หนีร้อนไปพึ่งเย็น

หนีร้อนไปพึ่งเย็น

โดย : คุณนายฮวง

นอกจาก นิยายออนไลน์ สนุกๆ แล้ว อ่านเอา ยังมีคอลัมน์ ‘(เรื่องเล่า) 6,200 วันในไต้หวัน’ โดย คุณนายฮวง สาวไทยสุดไฮเปอร์ที่จับพลัดจับผลูมาอยู่ไทเปได้หลายปีดีดักกับเรื่องเล่าเกี่ยวกับการใช้ชีวิตต่างแดนที่เต็มไปด้วยสีสันและมุมมองหลากหลาย เรื่องราวดีๆ ที่ อ่านเอา อยากให้คุณได้ อ่านออนไลน์

***********************************

– หนีร้อนไปพึ่งเย็น –

เวลาเพื่อนๆ ถามฉันว่ามาเที่ยวไทเปเดือนไหนดีที่สุดถึงจะไม่ต้องเจอฝนตก ฉันก็จะตอบว่า ขึ้นอยู่กับว่าอยากดูอะไร ถ้าอยากดูดอกไม้ก็ต้องมาช่วงฤดูใบไม้ผลิ อยากชื่นชมซากุระก็มาประมาณกลางมีนาคมถึงต้นเมษายน แต่ถ้าอยากชมดอกโหยวถงฮวา ก็ต้องประมาณปลายเดือนเมษายน-ต้นพฤษภาคม อยากชมทุ่งไฮเดรนเยีย ก็ต้องเดือนมิถุนายน แต่ถ้าอยากดูเทศกาลโคมไฟ มาหลังตรุษจีนสักสิบวันกำลังเหมาะ หรือถ้าอยากมาช็อปปิ้งลดกระหน่ำประจำปี ก็แถวๆ ต้นเดือนตุลาคมยาวไปจนถึงกลางพฤศจิกายน เอาเป็นว่าว่างเมื่อไรก็มาเถอะ ไม่ต้องห่วงเรื่องฝน เพราะมันตกตลอดปีอยู่แล้ว ฮ่าๆๆๆๆ ก็แหม เรื่องจริงนี่คะ โดยเฉพาะสมัยนี้ ยุคโลกร้อน อากาศแปรปรวน กะยากค่ะ อย่างพี่สาวฉันเคยมาครั้งหนึ่ง ก่อนที่พี่จะมา อากาศดีทั้งอาทิตย์เลย พี่มาเจ็ดวัน เจอฝนตก อากาศหนาวชื้นทุกวัน พอพี่กลับไป วันรุ่งขึ้นฝนก็หยุด ฟ้าใส อากาศเย็นสบายไปอีกหนึ่งอาทิตย์

แผนที่แสดงอุณหภูมิเกาะไต้หวัน 26 มิ.ย. 2020

แต่ช่วงเวลาเดียวที่ฉันยืนยันหนักแน่นบอกเพื่อนๆ ทุกคนว่า อย่ามาช่วงหน้าร้อนเด็ดขาด! เพราะไทเปตอนหน้าร้อนนี่ร้อนมากกกกกกก ก.ไก่ล้านตัวเลยนา ไม่ได้ล้อเล่น โดยเฉพาะช่วงสามสี่ปีมานี้ ฉันรู้สึกเลยค่ะว่าภาวะโลกร้อนมันรุนแรงขึ้นจริงๆ เมื่อวันที่ 23 มิถุนายนที่ผ่านมา ฉันโพสบนเฟซบุ๊กส่วนตัวว่า “เมื่อเช้าดูข่าวอากาศ เขาบอกว่า ไทเปอุณหภูมิเกิน 36 องศาสำหรับเดือนมิถุนายนนี้ มีทั้งหมด 12 วันแล้ว เมื่อกี้ข่าวช่วงเย็นบอกว่า วันนี้ไทเปตอนบ่าย 38.4 องศา สูงสุดของเกาะ!” เพื่อนเข้ามาคอมเมนต์ว่าทางญี่ปุ่นก็ร้อน ฉันเลยเล่าต่อให้เพื่อนฟังว่า ฉันสอนที่โรงเรียนเสร็จ กลับบ้านช่วงเกือบเที่ยง ขนาดเดินหลบแดดใต้หลังคาแล้วนะ ช่วงที่ต้องออกแดดก็กางร่มกันยูวีรีบๆ เดิน กลับถึงบ้าน ต้องเปิดตู้เย็นเอาเจลว่านหางจระเข้มาทาหน้า เพราะหน้าแสบไปหมด นึกว่าหน้าไหม้หมดซะแล้ว แดดที่นี่โดนแล้วเจ็บค่ะ ไม่ใช่ฉันคนเดียวที่คิดแบบนี้นะ คุณหม่ามี้ของฉันก็บอกเช่นเดียวกันค่ะ เฮ้อ! ไม่รู้ว่าเพราะสภาพภูมิประเทศที่เป็นแอ่งกระทะรึเปล่านะ เจอภูเขาปิดล้อมไว้ ความร้อนมันก็เลยอบอวลอยู่ในตัวเมือง เดาเอาค่ะ แหะๆ

