พิพิธภัณฑ์กลางแจ้งที่ใหญ่ที่สุดในไต้หวัน

พิพิธภัณฑ์กลางแจ้งที่ใหญ่ที่สุดในไต้หวัน

โดย : คุณนายฮวง

Loading

นอกจาก นิยายออนไลน์ สนุกๆ แล้ว อ่านเอา ยังมีคอลัมน์ ‘(เรื่องเล่า) 6,200 วันในไต้หวัน’ โดย คุณนายฮวง สาวไทยสุดไฮเปอร์ที่จับพลัดจับผลูมาอยู่ไทเปได้หลายปีดีดักกับเรื่องเล่าเกี่ยวกับการใช้ชีวิตในต่างแดนที่เต็มไปด้วยสีสันและมุมมองหลากหลาย เรื่องราวดีๆ ที่ อ่านเอา อยากให้คุณได้ อ่านออนไลน์

***********************************

นานๆ ทีไทเปจะมีวันอากาศดีมากๆ ให้อิฉันได้กระดี๊กระด๊า และเป็นวันธรรมดาที่คุณชายว่างไม่ต้องไปสอนอีกด้วยนี่สิ ยิ่งหายากเข้าไปใหญ่ ดังนั้น เมื่อวันที่ 11 เดือน 11 ที่ผ่านมา ในขณะที่ชาวประชาทั้งหลายกำลังกระหน่ำช้อปออนไลน์กัน เราสองคนก็ไปเริงร่าสูดออกซิเจนแบบเต็มปอดกันที่ Ju Ming Museum ที่เชิงเขาในเขตจินซัน เมืองนิวไทเปกันแบบชิลๆ เพราะอากาศเย็นสบาย ท้องฟ้าสดใส คนก็ไม่พลุกพล่าน เราสองคนเดินถ่ายรูปกันแบบสบายๆ เพราะจูหมิงมิวเซียมนี้เป็นพิพิธภัณฑ์กลางแจ้งที่ใหญ่ที่สุดในไต้หวันค่ะ

คงต้องเล่าก่อนว่าผู้ก่อตั้งพิพิธภัณฑ์แห่งนี้คือคุณจูหมิง – 朱銘 ซึ่งเป็นประติมากรชื่อดังคนหนึ่งของไต้หวันในยุคปัจจุบัน มีชื่อเสียงในระดับนานาชาติทีเดียว เคยเปิดนิทรรศการแสดงผลงานมาแล้วในหลายๆ ประเทศ เช่น อเมริกา แคนาดา ญี่ปุ่น ฮ่องกง ฯลฯ

คุณจูหมิงเกิดเมื่อปี ค.ศ.1938 ซึ่งเป็นยุคที่ญี่ปุ่นปกครองไต้หวันอยู่ ตามที่ฉันดูวิดีโอในมิวเซียมมา คุณจูเล่าว่า คุณพ่อของคุณจูเอาคุณจูไปฝากให้เรียนแกะสลักไม้ ที่วัดแถวบ้านหลังจากที่เรียนจบชั้นประถมศึกษา ประมาณพูดแบบทีเล่นทีจริงกับอาจารย์ว่า “ลูกอั๊วคนเล็กนี่มันแววดีนะ สนใจจะรับเป็นลูกศิษย์มั้ยล่ะ” และนั่นคือจุดเริ่มต้นของการทำงานศิลปะของคุณจูหมิง หลังจากฝึกฝีมือพัฒนาการแกะสลักมาเรื่อยๆ จนเปิดสตูดิโอเป็นของตัวเองแล้วก็ตาม แต่คุณจูหมิงยังไม่พอใจ มีความรู้สึกว่าตัวเองน่าจะสร้างสรรค์ผลงานทางศิลปะได้ดีกว่านี้ จึงตัดสินใจนำผลงานของตัวเองไปเคาะประตูบ้านคุณหยังอิงฟง – 楊英風 ประติมากรชื่อดังสุดๆ อีกคนหนึ่งของไต้หวัน ขอฝากเนื้อฝากตัวเป็นลูกศิษย์ คุณหยังพิจารณาจากผลงานที่คุณจูถือติดมือไปให้ดูแล้วก็ตัดสินใจรับเป็นลูกศิษย์ทันที และเป็นคนตั้งชื่อจูหมิงนี้ให้ด้วย (จูหมิงชื่อเดิมคือจูชวนไท่ – 朱川泰)

มวยไท้เก๊ก

ผลงานส่วนใหญ่ของคุณจูหมิงแรงบันดาลใจมาจากสิ่งที่พบเห็นในชีวิต อย่างเช่นผลงานชุด ไท่จี๋ (ที่เราชอบเรียกกันว่ามวยไท้เก๊กนั่นล่ะค่ะ) Taichi Series ที่มีชื่อเสียงเป็นที่รู้จักไปทั่วโลก นั่นก็เกิดจากการที่คุณจูศึกษาฝึกฝนมวยไท้เก๊ก คุณจูเคยให้สัมภาษณ์ถึงแรงบันดาลใจในการสร้างสรรค์ผลงานชุด The Living World Series ว่า “ผมเป็นส่วนหนึ่งของสังคมมนุษย์ และผมก็รู้จักมนุษย์ดีกว่าสิ่งอื่นใด หัวข้อนี้ทำให้ผมมีอิสระในการสร้างสรรค์มากขึ้นและเปิดโอกาสให้ผมได้มองลึกลงไปในปัญหาของชีวิต ผมหวังว่าผมจะสามารถค้นพบความจริงบางอย่างในระหว่างกระบวนการสร้างงานประติมากรรม” ซึ่งฉันว่า ก็มีเหตุมีผลดีนะคะ จะทำอะไรก็แล้วแต่ มันต้องเกิดจากความสนใจ และเราพอจะมีความรู้หรือคุ้นเคยอยู่บ้าง ผลงานถึงจะออกมาดี

