บัวแล้งน้ำ

บัวแล้งน้ำ

โดย : หมอกมุงเมือง

Loading

บรรณาภิรมย์ โดย หมอกมุงเมือง คอลัมน์ที่อ่านเอาขอมอบความรื่นรมย์ให้กับผู้อ่านด้วยภาพปกสวยๆ และเนื้อเรื่องในแบบต่างๆ ของนักเขียนชั้นครูที่เคยผ่านมือ ผ่านตาและผ่านใจ เพื่อให้ทุกคนได้ร่วมรำลึกถึงผลงานของนักเขียนแต่ละท่านให้พอหายคิดถึงแม้เวลาจะผ่านไปแล้วเนิ่นนาน ภาพและตัวอักษรจะปรากฏให้เห็นอีกครั้งในยุคของการอ่านออนไลน์

คนเราต้องมีหัวใจ ต้องมีเลือดเนื้อข้างใน

ต้องมีความดีคู่กาย ต้องมีความหมายในตัวเอง

อดีตที่เคยผ่านมา เราคงต้องผ่านพ้นไป

จะดีหรือเลวอย่างไร  ขึ้นอยู่กับใจ… เราเอง

เมื่อได้ยินเพลงนี้ดังแว่วมา หลายคนน่าจะคุ้นเคยเป็นอย่างดีกับเพลงประกอบละครที่แสนไพเราะเรื่องนี้ที่มีนักร้องศิลปินนำมาขับร้องในหลายเวอร์ชัน และยังเป็นละครที่ผู้ชมกล่าวขวัญถึงอย่างแพร่หลายอยู่ในความทรงจำ เมื่อนำมาสร้างเป็นละครโทรทัศน์ช่อง 7 โดยบริษัทกันตนา ใน ปี พ.ศ. 2533 ภายหลังจากที่ ‘โบตั๋น’ ได้เขียนนิยายเรื่องดังกล่าวลงในนิตยสาร ‘สตรีสาร’

ละครเรื่องนี้ยังได้สร้างปรากฏการณ์ให้นางเอกทั้งห้าคนที่รับบทเด่นในเรื่องโด่งดังเป็นที่รู้จักกันอย่างดี ไม่ว่าจะเป็น คุณลูกศร-ธนาภรณ์ รัตนเสน ในเวลานั้น ในบทของ ‘หลี’ หรือจัตตาฬีส์ คุณสมฤทัย กล่อมน้อย ในบท ‘จิตพิสุทธิ์’ คุณมณีรัตน์ วงศ์จีรศักดิ์ ในบท ‘เพชรดา’ คุณทัศนีย์ ชลหวรรณ ในบท ‘เครือออน’ และ คุณจามจุรี เชิดโฉม นางร้ายชื่อดังที่มารับบท ‘มนตรา’ โดยมี คุณพิศมัย วิไลศักดิ์ ในบทของคุณท่าน อันเป็นเสมือนศูนย์กลางของเรื่องราวทั้งหมด นอกจากนี้ ยังมีนักร้องชื่อดังอย่างหนุ่มเสก หรือ คุณเสกสรร ชัยเจริญ ที่มารับบท ‘เลอสรร’ อาจารย์หนุ่มผู้เป็นพระเอกของเรื่องนี้อีกด้วย

นางเอกทั้งห้า ในบัวแล้งน้ำ

บัวแล้งน้ำ บอกเล่าเรื่องราวของ ‘คุณท่าน’ ซึ่งเป็นหม่อมราชวงศ์หญิง ทายาทที่ดินผืนใหญ่ริมแม่น้ำเจ้าพระยา และอาณาจักรคฤหาสน์หลังงามของท่านเจ้าสัวในซอยแห่งนั้น