ค่าเข้าชมสำหรับผู้ใหญ่ วันธรรมดา 95 หยวน วันหยุด 120 หยวน

แต่ถ้าหากว่าเกิดมาเที่ยวไต้หวันช่วงเดือนมิถุนายน-สิงหาคมจริงๆ ฉันแนะนำว่าให้ขึ้นไปเที่ยวบนเขาค่ะ เพราะอากาศจะเย็นสบาย อ้อ! แต่ถ้าเกิดเจอฝนตก ห้ามขึ้นเขานะคะ เพราะอาจเกิดอันตรายจากดินถล่มได้ เจออากาศร้อนจ๊ากของไทเปช่วงเดือนมิถุนายนปีนี้ ก็เลยคิดว่าสัปดาห์นี้มาแนะนำที่เที่ยวสำหรับหน้าร้อน ที่ไม่ไกลจากไทเปกันดีกว่านะคะ เอาใจคนอ่านสายเที่ยวกันบ้าง

วิวมุมสูงจากบนเขา

เมื่อสี่ปีก่อน สืบเนื่องจากเราสองคนทนอุณหภูมิ 38 องศาเซลเซียสในไทเปไม่ไหวแล้ว เลยคิดขึ้นเขาไปหาอากาศเย็นๆ ซะหน่อย และที่ ‘หมิงฉือเซินหลินโหยวเล่อชวี – 明池森林游樂區 – Ming Chi Recreational Forest Park’ นี้เป็นที่ที่ฉันอยากไปมานานแล้ว เพียงแต่โรงแรมที่อยู่ในบริเวณสวนป่าแห่งนี้มีอยู่แห่งเดียวจึงจองยากมาก แต่นั่นล่ะค่ะ ปาฏิหาริย์มีจริง (ไม่เชื่ออย่าลบหลู่ 😉) ขึ้นไปเช็กในอินเทอร์เน็ต มีเหลืออยู่แค่สองวันในเดือนสิงหาคม (เข้ามาจองตอนกลางเดือนกรกฎาคม) ที่มีห้องพักว่างให้เรา ฮูเร! ในที่สุดฝันของฉันก็เป็นจริง เก็บเสื้อผ้ายัดใส่กระเป๋านับวันรอหนีร้อนไปพึ่งเย็น ฮ่าๆๆ😄

ที่จริงแล้วจะไปเช้าเย็นกลับก็ได้ แต่คุณนายฮวงกลัวคนขับรถจะเหนื่อยน่ะค่ะ เลยไปค้างดีกว่า เพราะถึงแม้อี๋หลันจะใกล้ไทเปมาก แต่การขับขึ้นภูเขานี่ต้องขับแบบระมัดระวัง ไปเรื่อยๆ เร็วนักไม่ได้ อันตรายค่ะ ถนนแคบแค่เลนเดียว แล้วต้องคอยระวังเบี่ยงกันกับรถที่สวนมาอีก แถมบางช่วงโค้งแบบหักศอก (จริงๆ หลายช่วงนับไม่ถ้วนค่ะ) ตอนขับบนถนนยังโอนะ พอเหลือบมองแผนที่อากู๋เท่านั้นล่ะ… เมารถเลย ฮ่าฮ่าฮ่า แต่พอขึ้นไปถึงที่หมายแล้วนี่ บอกได้เลยค่ะ สวรรค์จริงๆ เราขึ้นไปถึงโรงแรม 明池山莊-หมิงฉือซันจวง ประมาณบ่ายสอง อุณหภูมิอยู่ที่ 22 องศา เนื่องจากเวลาเช็กอินคือบ่ายสาม เราเลยไปเดินสำรวจบริเวณกันก่อน เดินออกมาจากล็อบบี้ เลี้ยวซ้ายมาเป็นห้องอาหารหนึ่งเดียวของโรงแรม เดินต่อมาจะเห็นต้นไม้อายุ 1,500 ปี ซึ่งน่าเสียดายว่าปีก่อนหน้านั้นตอนไต้ฝุ่นเข้า ได้พัดยอดหักไป โชคดีที่ต้นไม้นี้ยังมีชีวิตอยู่ดี เพียงแต่กว่าจะโตแผ่กิ่งก้านสาขาออกมาคงกินเวลาอีกนาน พอบ่ายสามเราเช็กอิน เอากระเป๋าเข้าเก็บเรียบร้อย ก็ออกไปที่ทะเลสาบกันเลยค่ะ เพราะบัตรเข้าชมสวนที่ทางโรงแรมให้มาสามารถใช้ได้สองวัน ยังไงก็ไปถ่ายรูปเก็บวิวกันก่อนดีกว่า จากตรงด้านข้างห้องอาหารเป็นบันไดเดินลงไปที่สวนได้

