากนั้นก็เริ่มเล่าเรื่องชีวิตและความสัมพันธ์ของ ‘เรเชล ชู’ อาจารย์สอนวิชาเศรษฐศาสตร์ในมหาวิทยาลัยนิวยอร์ก และ ‘นิค ยัง’ ทายาทที่จะมาสืบทอดธุรกิจของตระกูลยังอย่างไม่ยืดยื้อ

แต่เรื่องวุ่นๆ ก็เริ่มต้นขึ้น เมื่อหนุ่มนิคตัดสินใจพาเรเชล ชู บินไปสิงคโปร์ เพื่อร่วมงานแต่งเพื่อนสนิทของเขา และถือโอกาสพาเธอไปเจอกับครอบครัวยังเป็นครั้งแรก แต่ทันทีที่ราเชล ได้เจอกับเอลีนอร์ ยัง คุณแม่ไฮโซสุดเฮี้ยบของนิค ก็ทำให้เธอรู้สึกได้เลยว่าเธอกำลังก้าวเท้าเข้าสู่สงครามเย็นในฐานะแม่ผัวลูกสะใภ้อย่างไม่ทันตั้งตัว ไม่ว่าจะด้วยคำพูดเชือดเฉือนและสายตาที่แสดงให้เห็นชัดเจนว่าเธอไม่เหมาะสมกับลูกชายของตระกูล

มาถึงตรงนี้หลายคนอาจจะเกิดคำถามว่าแล้วมันน่าสนใจตรงไหน เพราะอ่านดูแล้วยังไงก็คล้ายกับละครหลังข่าวไม่มีผิดเพี้ยน ใช่! มองเผินๆ มันก็คือละครหลังข่าวนั่นแหละ เพียงแต่ถูกห่อหุ้มด้วยงานสร้างที่ละเมียดละไม สอดแทรกมุกตลกและคำพูดต่อล้อต่อเถียงแบบชาวชนชั้นสูง และที่สำคัญมันยังหลอกล่อให้เราติดกับเข้าไปในโลกแฟนตาซีแห่งความรุ่มรวยที่ใครๆ ก็ใฝ่ฝัน จนบางทีก็ทำให้เผลอมองข้ามความไม่สมเหตุผลเล็กๆ น้อยๆ ในบทหนังไปได้

สิ่งที่บันเทิงที่สุดในหนังเรื่องนี้คือ “ความรวย” เป็นความรวยแบบรวยเป็นบ้า รวยจนงงว่ารวยอะไรได้ขนาดนั้น หนังใช้เวลามากมายในการแสดงฉากเสื้อผ้าแบรนด์เนม รั้วหน้าบ้านพระเอก เครื่องบินเจ็ทส่วนตัว เรือยอร์ชส่วนตัว ต่างหูคู่ละล้านดอลลาห์สิงคโปร์ ปาร์ตี้งานแต่งอลังการ จนเหมือนเราหลุดเข้าไปอยู่ในโลกแฟนตาซีแห่งความรุ่มรวยที่แสนจะบันเทิงเริงรมย์ ซึ่งแน่นอนว่าบางครั้งก็อาจจะพูดได้ว่าเกินไปจนไม่สมเหตุสมผล

ฉากที่เห็นได้ชัดเจนคงจะไม่พ้นตอนที่นิค ยัง โผล่มาขอเรเชล ชู แต่งงานบนเครื่องบินชั้น economy ที่เธอกำลังจะบินกลับนิวยอร์ก เพราะถ้าเป็นคนธรรมดาๆ คงไม่มีใครทะเล่อทะล่าผ่านเข้ามาได้ แต่คงจะเป็นเพราะความรวยนั่นแหละที่ทำให้ทุกอย่างดูราบรื่นและสมเหตุสมผลไปเสียหมด ซึ่งมันตอกย้ำมายาคติเก่าๆ เหลือเกินว่าพอรวยแล้วทุกอย่างก็เป็นไปได้

ภาพจาก https://www.kwanmanie.com/

ความย้อนแย้งอย่างหนึ่งของหนังเรื่องนี้คือเป็นหนังที่ถูกสร้างขึ้นเพื่อทลาย Stereotype ของชาวเอเชียให้ชาวตะวันตกเห็น แต่ในขณะเดียวกัน มันกลับสร้าง Stereotype ซ้อนทับไปอีกระดับอย่างน่ากังวล