ฉันได้เห็นผลงานของคุณจูครั้งแรกก็ตอนที่ธนาคารแห่งหนึ่งเป็นสปอนเซอร์นำผลงานของคุณจูบางชิ้นมาวางแสดงอยู่หน้าตึกที่ทำการ ฉันเดินเล่นไปมาอยู่ละแวกแหล่งช้อปปิ้งซิ่นอี้ แล้วก็มาเจอเข้า เลยถือโอกาสถ่ายรูปด้วยซะเลย รู้สึกจะมีรูปอยู่ในบทเรื่องของศิลปะและวัฒนธรรมนะคะ ลองค้นหาอ่านดูกัน น่าจะเป็นบทค่อนข้างแรกๆ พอสมควร ตอนนั้นก็ชอบว่า งานเค้าน่ารักสะท้อนถึงชีวิตคนยุคใหม่ดีแฮะ แต่พอไปจูหมิงมิวเซียม (ขออนุญาตเรียกแบบนี้นะคะ) ที่จินซันแล้วนี่คุณนายฮวงยิ่งกรี๊ดกร๊าดหนักขึ้นไปอีก😁

สองคนกะคุณชายเดินไปๆ ประเดี๋ยวก็อุทานกัน… Wow! That’s so cool 😍 เกือบตลอดทาง เป็นมิวเซียมกลางแจ้งที่เดินแล้วนึกว่ากำลังเดินอยู่ในสวนสาธารณะดีๆ นี่เอง มีงานประติมากรรมวางอยู่ตามรายทางให้ถ่ายรูปด้วยไปเรื่อยๆ แล้วก็เป็นมิวเซียมกลางแจ้งที่มีการดีไซน์ภูมิสถาปัตย์ได้ดีมาก เดินแล้วไม่มีทางพลาดจุดไหนเลยในบริเวณพื้นที่ 11 เฮกตาร์ (ประมาณ 110,000 ตารางเมตร) ที่ฉันชอบที่สุดก็คือเรือรบและทหารเรือค่ะ อลังการสวยสุดๆ แล้วก็บรรดาพลร่มที่ห้อยต่องแต่งอยู่หน้าตึกหลัก (ที่มีงานนิทรรศการของศิลปินคนอื่นๆ จัดแสดงผลัดเปลี่ยนไปเรื่อยๆ) ก็กิ๊บเก๋ดี อีกจุดที่ชอบมากคือ ส่วนที่เป็นนักวิทยาศาสตร์ชื่อดังทั้งหลาย คุณนายฮวงได้ถ่ายรูปคู่กับ (รูปปั้นของ) ไอน์สไตน์ก็วันนั้นล่ะค่ะ😊

ไอน์สไตนน์

มิวเซียมนี้คุณจูหมิงลงทุนสร้างและออกแบบเองทั้งหมด ใช้เวลาถึง 12 ปีกว่าจะสร้างเสร็จสมบูรณ์ เป็นอีกหนึ่งมิวเซียมที่ชอบ จะเสียนิดเดียวก็ตรงร้านกาแฟไม่มีของให้กินเท่าไหร่ ฉันจะกินแซนด์วิชไก่อบก็ดันหมดทั้งๆ ที่เกือบเที่ยงแค่นั้นเอง เลยสั่งชีสเค้กกินแทน ส่วนคุณชายสั่งพิซซ่าหน้าไก่กิน ซึ่งก็รสชาติธรรมดาๆ เราเห็นคนอื่นๆ เขาเอาข้าวกล่องไปนั่งกินกันเหมือนปิกนิกในสวนกัน ยังพูดกันว่า รู้งี้พกข้าวมาเองก็ดีหรอก

บริเวณที่คนนั่งกินข้าวกล่องที่พกไปเอง

แต่โดยรวมนี่ใช้ได้เลยค่ะ วิวก็ดี มองลงไปเห็นทะเล อากาศบริสุทธิ์ เดินสบายๆ คุณชายบอกว่าค่าเข้า 350 หยวนแพงไปหน่อยถ้าเทียบกับมิวเซียมอื่นๆ ไม่งั้นก็จะมาเดินออกกำลังกายเล่นกันบ่อยๆ ได้ งั้นก็มากันปีละครั้งละกันนะ 😆

บัตรเข้ามิวเซียมเป็นที่คั่นหนังสือได้ ส่วนล่างคือคูปองลดราคาเครื่องดื่มในร้านกาแฟได้ 50 หยวน

ถ้าใครชอบงานประติมากรรม แนะนำเลยค่ะ อาจจะไปยากนิดนึง ถ้าเช่ารถขับไปเองก็ได้นะคะ ขับเลียบมหาสมุทรแปซิฟิกชมวิวหยุดถ่ายรูปกันได้ด้วย หรือจะไปด้วยรถประจำทางก็ได้ ดูรายละเอียดในเว็บไซต์ของมิวเซียมได้ค่ะ https://www.juming.org.tw/mainssl/modules/MySpace/index.php?sn=ec&pg=ZC843601&lang=en

Don`t copy text!