อาญารัก

อาญารัก

โดย : หมอกมุงเมือง

บรรณาภิรมย์ โดย หมอกมุงเมือง คอลัมน์ที่อ่านเอาขอมอบความรื่นรมย์ให้กับผู้อ่านด้วยภาพปกสวยๆ และเนื้อเรื่องในแบบต่างๆ ของนักเขียนชั้นครูที่เคยผ่านมือ ผ่านตาและผ่านใจ เพื่อให้ทุกคนได้ร่วมรำลึกถึงผลงานของนักเขียนแต่ละท่านให้พอหายคิดถึงแม้เวลาจะผ่านไปแล้วเนิ่นนาน ภาพและตัวอักษรจะปรากฏให้เห็นอีกครั้งในยุคของการอ่านออนไลน์

  

ผมหยิบนวนิยายเรื่องอาญารัก ของจำลักษณ์ ฉบับพิมพ์ปกแข็ง ปี พ.ศ.2524 ของสำนักพิมพ์หอสมุดกลาง09 ขึ้นมาอ่าน ด้วยความเข้าใจว่า เนื้อเรื่องในบทประพันธ์ก็คือเรื่องราวเดียวกับ “อาญารัก” ที่เคยสร้างเป็นละครโทรทัศน์อันโด่งดัง เมื่อหลายปีก่อน แต่แล้ว ความเข้าใจทุกอย่างก็เปลี่ยนไปหมดโดยสิ้นเชิง!

เนื้อเรื่องในอาญารัก เล่มนี้ ไม่มีขุนภักดีภูบาล คุณเรียม คุณสน และเนียน ตัวละครเอกที่หลายคนคุ้นเคยมาโลดแล่นผ่านตัวอักษรในหนังสือเล่มนี้ แต่กลับกลายเป็นนวนิยายอีกเรื่องหนึ่ง ที่มีพลอตเรื่องแตกต่างกัน ซึ่งคาดว่าอาจจะเกิดความผิดพลาดในการรวมเล่ม โดยใช้ชื่อเรื่อง อาญารัก แต่เนื้อหาในเล่มเป็นนิยายเรื่องอื่นของผู้เขียนคนเดียวกัน หรืออาจจะด้วยเหตุผลอื่นก็ตาม แต่เมื่อได้อ่านจนจบ ก็พบว่าเนื้อเรื่องและสำนวนภาษา คือสไตล์ของ จำลักษณ์ เจ้าของผลงานอย่าง ไทรโศก และนิยายเรื่องอื่นๆที่มีความเข้มข้น สะท้อนชีวิตได้ไม่แพ้กันเลยขอนำผลงานเรื่องนี้ มานำเสนอแด่ผู้อ่านผ่านบันทึกบทนี้ แม้ว่าจะเกิดขึ้นจากความเข้าใจผิดในครั้งแรกก็ตามครับ

เรื่องราวใน “อาญารัก” เล่มนี้ เริ่มต้นขึ้นโดยใช้ฉากดินแดนภาคใต้ของประเทศไทย ในเขตวนอุทยานกระช่อง จังหวัดตรัง ท่ามกลางพายุฝนกระหน่ำรุนแรง เมื่อน้อย ชายหนุ่มผู้เป็นเจ้าหน้าที่อุทยานกรมป่าไม้แห่งนี้ ได้พบกับ แตงอ่อน หญิงสาวที่เขาหลงรักอีกครั้ง ในสภาพที่แตกต่างจากอดีตโดยสิ้นเชิง

ในอดีต แตงอ่อนเป็นลูกสาวคนสวยของนายเอม หัวหน้าคนงานอุทยานแห่งนี้ ความสวย ความสาวของแตงอ่อนสะดุดตาชายหนุ่มหลายคนรวมถึงน้อยเองที่แอบชอบแตงอ่อนมานาน แต่แล้ว ทุกอย่างก็เป็นเหมือนฝันร้าย เมื่อแตงอ่อนตัดสินใจหนีตามหนุ่มชาวกรุง แล้วหายตัวไป นายเอม ผู้เป็นพ่อเสียใจจนเมาเหล้าและท้ายสุด ก็มีผู้พบว่า เขาเมาจนพลัดตกจากหน้าผาเสียชีวิต และจากนั้น น้อยก็ทำหน้าที่หัวคนงานแทน เขาหักใจจากแตงอ่อน แต่งงานกับหญิงสาวชาวบ้านคนหนึ่ง จนมีลูกชายด้วยกันคือเจ้าเนิ่น และไม่นานภรรยาก็เสียชีวิตลง

จนกระทั่งมีโอกาสได้เผชิญหน้ากับแตงอ่อนอีกครั้งในวันนี้!

