ผู้เป็นที่รัก

ผู้เป็นที่รัก

โดย : หมอกมุงเมือง

บรรณาภิรมย์ โดย หมอกมุงเมือง คอลัมน์ที่อ่านเอาขอมอบความรื่นรมย์ให้กับผู้อ่านด้วยภาพปกสวยๆ และเนื้อเรื่องในแบบต่างๆ ของนักเขียนชั้นครูที่เคยผ่านมือ ผ่านตาและผ่านใจ เพื่อให้ทุกคนได้ร่วมรำลึกถึงผลงานของนักเขียนแต่ละท่านให้พอหายคิดถึงแม้เวลาจะผ่านไปแล้วเนิ่นนาน ภาพและตัวอักษรจะปรากฏให้เห็นอีกครั้งในยุคของการอ่านออนไลน์

****************************  

แขไข เทวินทร์ (ต่อมาได้เปลี่ยนเป็น แขไข เทวิณ) หรือ จงกลณี พุทธิแพทย์ ท่านเป็นธิดาคนที่สี่ในแปดคนของ ขุนและนางจักรวิจารณ์บดี เกิดเมื่อวันที่ 6 เมษายน พ.ศ. 2471 ที่จังหวัดเชียงใหม่ โดยจบการศึกษาจากโรงเรียนมาแตร์เดอีวิทยาลัย และมหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์ตามลำดับ ด้วยความชื่นชอบในผลงานนิยาย ‘ลูกรักลูกชัง’ ของ ก.สุรางคนางค์ ทำให้เริ่มเขียนเรื่องสั้น บทกวี ส่งไปตามนิตยสารต่างๆ และในปี พ.ศ. 2495 จึงเริ่มต้นนวนิยายเรื่องแรกในชีวิต คือ ชีวิตมืด และตามมาด้วยผลงานเรื่องที่สอง ‘ผู้เป็นที่รัก’ เรื่องนี้ นั่นเอง

ผู้เป็นที่รัก เป็นนิยายที่ท่านเขียนขึ้น ขณะกำลังตั้งครรภ์ ‘ตุ๊กตา’ หรือ ‘แขไฉไล’ ธิดาผู้เป็นที่รักยิ่ง ดังที่ท่านได้เขียนกล่าวไว้ในคำนำของเรื่อง และจากนั้น นามปากกา แขไข เทวิณ ก็โด่งดังขึ้นเรื่อยๆ จนประสบความสำเร็จครั้งยิ่งใหญ่ ได้รับรางวัลตุ๊กตาทองในฐานะเจ้าของบทประพันธ์ยอดเยี่ยม ประจำปี พ.ศ. 2501 จากนวนิยาย เกล็ดแก้ว และนับว่า เป็นนักประพันธ์หญิงคนแรกที่ได้รับรางวัลนี้ (รางวัลตุ๊กตาทอง ที่มอบให้แก่ศิลปินหลายสาขานั้น เริ่มเมื่อปี พ.ศ. 2500 และผู้ประพันธ์ที่ได้รางวัลในปีแรกคือ ‘เรียมเอง’ ผู้เขียน ชั่วฟ้าดินสลาย นั่นเอง) ผลงานของท่าน มีหลากหลายเรื่อง และนำไปสร้างเป็นภาพยนตร์ เช่น ทุ่งรวงทอง สายสวาทยังไม่สิ้น เยี่ยมวิมานรัก หรือ ม่านไข่มุก เป็นต้น

สำหรับนามปากกา แขไข เทวิณ ท่านได้แปลงจากเดิม คือ เทวินทร์ ซึ่งยังปรากฏอยู่ในผลงานเรื่องแรกๆ อย่าง ผู้เป็นที่รัก เล่มนี้ ซึ่ง ป.วัชราภรณ์ ได้ให้ความเห็นไว้ในหนังสือ ประวัตินักประพันธ์ ว่า อาจจะเกี่ยวกับ ความเชื่อเรื่องดวงดาวในลัคนา ตามปูมโหราศาสตร์ก็ได้