คุณท่านเองไม่ได้แต่งงาน แต่ได้รับอุปการะเด็กหญิงที่เป็นลูกหลานและผู้อาศัยในแถบนั้นมาหลายสิบปี จนหลายคนต่างเติบโตและมีงานการทำ และในปัจจุบันก็ยังมีเด็กที่คุณท่านเลี้ยงดู อาศัยพึ่งใบบุญอยู่กับท่านอีกถึงห้าคนที่กำลังเติบโตเป็นเด็กสาววัยแรกรุ่นอายุไล่เลี่ยกัน และมีอุปนิสัยที่แตกต่างกัน

เสกสรร ชัยเจริญ

จัตตาฬีส์ หรือหลี พี่ใหญ่ในกลุ่ม เป็นนักศึกษาวิทยาศาสตร์สุขภาพของ มหาวิทยาลัยมหิดล หลีเป็นลูกสาวของพ่อค้าขายข้าวขาหมู โดยตระกูลบิดาก็เป็นญาติกับทางเจ้าสัว แต่ฐานะไม่ดี และมีทัศนคติด้านลบต่อลูกสาวที่แตกต่างกับลูกชายโดยสิ้นเชิง ยิ่งเมื่อหลี เป็นพี่สาวคนโตจึงถูกใช้งานอย่างหนัก ในขณะที่พี่ชายและน้องชายของหล่อนกลับได้รับการเลี้ยงดูอย่างเอาอกเอาใจสุขสบาย ส่วนหลีไม่ต่างกับเป็นคนใช้ ที่ต้องทำงานทุกอย่างให้กับทุกคนในบ้านแม้แต่น้องชายตัวเอง จนแทบไม่มีเวลาจะเรียนหนังสือ

และจุดระเบิดก็มาถึง เมื่อหลีจบชั้นประถมและต้องการจะเรียนต่อ แต่พ่อกับแม่ไม่เห็นด้วย จนเกิดปากเสียงรุนแรง บิดาอารมณ์ร้ายจึงลงมือทำร้ายเด็กหญิงวัยสิบเอ็ดขวบจนบาดเจ็บ

“ดีเหมือนกัน” แม่เห็นด้วยกับพ่อ “รีบๆ ใช้มันซะ ไม่งั้นขาดทุน อีกไม่กี่ปีมันโตเป็นสาวก็มีผัวไปไม่ทันใช้งาน”

“นั่นสิ เลี้ยงลูกผู้หญิงมีแต่ขาดทุน อีกหน่อยก็ไปเป็นของบ้านอื่น ดูสิ ไปเรียนหนังสือเสียเวลาไปเท่าไหร่แล้ว ถ้าไม่ให้แต่งงานอยู่คาบ้านจนยี่สิบก็อายเขา นี่มันก็เท่าไหร่แล้ว สิบเอ็ดสิบสอง อีกสามสี่ปี ก็มีผัวได้แล้ว จะได้ให้แม่สื่อเขาดูๆ ให้”

หลีตัดสินใจมาขออาศัยพึ่งใบบุญคุณท่านที่รับอุปการะด้วยความสงสาร ภายหลังจากถูกทำร้ายจากคนในครอบครัวอย่างสาหัส และเพราะเป็นคนที่สี่สิบของเด็กในความดูแลของคุณท่าน ซึ่งได้กรุณาเปลี่ยนชื่อให้กับหลี เป็น ‘จัตตาฬีส์’ นั่นเอง

ขณะที่จิตพิสุทธิ์ เด็กสาวหัวอ่อน เรียนไม่เก่ง กำพร้าพ่อแม่จากอุบัติเหตุเรือล่มและรอดชีวิตมาได้เพียงคนเดียว จนมาอาศัยอยู่กับย่า ก่อนที่ย่าจะส่งตัวให้เธอมาอยู่กับคุณท่าน ที่เมตตาส่งเสียให้เรียนหนังสือ ทำให้จิตพิสุทธิ์มีความรักและกตัญญูห่วงใยคุณท่านมากที่สุด หญิงสาวเลือกเรียนต่อทางด้านผู้ช่วยพยาบาล และตั้งใจว่าจะคอยอยู่เคียงข้าง ดูแลคุณท่านไปตลอดชีวิตของตนเอง

