วิญญาณพยาบาท

วิญญาณพยาบาท

โดย : หมอกมุงเมือง

Loading

บรรณาภิรมย์ โดย หมอกมุงเมือง คอลัมน์ที่อ่านเอาขอมอบความรื่นรมย์ให้กับผู้อ่านด้วยภาพปกสวยๆ และเนื้อเรื่องในแบบต่างๆ ของนักเขียนชั้นครูที่เคยผ่านมือ ผ่านตาและผ่านใจ เพื่อให้ทุกคนได้ร่วมรำลึกถึงผลงานของนักเขียนแต่ละท่านให้พอหายคิดถึงแม้เวลาจะผ่านไปแล้วเนิ่นนาน ภาพและตัวอักษรจะปรากฏให้เห็นอีกครั้งในยุคของการอ่านออนไลน์

นักอ่านหลายท่านรู้จักผลงานของ สด กูรมะโรหิต จากนวนิยายชิ้นเอก ‘ระย้า’ ที่เคยนำไปสร้างเป็นภาพยนตร์ในอดีต นอกจากนี้ ผลงานของท่านยังมีอีกหลายเรื่องที่น่าสนใจ รวมถึงนวนิยายชื่อเรื่องชวนอ่าน วิญญาณพยาบาท เรื่องนี้ด้วยเช่นกัน

สำหรับประวัติของ สด กูรมะโรหิต นั้น ท่านเกิดเมื่อวันที่ 27 เมษายน พ.ศ. 2451 จบการศึกษาจากโรงเรียนเทพศิรินทร์ ภายหลังไปเรียนต่อที่ฮ่องกงและปักกิ่งก่อนจะเดินทางกลับมารับราชการที่กระทรวงศึกษาธิการ ในด้านงานประพันธ์นั้น ท่านเริ่มด้วยการแต่งบทกวี ด้วยอายุเพียง 14 ปี และเมื่ออยู่ชั้นมัธยมปีที่หก ได้แต่ง ลิลิตราชูปตัย ลงในหนังสือพิมพ์ เทพศิรินทร์ อัจฉริยภาพทางวรรณศิลป์ของท่าน มีทั้งบทกวี เรื่องสั้น นวนิยาย สารคดี บทความ บทละคร บทภาพยนตร์ ไขปัญหาชีวิต รวมถึงงานแปลอีกด้วย

ผลงานในด้านต่างๆ นั้น ได้แก่ บทกวี ลิลิตราชูปตัย สารคดี เช่น ชุดข้อคิดจากแผ่นดินไทย นวนิยาย เช่น ปักกิ่งนครแห่งความหลัง เมื่อหิมะละลาย เจียงเฟ ระย้า นักปฏิวัติ ไฟชีวติ สิ้นเวร วิญญาณพยาบาท เป็นต้น ส่วนงานแปลนั้น ได้แก่ อัชฌาเทวี และ ชู้รักเลดี้แชตเตอร์เลย์ บทละครวิทยุประมาณ 60 เรื่อง บทภาพยนตร์ เช่น ขบวนการเสรีจีน ทาสหัวใจ พลายมลิวัลย์ และอื่นๆ อีกมากมาย

สำหรับ วิญญาณพยาบาท นั้น เมื่อเห็นเพียงชื่อเรื่อง ดูเหมือนจะเป็นนวนิยายแนวสยองขวัญสั่นประสาท แต่ในเวลาเดียวกัน นวนิยายเรื่องนี้ก็ยังได้สะท้อนภาพผ่านเหตุการณ์สังคมไทย ชีวิตของเสรีไทยในช่วงยุคสงครามมหาเอเชียบูรพาอันเป็นฉากหลัง ผ่านตัวละครเอกสามคนที่โลดแล่นด้วยเรื่องราวที่น่าสนใจชวนติดตามเป็นอย่างยิ่ง

