萬安演習 – วั้นอันเอี่ยนสี

萬安演習 – วั้นอันเอี่ยนสี

โดย : คุณนายฮวง

Loading

นอกจาก นิยายออนไลน์ สนุกๆ แล้ว อ่านเอา ยังมีคอลัมน์ ‘(เรื่องเล่า) 6,200 วันในไต้หวัน’ โดย คุณนายฮวง สาวไทยสุดไฮเปอร์ที่จับพลัดจับผลูมาอยู่ไทเปได้หลายปีดีดักกับเรื่องเล่าเกี่ยวกับการใช้ชีวิตต่างแดนที่เต็มไปด้วยสีสันและมุมมองหลากหลาย เรื่องราวดีๆ ที่ อ่านเอา อยากให้คุณได้ อ่านออนไลน์

***********************************

– 萬安演習 – วั้นอันเอี่ยนสี –

สนับสนุนอ่านเอาด้วยการสั่งซื้อหนังสือ “ในสวนอักษร” คลิกที่นี่

ฉันว่าจะเล่าให้ฟังถึงเรื่องนี้ แล้วก็มีเรื่องอื่นๆมาดึงความสนใจไปจนลืมสนิท😅 萬安演習 – วั้นอันเอี่ยนสี หรือ Annual Air Defense Drill เป็นการซ้อมรับมือภัยจากการโจมตีทางอากาศประจำปีของไต้หวัน โดยปีนี้จัดขึ้นเมื่อวันที่ 14 กรกฎาคมที่ผ่านมา ปี 2020 นี้นับเป็นครั้งที่ 43 แล้วค่ะ โดยปกติปีที่ผ่านๆ มา (เอาเป็นว่า เท่าที่ฉันอยู่มาดีกว่านะคะ) จะแบ่งเขตจัดเป็นภาคเหนือ, กลาง, และใต้ ทำการซ้อมไล่ไปเขตละวัน กินเวลาประมาณครึ่งชั่วโมง ตั้งแต่เวลาประมาณ 13.30-14.00 น. ในครึ่งชั่วโมงนั้นทุกคนต้องอยู่ในตัวอาคาร หน่วยงานราชการ, ธนาคาร, หรือร้านค้าตามถนน ต้องปิดประตู หยุดกิจกรรมทุกอย่าง คนที่อยู่บ้านต้องปิดไฟ ปิดแก๊ส คนขับขี่รถอยู่บนถนนก็ต้องจอดเข้าข้างทาง รถไฟวิ่งได้ แต่ถ้าถึงสถานีผู้โดยสารลงจากรถไฟแล้วห้ามออกจากสถานี (รวมไปถึงรถไฟฟ้า MRT ด้วยนะ) จะมีเสียงไซเรนดังเตือนขึ้นเป็นสัญญาณเมื่อเริ่มและจบการซ้อม

สภาพถนนช่วงครึ่งชั่วโมง ที่คุณนายฮวงนั่งอยู่ในรถตัวเอง จนเกือบกลายเป็นยีราฟอบเกรียม

แต่เนื่องจากปีนี้มีเรื่องไวรัสโควิด-19 เพื่อหลีกเลี่ยงการกระจุกตัวของมวลชน โดยเฉพาะอย่างยิ่งในสถานีรถไฟฟ้าที่ส่วนใหญ่อยู่ใต้ดิน จึงมีการปรับเปลี่ยนเล็กน้อย กล่าวคือ ในครึ่งชั่วโมงของการซ้อมปีนี้ ประชาชนดำเนินชีวิตตามปกติได้ ไม่ต้องมีการหยุดกิจกรรมทั้งหลายที่ทำอยู่ และจัดแค่วันเดียวรวมหมดทั้งเกาะใหญ่และเกาะเล็กๆ เช่นเกาะเผิงหู จินเหมิน หม่าจู่ แต่การส่งข้อความเตือนเข้าโทรศัพท์มือถือของประชาชนเมื่อเริ่มและจบการซ้อมยังคงมีส่งเข้ามาอยู่ตามปกติ เรื่องส่งข้อความเข้ามือถือนี่ ขอบอกว่าไวมากๆ ค่ะ อย่างบางทีมีแผ่นดินไหว ฉันยังไม่รู้สึกด้วยซ้ำ แต่รู้จากข้อความที่ส่งเข้ามาทางมือถือนี่ล่ะ