แขไข เทวิณ ผู้เขียน

เรื่องราวใน ผู้เป็นที่รัก เริ่มต้นขึ้น เมื่อ สุคันธรส พิษณุนารถ เดินทางมายัง บ้านลดาประดับ อันเป็นสถานสงเคราะห์เด็กกำพร้าและรับเลี้ยงดูเด็กอ่อนของพยาบาลสาวน้ำใจงาม ภัทรลดา วณีประดับ ซึ่งสุคันธรสได้บอกเล่าปัญหาของเธอ และลูกน้อยในวัยเพียงยี่สิบแปดวัน ให้กับเธอได้รับรู้ด้วยความขมขื่นใจ

เธอแต่งงานกับ นายทรง พิษณุนารถ พ่อค้าที่มีฐานะร่ำรวย แม้จะไม่ได้ด้วยความรัก หากเพราะความจำเป็น เนื่องจากต้องชดใช้หนี้สินที่บิดามารดาสร้างเอาไว้ ทั้งที่สุคันธรสมีพึ่งบุญ ชายคนรักที่ไปเรียนต่อต่างประเทศอยู่แล้ว

การแต่งงานที่เกิดขึ้นนี้ ทำให้เธอมีลูกกับเขาสามคน สองคนแรกคือทรงศิริ และทรงยศ ต่างเป็นลูกรักของเธอและทรง ทว่าเมื่อเธอตั้งครรภ์เป็นครั้งที่สาม และเป็นช่วงเวลาเดียวกับที่พึ่งบุญ อดีตคนรักของเธอเดินทางกลับมานั่นเอง ที่เกิดเรื่องราวขึ้น

ความระแวง แคลงใจต่อภรรยา ทำให้เขาเข้าใจว่า เด็กทารกที่เกิดขึ้นมาคนนี้ไม่ใช่ลูกของเขา! ทั้งที่สุคันธรสก็อธิบายว่าหล่อนกับพึ่งบุญไม่เคยมีความสัมพันธ์ฉันชู้สาวใดๆ เกิดขึ้น หากสิ่งนั้น ก็ยังเป็นเหมือนเสี้ยนหนามที่ทำลายความสัมพันธ์ภายในครอบครัว จนทำให้เธอตัดสินใจ ที่จะนำทารกเพศชายผู้นี้มาฝากเลี้ยงไว้กับภัทรลดาเป็นการชั่วคราวเสียก่อน

พยาบาลสาวสงสารสุคันธรส และยินดีรับเลี้ยงดูเด็กทารกแบเบาะผู้นี้ ซึ่งสุคันธรสได้ตั้งชื่อไว้ว่า เอกกมล พิษณุนารถ…

ระหว่างเวลานั้นเอง เมื่อสุคันธรสและลูกๆ ต้องติดตามนายทรง ผู้เป็นสามี ไปทำงานยังประเทศสหรัฐอเมริกา และเมื่อเกิดเหตุการณ์สงครามโลกขึ้นในช่วงนั้นพอดี ทำให้ไม่สามารถเดินทางกลับมาประเทศไทยได้ สุคันธรสต้องปล่อยให้เด็กชายตัวน้อยเติบโตขึ้นภายในบ้านลดาประดับแห่งนี้ ในความดูแลของภัทรลดา

วันเวลาผ่านไปนับสิบปี เอกกมลได้เติบโตขึ้นเป็นเด็กหนุ่มที่ต้องรับรู้ด้วยความขมขื่นใจ ว่าเขาไม่เป็นที่ต้องการของพ่อแม่ แต่เขาก็ได้รับความรักความห่วงใยจากคุณภัทร์ หรือภัทรลดา ไม่ต่างกับผู้เป็นแม่ ในช่วงเวลานั้นเองที่สถานการณ์การเงินของบ้านลดาประดับดำเนินไปด้วยความยากลำบาก แต่เธอก็ยังต้องรับอุปการะเด็กอีกสามคน นอกเหนือจากเอกกมล ทั้งสามคนนี้เติบโตมาพร้อมๆ กับเอกกมล ซึ่งมีทั้งเจ้าแป๊ะหรือศรัทธา ณัตตินา และหน่อยหรือวงวิภา

