สาปสวาท

สาปสวาท

โดย : หมอกมุงเมือง

บรรณาภิรมย์ โดย หมอกมุงเมือง คอลัมน์ที่อ่านเอาขอมอบความรื่นรมย์ให้กับผู้อ่านด้วยภาพปกสวยๆ และเนื้อเรื่องในแบบต่างๆ ของนักเขียนชั้ครูที่เคยผ่านมือ ผ่านตาและผ่านใจ เพื่อให้ทุกคนได้ร่วมรำลึกถึงผลงานของนักเขียนแต่ละท่านให้พอหายคิดถึงแม้เวลาจะผ่านไปแล้วเนิ่นนาน ภาพและตัวอักษรจะปรากฏให้เห็นอีกครั้งในยุคของการอ่านออนไลน์

****************************  

เพราะความผิดหวังในรักที่เคยเกิดขึ้นกับเธอ ไม่ว่าจะเป็นรักครั้งแรก ครั้งต่อมา หรือแม้แต่บิดาผู้เป็นที่รัก ก็ล้วนแต่ต้องพลัดพรากจากเป็นและจากตาย ทำให้ อลิศรา นรกิตติ ผู้มีรูปร่างหน้าตางดงามราวเทพธิดา ต้องขอสาปส่งความรักทั้งหลาย ที่จะผ่านเข้ามาในชีวิตของเธอ โดยไม่ขอมีความรักอีกต่อไป!

กัญญ์ชลา เป็นนามปากกาแรก ของ กฤษณา อโศกสิน ท่านได้เขียน ‘สาปสวาท’ ขึ้นตั้งแต่ช่วงปี พ.ศ. 2503-2504 นวนิยายเรื่องนี้เปิดตัวมาอย่างน่าสนใจ เมื่อสองหนุ่มเพื่อนรัก ว่อง สัจจพจน์ ชายหนุ่มรูปงาม ฐานะดีมีหน้าตาในสังคม และ สหายของเขา เรือโทนาวี อัศวธำรง ที่ไม่มีสิ่งใดเทียบเท่ากับว่องเลย ยกเว้นเพียงนิสัยที่ซื่อตรงและความเป็นสุภาพบุรุษ ทั้งคู่มีโอกาสเดินทางมาเที่ยวยังชายหาดพัทยา และได้พบกับสาวน้อยแสนสวยกลางราตรีกาลที่ปรากฏตัวขึ้นราวกับเทพธิดา

ว่องพยายามสืบหาตัวสาวน้อยผู้นั้น และพบว่าเธอมาอาศัยอยู่ยังบังกะโลแห่งหนึ่ง หญิงสาวผู้นั้นมีนามว่า อลิศรา นรกิตติ เป็นธิดาของหลวงเชี่ยวชาญศึกที่เสียชีวิตไปแล้ว กับคุณอรุณี แม่ม่ายสาวสวยพราวเสน่ห์ ที่กำลังมีนายวรกิจมาติดพันอยู่

ว่องใช้เสน่ห์เหมือนกับที่เคยใช้ได้ผลกับบรรดาสตรีสาวมากหน้าหลายตา แต่ด้วยท่าทางปิดตัวเอง และเย็นชาปั้นปึ่งของหญิงสาว ยิ่งทำให้ว่องเกิดความรู้สึกอยากจะเอาชนะ ในขณะที่นาวีเองก็แอบชอบอลิศราอยู่ แต่เขาก็ไม่กล้าแสดงความรู้สึกนั้นออกมา

แท้จริงแล้ว เปลือกนอกที่ดูเย่อหยิ่งเย็นชาของอลิศรา มันเกิดขึ้นเพราะหญิงสาวได้สร้างบุคลิกให้เป็นเหมือนเกราะแข็งแกร่งป้องกันหัวใจที่บอบบางของตัวเอง จากที่เคยผิดหวังในความรักมาแล้ว และคุณอรุณี มารดาเธอ ก็เลี้ยงดูหญิงสาวมาอย่างทุ่มเท ทะนุถนอม ด้วยความสงสารในชะตากรรมของบุตรีสุดที่รัก โดยไม่อยากให้ต้องพบกับความวุ่นวายต่างๆ ของโลกภายนอก