ข้อความ SMS แจ้งเริ่มซ้อมวั้นอันเอี่ยนสีและแจ้งสิ้นสุดการซ้อม

จุดประสงค์ของ ‘萬安演習 – วั้นอันเอี่ยนสี’ นี้คือ เพื่อทดสอบสมรรถภาพทางการรบและการเตรียมรับมือการโจมตีด้วยขีปนาวุธ อีกทั้งเพื่อทดสอบระบบการแจ้งเตือนภัยทางอากาศของไต้หวัน ด้วยการส่ง SMS เข้ามือถือของประชาชน โดยมุ่งหวังให้เกิดความเสียหายต่อชีวิตและทรัพย์สินของพลเมืองให้น้อยที่สุด และที่ปีนี้ไม่เหมือนกับปีก่อนๆ อีกอย่างนึงก็คือ มีการถ่ายทอดสดทางทีวีให้ดูการซ้อมรบทางทหารด้วยค่ะ ส่วนใหญ่ฉันจะเห็นภาพข่าวที่ทหารซ้อมรบกันอยู่ในวันนั้นจากข่าวภาคค่ำ แต่ปีนี้ช่องข่าวทุกช่องมีการถ่ายทอดสดให้ดู คงเป็นเพราะปีนี้มีข่าวความไม่พอใจของจีนแผ่นดินใหญ่ต่อไต้หวันมาตลอด รัฐบาลคงต้องการให้ชาวไต้หวันมีความมั่นใจในศักยภาพทางทหารมั้ง จึงมีการบอกล่วงหน้าว่าจะมีถ่ายทอดสดให้ดู ขอออกตัวก่อนนะคะว่านี่คือการคาดเดาของฉัน โดยประมวลจากข่าวต่างๆ ที่อ่านมา และเมื่อวันที่ 10 เดือนกันยายนนี้เอง ก็มีเครื่องบินรบของจีนแผ่นดินใหญ่บินเข้ามาในเขตป้องกันภัยทางอากาศของไต้หวัน ไม่แน่ใจว่าเป็นเพราะมีเจ้าหน้าที่ระดับสูงของรัฐบาลสหรัฐอเมริกาคนหนึ่ง บินมาร่วมงานศพของอดีตประธานาธิบดีลีเติงฮุยเมื่อวันที่ 18-19 กันยายนรึเปล่านะคะ และจนถึงวันนี้ฉันยังเห็นข่าว ซึ่งเสนอภาพเครื่องบินที่บินอยู่บริเวณรอบๆ เกาะและบริเวณใกล้เคียง ประมาณคล้ายๆ จากจอเรดาร์น่ะค่ะ มีบินกันเป็นสิบๆ ลำ ก็ไม่รู้เหมือนกันว่าของใครบ้าง แล้วก็มีการทำโพลสำรวจความคิดเห็นของประชาชนว่า คิดว่าอเมริกาจะช่วยไต้หวันหรือไม่ ถ้าทางจีนแผ่นดินใหญ่โจมตีไต้หวันขึ้นมาจริงๆ เฮ้อ! อยู่เกาะนี้ ใจหายใจคว่ำกับภัยธรรมชาติก็แย่แล้ว นี่ยังมีเครื่องบินรบมาบินกันให้วุ่นอีก ฉันน่ะไม่ชอบสงครามหรือความรุนแรงทั้งนั้นล่ะ สงครามไม่เคยก่อให้เกิดสิ่งดีๆ ต่อมนุษย์ เราเป็นคนก็น่าจะใช้วิธีการเจรจากันดีๆ ก็ได้นะ แล้วจะรบจริงหรือจะซ้อมรบก็ตาม จะเป็นจรวดมิสไซล์หรือตอร์ปิโด ถ้ามันไม่ถูกเป้าหมาย มันก็ต้องไปจบที่ไหนสักแห่ง ที่ฉันคิดว่าเป็นอันตรายต่อธรรมชาติและชีวิตสัตว์โลกอื่นๆ ที่ไม่รู้อิโหน่อิเหน่ด้วยนั่นแหละ พอนึกภาพนีโมกำลังว่ายอยู่ในมหาสมุทรอย่างเพลิดเพลิน แล้วโดนตอร์ปิโดชนเฉี่ยวเอา แค่นี้ฉันก็ปวดใจแล้วล่ะค่ะ