แป๊ะกับหน่อย ถูกพ่อแม่ทอดทิ้งไว้ตั้งแต่อายุได้ขวบกว่าทั้งคู่ แป๊ะเป็นลูกครอบครัวที่ค่อนข้างยากจนครอบครัวหนึ่ง หลังจากย้ายไปต่างจังหวัด โดยฝากแป๊ะไว้กับสถานเลี้ยงเด็กของเธอแล้วก็ยังส่งเงินเลี้ยงดูมาเกือบปี ก็เงียบหายไป

หน่อย เป็นเด็กหญิงลูกจีนที่พ่อแม่ชิงชัง เพราะผิดหวังจากการได้ลูกชาย จึงเลี้ยงดูแบบเสียไม่ได้ วิธีที่ปัดความกังวลไปได้มากที่สุดคือนำมาฝากไว้สถานเลี้ยงเด็กของเธอ ซึ่งส่งเงินมาช่วยเพียงแค่หกเดือน แล้วหายสาบสูญไปเช่นกัน ช่วงหลังสุดที่เธอได้รับข่าวก็คือ ครอบครัวของหน่อยอพยพไปอยู่เมืองจีนเสียแล้ว

ส่วนณัตตินา หรือณัต ก็อยู่ในบัญชีลูกไม่มีพ่อเช่นกัน แม่เป็นหญิงรับใช้ในบ้านขุนนางผู้มีบุญหนักศักดิ์ใหญ่ ในหน้าที่นางต้นห้อง นอกจากถูกเคี่ยวเข็ญบีบบังคับเยี่ยงขี้ข้าเพื่อแลกกับจำนวนเงินเล็กน้อยกับอาหารเหลือเดนก้นครัวแล้ว สิ่งที่แม่ของณัตตินาได้รับอีกอย่างก็คือ การท้องไม่มีพ่อ! แล้วถูกขับไสออกจากบ้านอย่างน่าอดสู

จนกระทั่งมารดาของณัตได้มาพบกับเธอ และด้วยความสงสาร ทำให้ภัทรลดาตัดสินใจรับอุปการะณัตเอาไว้เช่นกัน

เด็กทั้งสี่เติบโตภายใต้ร่มเงาของบ้านลดาประดับแห่งนี้ จากเด็กซนเกเรของเจ้าแป๊ะ ที่ชอบแกล้งณัตซึ่งอายุน้อยกว่า กลายมาเป็นเด็กหนุ่มช่างพูดช่างเจรจาและเอาใจใส่ในการเรียน จนสอบเข้าแพทย์ได้สำเร็จ ส่วนณัตตินาเองก็มีความฝันจะเป็นนางพยาบาล หน่อยที่เติบโตมาเป็นสาวสวย แต่หยิบหย่ง และอยากจะหางานสบายๆ ทำ และท้ายสุดก็คือเอกกมล

ในเวลานั้นสงครามเริ่มสงบลงแล้ว และสุคันธรสก็ติดต่อกลับมาหาเขา หล่อนตั้งใจจะให้ เอกกมลกลับมาอยู่ร่วมกันในครอบครัวเหมือนเดิม แต่เด็กหนุ่มเองไม่ได้สนใจ เขาไม่สนิทสนมกับพี่น้อง รวมถึงทัศนคติที่แตกต่างกันอย่างสิ้นเชิงกับทรงยศ พี่ชาย แม้แต่กับผู้เป็นบิดาที่เคยคิดอคติกับเขาตั้งแต่ยังเยาว์วัย

ในชีวิตของเขามีสตรีเพียงสองคนเท่านั้นที่อยู่ในหัวใจ คนหนึ่งเขารักไม่ต่างกับแม่แท้ๆ ก็คือ ภัทรลดา และอีกคนหนึ่งเขาได้แต่เก็บความรู้สึกนั้นเอาไว้ในใจ ก็เด็กหญิงที่เขาเคยช่วยเหลือปกป้องเธอ น้องน้อย… ณัตตินา นั่นเอง!