ความไม่อยากเหล่านี้ มองดูเผินๆ ก็เป็นสิ่งที่แสดงความรักบุตรอย่างสูง เพราะหมายถึงความอนาทรและความปรารถนาดีอันมากมายที่มารดาพึงให้แก่บุตรของตน แต่ถ้ามองลึกซึ้งลงไป ความรักความทะนุถนอมเหล่านี้เอง คือชนวนอันร้ายแรงที่ทำให้อลิศรากลายเป็นคนป่วยหนักทางใจอย่างที่ไม่มีวันจะหายได้เลย เพราะ…

สมองของหล่อนหยุดอยู่กับที่ ไม่มีโอกาสได้ทำงาน ได้คิดค้น ได้แก้ปัญหาเหมือนกับมนุษย์อื่นๆ เหมือนมีดที่ถูกทิ้งไว้เฉยๆ ไม่ได้หั่น ไม่ได้ลับ สนิมก็ขึ้นเกรอะกรัง จนในที่สุดก็ใช้การไม่ได้ ไม่มีความคมเหลืออยู่ ใจของหล่อนก็เช่นกัน หยุดอยู่กับที่ ไม่ได้รัก ไม่ได้เกลียด ไม่ได้โกรธเหมือนปุถุชนทั้งหลาย ใจนั้นก็ด้านชา ใจนั้นก็อ่อนแอลง

ส่วนนาวีนั้นเป็นเพียงหลานของ คุณหญิงวัลลีย์ ธรรมสิทธิ์ ที่แต่งงานกับ รัฐมนตรี วิทิต คุณหญิงวัลลีย์เองเจ็บป่วยออดๆแอดๆ ตลอดเวลา ในวัยสาวเธอเคยรักชอบกับผู้ชายคนหนึ่ง แต่แล้วเขาก็ไปมีความสัมพันธ์กับหญิงสาวคนอื่นจนตั้งครรภ์ และต่อมาก็จำต้องแต่งงานกับหญิงสาวคนนั้น จนทำให้เธอกลายเป็นคนอมทุกข์ แม้ว่า ภายหลังสตรีผู้นั้นจะแท้งทารกในครรภ์ไปก็ตาม

และผู้หญิงที่เป็นมารหัวใจของเธอคนนั้นก็คือ อรุณี นรกิตติ นั่นเอง!

อรุณีเป็นสาวใหญ่ที่ยังสวยพริ้ง แม้ว่าลูกสาวของเธอจะเติบโตเป็นสาวรุ่นแล้วก็ตาม หล่อนพยายามปกปิดฐานะที่ย่ำแย่ของตัวเอง โดยไม่ได้บอกปัญหานี้กับอลิศรา ลูกสาวสุดที่รักเพียงคนเดียว เพราต้องการปกป้องหล่อนจากปัญหาทั้งปวง

แม้ว่าทั้งคู่จะมีความเห็นไม่ตรงกันหลายเรื่อง โดยเฉพาะปมปัญหาเกี่ยวกับคุณหญิงวัลลีย์ เมื่ออรุณีมองว่วัลลีย์ก็คือศัตรูหัวใจในอดีตของเธอ แม้ว่าคุณหลวงฯ จะรักใคร่ให้เกียรติเธอจนเสียชีวิตไปก็ตาม แต่หล่อนรู้ว่า ในความรู้สึกของเขา มีวัลลีย์อยู่ในหัวใจตลอดเวลา และทำให้เธอเกิดความรู้สึกอยากจะเอาชนะอีกครั้ง โดยการหว่านเสน่ห์ใส่ รัฐมนตรี วิทิต ทำให้คุณหญิงเองก็ตรอมตรมกับความทุกข์ใจ อลิศราเองก็ไม่เห็นด้วยกับมารดา จนมีเรื่องขัดแย้งกัน ภายหลังอรุณีตัดสินใจยอมทำตามความต้องการของลูกสาว เมื่อพ่ายแพ้ต่อเหตุผลของเธอ