ในท่ามกลางความสงัดของเวลาเช้ามืด ปืนนัดหนึ่งได้แผดเสียงดังสะท้านไปไกล เมื่อเสียงปืนได้เงียบไปแล้ว ก็มีเสียงร้องครวญครางขึ้นแทน เป็นเสียงของผู้ที่ได้รับบาดเจ็บอย่างสาหัส เสียงนี้ดั้งขึ้น… และดังขึ้น… จนกระทั่งในที่สุด ก็กลายเป็นเสียงตะโกนขอความช่วยเหลือ แล้วต่อจากนั้นก็แผ่วเบาลง… เบาลงจนเงียบหายไป

เหตุการณ์นี้เกิดขึ้นในเขตบ้านภูไท ของพระยาวิชิตเดชอุดม กับคุณหญิงที่ไม่รู้เลยว่ามีใครคนหนึ่งกำลังยืนฟังเสียงแห่งความตายนั้นจนเงียบลงไปในที่สุด ตราบจนถึงรุ่งเช้า ทุกคนจึงรู้ว่า นายกล่ำ ชาวบ้านแถวนั้นชะตาขาด ถูก ‘ปืนผูก’ อาวุธที่ใช้สำหรับดักล่าสัตว์ยิงเข้าใส่ และตายอย่างสยดสยอง แม้ว่านายกล่ำจะเป็นมิจฉาชีพ ชอบลักขโมยสับปะรดในไร่ของของเจ้าคุณวิชิตอยู่เป็นประจำก็ตาม

++++++++++++++++++++

ในเวลานี้เอง วิสูตร ทายาทของหลวงไมตรี ผู้เดินทางมาพักผ่อนในไร่ กลับรู้สึกสงสัยว่าการตายที่เกิดขึ้นนี้ไม่น่าจะเป็นเรื่องธรรมดา มันดูเหมือนว่าจะถูกวางแผนเอาไว้แล้ว เพราะว่านายกล้ำมักจะลักลอบเข้ามาในไร่ช่วงเวลานี้ ตำแหน่งนี้พอดี และปืนผูกก็ถูกวางตำแหน่งเอาไว้อย่างพอเหมาะ เหมือนรับรู้จังหวะเวลาของการสังหาร

วิสูตรมีความรักกับยวนใจ ธิดาพระมนูวิทย์เวทย์สุวรรณ ที่เป็นสหายของเจ้าคุณวิชิต โดยไม่ล่วงรู้เลยว่า วิทยา ลูกชายคนเดียวของพระยาวิชิตเอง ก็แอบชอบพอรักใคร่ยวนใจอยู่ แต่ยวนใจไม่ได้รักวิทยา เพราะนิสัยใจคออีกฝ่ายค่อนข้างเลือดร้อน เหมือนอันธพาลและมีความผูกพยาบาทรุนแรง จนเธอเองก็รู้สึกหวั่นกลัว

แต่สิ่งที่ยวนใจไม่เคยรู้มาก่อนก็คือวิทยานี่เอง ที่เป็นผู้วางแผนสังหารนายกล่ำด้วยความอาฆาตที่เข้ามาลักขโมยสับปะรดในไร่บิดาตนหลายครั้งหลายหน เขาวานให้นายแวว ลูกจ้างเป็นคนลงมือวางปืนผูกเอาไว้!

เมื่อวิสูตรและชาวบ้านคนอื่นเริ่มสงสัย เขาจึงวางแผนสังหารปิดปากนายแววอีกคน โดยหลอกไปยังก้นถ้ำของแหลมตะคร้อ ยังเกาะร้างที่เห็นวิสูตรกับยวนใจไปพลอดรักกัน เพื่อกะว่าจะป้ายความผิดให้วิสูตร ด้วยความเคียดแค้นริษยา และวางแผนหลอกยวนใจให้มายังบ้านพักของตนเอง ก่อนจะลงมือมอมยาหญิงสาวผู้น่าสงสาร กว่าจะรู้ตัวอีกครั้งยวนใจก็ต้องสูญเสียความสาวให้กับวิทยาไปแล้ว และหญิงสาวก็ต้องยอมก้มหน้าแต่งงานอยู่กินกับวิทยาอย่างจำยอม ขณะที่ วิสูตรยอมรับความพ่ายแพ้ แม้ว่าเขาจะไม่เข้าใจที่ยวนใจเปลี่ยนแปลงไปหลังจากนั้น ชายหนุ่มผู้อกหักพยายามหักใจ และย้ายไปทำงานที่จันทบุรีแทน เพื่อไม่ต้องพบหน้าหญิงคนรักอีกต่อไป

