ความรักยังไม่สิ้น

ความรักยังไม่สิ้น

โดย : หมอกมุงเมือง

Loading

บรรณาภิรมย์ โดย หมอกมุงเมือง คอลัมน์ที่อ่านเอาขอมอบความรื่นรมย์ให้กับผู้อ่านด้วยภาพปกสวยๆ และเนื้อเรื่องในแบบต่างๆ ของนักเขียนชั้นครูที่เคยผ่านมือ ผ่านตาและผ่านใจ เพื่อให้ทุกคนได้ร่วมรำลึกถึงผลงานของนักเขียนแต่ละท่านให้พอหายคิดถึงแม้เวลาจะผ่านไปแล้วเนิ่นนาน ภาพและตัวอักษรจะปรากฏให้เห็นอีกครั้งในยุคของการอ่านออนไลน์

****************************

‘ความรักยังไม่สิ้น’ เป็นหนังสือรวมเรื่องสั้นขนาดยาวและเรื่องสั้นๆ ของ ‘สุภาวดี’ ที่รวมเล่มไว้ในชื่อเรื่องชุดนี้ ประกอบด้วย ความรักยังไม่สิ้น ที่มีความยาวประมาณ 12 บท รวมถึงเรื่องสั้นและนิยายขนาดสั้น ได้แก่ เลือดเนื้อเชื้อไข  สุดเสียงพิณ ยายแมว ชานอ้อย สาวิตรีจะแต่งงาน ห้วยทรายสีเงิน เป็นต้น

จากข้อมูลของ คุณประกาศ วัชราภรณ์ ในหนังสือ ทำเนียบนักประพันธ์ ‘สุภาวดี’ หรือนัดดาศรี สิงหเสนี เริ่มเขียนหนังสือตั้งแต่เป็นนักเรียนโรงเรียนสวนสุนันทาวิทยาลัย เริ่มจับปากกา โดยมี เลือดเนื้อเชื้อไข เป็นนิยายเรื่องแรก และตั้งใจจะส่งให้นิตยสาร โบว์แดง ซึ่ง สันต์ เทวรักษ์ เป็นบรรณาธิการ แต่สันต์เสนอแนะให้เธอเขียนเรื่องสั้นเป็นการกรุยทางก่อน จึงได้เริ่มลงมือเขียน ‘สุดเสียงพิณ’ ตามคำแนะนำ ของบรรณาธิการเอก ซึ่งทั้งสองเรื่องนี้ ก็ได้นำมารวมอยู่ในชุด ความรักยังไม่สิ้น นี้

‘สุภาวดี’ หรือนัดดาศรี สิงหเสนี

สำหรับ ความรักยังไม่สิ้นนั้น บอกเล่าเรื่องราวของแวว น้องสาวหลวงวิมวีรศักดิ์ ที่หนีออกไปใช้ชีวิตร่วมกับชายหนุ่มที่เธอรัก แม้ว่าเขาจะเป็นเพียงคนรับใช้ในวังของท่านหญิงทิพยา จนมีลูกสาวด้วยกันหนึ่งคนก็คือวัชรี

แต่แล้วก็ดูเหมือนจะมีเหตุการณ์พลิกผัน เมื่อสามีของแววต้องคดีและถูกจับขังคุก เขาบอกให้เธอกลับไปพึ่งใบบุญท่านหญิง แต่แววปฏิเสธ หล่อนหอบลูกสาวตัวน้อยกลับไปหามารดาและพี่ชาย ซึ่งมีลูกชายที่เกิดจากภรรยาคนแรกคือวราห์

และหลังจากฝากฝังวัชรีให้อยู่ในความดูแลไม่นาน หญิงสาวก็ไปแต่งงานใหม่กับคหบดีที่มีฐานะทางภาคใต้ ปล่อยให้วัชรีใช้ชีวิตอยู่กับคุณลุงและคุณยายของเธอ โดยมีพี่วราห์ที่ผูกพัน ใกล้ชิดกับเด็กหญิง จนเติบโตขึ้นเป็นสาวน้อยผู้สดใส