อลิศรามารู้ภายหลังว่า มารดากำลังมีปัญหาเรื่องการเงินและเลิกรากับนายวรกิจ จนภายหลังต้องขายบ้านพักที่พัทยาให้กับว่อง ผู้ชายที่เธอมองว่าเขาเป็นชายเสเพลเจ้าชู้ เธอจึงพยายามหางานทำ จนได้พบกับเด่นแสง เพื่อนสมัยมัธยม ที่ชวนให้มาทำงานในบริษัทของนายดำรงผู้เป็นบิดา เพราะแดนดล พี่ชายของเด่นแสง ก็แอบชอบอลิศราอยู่ โดยที่หญิงสาวไม่รู้เลยว่า เด่นแสงเป็นน้องสาวคนละพ่อกับนาวี

เด่นแสงและแดนดลต่างเป็นลูกของ นายดำรัส และนางน้ำอบ ซึ่งนายดำรัสเองเป็นพ่อเลี้ยงของนาวี เขาถือว่า มีเงินทองมากมายและเป็นเจ้าของบริษัท จึงดูถูกชายหนุ่มอยู่เสมอ แต่นาวีก็ใช้ความเยือกเย็นของตน ข่มกลั้นอารมณ์โกรธ โดยไม่แสดงสีหน้าให้อีกฝ่ายรับรู้ เด่นแสง ถูกเลี้ยงมาอย่างตามใจจนกลายเป็นคนเอาแต่ใจ และพลอยดูถูกพี่ชายต่างพ่อคนนี้ไปด้วย หล่อนเห็นว่อง และเกิดความประทับใจ หลงใหล จนคิดว่าว่องเองก็ชอบพอกับตน ทั้งที่ความจริงแล้ว ว่องเป็นชายหนุ่มที่ปากหวาน เอาใจใส่กับผู้หญิงทุกคนที่เขาต้องการหว่านเสน่ห์ด้วย สำหรับเด่นแสง เขามองแต่เพียงว่าเป็นน้องของเพื่อนรักเท่านั้น ไม่ได้คิดจะจีบแต่อย่างใด แต่เด่นแสงกลับเข้าใจไปอีกทางหนึ่ง

อลิศรามีโอกาสได้รู้จักกับนาวีมากขึ้น และเห็นนิสัยใจคอของเขาที่แตกต่างจากว่องอย่างชัดเจน แต่หล่อนก็ไม่ชอบใจนักที่เขามักจะทำตัวเป็นพ่อสื่อ ให้หล่อนสนิทสนมกับว่อง ในขณะเดียวกันกับที่ว่องเองก็ได้รู้จักกับมารดาของเธอมาก่อนด้วย ยิ่งทำให้อลิศรา พยายามจะถอยห่างจากชายหนุ่มที่มีมาดเจ้าชู้คนนี้ โดยไม่รู้ว่าแท้ที่จริงแล้วว่องไม่ได้ชอบเธอหรือเด่นแสงเลย ผู้หญิงที่เขาประทับใจ จนกระทั่งภายหลังตัดสินใจจะขอเธอแต่งงาน กลายเป็น อรุณี นรกิตติ มารดาของเธอนั่นเอง!

เรื่อง : สาปสวาท

ผู้เขียน : กัญญ์ชลา

สำนักพิมพ์ : ผดุงศึกษา

ปีที่พิมพ์ : 2504

สองเล่มจบ

ข่าวที่ได้รับ ทำให้เด่นแสงสติแตก เพราะหล่อนคิดว่าว่องรักชอบตัวเอง และเมื่อผิดหวัง เด่นแสงก็พาลกับทุกคน โดยเฉพาะนาวีพี่ชายต่างพ่อ ที่เด่นแสงเป็นฝ่ายโทษเขาว่าไม่ช่วยเหลือน้อง โทษนางน้ำอบ มารดาตัวเอง จนทำให้นายดำรัสที่รักและหลงลูกสาว ทะเลาะกับนาง จนนางน้ำอบ ต้องหนีไปพบกับนาวี เพื่อระบายความทุกข์ใจให้เขาฟัง และท้ายสุด หล่อนก็โทษไปที่ อลิศรา ที่ตนเองเคยเป็นคนชักชวนให้เข้ามาทำงาน จนบอกบิดา ให้ไล่หญิงสาวออกจากบริษัท โดยไม่ฟังเหตุผลใดๆ ทั้งสิ้น เพียงเพราะว่า หล่อนเป็นลูกสาวของอรุณี!