และขณะนั้นเอง เหตุการณ์สำคัญก็เกิดขึ้นกับเด็กหนุ่ม เมื่อเขาและทัศกร สหายสนิท ได้ไปเดินเที่ยวที่สวนลุมพินี และถูกตำรวจจับ เพราะเกิดความเข้าใจผิดว่าเป็นผู้ร้ายชิงทรัพย์ที่หนีมาทางนั้นพอดี ทั้งเอกกมลและสหายของเขาต้องถูกจับกุมไปดำเนินคดีที่โรงพัก ระหว่างที่กำลังตามตัวคุณภัทรลดามาประกันนั่นเอง เขาจึงได้มีโอกาสรู้จักกับ ลิขิต พรเลิศ นักข่าว จากหนังสือพิมพ์ ตะวันออก ที่มาทำข่าวและพยายามหาทางช่วยเหลือ เพราะตำรวจเองก็เข้าใจว่าเขาและเพื่อนเป็นมิจฉาชีพ ยิ่งเมื่อได้รู้สาเหตุของเขา ลิขิตยิ่งพยายามที่จะต่อสู้เป็นสร้างความเป็นธรรมให้กับเด็กหนุ่ม จนกระทั่งสามารถพิสูจน์ตัวเองและหลุดจากการถูกดำเนินคดีได้ในที่สุด

นั่นเอง ที่ทำให้เอกกมลเกิดความประทับใจ และได้รู้จักกับบทบาทของอาชีพนักข่าว ที่ก่อให้เกิดความสนใจขึ้นมาโดยไม่รู้ตัว

เมื่อสุคันธรสพยายามสอบถามเรื่องการเรียนต่อของเขาในมหาวิทยาลัยอย่างทรงยศ พี่ชายที่กำลังจะเดินทางไปเรียนวิศวกรรมศาสตร์ ที่อเมริกา หรือทรงศิริพี่สาวที่แต่งงานกับพันเอกแห่งกองทัพบกอย่างมีหน้ามีตา ทว่าเอกกมล บุตรชายคนเล็ก กลับแสดงเจตนาว่าเขาต้องการจะทำงานหนังสือพิมพ์ แม้จะทำให้ทุกคนผิดหวัง นายทรง บิดา มองแต่เพียงว่าบุตรชายคนนี้เป็นคนนอกคอก หัวดื้อ และเอาแต่ใจตัวเอง ไม่ต่างกับเป็น ‘ลูกชัง’ ที่เขาได้สร้างปมด้อยให้แก่เอกกมลมาตั้งแต่ยังเด็ก ส่วนสุคันธรส ก็ไม่อาจจะปริปากใดๆ ได้ ในความเป็นแม่ เธอได้แต่เก็บความทุกข์ใจนั้นเอาไว้เพียงลำพัง

เอกกมลเป็นเช่นนั้นเพราะอะไร มีใครจำเหตุการณ์เมื่อยี่สิบปีก่อนนี้ได้บ้างไหม ใครเป็นคนที่สร้างปมด้อยในตัวเองขึ้นมา จนต้องหาทางพรากลูกไปไกลจากอกเพื่อสงวนความสงบในบ้านไว้ให้พ้นการรู้เห็นของเพื่อนบ้านที่เขาไม่รู้ความจริง ยี่สิบปีครั้งโน้นผ่านมาแล้ว เอกกมลลูกชายคนเล็กของเราได้เปลี่ยนสภาพจิตใจไปเช่นนี้ เราจะโทษใคร ถ้าไม่ใช่โทษตัวเอง!