แน่นอนว่าหนังประสบความสำเร็จในการแสดงให้เห็นความหรูหราและสนุกสนานของชาวเอเชีย ซึ่งเป็นความแปลกใหม่ในสายตาชาวอเมริกัน แต่มันกลับไปสร้างภาพจำที่ผิดเพี้ยนให้กับชาวสิงคโปร์ที่เป็นชนชั้นกลางซึ่งไม่ได้มีชีวิตจริงเฉียดเข้าใกล้บริบทในภาพยนตร์แม้แต่น้อย เพราะหลังจากภาพยนตร์เรื่องนี้เข้าฉายในสิงคโปร์ ก็ได้มีข้อความในทวิตเตอร์มากมายพูดในเชิงว่า “หนังเรื่องนี้ไม่ใช่ภาพแสดงที่ถูกต้องของประเทศและวัฒนธรรมสิงคโปร์” หรือ “หนังเรื่องนี้ไม่เกี่ยวกับสิงคโปร์เลย… ยังมีสิ่งที่ตกหล่นไปมากมาย”

คงไม่ต่างอะไรกับภาพยนตร์ฮอลลีวูดหลายเรื่องที่มาถ่ายทำในบ้านเราแล้วแสดงให้เห็นเพียงรถตุ๊กตุ๊ก มวยไทย คนขี่ช้าง ต้มยำกุ้ง และพัทยา…

ความคิดเชิงเหมารวมแบบนี้ยังสะท้อนออกมาผ่านตัวละครเอลีนอร์ ยัง คุณแม่เจ้าบงการที่คิดว่าชาวอเมริกันเป็นพวกปัจเจกนิยมที่เอาแต่หาความสุขใส่ตัวเอง แตกต่างจากคนจีนแผ่นดินใหญ่ที่เชื่อว่าครอบครัวต้องมาก่อนเสมอ เธอจึงไม่พอใจที่เรเชล ชู เป็นอาจารย์สอนวิชาเศรษฐศาสตร์ เพราะเลือกเดินตามแรงผลักดันของตัวเองในสไตล์ American Dream (ซึ่งเป็นการจิกกัดสังคมอเมริกันแบบเจ็บแสบไม่น้อย)

แม้ว่าเป็นประเด็นที่น่าสนใจ แต่ในตอนท้าย หนังกลับไปเน้นประเด็นความรักโรแมนติกและการเสียสละเสียมาก จนไม่ได้มีการคลี่คลายปมเรื่องวัฒนธรรมและการเหมารวมดังกล่าว ซึ่งสำหรับผู้เขียนนั้นถือว่าเป็นเรื่องน่าเสียดาย เพราะจะสามารถเพิ่มคุณค่าด้านอื่นๆ ให้หนังเรื่องนี้ได้อีกมาก

ในเกมชีวิต ทุกคนล้วนให้ความสำคัญกับการไม่อยากเป็นคนแพ้ จนไม่ได้คิดว่าทำอย่างไรถึงจะชนะ คำพูดเก๋ๆ ของเรเชล ชู ในตอนต้นเรื่องของหนังขณะที่เธอกำลังสอนวิชาเศรษฐศาสตร์หัวข้อ Game Theory จึงกลายเป็นบทสรุปของความรักแบบแฮปปี้เอนดิ้งของเธอและนิคได้เป็นอย่างดี เพราะหากเธอตอบรับคำขอแต่งงานจากนิคตั้งแต่แรกแล้วย้ายไปอยู่นิวยอร์กด้วยกัน ก็จะทำให้เธอไม่ใช่ผู้แพ้ในสงครามความรักครั้งนี้ แต่หากมองอีกมุม เธอและนิคก็เป็นแค่คนขี้ขลาดที่วิ่งหนีปัญหา ไม่ใช่ผู้ชนะแต่อย่างใด

การเผชิญหน้ากับแม่ของนิคตรงๆ ในตอนท้ายเรื่อง และบทสนทนาแบบผู้หญิงฉลาดๆ (ที่ทำเอาเราขนลุกซู่) จึงช่วยพลิกเกมทำให้เธอกลับกลายมาเป็นผู้ชนะแบบสวยๆ และได้รับการยอมรับจากตระกูลยังในที่สุด

Don`t copy text!