เพชรดา เด็กสาวที่อายุน้อยที่สุด แต่มีความเคียดแค้นจากบุพการีที่รักลูกไม่เท่ากัน ทั้งที่ตัวเองก็มีฐานะมั่นคง แต่เมื่อคลอดลูกออกมาคนแรกเป็นผู้หญิง ก็เลยนำมาให้คุณท่านช่วยเลี้ยงดู ทำให้เพชรดากลายเป็นเด็กมีปมและนิสัยก้าวร้าว ซึ่งเป็นเพราะขาดความรักจากพ่อแม่ที่แท้จริงของตน เพชรดาจึงริษยาน้องๆ ที่ได้รับความรักจากพ่อแม่ของตัวเองมากกว่าเธอ

เครือออนเป็นเด็กสาวชาวเหนือ มีหัวทางศิลปะ แต่พ่อแม่ไม่มีเงินส่งเสีย จึงตัดสินใจนำมาฝากให้คุณท่านช่วยดูแล แม้ว่าเครือออนจะมีโลกส่วนตัวสูงตามสไตล์ แต่หญิงสาวก็มีความรักและนับถือคุณท่านไม่น้อยไปกว่าคนอื่นๆ จนคุณท่านเองวางแผนให้เครือออนช่วยดูแลโครงการพิพิธภัณฑ์จากทรัพย์สมบัติล้ำค่าของท่านต่อไปในอนาคตร่วมกับเลอสรวง หลานชายคนหนึ่งของท่านเองที่มีนิสัยคล้ายคลึงกัน

มนตราเป็นหญิงสาวที่มีรูปร่างหน้าตาสะสวย สะดุดตามากที่สุดในสาวทั้งห้าคน พ่อแม่ทำนา ยากจน จนต้องเอาลูกสาวมาขายให้คุณท่าน แต่คุณท่านเองก็รับอุปการะเลี้ยงดูมนตราไม่ต่างกับหลี จิตพิสุทธิ์ หรือสาวน้อยคนอื่นๆ หากมนตรามีความทะเยอทะยานสูงกว่านั้น หล่อนเปรียบเทียบตัวเองเหนือกว่าทุกคนด้วยความอิจฉา พยายามหาทางถีบตัวเองให้พ้นจากสภาวะนี้ โดยไม่สนใจว่าสิ่งที่ทำจะถูกต้องหรือไม่ และไม่รู้ว่ามันจะกลายเป็นการถลำลึกส่งไปสู่หุบเหวที่ดำมืดยิ่งไปกว่าเดิม

 

ชีวิตของห้าสาวในคฤหาสน์ของเจ้าสัว เผชิญกับเรื่องราวต่างๆ ที่ผ่านเข้ามา เมื่อหลานชายของคุณท่านคือหม่อมหลวงเสกสรร ได้ชักนำเสี่ยดิลกเพื่อให้มากว้านซื้อที่นำไปพัฒนาอสังหาริมทรัพย์ตามที่เสี่ยมีแผนการเอาไว้

แม้ว่าคุณท่านจะปฏิเสธไปเพราะต้องการให้เป็นที่สำหรับอยู่อาศัยของคนยากจนที่เคยพึ่งใบบุญเจ้าสัวมาตั้งแต่อดีต แต่เสี่ยดิลกเองก็ไม่ยอมแพ้ และพยายามหาเล่ห์กล เพื่อที่จะจัดการให้ได้ที่ดินแปลงนั้นมาเป็นของตน และมนตราก็เข้ามาในชีวิตของเสี่ยดิลกในจังหวะนั้นพอดี