ภาพ :
https://www.nytimes.com

คุยเรื่องที่ทำให้ใจไม่เหี่ยวกันบ้างดีกว่านะคะ หลายปีก่อนนู้นที่มีวั้นอันเอี่ยนสี มีปีหนึ่งพอดีลงไปทำธุระกันที่เกาสง ก็เลยลืมๆ ไปว่าวันไหนที่เป็นวันของทางใต้ซ้อม คุณชายสั่งให้ฉันขับรถไปรับเขาที่บ้านพี่ชาย ฉันก็ขับออกไป ไม่ทันไรเลย เจอตำรวจโบกไล่ให้จอดรถเข้าข้างทาง สั่งให้ดับเครื่องอีกตะหาก แล้วตอนบ่ายครึ่งหน้าร้อนของเกาสงอีก โอ้โฮ วันนั้นอิฉันเกิอบกลายเป็นยีราฟอบเกรียมเลยล่ะ นั่งพัดอยู่ในรถกลางแดดเปรี้ยงครึ่งชั่วโมง พัดไปก็เจริญพรคุณชายไป พอเจอหน้ากัน ฮีขอโทษ บอกว่าลืม!! มีอีกครั้งหนึ่ง น่าจะก่อนปีที่เกาสงหลายปีเลยมั้ง คิดว่าเป็นช่วงปีแรกๆ ที่มาอยู่ ฉันเคยติดอยู่บนรถเมล์ในวันที่มีการซ้อม พอถึงเวลาปุ๊บ คนขับรถเมล์จอดเข้าข้างทางดับเครื่องเลย แล้วก็ลงจากรถไปนั่งสูบบุหรี่อยู่ริมถนน บนรถเมล์เลยเหลือฉันอยู่คนเดียว ร้อนเอาเรื่อง แต่เนื่องจากหอบของพะรุงพะรัง ก็เลยต้องทนนั่งไป พอครบครึ่งชั่วโมงคนขับก็กลับมาติดเครื่องขับต่อไป ครึ่งชั่วโมงนั้นทุกอย่างหยุดหมด ไม่มีคนเดินอยู่บนถนนเลยค่ะ ก็อย่างว่าแหละ รู้กันแล้วก็คงเตรียมตัวกันว่าจะเอายังไง มีคุณนายฮวงนี่ล่ะที่ไม่รู้เรื่องกับเขา😆

ประธานาธิบดีไช่อิงเหวินชมการซ้อมรบ

พอพูดถึง “ไม่รู้เรื่องกับเขา” เลยทำให้นึกถึงพี่แหม่ม พี่ที่เคยมาประจำทำงานอยู่ที่ไทเป ฉันรู้จักกับพี่แหม่มตั้งแต่ปีแรกที่มาถึง พี่แหม่มกับฉันตอนนั้นเพิ่งมาอยู่ไทเปกันได้ไม่นาน ภาษาจีนก็พูดได้กันแบบงูๆ ปลาๆ ครั้งแรกที่เราเจอกับวั้นอันเอี่ยนสีนี่ ฉันนั่งทำการบ้านอยู่ในห้องสมุดที่ซือต้า เลยไม่ได้รู้เรื่องอะไรกับเขา ส่วนพี่แหม่มวันนั้นออกไปกินข้าวกลางวันช้า ขากลับก็เลยเจอตำรวจโบกไม้โบกมือให้หยุดเดิน ประมาณคงจะให้ไปยืนที่หน้าร้านริมถนนแถวนั้น พี่แหม่มก็ไม่สนใจ จวนจะถึงออฟฟิศแล้วนี่นา ข้ามถนนเดินต่ออีกนิดเดียวก็ถึงแล้ว จึงไม่หยุดเดิน ตำรวจอีกคนที่สี่แยกก็เลยยกมือกั้นไม่ให้ข้ามถนน ให้หยุดยืนริมถนนตรงนั้นเลย โดยส่งภาษาจีนพูดกับพี่แหม่ม เจ๊เธอก็งงสิคะ จึงพูดภาษาอังกฤษ (ด้วยความเคยชิน) ชี้แจงว่า ออฟฟิศของฉันอยู่แค่ฝั่งตรงข้ามถนนนี้เอง คุณตำรวจคนนั้นฟังภาษาอังกฤษไม่ออก เลยหันไปตะโกนเรียกเพื่อนๆ ตำรวจแถวนั้น คงถามว่าใครพูดอังกฤษได้บ้างมั้ย ให้มาช่วยสื่อสารกับผู้หญิงคนนี้หน่อย  ตำรวจที่ยืนๆ ควบคุมการจราจรกันอยู่แถวนั้นอีกสองสามคนก็เลยเข้ามาช่วยกันพยายามอธิบายด้วยภาษาอังกฤษงูๆ ปลาๆ ปนภาษาจีนอีก พี่แหม่มก็จับความได้ว่าห้ามเดิน เอ๊ะ ทำไมล่ะ แล้วก็เลยลองใช้ความรู้ภาษาจีนที่เรียนมาถามตำรวจว่า “ทำไมเดินไม่ได้ล่ะคะ คุณตำรวจ” พอตำรวจบอกกลับมา พี่แหม่มฟังไม่ออกตรงคำว่าวั้นอันเอี่ยนสีนี่ล่ะ แต่ด้วยความที่ตำรวจคงพูดเร็วๆ พี่แหม่มฟังเหมือนสามคำ ก็เลยนึกว่าเป็นชื่อคน เลยถามตำรวจกลับว่า “他很有名嗎?- ทาเหินโหย่วหมิงมา? = เขาดังมากเหรอ?” เท่านั้นล่ะค่ะ ตำรวจแตกฮือแยกย้ายกันไปคนละทิศละทาง รู้ละว่าสื่อสารกันไม่รู้เรื่องแน่นอน 😂😆😂

Don`t copy text!