งามงอน

งามงอน

โดย : หมอกมุงเมือง

Loading

บรรณาภิรมย์ โดย หมอกมุงเมือง คอลัมน์ที่อ่านเอาขอมอบความรื่นรมย์ให้กับผู้อ่านด้วยภาพปกสวยๆ และเนื้อเรื่องในแบบต่างๆ ของนักเขียนชั้นครูที่เคยผ่านมือ ผ่านตาและผ่านใจ เพื่อให้ทุกคนได้ร่วมรำลึกถึงผลงานของนักเขียนแต่ละท่านให้พอหายคิดถึงแม้เวลาจะผ่านไปแล้วเนิ่นนาน ภาพและตัวอักษรจะปรากฏให้เห็นอีกครั้งในยุคของการอ่านออนไลน์

 

จากข้อมูลในหนังสือ นามประพันธ์ ของหอสมุดแห่งชาติ ระบุว่า ‘หญิงนันทาวดี’ เป็นนามปากกาของ สายหยุด จินดานนท์ และนามปากกานี้ มักจะเขียนควบคู่ไปกับ นามปากกา ?? เครื่องหมายคำถามคู่ ที่ผมเคยเขียนถึงไปแล้ว ในนิยายเรื่อง ธิดากัมปงจา โดยที่งานเขียนของหญิงนันทาวดี จะเป็นแนวรักโรแมนติก ประทับใจ ขณะที่ ?? เครื่องหมายคำถามคู่ จะเป็นแนวลึกลับ ตื่นเต้น

สำหรับ งามงอน เรื่องนี้ เป็นเรื่องราวของตัวละครเอกฝ่ายหญิงสองคนฝาแฝด ผู้มีชื่อเล่นว่างาม และงอน หรืองามชม และงามชื่น ธิดาของพระผดุงกิจโกศล เจ้าของไร่ห้วยอ้อม ที่พระเอกของเรื่องคือ โจม จิระโอฬาฤก ได้พบ และเกิดความเข้าใจผิดเกิดขึ้น

โจมเป็นชายหนุ่มมหาเศรษฐี เจ้าของเหมืองทางภาตใต้ และเรียนจบจากเมืองนอก แต่ด้วยความเคร่งเครียดของเขา ทำให้ดิลก สหายรัก แนะนำให้เขาลองไปสมัครงาน ‘คลายเครียด’ เป็นเลขานุการที่ไร่แห่งนี้ ที่เพิ่งเปิดรับสมัครงานพอดี เจ้าของไร่ของดิลก ก็คือพระผดุลกิจโกศล นั่นเอง แค่วันแรกๆ ที่มารับงานก็ยังไม่เท่าไหร่ แต่ต่อมา เมื่อเขาได้พบกับสาวน้อยจอมป่วนที่มีชื่อว่า ‘งอน’ ซึ่งชอบพาเด็กๆ มาส่งเสียงเจี๊ยวจ๊าว ออกกำลังกายยามเช้า ตอนเขากำลังมีสมาธิในการทำงานนี่สิ…

แต่เมื่อเริ่มรู้จักกัน เขาก็ประทับใจในอัธยาศัยความเป็นกันเอง และร่าเริงราวกับดอกไม้ยามเช้าของหล่อนที่ทักทายเขาด้วยไมตรีจิต หากเพียงไม่นานเมื่อเจอเธออีกครั้ง และเขาก็เข้าไปทักทายต่อ กลับถูกอีกฝ่ายมองอย่างเย็นชาและไว้ตัว

โจมไม่รู้เลยว่าสาวน้อยคนต่อมานั้นไม่ใช่งอน แต่เป็นงาม!

เรื่อง : งามงอน

ผู้เขียน : หญิงนันทาวดี

สำนักพิมพ์ : ประเสริฐการพิมพ์

ปีที่พิมพ์ : 2500

เล่มเดียวจบ

เรื่องราวเริ่มอลเวงมากขึ้น เมื่ออาหญิงของเด็กสาวทั้งสอง พยายามจะจับคู่หลานสาวของเธอให้กับ โรมรัน นุภาพรังสรรค์ บุตรชายพระยาแสนยานุภาพรังสรรค์ เจ้าของโดมทองแห่งกว๊านรังสรรค์ เมืองเชียงแสนหลวงทางภาคเหนือ