ดิลกมีเมียอยู่ต่างจังหวัด แต่แยกทางกันอยู่ เขาใช้ชีวิตอย่างเสเพลในเรื่องผู้หญิง และมี ‘ชมพู’ สาวใหญ่ เป็นนางบำเรอกามารมณ์ที่ไม่ได้เลี้ยงดูอย่างจริงจัง แต่เมื่อเจอมนตราที่สวยสะดุดตา จึงพยายามหลอกล่อหล่อนด้วยด้วยเงิน ขณะที่มนตราเองก็พยายามหาทางไต่ระดับของตัวเองอยู่ ไม่ว่าจะแอบลักขโมยวัตถุโบราณในบ้านคุณท่านมาขายเพื่อมีเงินใช้จ่ายอย่างฟุ่มเฟือย และในที่สุดมนตราก็ตกเป็นเมียเสี่ยดิลก และหล่อนก็ถูกหลอกใช้เพื่อยืมมือให้หาทางกำจัดคุณท่าน!

 

นอกจากคุณเสก หรือหม่อมหลวงเสกสรรแล้ว คุณท่านยังมีหลานชายอีกสองคน คือ หม่อมหลวงเลอสรร ที่เป็นนักธุรกิจหนุ่มโสด เจ้าชู้ แต่ในอีกด้านหนึ่งก็เป็นคนสนใจศิลปวัตถุโบราณ จึงทำให้เขาสนิทกับเครือออน และกลายเป็นคนรักกับสาวอาร์ทิสต์ผู้นี้ไปในที่สุด เมื่อมีทัศนคติหลายๆ อย่างตรงกัน ในขณะที่หม่อมหลวงเลอสรร พี่ชายของเขา ก็เป็นอาจารย์ที่มหิดล และเป็นอาจารย์สอนจัตตาฬีส์ด้วยเช่นกัน จัตตาฬีส์แอบหลงรักอาจารย์หนุ่มผู้นี้ แต่ดูเหมือนเขาจะไม่ได้สนใจสตรีผู้ใดเลย นอกจากการมุมานะทำงานในห้องแล็บของตัวเอง ตราบจนกระทั่งเขาได้พบกับจิตพิสุทธิ์และมนตรา สองสาวที่มีความแตกต่างกันโดยสิ้นเชิง…

มนตราพลาดหวังจากการยั่วยวนหม่อมหลวงเลอสรวง เพราะเขามีใจให้กับเครือออน หล่อนจึงหันเหมายังอาจารย์หนุ่มใหญ่ผู้เคร่งขรึมอย่างเลอสรร แต่เขาก็สามารถยับยั้งใจไว้ได้ เมื่อหวนนึกไปถึงจิตพิสุทธิ์ หญิงสาวที่เยือกเย็นอ่อนหวาน แตกต่างจากความร้อนแรง เหมือนเปลวเพลิงของมนตราโดยสิ้นเชิง จนทำให้ในที่สุด เลอสรรก็ติดต่อกับคุณท่านเพื่อขอหมั้นหมายกับจิตพิสุทธิ์ ในขณะที่จิตพิสุทธิ์ก็ยังห่วงพะวงถึงความปลอดภัยของคุณท่าน แต่ไม่อาจขัดความต้องการของคุณท่านที่หล่อนเคารพรักได้ จึงยอมหมั้นหมายกับเลอสรร จัตตาฬีส์เองก็ร่วมแสดงความยินดี กับจิตพิสุทธิ์เพื่อนรักของเธออย่างบริสุทธิ์ใจ แม้ว่าหญิงสาวจะรู้สึกเจ็บปวดเพียงใดก็ตาม ความรู้สึกของจัตตาฬีส์ที่มีต่อเลอสรรนั้น จิตพิสุทธิ์เองก็รับรู้ด้วยความสงสาร หากก็ไม่อาจจะทำอะไรได้