และท้ายสุด เด่นแสงก็ต้องไปรักษาอาการทางจิตที่โรงพยาบาลประสาท

คนเราบทจะขาดสติ อะไรๆ ก็ช่วยให้รู้ผิดรู้ชอบไม่ได้ วิชาความรู้แม้จะมีท่วมหัว เงินทองแม้จะมีท่วมกาย แต่ถ้าขาดมโนธรรมเหนี่ยวรั้งเสียอย่างเดียว คนๆ นั้นก็แทบจะดำรงความเป็นคนอยู่ไม่ได้ เพราะขึ้นชื่อว่า คนมีจิตใจและความรู้สึกนึกคิดสูงนั้น ใช่ว่าจะสูงเพราะทรัพย์และความรู้ก็หาไม่ หากเกิดจากการปูพื้นเบื้องต้น มีการขัดเกลาอบรมบ่มนิสัยมาตั้งแต่แรกกำเนิด ค่อยสะสมขึ้นทีละน้อย ให้รู้ให้คิดแต่สิ่งที่ดีที่งาม คนๆ นั้นจึงมีโอกาสที่จะเป็นคนเต็มคน

อลิศราได้รับความเมตตาจากคุณหญิงวัลลีย์ที่เอ็นดูเธอเหมือนลูกและเมื่อได้ใกล้ชิดสนิทสนมกับเธอมากขึ้น คุณหญิงวัลลีย์ กลับมองเห็นความเหมาะสมระหว่างอลิศรากับนาวีมากกว่า ผู้ใด เพราะเธอมองลึกลงไปถึงนิสัยใจคอของคนทั้งคู่ ในขณะที่นาวีเองเป็นฝ่ายเก็บความรู้สึกนั้นเอาไว้ โดยไม่ยอมเปิดเผยออกมาสักที

อันความรักนั้น จะชุ่มชื่นดุจทิพยรสได้ ก็ต่อเมื่อความรู้สึกของคนสองคนมีส่วนสัมพันธ์กันอย่างสนิทสนมแนบแน่นเพียงพอ แต่มันจะกลายเป็นทุกข์เดือดร้อนไปในทันทีหากตราบใด ฝ่ายหนึ่งยังรู้สึกเสมอว่า ตนพยายามตบมืออยู่ข้างเดียว…

นาวีเป็นชายหนุ่มที่ใช้ชีวิตอย่างสมถะ โดยมีรัมภา เพื่อนสาวที่อยู่ข้างบ้าน แอบชอบพอเขาอยู่ รัมภาเป็นหญิงสาวเรียบร้อย อ่อนหวาน แต่สำหรับนาวีแล้ว เขามีเพียงแค่ความเป็นเพื่อนให้กับเธอเท่านั้น

และในที่สุด ด้วยการช่วยเหลือของคุณหญิงวัลลีย์ เพื่อให้เขาได้เปิดใจกับอลิศรา ทำให้สองหนุ่มสาวได้มีโอกาสพูดคุยกัน และบอกเล่าถึงความรู้สึกที่แท้จริงของตัวเองออกมา

นาวี อัศวธำรง จะสามารถใช้ความรัก ความบริสุทธิ์ใจ ที่เขามีต่อเธอ คลี่คลายคำสาปร้ายแห่งความรักที่ อลิศรา นรกิตติ เคยหวั่นกลัว จนทำให้กลายเป็นปิดกั้นต่อความรักนั้นไปได้หรือไม่ คำตอบมีอยู่แล้วในนวนิยายชีวิตรักเรื่องเยี่ยม สาปสวาท เรื่องนี้ครับ

สำหรับนวนิยายเรื่องนี้ จากข้อมูลในเว็บไซต์ไทยบันเทิง ระบุว่า ในอดีตเคยนำไปสร้างเป็นภาพยนตร์และออกฉายในปี พ.ศ. 2511 นำแสดงโดย คุณพิศมัย วิไลศักดิ์ คุณสมบัติ เมทะนี คุณอมรา อัศวนนท์ และ คุณอดุลย์ ดุลยรัตน์ ครับ 

Don`t copy text!