คุณหลวงวิมวีรศักดิ์ได้ภรรยาใหม่หลังจากมารดาของวิมเสียชีวิต นางมะลิเป็นหญิงโลภและเต็มเปี่ยมไปด้วยความริษยา แม้ว่าจะไม่มีลูกกับหลวงวิม เธอก็พยายามหาหลานสองคนมาเลี้ยง และให้คุณหลวงอุปการะ โดยหวังว่าจะได้มรดกส่วนที่เหลือทั้งหมด สุมาลย์และสมชายอายุไล่เลี่ยกับวัชรี และสุมาลย์เองก็เย่อหยิ่งเพราะถูกนางมะลิให้ท้าย พร้อมกับกรอกหูอยู่เสมอว่าวัชรี เป็นลูกสาวคนขี้คุก

สุมาลย์เองก็อิจฉาวัชรีทั้งในด้านความสวยและความเอื้อเอ็นดูที่วราห์ชายหนุ่มรูปงามในวันนี้คอยดูแลเอาใจใส่ ในขณะที่เธอเองพยายามเรียกร้องความสนใจ แต่วราห์ก็หาได้สนใจไม่ เขารู้นิสัยสุมาลย์ดีว่าไม่ต่างกับมะลิ น้าของหล่อนเลยแม้แต่นิดเดียว

สุมาลย์มีเพื่อนสนิทคือรำเพย แต่เด็กสาวก็ไม่ได้มีนิสัยเช่นเดียวกับสุมาลย์ ตรงข้าม รำเพยเห็นใจและเข้าใจชีวิตของวัชรี แม้ว่าจะถูกใส่ความมากสักเพียงใดก็ตามก็หาได้แสดงความรังเกียจไม่ รำเพยมีน้าชายคนหนึ่งชื่อระพี เป็นเศรษฐีหนุ่มใหญ่รูปงาม เขาถูกชะตากับวัชรีตั้งแต่แรกเห็นและแสดงท่าทางเอ็นดูเด็กสาวจนออกนอกหน้า ยิ่งสร้างความริษยาให้เกิดแก่สุมาลย์และนางมะลิ ที่คิดจะให้ระพีมาสนใจสุมาลย์ หลานสาวของหล่อนแทน

แท้จริงแล้ว ระพีก็คือบิดาของวัชรีที่เคยติดคุกมาก่อน รวมถึงเป็นคนที่นางมะลิเคยนำมาด่าทอ เปรียบเทียบโดยที่ตัวเองไม่เคยรู้จักคุ้นเคยมาก่อนนั่นเอง แต่เมื่อเขาออกมาจากคุกก็ทำงานและประสบความสำเร็จในชีวิต เขาจำวัชรีได้ แต่ไม่อาจบอกกับเธอว่าเป็นบิดาที่แท้จริง เพราะว่า แวว แม่ของวัชรี เคยขอร้องเอาไว้  ไม่อยากให้เด็กสาวจดจำอดีตของบิดาที่เคยติดคุกมาก่อน เขาจึงได้แต่แอบแสดงความห่วงใยและสนใจในตัวเธอ จนทำให้มะลิเข้าใจผิดนั่นเอง

ความเข้าใจผิดนี้รวมไปถึงวราห์ด้วยเช่นกัน ชายหนุ่มหลงรักวัชรี มันเริ่มต้นมาจากความสัมพันธ์ในวัยเด็กที่แปรเปลี่ยนเป็นความรักโดยไม่รู้ตัว แต่วัชรีเองภายหลังเมื่อเห็นท่าทีวราห์ เริ่มหมางเมิน เด็กสาวจึงตัดสินใจเดินทางลงไปยังประจวบคีรีขันธ์ เพื่อพักกับมารดา รวมถึงรำเพย ที่ติดตามมาด้วย

ที่นั่นเอง วัชรีได้รู้จักกับ เผชิญ ศิวาพร หนุ่มใหญ่ชาวไร่ ที่มีบุคลิกหลายๆ อย่างคล้ายกับวราห์มาก เผชิญเองก็เข้ามาสนิทสนมกับทั้งสองสาว ความเป็นสุภาพบุรุษของเขา ทำให้รำเพยเองก็รู้สึกหวั่นไหวอยู่ไม่น้อย แต่แล้วเมื่อแววรู้ความจริงเรื่องระพี และทุกอย่างถูกเปิดเผยขึ้น ก็ทำให้ วราห์หันกลับมาเข้าใจวัชรี และได้ปรับความเข้าใจกันได้ในที่สุด ส่วนนางมะลินั้น เมื่อพลาดหวัง จากระพี ซ้ำความจริงที่รับรู้ยิ่งทำให้หญิงสูงวัยรับไม่ได้ เธอจึงเอาปืนไปยิงระพี ตั้งใจจะจบชีวิตของเขาให้หายแค้น ระพีบาดเจ็บสาหัส ส่วนมะลิตำรวจถูกจับก่อนจะตัดสินใจยิงตัวเองตาย