มนตรายังติดนิสัยเดิมที่แอบขโมยวัตถุโบราณในบ้านไปขายให้กับเสี่ยดิลก แล้วหาเงินมาซื้อข้าวของเครื่องใช้แพงๆ สนองความต้องการฟุ้งเฟ้อของตัวเอง แต่ครั้งนี้เครือออนจับพิรุธได้ และมีหลักฐานที่จะเอาผิดหล่อน จนทำให้มนตราต้องตัดสินใจย้ายออกไปจากบ้านเพื่อตัดปัญหา หล่อนหันไปพึ่งเสี่ยดิลก แม้ว่าเขาจะยอมเปย์เงินให้หล่อนใช้ แต่คนอย่างเสี่ยเองก็ไม่ได้โง่เขลา เมื่อหล่อนพยายามออดอ้อนให้เขาซื้อบ้านให้ เสี่ยก็ติดต่อหาห้องแถวเล็กๆ ให้แค่อาศัยอยู่ โดยไม่ยอมโอนกรรมสิทธิ์ให้ แต่แล้วมนตราก็ต้องเจอกับอุปสรรคที่คาดไม่ถึง

จากชมพู อดีตเมียของเสี่ยดิลกนั่นเอง

เรื่อง : บัวแล้งน้ำ

ผู้เขียน : โบตั๋น

สำนักพิมพ์ : สุวีริยาสาส์น

ปีที่พิมพ์ : 2532

เล่มเดียวจบ

ชมพูเป็นหญิงสาวที่อำมหิตมากกว่าที่คิด หล่อนไม่ยอมให้ผู้หญิงคนอื่นมาแทนที่ตัวเองและแย่งเสี่ยดิลกไปจากหล่อน เริ่มต้นด้วยการข่มขู่มนตรา จนถึงขนาดทำร้ายหญิงสาวจนเกือบเอาชีวิตไม่รอด ทำให้มนตรากลายเป็นโรคหวาดระแวงจนไม่กล้าไปอาศัยอยู่ที่ห้องแถวแห่งนั้นอีก

ยิ่งเมื่อตนเองได้มองเห็นความสำเร็จของเพื่อนๆ อีกสี่คน ไม่ว่าจะเป็นเพชรดาที่รักกับ หม่อมหลวงเสกสรร จนทำให้เด็กสาวก้าวร้าวอย่างเพชรดาและหนุ่มเจ้าสำราญนักการพนันอย่างเสกสรรต่างก็เปลี่ยนแปลงตัวเองไปในทางที่ดีขึ้น ส่วนเครือออนกับหม่อมหลวงเลอสรวงที่ร่วมกันสร้างพิพิธภัณฑ์ให้กับคุณท่านจนเริ่มเป็นรูปเป็นร่างพร้อมกับความรักที่ก่อตัวขึ้นอย่างงดงาม

หรือแม้แต่สาวเชยๆ หน้าตาจืดชืดอย่าง จิตพิสุทธิ์ก็ยังได้หมั้นหมายกับอาจารย์เลอสรรผู้ทรงภูมิ และสร้างเรือนหอหลังงาม สำหรับเตรียมงานแต่งงานกันในอีกไม่นาน ขณะที่จัตตาฬีส์เอง ก็ประสบความสำเร็จในการเรียนปริญญาตรี

มีแต่มนตราเท่านั้นที่มีชีวิตมืดมน!

หญิงสาวย้อนกลับมายังคฤหาสน์ของคุณท่านอีกครั้ง และในคืนวันนั้นเองที่มนตราตัดสินใจวางเพลิงเผาเรือนหอของจิตพิสุทธิ์กับเลอสรรด้วยความริษยา ขณะที่ตัวคุณท่านเองก็ติดอยู่ในเรือนแห่งนั้นพอดี

ความรักความห่วงใยต่อผู้มีพระคุณ จิตพิสุทธิ์ตัดสินใจเข้าไปในเรือนที่ไฟกำลังโหมลุกไหม้อย่างรุนแรง และสามารถช่วยชีวิตของคุณท่านออกมาได้สำเร็จ แต่สุดท้ายก็ต้องแลกด้วยชีวิตของตนเอง!