โรมรันส่งการ์ดเชิญให้ทุกคนไปร่วมงานที่เคหาสน์โดมทองของเขา และในเวลาเดียวกันกับที่สองสาว ยังสองจิตสองใจ ก็ได้รับคำเตือนจากแม่นมที่รักและเอ็นดูเธอไม่ต่างกับลูกแท้ๆ

“บ่ใช่เช่นนั้น ลูกผู้หญิงทุกคนต้องมีผู้ชายคุ้มครอง งอนกับงาม จักต้องมีคุณผู้ชายไปวันข้างหน้า ไม่ใช่ตัดขาดจากผู้ชาย นมสอนนมเตือน เพราะนมบ่อยากให้ตั้งใจรัก การตั้งใจไปรักเขา เป็นการฝืนใจตัวเอง บ่ใช่ความรักแท้ ความรักแท้ มันจักมาหาลูกของนมเอง บ่ต้องวิ่งไปหามัน ทำให้สงสัยว่าใช่รัก หรือบ่ใช่… รักจริงหรือรักเล่น”

และแล้ว สองสาวรวมถึงโจมก็เดินทางไปยังโดมทอง โดยที่ยังไม่เคยแม้แต่จะเห็นหน้าของ เจ้าของโดมทองที่ชื่อโรมรันเลยสักนิดเดียว และงามกับงอน ก็ไม่รู้ด้วยซ้ำว่าโจมเองเคยรู้จักกับ โรมรันมาก่อนหน้านี้แล้ว

ที่คฤหาสน์หลังงามเหนือกว๊านขนาดใหญ่นั่นเอง เป็นทั้งงานเลี้ยงและเวทีลีลาศสวมหน้ากาก ทำให้โจมได้รู้จักกับสหายหลายคนของงาม-งอนที่มีนิสัยแตกต่างกัน รวมถึงพิไล หญิงสาวชาวกรุงที่เคยเป็นอดีตคนรักของเขาอีกด้วย

งามและงอนได้เจอกับคนรับใช้แก่หนวดครึ้ม ที่เข้ามาดูแลแทนคุณโรมรัน ซึ่งติดธุระและมาร่วมงานภายหลัง โดยหารู้ไม่ว่าเขาคนนั้นก็คือ โรมรัน นุภาพรังสรรค์ เจ้าของโดมทองนั่นเอง มีเพียงโจมเท่านั้นที่จดจำสหายเก่าของตัวเองได้

การอยู่ในสภาพคนใช้ชรานั่นเอง ทำให้โรมรันได้เห็นนิสัยที่แท้จริงของแต่ละคน โดยเฉพาะแฝดพี่ผู้ยิ้มยากและท่าทางถือตัวชื่องาม หรืองามชมผู้นั้น แท้จริงแล้วเธอเป็นผู้มีจิตใจงดงาม อ่อนโยนอยู่ไม่น้อยเลยทีเดียว เมื่อเห็นเขานั่งอยู่บนสนามหญ้า หลังจากถูกสั่งงาน จากบรรดา เพื่อนๆ ของงามงอนอย่างไม่เกรงอกเกรงใจมาก่อนหน้า

“เป็นอะไรจ๊ะลุง” เสียงใสเนิบๆ ดังขึ้น

“ครับ ผมขาเคล็ดครับ” เขาบีบและทำหน้าให้เห็นจริงเห็นจัง

“รึจ๊ะ ตายจริง ไหนดูซิ” เธอผู้นั้นทรุดตัวลงนั่งข้างเขา กระโปรงขาวสะอาดบานออกมารองรับราวกับหิมะ

“ถอดรองเท้าออกก่อนดีไหมจ๊ะ ม่ายเช่นนั้นจะเดินไม่ได้”

หญิงสาวใช้มือจับแล้วดึง หารู้สึกไม่ว่า ดวงตาที่ซ่อนอยู่หลังแว่นคนแก่นั้นเป็นประกาย สูดกลิ่นน้ำหอมจากผมของเธออย่างชื่นใจ

“หอมเหลือเกิน”

“อะไรจ๊ะ”

“น้ำหอมครับ”

เธอเงยหน้า เห็นเป็นคนใช้ แก่… แก่ ก็หัวเราะ

“จ้ะ ฉันใส่น้ำหอมนี่ลุง เอ้า! ดึงให้แล้ว เดินได้ไหมลองลุกขึ้นสิ ทำยังไงให้เท้าเคล็ดได้นะ”