ในวินานทีสุดท้ายนั้นเอง เมื่อวัชรีได้มีโอกาสได้รู้จักกับพ่อแท้ๆ ที่ตนเคยฝันถึง บัดนี้เขาอยู่ตรงหน้าของเธอแล้ว ก่อนการอำลาจากชั่วนิรันดร

“วัชรี พ่อคงจะไม่ได้อยู่ดูความสุขของลูกตลอดไปเสียแล้ว ถึงพ่อจะตายก็ต้องการเห็นหน้าลูกเป็นครั้งสุดท้าย จึงให้เผชิญไปตามมา ร้องไห้ไปเถิด เช็ดน้ำตากับแขนของพ่อ กับเนื้อหนังของพ่อ เพราะน้ำตาของลูกอบอุ่น และคือสิ่งที่พ่อระลึกได้ถึงความรักอันแท้จริงที่วัชรีมีให้กับพ่อ เรามีเวลาเป็นพ่อลูกกันโดยตลอด ตั้งแต่วัชรีเริ่มปฏิสนธิ จนเติบโต แต่วัชรีกับกับพ่อไม่ได้รับความสุข อบอุ่นฉันท์บิดากับบุตรเยี่ยงเขาอื่นพ่อจึงเสียดาย เสียดายความสุขซึ่งจะได้รับอยู่ในไม่ช้านี้…”

เขาขอร้องให้เธอได้แต่งงานกับชายที่เธอรักอย่างวราห์ และเมื่อหล่อนรับปาก ระพีก็จากไปอย่างสงบ ความรักที่เขามีต่อเธออย่างผูกพันนั้นไม่มีวันสูญสิ้น ไม่ว่าชีวิตของเขาจะจากเธอไปแล้วก็ตาม…

เรื่อง เลือดเนื้อเชื้อไข จากข้อมูลประวัติของคุณสุภาวดี บอกว่า นี่คือผลงานนิยายเรื่องแรกของท่าน ซึ่งแม้จะเป็นนิยายขนาดสั้น แต่ก็อัดแน่นไปด้วยเรื่องราวชีวิตอันเข้มข้นและต่อเนื่องกันถึงสองรุ่น สองช่วงเวลา บอกเล่าเรื่องราวของ นายสัจจา สกุลวรรณ ที่มาแต่งงานกับ คุณรวย นิพรตธรรม คุณสัจจามีลูกติดมากับภรรยาเก่าคือแป๋ว หรือศจี เด็กหญิงตัวดำน่าเกลียดน่าชัง และต่อมาเขาก็มีลูกกับคุณรวย คือคุณหน่อย เด็กทั้งสองมีเรื่องทะเลาะกันอยู่เสมอตามประสาเด็ก และคุณรวมก็เข้าข้างลูกตัวเองเพราะรังเกียจเดียดฉันท์ลูกเลี้ยงอย่างแป๋วอยู่แล้ว เด็กน้อยที่น่าสงสารจึงถูกใส่ร้ายและรังแกอยู่เสมอ โดยมีคุณเริงพันธ์ น้องชายวัยรุ่นของคุณรวมคอยเข้าข้างหลานสาวของเขาอีกด้วย เห็นจะมีแต่คุณรวมน้องสาวคุณรวยเท่านั้นที่ให้ความเอ็นดูเด็กน้อยกำพร้าผู้นี้ และต่อมาชะตาชีวิตของศจีก็ยิ่งพลิกผัน เมื่อคุณสัจจาเสียชีวิตลง เธอจึงมีชีวิตไม่ต่างกับเป็นเพียงเด็กรับใช้ในบ้านหลังงามที่มีคุณรวยแม่เลี้ยงเป็นเจ้าของ