หลังแต่งงาน ชีวิตคู่ของยวนใจกับวิทยาก็หาได้สงบราบเรียบไม่ เพราะความหึงหวงของวิทยาที่มีต่อเธอ และต่อมายวนใจก็แท้งลูก ขณะที่วิทยาต้องมีภารกิจเดินทางไปทำธุระที่อังกฤษ และแล้วมหาสงครามโลกก็เริ่มอุบัติขึ้นก่อนจะลุกลามไปทั่วโลก จนทำให้คนทั้งสองต้องห่างจากกันไป มีเพียงจดหมายของวิทยาที่ส่งมาให้ยวนใจ เพื่อแสดงตัวตนของเขาว่ายังมีชีวิตอยู่เท่านั้น

+++++++++++++++++++++++

ต่อมามีข่าวว่าเรือโดยสารที่วิทยาเดินทางจากอังกฤษไปโคเปนเฮเกนได้เจอระเบิดของฝ่ายข้าศึกจนจมลง และมีคนเสียชีวิต เหตุการณ์นี้เองทำให้วิสูตรได้มีโอกาสได้พบกับยวนใจอีกครั้งเขาสงสารเธอและในเวลาเดียวกันความรักที่เคยคิดว่าจะเลือนหายไปก็กลับคืนมาอีกครั้ง แต่ก่อนที่ความสัมพันธ์ของชายหนุ่มและม่ายสาวจะเริ่มต้นมากไปกว่านั้น จดหมายจากวิทยาก็เดินทางมาถึง!

และจากนั้นก็ดูเหมือนว่าวิทยาผ่านเข้ามาในประเทศไทย ร่วมกับกลุ่มเสรีไทย เขาปรากฏกายขึ้นอย่างลึกลับ และพยายามหาเรื่องกับวิสูตรด้วยความหึงหวงยวนใจ แม้แต่การใส่ร้ายวิสูตรให้เป็นฆาตกร สังหารเด็กสาวที่น่าสงสารคนหนึ่งที่มาติดพันวิสูตรอย่างโหดเหี้ยมอำมหิต

ครั้งนี้วิสูตรได้กลายเป็นผู้ต้องหาคดีฆาตกรรม แม้ว่าเขาจะไม่ได้เป็นคนสังหารก็ตาม แต่นับว่าเป็นโชคดีที่ยังมีพยานรู้เห็นถึงชายแปลกหน้าที่ผ่านเข้ามาในที่เกิดเหตุ รวมถึงเป็นพยานช่วงเวลาที่เขาไม่ได้อยู่ร่วมกับเหยื่อเคราะห์ร้ายผู้นั้น

ก่อนที่วิทยาจะปรากฏตัวขึ้น และประกาศว่าเขาเองเป็นผู้สร้างเรื่องราวทั้งหมด เพื่อกำจัดวิสูตรออกไปจากชีวิตของยวนใจ จนเกิดการยิงปืนขึ้นและวิทยาก็เสียชีวิต

เรื่อง : วิญญาณพยาบาท

ผู้เขียน : สด กูรมะโรหิต

สำนักพิมพ์ : คลังวิทยา

ปีที่พิมพ์ : 2500

เล่มเดียวจบ

ในงานศพนั้นเอง ที่ชายหนุ่มคนหนึ่งปรากฏตัวขึ้น เขามีนามว่า ไพโรจน์ รัตนาทร เพิ่งเดินทางกลับมาจากอังกฤษ และทราบข่าวพิธีศพของวิทยา จึงเดินทางมาพบกับทุกคน เพื่อขอให้เปิดโลงศพพิสูจน์ความจริงบางอย่าง

