ชีวิตคนเดินดิน

ชีวิตคนเดินดิน

โดย : คุณนายฮวง

Loading

นอกจาก นิยายออนไลน์ สนุกๆ แล้ว อ่านเอา ยังมีคอลัมน์ ‘(เรื่องเล่า) 6,200 วันในไต้หวัน’ โดย คุณนายฮวง สาวไทยสุดไฮเปอร์ที่จับพลัดจับผลูมาอยู่ไทเปได้หลายปีดีดักกับเรื่องเล่าเกี่ยวกับการใช้ชีวิตต่างแดนที่เต็มไปด้วยสีสันและมุมมองหลากหลาย เรื่องราวดีๆ ที่ อ่านเอา อยากให้คุณได้ อ่านออนไลน์

***********************************

– ชีวิตคนเดินดิน –

สนับสนุนอ่านเอาด้วยการสั่งซื้อหนังสือ “ในสวนอักษร” คลิกที่นี่

ขึ้นชื่อเรื่องขนาดนี้ ฟังแล้วเดี๋ยวจะนึกว่าเป็นเรื่องชีวิตรันทด บาปซ้ำกรรมกระทืบอะไรแบบนั้น จริงๆ คืออยากเล่าให้ฟังถึงการเดินถนนในไทเปน่ะค่ะ แต่มีแอบเศร้าเล็กๆ นิดนึง คือเมื่อประมาณต้นเดือนสิงหาคมที่ผ่านมา มีข่าวหญิงชายคู่หนึ่งถูกรถบรรทุกเล็กชนที่สี่แยกขณะกำลังข้ามถนน โดยที่ทั้งคู่ข้ามตามสัญญาณไฟของคนข้ามถนนที่กำลังเขียวอยู่ รถบรรทุกเลี้ยวซ้ายมาอย่างเร็ว ประมาณฝ่าไฟเหลือง+แดงออกมา (อ้อ ที่ไต้หวันนี่เดินรถทางด้านขวา คนละฝั่งกับเมืองไทยนะคะ) คนขับรถบรรทุกอ้างว่าไม่เห็นคนข้ามถนน😠 แต่จากกล้องวงจรปิดที่สี่แยกแสดงให้เห็นว่า ขับมาอย่างเร็วเพราะกลัวติดไฟแดง เลี้ยวแบบรีบมาก ผู้ชายรอดโดยมีรอยฟกช้ำดำเขียวเล็กน้อย แต่ผู้หญิงเสียชีวิตเนื่องจากการบาดเจ็บที่ศีรษะฟาดพื้น

จากข่าวนี้จึงทำให้ประชาชนคนเดินดินทั้งหลายโกรธแค้นมาก นำมาสู่ประเด็นถกเถียงที่มีกันมานานถึงเรื่องคนขับขี่รถทั้งหลายไม่ให้ความสำคัญกับสัญญาณไฟคนข้ามถนน ซึ่งจริงๆ แล้ว (ตามกฎจราจรสากลเลยนะ) รถทุกชนิดต้องหยุดเมื่อสัญญาณไฟของคนข้ามเป็นเขียว ตามสถิติจากทางกรมตำรวจ 60% ของอุบัติเหตุทางถนนเกิดตรงสี่แยกนี่แหละ เมื่อปีที่แล้วมีคนเดินถนนเสียชีวิตถึง 458 คน เพิ่มขึ้นถึง 12.8% จากปีก่อนหน้า ดังนั้นทางหน่วยงานที่รับผิดชอบเกี่ยวกับการจราจรทั้งหลาย จึงต้องออกมาประกาศว่าจะเอาจริงกับพวกรถและสกูตเตอร์ที่ไม่หยุดให้คนข้ามถนนที่ทางแยกเมื่อสัญญาณไฟของคนข้ามถนนเป็นเขียว โดยเริ่มจับแล้วปรับกันตั้งแต่วันที่ 1 กันยายน 2020 ที่ผ่านมา ค่าปรับขั้นสูงสุดคือ 3,600 หยวน ฉันดูข่าวคืนวันที่ 1 แล้วก็ต้องถอนหายใจ ขนาดเขาประกาศเตือนว่าจะเอาจริงแล้วนะ แค่วันแรกก็เกิดการจับปรับกันไปถึงเจ็ดพันกว่าราย นี่เฉพาะในละแวกไทเปนะคะ ฉันว่าขึ้นค่าปรับสูงกว่านี้ดีกว่านะ อาจจะได้ผลเร็วยิ่งขึ้น