สิบกว่าปีผ่านไป เมื่อเริงพันธ์เรียนจบแพทย์มาจากเมืองนอก พร้อมกับพา เยาวเรศ สุตรานนท์ คู่หมั้นคนสวยกลับมาเยี่ยมบ้าน เขาได้เผชิญหน้ากับเด็กตัวดำๆ ที่ชื่อแป๋วอีกครั้ง หากคราวนี้เธอเป็นสาวน้อยแสนสวย หากก็ยังขี้อายและเจียมเนื้อเจียมตัวอยู่เช่นเดิม ความใกล้ชิด และเหตุการณ์ไม่คาดฝัน ทำให้เขาเผลอมีความสัมพันธ์กับเธอ และด้วยความสำนึกผิด เขาตัดสินใจที่จะรับเธอไว้ให้เป็นเมียเก็บ แม้ว่าปากเขาจะบอกกับทุกคนว่ายังรักเยาวเรศอยู่ก็ตาม แป๋วเสียใจจนตัดสินใจหนีออกจากบ้านไป พร้อมทิ้งจดหมายไว้ฉบับหนึ่ง

หล่อนบอกว่าไม่ต้องการอยู่ในฐานะของเมียน้อย หรือแม้แต่จะเป็นเมียหลวง เพราะหล่อนต้องการอยู่กับชายที่เป็นผัวของหล่อนคนเดียวและหล่อนก็เป็นเมียของเขาเพียงคนเดียวเช่นกัน

เริงพันธ์เองภายหลังก็ไม่ได้แต่งงานกับเยาวเรศ เมื่อมีปากเสียงกันจนถอนหมั้น จากนั้นเขาก็ใช้ชีวิตอย่างโดดเดี่ยวและเดินทางไปยังที่ต่างๆ ตราบจนกระทั่ง…

หนึ่งปีต่อมา เริงพันธ์ไปพบกับ หมอปรีชา สุตรานนท์ สหายร่วมอาชีพของเขาที่เป็นลูกพี่ลูกน้องของเยาวเรศที่นครนายก และตามปรีชาไปรักษาคนไข้ชายรายหนึ่งที่ชื่อลิลิต ที่นั่นเองเขาได้พบภรรยาของลิลิตกับลูกชายของเธอ

และหญิงสาวคนนั้นก็คือศจีกับลูกชายของเขานั่นเอง ลูกที่เป็นเลือดเนื้อเชื้อไขของเขา!

ลิลิตเสียชีวิตในภายหลัง และเริงพันธ์เองก็เกิดความรู้สึกสำนึกผิดของตนเอง เขาพยายามปรับความเข้าใจและขออภัยในความผิดของตนเองที่ทำกับศจี และทุกอย่างก็จบลงอย่างมีความสุขในที่สุด

เรื่อง สุดเสียงพิณ เรื่องสั้นเรื่องนี้เป็นเรื่องแรกในชีวิตของสุภาวดี บอกเล่าถึงชีวิตสาวน้อยวรนุช ธิดาคนเล็กของ คุณวิชัย ดำรงศักดิ์ ที่มองโลกรอบตัวอย่างเบิกบานมีความสุข ระหว่างที่กลับมายังบ้านสวนพร้อมกับบรรดาเพื่อนๆ เธอก็มีโอกาสได้พบกับหนุ่มใหญ่ที่อยู่แถวนั้นพอดี เขาคือ นายบัญชา ดุรงค์กุล ซึ่งมีบุคลิกต้องตาต้องใจสาวน้อย โดยเฉพาะเสียงเพลงพิณ ที่เขาเล่นได้อย่างไพเราะจนทำให้เธอเคลิบเคลิ้มและคาดหวังว่าตนเองจะเรียนต่อทางด้านดนตรีเช่นกัน แต่วรชัย พี่ชายของเธอกลับมีท่าทีไม่ชอบหน้านายบัญชานัก

ผู้มาเที่ยวบ้านสวนร่วมกับเธอยังมีศศิธร สาวใหญ่ที่เป็นครูดนตรี แม้ว่าจะเป็นหญิงรูปงาม และมีการศึกษาดี แต่ก็มีท่าทางเศร้าลึกๆ อย่างที่วรนุชไม่เข้าใจ แต่หล่อนก็เชียร์ให้วรชัยพี่ชาย จีบ ‘พี่ธร’ คนนี้ระหว่างมาเที่ยวด้วยกัน