และเมื่อทุกคนเปิดโลงนั้นขึ้นมาเพื่อพิสูจน์ความสงสัย ก็พบว่าศพของวิทยาได้อันตรธานไปแล้ว อย่างน่าพิศวง

“คุณวิทยาถึงแก่กรรมในทะเลครับ ถึงแก่กรรมมานานแล้ว”

ทั่วทั้งป่าช้าเงียบสงัด ทุกคนเกือบหยุดหายใจ เพราะไม่นึกว่าจะได้ยินประโยคเช่นนี้จากปากของชายหนุ่มซึ่งเพิ่งกลับมาจากอังกฤษ นิ่งอั้นกันไปครู่หนึ่งในที่สุดคุณหญิงวิชิตฯ ก็ถามว่า

“นี่คุณพูดเล่นหรือพูดจริง”

“ผมเรียนด้วยความจริงครับ… คุณวิทยาเป็นเพื่อนผม เราเที่ยวกันจนเกิดสงคราม”

+++++++++++++++++

และทั้งคู่ก็เผชิญเหตุการณ์เรือล่มพร้อมกันตอนเดินทางจากอังกฤษไปโคเปนเฮเกนนั่นเอง ก่อนที่เขาจะสิ้นใจในอ้อมแขนเพื่อน เขาได้ดึงรูปของยวนใจออกมาให้ไพโรจน์ และเรียกชื่อของหล่อนเป็นครั้งสุดท้าย

คงเป็นด้วยความผูกพัน ทั้งรัก ทั้งหวงและห่วงต่อยวนใจนั่นเอง ที่ทำให้ดวงวิญญาณพยาบาทไม่อาจไปถือกำเนินในภพใหม่ และเดินทางกลับมายังบ้านเกิดเมืองนอนนี้อีกครั้งในสภาพกึ่งมนุษย์ เพื่อกำจัดชายคนรักของยวนใจให้พ้นทาง

บัดนี้ เมื่อความจริงทุกอย่างเปิดเผยออกมาแล้ว ก็ไม่ปรากฏศพของวิทยาในโลงนั้นอีกต่อไป ไม่มีผู้ใดล่วงรู้ว่าดวงวิญญาณของวิทยาหมดสิ้นวาระที่จะอยู่บนโลกมนุษย์หรือยังสิงสถิตอยู่ที่ใดอีกเมื่อทุกคนล่วงรู้ความจริงนั้น

และต่อมา ยวนใจกับวิสูตรก็ตัดสินใจที่จะใช้ชีวิตร่วมกัน แม้ว่าหญิงสาวเองก็ยังหวาดเกรงต่อความอาฆาตพยาบาทของวิทยาอยู่เช่นเดิม แต่วิสูตร ก็ปลอบใจเธอด้วยทัศนคติของเขาเอง

“แปลว่าเราต้องมีชีวิตอยู่ด้วยการรอต่อไป… รอเพื่อพบกับวิญญาณพี่วิทย์งั้นหรือคะ ดิฉันคงทนไม่ไหวแน่ๆ”    

วิสูตรถอนใจเบาๆ จับมือหญิงสาวคนรักเอาไว้แน่น แล้วก็พูดว่า

“เราทุกคนต่างก็มีชีวิตอยู่ด้วยการรอทั้งนั้น รอความตายยังไงเล่า เรารอวิญญาณของวิทยาก็เท่ากับเรารอความตาย คิดดูอีกทีก็มีประโยชน์ เพราะมันทำให้เรานึกถึงความตาย นึกถึงมรณสติ มรณสติจะช่วยให้เราอยู่ในโลกนี้ด้วยความไม่ประมาทและไม่โลภ กิเลสของเราจะเบาบางลงไปเพราะเราต้องเตรียมตัวไว้พบกับความตายอยู่เสมอ เมื่อกิเลสของเราไม่หนา ความโลภหลงก็มีแต่น้อย พี่คิดว่า เราอาจจะมีความสุขก็ได้ เพราะการรอวิญญาณของวิทยา!”

และ วิญญาณพยาบาท ก็ดำเนินมาถึงบทอวสานโดยสมบูรณ์!

Don`t copy text!