เลยทำให้นึกถึงตอนที่เริ่มเรียนภาษาจีนที่ซือต้าใหม่ๆ มีอยู่วันหนึ่งเรียนเสร็จออกมาหาข้าวกลางวันกินเสร็จเรียบร้อย กำลังเดินกลับไปห้องสมุด รอข้ามถนนอยู่ตรงสามแยกหน้ามหาลัยซือต้านั่นล่ะ พอสัญญาณคนข้ามเขียวปุ๊ป ฉันก็ย่างเท้าเพื่อข้ามปั๊บ แล้วก็ต้องชักเท้ากลับด้วยความตกใจทันที เพราะมีสกูตเตอร์ฝ่าไฟแดงเลี้ยวขวามา คนขี่เป็นผู้ชายนั่นหักเบี่ยงออกไปเพื่อหลบฉัน แล้วก็จอดฉึกหันมาด่าฉันล้งเล้งเป็นภาษาจีน โอ้โฮเฮ้ย ทำผิดแล้วมาด่าเค้าอีก มีหรือคุณนายฮวงจะยอม (ไทยนี้รักสงบ แต่ถึงรบไม่ขลาด🎵) ด่ากลับสิคะทั้งไทย จีน อังกฤษนั่นล่ะ นึกคำไหนออกก็ตะโกนไล่หลังมันไปเลย หนอย ด่าเขาแล้วขี่หนีไป เป็นผู้ชายแบบไหนวะ (ขออภัยค่ะ ไม่ค่อยสุภาพ แต่พอนึกถึงตอนนั้นแล้วของขึ้น😅) นี่ฉันก็ได้แต่หวังว่า ตำรวจจะเอาจริง ไม่ใช่แค่ไปดักจับวันสองวันนะ จะให้บ้านเมืองเป็นระเบียบ เคารพกฎหมายกัน ต้องเอาจริง จับปรับกันหนักๆ ไปเลย มันถึงจะได้ผล

สะพานที่มีทำทางเดินเท้าไว้ให้คนเดินด้วย

ว่ากันถึงเรื่องทำให้ควันออกหูไปแล้ว😆 ตานี้มาเล่าถึงแง่ดีๆที่ฉันชอบมั่งแล้วกันนะคะ ตอนมาถึงใหม่ๆเลยนี่ ฉันออกจะชอบกับวิธีการสร้างตึกแถวของไต้หวัน คือที่ไทยเราพวกตึกแถวตามถนนมักจะไม่ค่อยมีกันสาดกันใช่ไหมคะ บางแห่งอาจจะมีการต่อผ้าใบออกมาบ้าง แต่พอมาถึงเกาะนี้ ห้องแถวตามถนนสร้างหลังคากันออกมาเกือบทั้งนั้น โดยเฉพาะที่เป็นแบบกงอวี้ (เคยอธิบายไว้ในบทบ้านในไต้หวัน) ดังนั้น ฝนตกแดดออก อิฉันก็เดินตามถนนได้แบบชิลๆ หรือถ้าลืมร่ม แล้วเจอฝนตก ก็ยืนหลบฝนได้สบายๆ ไม่ต้องยืนตัวลีบคอยหลบคนที่เขาจะเดินต่อแบบแถวเยาวราช 😁 บางทีอาจจะเจอสกูตเตอร์จอดกันเป็นพรืดบ้าง แต่ก็ยังเดินได้โอเคอยู่

รูปตึกแถวตามถนนที่สร้างหลังคายื่นออกมาคลุมทางเดินเท้า
รถเมล์ในไทเปบางสาย มีนกหวีดห้อยที่ราวจับสำหรับผู้โดยสารยืนด้วยนะ แขวนไว้เป็นระยะโดยมีป้ายอธิบายว่า เอาไว้ใช้เป่าแจ้งเหตุถูกลวนลามทางเพศ(sexual harassment)

แล้วตอนแรกๆ ที่มาอยู่ อย่างแถวซอยเล็กซอยน้อยด้านหลังมหาลัยซือต้า เวลาฉันเดินไปหาข้าวกิน ก็ต้องคอยหลบรถยนต์ที่วิ่งอยู่บ้าง เพราะถนนเลนเดียว แต่จะมีพวกรถจอดกันเป็นพรืดเต็มไปหมด ก็มาจอดหลบในซอยมันไม่ต้องเสียค่าจอดไงคะ ทำความลำบากให้คนเดินถนนอย่างฉันที่ต้องคอยเดินไปๆ ต้องคอยหลบเข้าไประหว่างรถที่จอดอยู่กัน ซึ่งบางทีจอดกันแบบกันชนติดกันชนก็มี พูดถึงตรงนี้ ขอเมาท์ความไร้สำนึกของคนไต้หวันบางคนหน่อยเหอะ ฉันเคยเห็นด้วยตาตัวเองเลยนะว่า คนขับรถจะเอารถออกจากที่จอดตามซอยเล็กๆแบบนี้ ซึ่งอย่างที่เล่าน่ะว่า จอดกันแบบแทบไม่มีช่องว่างระหว่างคัน ฮีแบบเดินหน้า ถอยหลังเพื่อเอารถออก ในลักษณะที่ขับชนรถคันหน้า-หลัง ปึงไปปึงมาเลยนะ คือรถตัวเองนี่รอยรอบคันไปหมด ฉันไม่ว่าหรอกนะ แต่รถคันที่จอดข้างหน้า-ข้างหลังนี่น่ะ รถเขาดีๆ ก็ต้องมาเกิดรอยขึ้น แบบนี้ไม่ไหวนะ ไปเล่าให้เพื่อนคนไทยฟัง เขาบอกว่าเขาเคยเห็นคือ จะเอารถออก แล้วโยกอยู่นานก็ออกไม่ได้สักที คนขับเปิดประตูลงมา แล้วก็ไปถีบๆ รถคันหน้าที่จอดอยู่ด้วยความโมโหจนบังโคลนบุบเข้าไปหน่อยนึงเลย ฟังแล้วเจ็บหัวไหมคะ ตอนที่เรายังอยู่กงอวี้กันปีแรก คุณชายบอกว่าจะซื้อรถ ฉันถึงบอกว่า ถ้าต้องจอดตามถนน อย่าซื้อเลย อยู่ไทเปใช้ระบบขนส่งมวลชนสะดวกดีแล้ว เอ้า กลับเข้าเรื่องดีๆกันต่อดีกว่า แหะๆ😅