ความสนิทสนมระหว่างศศิธรกับวรนุช ทำให้ศศิธรเล่าเรื่องในอดีตให้เธอฟัง เมื่อสิบเจ็ดปีก่อน ในวังของสมเด็จเจ้าฟ้าพระองค์หนึ่ง ซึ่งรับเจ้าคำหล้าแห่งเมืองเชียงแมน มาเป็นหม่อมเอก คำหล้ามีน้องสาววัยเด็กติดมาด้วยคนหนึ่ง ชีวิตในวังแห่งนั้นที่มีหม่อมมากหน้าหลายตา ทำให้ เกิดความอิจฉาริษยากันเกิดขึ้น

เวลาผ่านไปอีกหลายปีต่อมา เจ้าฟ้าได้ให้ชายหนุ่มนักดนตรีผู้ชำนาญการดีดพิณสามสาย คนหนึ่งเข้ามาสอนดนตรีในวัง และยิ่งเกิดข่าวลือหนาหูมากขึ้นว่าเขามีความสัมพันธ์กับหม่อมคำหล้า แต่ความจริงแล้วเขามีใจผูกสมัครรักใคร่กับน้องสาวของเจ้าคำหล้าต่างหาก สุดท้ายทั้งสองพี่น้องก็ถูกเนรเทศกลับเชียงแมน แต่ชายหนุ่มนักดนตรีผู้นั้นก็ติดตามไป เพื่อหาน้องสาวของเจ้าคำหล้าที่บัดนี้เติบโตเป็นสาวน้อยแสนสวย และมีเจ้าธนินทร์ที่แอบชอบเธออยู่ ได้มาเห็นทั้งคู่พลอดรักกันพอดี จนเกิดการต่อสู้กันขึ้น เจ้าคำหล้ามาช่วยน้องสาวไว้ จึงพลาดถูกอาวุธของเจ้าธนินทร์จนเสียชีวิต และชายหนุ่มผู้นั้นก็หนีหายจากไปโดยไม่เคยกลับมาอีก

นิทานของศศิธรเรื่องนี้ ทำให้หัวใจสาวน้อยวรนุชเต็มไปด้วยความสงสาร และพลันเธอก็ได้ยินเสียงพิณดังแว่วมาจากบ้านฝั่งตรงข้าม เธอและศศิธรจึงเดินตามเสียงพิณนั้นไป ก่อนจะพบว่าเป็นบ้านของนายบัญชา หนุ่มใหญ่รูปงามนั่นเอง

เขาคือชายหนุ่มนักดนตรีคนนั้น และศศิธรก็คือเด็กสาวน้องเจ้าคำหล้านั่นเอง ทั้งคู่ได้มาเจอกันอีกครั้งโดยไม่คาดฝัน!

วรชัย พาวรนุชให้เดินกลับมาด้วยกัน เขาไม่ต้องการให้น้องสาวคนเดียวต้องเข้าไปยุ่งเกี่ยวกับหนุ่มใหญ่มากเสน่ห์ที่มีชีวิตเหมือนต้องคำสาปในความรักคนนี้ และวรนุชก็เข้าใจความปรารถนาดีของพี่ชายคนนี้เธอด้วยความซาบซึ้งใจ…

สำหรับอีกเรื่อง ที่ขอนำมาเล่าแถมท้าย คือเรื่องสั้นน่ารักๆ ที่ชื่อ ยายแมว

ยายแมวเป็นชื่อของ พันทิพา ไอศูรย์ สาวน้อยวัยสิบแปดปี ซึ่งนายบรรลือบิดาของเธอหวงลูกสาวคนสุดท้องคนนี้นักหนา ยิ่งเมื่อรู้ว่าพันทิพาหลงรักอยู่กับวิช ชายหนุ่มผู้มีเปลือกนอกบุคลิกดีและเหมือนจริงใจกับเธอ จนยายแมวหลงรัก บิดาเธอกลับเป็นฝ่ายปฏิเสธ จนทำให้พันทิพาน้อยใจ และเมื่อลินจง เพื่อนนักเรียนคอนแวนต์มาเยี่ยม เธอจึงตัดสินใจวางแผนหนีไปอยู่บ้านของลินจงที่หัวหินโดยไม่บอกบิดา เพื่อประชด

ที่บ้านริมทะเลของลินจงนั้นเอง เธอได้พบกับน้าจรัสศรีของลินจงที่ขี้บ่นจู้จี้ แต่ก็เป็นคนเอื้ออารี กับน้าชายอีกคนที่รู้เพียงว่าเขาชื่อประจวบ