“นึกถึงคุณสรรมั่ง ออกไปสิ แม่จิต นึกถึงคุณสรรมั่ง”

หล่อนกลิ้งร่างของคุณหญิงพ้นออกมาได้ แต่ตัวหล่อนเองอยู่ด้านใน หลังคาพังยุบลงมาเพราะทานไฟไม่ไหว และมันทับลงมาบนต้นคอกับหลังของหล่อน จิตพิสุทธิล้มลง ความรู้สึกทั้งมวลดับวูบ

แต่วินาทีเดียวก่อนสิ้นสุด หล่อนตะโกนออกไป

“ฝากคุณสรรไว้กับหลีด้วย ฝากหลีด้วย”

ชีวิตของจิตพิสุทธิ์จบสิ้นลงไปแล้ว ด้วยความเสียสละและกตัญญูต่อคุณท่านผู้มีพระคุณเท่าชีวิต ท่ามกลางความเสียดายและอาลัยรักของทุกคน จัตตาฬีส์ต้องช่วยเหลือจัดการทุกสิ่งทุกอย่างให้สมตามความปรารถนาสุดท้ายของเพื่อนรัก ในขณะที่ชีวิตของมนตราเองนั้นแม้ว่าจะไม่มีผู้ใดล่วงรู้การกระทำที่เลวร้ายของตัวเธอเอง แต่ท้ายสุดมนตราก็ไม่มีหนทางไป นอกจาก…

เขาไม่ได้ไปอยู่กับเสี่ยดิลกหรอกหลี เสี่ยเขามีผู้หญิงอีกคน ขี้หึงชะมัด เสี่ยว่าเขาตัดสินใจแล้วล่ะว่าจะไม่ยุ่งกับมนตราอีก มนตราเขาก็ไม่ง้อเสี่ย”

“แล้วเขาไปไหนของเขาล่ะ กลับบ้านพ่อแม่หรือ” จัตตาฬีส์สงสัย

“คุณสรวงบอกผมว่าเขาขี้ขโมยใช่ไหม ขโมยของไปขาย ทีนี้ถูกจับได้เขาจะไปอยู่กับเสี่ยก็ไม่ได้ เมียเขามีแล้วก็ดุด้วย เขาเลยไปอยู่กับเจ้าแม่”

“เจ้าแม่อะไร”

“ผู้หญิงสาวๆ ทำมาหากินอะไรจะได้เงินง่าย เร็ว แล้วก็สบาย” เสกสรรไม่พูดตรงๆ แต่จัดตาฬีส์เข้าใจ…

ชีวิตของหญิงสาวทั้งห้าคนก็ไม่ต่างกับดอกบัว ที่ต่างเติบโตขึ้นมาจากโคลนตม และผุดพ้นขึ้นมาเพื่อแสวงหาแสงสว่างของชีวิต บัวบางดอกก็สามารถเบ่งบานรับแสงแห่งอรุณอย่างสง่างาม บางดอกก็เริ่มผลิบาน รอรับความสว่างของวันในเวลาต่อมา หากบางดอกนั้นก็ไม่ต่างกับมนตรา ที่เป็นเพียงแค่บัวแล้งน้ำ…

ถ้าบัวไม่มีรากใบ  คงมองไม่สวยเท่าไร

ถ้าบัวแล้งน้ำ แห้งตาย  ไม่เหลือความหมายให้ชวนมอง

คนเราก็คงเหมือนกัน นึกฝันแต่ความยิ่งใหญ่ 

หลงลืมว่าเคยเป็นใคร สุดท้ายก็บัวแล้งน้ำ

 หมายเหตุ : สำหรับภาพประกอบ ผมนำมาจากเว็บไซต์วิกิพีเดีย และ Pantip.com ครับ

Don`t copy text!