ส่วนเอกกมลนั้น บัดนี้เขาตัดสินใจเดินทางไปพบกับลิขิตที่สำนักงานหนังสือพิมพ์ ตะวันออก เพื่อสมัครงานเป็นนักหนังสือพิมพ์ตามความฝันของตัวเอง

“ผมต้องการทำงานหนังสือพิมพ์”

ผมนึกแล้วไม่มีผิด นิสัยของคุณชอบเสาะแสวงหาอิสรภาพ เสรีภาพ ภราดรภาพและเอกภาพ เช่นเดียวกับผม”

“ผมรักงานหนังสือพิมพ์ ตั้งแต่ได้พบและรู้จักกับคุณที่โรงพัก ได้เห็นชีวิตของคุณที่เต็มไปด้วยคุณประโยชน์ต่อประชาชนทุกชั้น ผมหวังว่าถ้าโอกาสอำนวย ผมจะกระโจนเข้าสู่งานประเภทนี้ทันที”

“แต่นักหนังสือพิมพ์แทบทุกคนมักจะขึ้นอยู่กับชีวิตแบบ ‘หาเช้ากินค่ำ’ ทำงานหนัก เหนื่อย เปลืองทั้งสมองและแรงงาน” ลิขิตพูดเสียงชัดเจน “นักหนังสือพิมพ์แทบไม่มีอะไรที่เป็นของตัวเอง แม้แต่เวลาอันแสนสุขที่กำลังเป็นอยู่ หากเกิดสิ่งซึ่งเป็นข่าวได้แล้ว เขาจะต้องผละจากทุกสิ่งไปตามหน้าที่ทันที นักหนังสือพิมพ์ส่วนมากมักมีที่นอนอยู่ตามกองกระดาษหรือบนโต๊ะทำงานในโรงพิมพ์ มีอาหารแทบทุกมื้ออยู่ตามร้านกาแฟ อย่างนี้คุณทนได้ไหม?”

และแล้วเส้นทางชีวิตของแต่ละคนต่างก็มีหนทางที่แตกต่างกันไป ความรักของนักข่าวหนุ่มอย่างเอกกมลที่ไม่เคยทำงานอยู่กับที่และทุ่มเทกับงานที่เขารักและเพื่อประชาชน เขารู้ตัวเองดีว่าไม่อาจจะสมปรารถนาในรักกับณัตตินา ซึ่งบัดนี้เรียนจบพยาบาลดังความฝันแล้ว ในขณะที่แป๊ะ หรือศรัทธา ก็กลังจะเป็นนายแพทย์หนุ่มอนาคตไกล และเขาเองก็หลงรักณัต ด้วยเช่นกัน

เรื่อง : ผู้เป็นที่รัก

ผู้gขียน : แขไข เทวินทร์

สำนักพิมพ์ : เขษมบรรณกิจ

ปีที่พิมพ์ : 2495

เล่มเดียวจบ

นิยายเรื่องนี้ไม่ได้บอกเล่าเหตุการณ์ในส่วนนี้ ต่อจากนั้น นอกจากณัตตินาจะได้รับรู้ถึงความรู้สึกของบุรุษหนุ่มทั้งสองคนที่มีต่อเธอ ในขณะเดียวกันกับที่สุคันธรสเองก็ไม่ได้รับความรักจากผู้เป็นบุตรชายของเธอเท่ากับที่ภัทรลดาได้รับ เธอเฝ้าแอบมองเขาอยู่ห่างๆ ด้วยความรักเต็มหัวใจ ก่อนที่จะจากมา

และระหว่างการขับรถกลับนั้นเองที่ความคิดเธอล่องลอยไปถึงพึ่งบุญ อดีตชายคนรักที่ไม่อาจสมหวังในชาตินี้ และเอกกมล ลูกชายคนสุดท้อง ที่เธอเองก็ไม่เคยได้รับความรักจากเขาเช่นกัน และในเวลานั้นเองที่รถเก๋งคันงามก็ประสานเข้ากับรถที่วิ่งสวนมาพอดี!

และ ผู้เป็นที่รัก ก็ดำเนินมาถึงจุดอวสาน ด้วยความรักและความสะเทือนใจยิ่ง…

Don`t copy text!