ต้นไม้ยักษ์ที่ล้ม เห็นคุณนายฮวงตัวจิ๊ดเดียว

เข้ามาถึงในสวนนี่ สวยจนแทบลืมหายใจทีเดียวค่ะ นี่ขนาดเรามาหน้าร้อน ถ้าเป็นฤดูใบไม้ร่วงฉันคงตายไปเลยแน่ ยิ่งเป็นคนแพ้ใบไม้เปลี่ยนสีอยู่ด้วย😆 แล้วจู่ๆ ก็ได้ยินเสียงเพลงบรรเลงลอยมา ฉันยังพูดกับคุณชายเลยว่า ดีจังแฮะ มีเปิดเพลงบรรเลงด้วย ยิ่งเห็นน้องเป็ดหลายตัวลอยคอกันเอื่อยเฉื่อยในทะเลสาบ ให้บรรยากาศรื่นรมย์ดีจัง แต่พอเดินเรื่อยๆ มาจนถึงศาลาในทะเลสาบ เจอเซอร์ไพรส์ชุดใหญ่เลยค่ะ ต้นกำเนิดเสียงเพลงบรรเลงที่ได้ยินนั้นคือ สาวน้อยนั่งเล่นเชลโลอยู่ในศาลา!! โอ้ เดินเล่นรอบทะเลสาบท่ามกลางเสียงเพลงบรรเลงเพราะๆ คนก็ไม่พลุกพล่าน สวรรค์จริงๆ นี่ถ้ามีใบไม้เปลี่ยนสีอีกนะ โอ๊ย! เอาอะไรมาแลกก็ไม่ยอม😍

สวนเซน

อ้อ! เกือบลืม เรื่องสำคัญอีกเรื่อง คงเดากันได้นะคะว่าคือเรื่องกิน ฮิฮฺิ ห้องอาหารที่นี่ต้องจองโต๊ะกันหน่อยนะ เพราะด้วยความที่มีอยู่แห่งเดียว เราจะจองที่ตอนห้าโมงครึ่ง ปรากฎว่าเต็มแล้ว เลยต้องทิ้งเบอร์มือถือไว้ พอมีโต๊ะว่างเขาจะโทร.มาเรียก นี่ขนาดอยู่บนเขาสูงจากระดับน้ำทะเลถึง 1,000 เมตร ยังมีสัญญาณมือถือ และ 4G อีกด้วยนิ ไม่ธรรมดาจริงๆ ฮิฮิ และคงเป็นเพราะแบบนี้มั้ง ทางโรงแรมเลยไม่มีไว-ไฟในห้องพัก มีแต่บริเวณล็อบบี้และห้องอาหาร อาหารก็มีแบบจะสั่งเป็นจานๆ ก็ได้ แต่ดูจากราคาแล้วกินแบบเซตจะคุ้มกว่า ในเมนูมีเป็นเซตตั้งแต่ 2-3 คนขึ้นไป จนถึงขนาด 10 คน เราเลือกแบบเซต A ของ 2-3 คน ราคารวมค่าบริการแล้วอยู่ที่ 1,078 หยวนค่ะ อาหารรสชาติอร่อยใช้ได้นะคะ เพียงแต่ออกแนวภูเขาไปหน่อย ออร์เดิฟเป็นหน่อไม้ราดมายองเนสกับตับหมูหมักซอสรมควัน แล้วน้ำแกงยังเป็นไก่ต้มหน่อไม้อีก ฉันยังพูดกับคุณชายเลยว่า สงสัยขุดหน่อไม้แถวนี้มาทำกับข้าวให้เรากินแน่เลย ฮ่าๆๆ

เช้าวันรุ่งขึ้น เราก็กลับไปเดินสำรวจบริเวณสวนป่ากันอีกรอบ เที่ยวนี้เราเดินส่วนที่เป็น hiking trail ทั้งทางฝั่งทะเลสาบ และอีกฝั่งที่เป็นภูเขา ซึ่งเขาได้จัดให้เป็นสวนหย่อม ตามจุดต่างๆ มีสวนแบบเซนด้วยนะ และเมื่อไต่ไปจนถึงยอดเขา (ไม่สูงเท่าไหร่) เราก็ได้เห็นวิวทะเลสาบมุมสูง สวยไปอีกแบบ ถ้าใครสนใจลองเช็กเว็บไซต์ของทางโรงแรมดูนะคะ ถ้าจำไม่ผิดเขามีบริการรถตู้รับ-ส่งจากไทเปด้วย เว็บไซต์โรงแรมตามลิงก์นี้เลย https://makauy.lealeahotel.com/en/about_mingchi/

เห็นรูปใบไม้เปลี่ยนสีจากเว็บไซต์ของโรงแรมแล้ว กรี๊ดมากค่ะ ฉันเองกะว่าถ้ามีโอกาส จะกลับไปดูใบไม้เปลี่ยนสีให้ได้ ตั้งเป้าไว้ก่อน ฮิฮิ 😊

 

Don`t copy text!