“แกล้งครับ… อุ๊ย ไม่ใช่ ผมหมายความว่าอยู่เฉยเฉย ก็เคล็ดราวกับแกล้ง”

ยิ้มเล็กน้อยจากใบหน้าของแฝดคนที่ยิ้มยาก โรมรันในร่างคนใช้ชรา มีจิตใจพองโต จ้องดูอย่างลืมตัว

และแล้ว ทั้งโจมและโรมรัน ต่างก็ได้ค้นพบหัวใจของตัวเองกับสาวน้อยฝาแฝดงาม-งอนทั้งคู่นั่นเอง

เรื่องราวใน งามงอน เป็นความรักกระจุ๋มกระจิ๋มของหนุ่มสาวในยุคกึ่งพุทธกาล ที่มีบทสนทนาชวนอมยิ้ม และเรื่องราวสลับตัว ปลอมตัว ในขนบนิยายยุคนั้น สร้างความหรรษารื่นรมย์ แก่ผู้อ่าน และสำหรับในนิยายเรื่องนี้ จะมี ‘ความคิดเห็นของผู้เขียน’ แทรกไว้ในเรื่อง ในแต่ละช่วงเวลาที่ตัวละครดำเนินบทบาทอีกด้วย ยกตัวอย่างเช่นตอนที่โจมเผชิญหน้ากับสาวงามและสาวงอน โดยที่ไม่รู้ว่าเป็นฝาแฝด ผู้เขียนก็ใส่ความคิดของตัวเองลงไปว่า

คุณและน้องที่รัก โจมยังไม่รู้ว่า พ่อเลี้ยงแห่งไร่ห้วยอ้อม มีลูกสาวฝาแฝด คนพี่ชื่องามชม คนน้องชื่องามชื่น ชื่อเล่นว่างาม และงอน มารดาถึงแก่กรรมตั้งแต่ทั้งคู่ยังเป็นทารก…

หรือในฉากที่โจมกำลังเคร่งเครียดกับความรักของเขา และเอากลับมาครุ่นคิดอย่างกลัดกลุ้มในคืนนั้น ผู้เขียนได้แทรกความเห็นของตัวเอง ใส่ลงไปประกอบฉากด้วยว่า

ทำไม หล่อนจะรักเขาบ้างสักนิดไม่ได้หรือ

เจ้าของอารมณ์นี้คือนายโจม สหายผู้เคร่งเครียด ที่น่าหมั่นไส้ยิ่งนัก เมื่อระงับอารมณ์ได้อย่างลำบาก เขาก็เลี่ยงขึ้นไปนอน

…คุณที่รัก คุณเชื่อรึคะว่าเขาจะนอนหลับ ความรักนี่แหละหนา

และเขาก็นอนไม่หลับจริงๆ!

 แต่ไม่ว่าจะปลอมตัวหรือสลับคู่อย่างไร สุดท้าย งามและงอน สองสาวฝาแฝด ก็ได้พบกับความรักที่หวานชื่น ทั้งงามชื่นกับนายเหมืองหนุ่ม โจม จิระโอฬาริก และงามชมกับโรมรัน เจ้าของโดมทองแห่งเชียงแสนหลวง ในที่สุด

  

จุดเด่นอีกอย่างในหนังสือเล่มนี้ คือภาพประกอบท้ายเล่มขนาดเล็กๆ ที่วาดอย่างสวยงาม ดังรูปที่นำมาประกอบเป็นตัวอย่าง ด้วยนั่นเองครับ นิยายเรื่อง งามงอน นี้ มีข้อมูลจากเพจ Thai Movies Posters ว่า เคยสร้างเป็นภาพยนตร์ในปี พ.ศ. 2506 นำแสดงโดย คุณสมบัติ เมทะนี และคุณรัตนาภรณ์ อินทรกำแหง โดยมีภาพโปสเตอร์สวยๆ มาประกอบในครั้งนี้ด้วยครับ และสำหรับ ภาพปกของนิยายเรื่องนี้ ผมนำมาจากเว็บไซต์ร้านหนังสือลุงปรีชา ซึ่งขอขอบพระคุณมา ณ ที่นี้เช่นกันครับ

 

Don`t copy text!