น้าประจวบเป็นหนุ่มใหญ่ ไม่ค่อยพูด แต่เขาก็คอยตักเตือนให้เธอกลับไปที่บ้านอยู่เสมอ ความหวังดีและเอื้ออารีของเขา ทำให้หล่อนเริ่มสนิทสนมกับครอบครัวของลินจงมากขึ้น ตราบจนกระทั่งหล่อนได้รับจดหมายจากวิช เขานัดแนะให้หล่อนหนีไปกับเขา เพื่อไปสร้างครอบครัวแสนสุขด้วยกัน

หล่อนเผลอบอกลินจงเพื่อนรัก และทำให้ลินจงมาบอกน้าประจวบ ความจริงแล้ว ลินจงรับปากนายบรรลือพ่อของพันทิพามาอีกที เพื่อจะช่วยดูแลรักษาแผลใจของสาวน้อย เพราะหล่อนก็รู้มาว่าวิชไม่ใช่คนดี นอกจากจะติดการพนันแล้ว เขายังเป็นเสือผู้หญิงอีกต่างหาก

เรื่อง : ความรักยังไม่สิ้น

ผู้เขียน : สุภาวดี

สำนักพิมพ์ : รวมสาสน์

ปีที่พิมพ์ : 2501

เล่มเดียวจบ

ในที่สุด ยายแมว หรือพันทิพา ก็ได้บทเรียนสำคัญ เมื่อได้เห็นใบหน้าโฉดที่แท้จริง ภายใต้หน้ากากสุภาพบุรุษของวิช แต่โชคดีที่น้าจวบมาช่วยหล่อนเอาไว้ได้ทัน เขาไม่ได้ทำเพื่อลินจงหรือใครทั้งสิ้น แต่ประจวบทำด้วยความรู้สึกแท้จริงจากหัวใจ และยายแมว พันทิพา สาวน้อยคนนั้นก็รับรู้ได้เช่นกัน

“น้าจวบไม่รังเกียจว่าแมวเป็นเด็กเลวไม่ใช่หรือคะ เพราะน้าจวบเองก็เคยผ่านอารมณ์ร้อนเร็วของวัยหนุ่มสาวมาแล้ว…”

“พันทิพาเอ๋ย” เขาเปลี่ยนเรียกหล่อนพยางค์เต็มเป็นครั้งแรก โอบไหล่ทั้งสองของหล่อนเข้ามาประชิดทรวงอกกว้างของเขา พันทิพาจึงวางศีรษะแนบอยู่ตรงนั้นไม่ยอมเขยื้อน

“น้าไม่เคยมองว่าเป็นความผิดพลาดของเธอไปในทางน่ารังเกียจเลย แต่วัยของเราและชีวิตความเป็นอยู่ของเรานั่นสิ จะเป็นที่รังเกียจของผู้ใหญ่ ซึ่งน้าไม่ปรารถนาจะต้องช้ำใจ เพราะเหตุนี้”

“น้าจะไม่พบความชอกช้ำใดๆ จากแมวเลย”

หล่อนสนองเสียงแผ่วอ่อนหวาน พลางก้มลงจูบตรงอกเบื้องซ้าย ซึ่งหล่อนมั่นใจว่า ภายในอกอันกว้างขวางแข็งแรงประดุจกำแพงเหล็กนี้ ได้ซ่อนดวงใจงดงาม ซื่อสัตย์ อันจะพาหล่อนไปสู่ทางชีวิตที่แผ้วไว้…  

สำหรับนวนิยายของสุภาวดีที่น่าสนใจ และได้รับการกล่าวขานถึงมากที่สุดก็คือเรื่อง กลิ่นปาริชาติ ซึ่งนำมาพิมพ์ใหม่หลายครั้ง หากแต่ในปัจจุบัน งานเขียนของท่านนับว่าเป็นหนังสือที่หาอ่านได้ยากพอสมควรเลยทีเดียว เพื่อนนักอ่านที่สนใจ อาจจะสามารถสืบค้นจากห้องสมุดในสถาบันการศึกษา หรือจากเว็บไซต์ หรือตามร้านขายหนังสือเก่า ซึ่งอาจจะพอหาอ่านได้บ้างครับ

Don`t copy text!