ที่สำหรับคนเดินบนถนนไร้ทางเท้า

พออยู่ๆ ไป ก็มีการปรับปรุงเปลี่ยนแปลงเกิดขึ้น น่าจะประมาณสักสิบปีเศษได้มั้งคะ ทางเทศบาลได้มีการตีเส้นระบายสีวาดรูปบนถนนเล็กๆ ที่ไม่มีทางเดินเท้า แบ่งให้เห็นชัดเจนว่าเป็นแนวทางเดินเท้า ซึ่งถ้ารถจอดก็มีสิทธิ์ถูกลากได้ แล้วคนขับขี่รถก็ต้องระวัง อย่าล้ำเข้ามาให้เป็นอันตรายต่อคนเดินถนน แหม ฉันชอบใจมากเลย คือจะบอกว่ามันปลอดภัยขึ้นร้อยเปอร์เซ็นต์ไหม ก็ไม่เท่ากับเดินบนทางเท้าหรอกนะ เพียงแต่อย่างน้อยไม่มีรถจอดน่ะ หรือถ้าจอดก็คือแบบจอดซื้อของแป๊บๆ มันก็เดินสะดวกขึ้นอีกเยอะ อย่างน้อยรู้สึกว่าเทศบาลให้ความสำคัญกับความปลอดภัยของคนเดินถนนบ้าง มันก็ไม่ค่อยเสียดายภาษีที่เสียแต่ละปีน่ะ

รถเมล์ที่วิ่งอยู่ในไทเปจะมีหน้าต่างที่เป็นทางหนีฉุกเฉิน โดยมีที่เคาะกระจกแขวนอยู่ (สังเกตุที่ลูกศรสีขาว) และตรงที่ลูกศรสีแดงชี้นั่นคือ วงกลมสีแดงที่เป็นจุดให้เคาะกระจกให้แตก กระจกเป็น tempered glass ค่ะเคาะแล้วแตกแบบปลอดภัย

เรื่องสุดท้ายคือสัญญาณไฟข้ามถนนตามสี่แยกใหญ่ๆ ที่มีคนเดินข้ามถนนมากหน่อย คือเป็นสัญญาณแบบให้คนข้ามเฉพาะเลย รถทุกด้านหยุดหมดเพื่อให้คนข้าม ดังนั้นถ้าฉันจะเดินข้ามถนนแบบทแยงมุมก็สามารถทำได้ อันนี้ตอนมาใหม่ๆ ก็ยังไม่เห็นหรอกค่ะ แต่พออยู่ๆ ไปก็เห็นมีเพิ่มขึ้นเรื่อยๆ ซึ่งสำหรับฉัน ฉันว่าสะดวกดีเหมือนกัน จะได้ไม่ต้องข้ามไปครั้งหนึ่ง แล้วก็ต้องไปยืนรอเพื่อข้ามต่ออีกครั้ง แต่บางครั้งเวลารีบๆ แล้วพลาดการข้ามไป ก็ต้องรออีกนานพอควร อิอิ ถ้าใครมาเที่ยวไทเป ลองสังเกตุดูนะคะ แถวบริเวณแหล่งช้อปปิ้งที่เขตซิ่นอี้นั่นน่ะ เกือบทุกสี่แยกเลยที่จะเป็นแบบนั้น บนถนนมีเวลาของการเดินข้ามถนนแบบทแยงมุมเขียนบอกไว้ชัดเจน คือถ้าช่วงเวลาที่คนเดินถนนน้อยหน่อย ก็เป็นสัญญาณการข้ามแบบปกติคือ ข้ามทีละฝั่งถนน อ้อ แล้วถนนบางสายโดยเฉพาะแถวแหล่งช้อปปิ้งซิ่นอี้ บนทางเท้าจะมีการแบ่งเขตสำหรับคนเดินถนนกับคนขี่จักรยานด้วยนะ

ถ้ายังไงสังเกตกันสักนิดละกัน เพื่อความปลอดภัยในการเดินถนนนะคะ คุณนายฮวงจริงจังจริงใจ ห่วงใยทุกเวลาค่ะ (ปิดท้ายด้วยสโลแกนประจำตัวซะหน่อย ฮ่าๆ😄)

Don`t copy text!