+++++++++++++++++++++

หญิงสาวผู้น่าสงสารหนีกระเซอะกระเซิงกลับมาจากเมืองกรุง ด้วยความบอบช้ำทั้งกายและใจ พร้อมกับทารกน้อยในอ้อมแขน ก่อนที่เขาจะรับรู้ว่า หล่อนถูกฝ่ายชายทอดทิ้งอย่างโหดเหี้ยม บัดนี้แตงอ่อนกลายเป็นวัณโรคและยิ่งเศร้าใจ เมื่อรู้ว่าพ่อตนเองเสียชีวิตเพราะความตรอมใจ แตงอ่อน กลับมาอาศัยอยู่กับน้อยไม่นาน หล่อนก็ตัดสินใจกระโดดหน้าผาเสียชีวิตลง เช่นเดียวกับนายเอมผู้เป็นบิดา ทำให้น้อย ต้องฟูมฟักเลี้ยงดู ลูกสาวคนเดียวของแตงอ่อน จนเติบโตเป็นสาวน้อยแสนสวย ที่มีชื่อว่าพลับพลึง ในเวลาสิบหกปีต่อมา

ทั้งน้อย และ เนิ่นที่เติบโตเป็นหนุ่มใหญ่ ต่างก็รักและแหนหวง พลับพลึง จนเหมือนไม่ต่างกับนกน้อยในกรงทอง เพราะไม่ต้องการให้ พลับพลึง ต้องเผชิญชะตากรรมจากหนุ่มกรุงเทพฯ เหมือนกับที่ แตงอ่อน แม่ของเด็กสาวเคยได้รับมาแล้ว และชาวบ้านแถบนั้นต่างก็ล่วงรู้ถึงกิตติศัพท์ความงามของเด็กสาว แต่ในขณะเดียวกันก็รู้ว่า เนิ่นและน้อย ต่างหวงแหนเด็กสาวโดยไม่ยอมให้ชายอื่นเข้ามาข้องแวะด้วยเช่นกัน จนกระทั่ง…

+++++++++++++++++++++++

พลับพลึงได้มีโอกาสรู้จักคุณเชิดชาย พงษ์ศักดิ์ ลูกชายเพียงคนเดียวของคุณนายชั้น เศรษฐีเมืองตรัง ที่เดินทางมาเที่ยววนอุทยานแห่งนี้ จนมีโอกาสรู้จักกับเธอโดยบังเอิญ เชิดชายเอง กำลังหนีจาก สายสุดา แม่ม่ายสาวที่กำลังมาติดพัน และมารดาของเขาก็พยายามจะจับคู่ให้ แต่เชิดชายก็ไม่ได้รักใคร่หล่อนแม้แต่น้อย สายสุดา เป็นอดีตสาวบ้านนายากจน ที่มีศักดา และสายพิณเป็นพี่ชายพี่สาว แต่หล่อนสามารถไต่เต้าขึ้นมาเป็นภรรยาเศรษฐีเฒ่า ที่มาติดพัน และเสียชีวิตลงภายหลัง โดยมรดกทั้งหมดตกเป็นของหล่อนแต่เพียงผู้เดียว

ด้วยนิสัยเห็นแก่ตัว หล่อนไม่สนใจความยากลำบากของพี่น้องทั้งสอง และพยายามมองหาชายหนุ่มที่คู่ควรกับตัวเอง ก่อนจะได้พบกับเชิดชาย และเกิดความรู้สึกหลงรักเขาอย่างหัวปักหัวปำ คุณนายชั้นเอง ก็สนับสนุนเต็มที่เพราะเห็นแก่เงินที่สายสุดา นำมาปรนเปรอให้อย่างไม่อั้น ยกเว้นก็แต่เพียงสุภาวดี ญาติห่างๆที่มาอาศัยร่วมชายคา และหล่อนเองก็แอบหลงรักเชิดชาย แต่ก็ไม่กล้าแสดงออกให้ชายหนุ่มล่วงรู้

เชิดชายมีโอกาสผูกความสัมพันธ์กับ พลับพลึงจนเกิดความรัก และเขาเองก็มีสหายสนิทชื่อโกบุ๋น ที่เป็นเพื่อนกับศักดา โดยที่ศักดา มาปรับทุกข์ให้โกบุ๋นฟังอยู่บ่อยครั้ง เรื่องสายสุดา น้องสาวที่ไม่เคยจุนเจือเงินทอง โดยเฉพาะในเวลานี้ ที่ศักดา มีปัญหาเรื่องหนี้สินจนถูกตามล่าตัว และต้องการหยิบยืมจากหล่อน แต่สายสุดาก็บ่ายเบี่ยงมาโดยตลอด จนศักดา ต้องมาพึ่งเงินทองจากโกบุ๋น ที่เขาสนิทด้วย

+++++++++++++++++++++

ความรักของ เชิดชายและพลับพลึง เริ่มต้นขึ้นอย่างสวยงาม แต่ก็ถูกน้อยและเนิ่นขัดขวาง น้อยแค้นใจที่เลี้ยงพลับพลึงมาอย่างดี แต่กลับไปหลงเสน่ห์ชายหนุ่มชาวเมือง ที่ทำให้เขากังวลว่าจะเกิดประวัติศาสตร์ซ้ำรอย หากสุดท้าย จนเฆี่ยนตีพลับพลึง และจับขังเอาไว้ แต่ความรัก ก็ทำให้สองหนุ่มสาว หลบหนีไปด้วยกัน สร้างความเจ็บช้ำใจ ให้กับทั้งน้อยและเนิ่นเป็นอย่างมาก

เชิดชาย พาพลับพลึงมาที่บ้านของตนเอง แต่ถูกคุณนายชั้น หาเรื่องกลั่นแกล้งต่างนานาๆ ยิ่งเมื่อพลับพลึงตั้งครรภ์ จนทั้งคู่ต้องตัดสินใจไปใช้ชีวิตอยู่ที่กรุงเทพฯ ในเวลาเดียวกับที่ พนา บุตรชายหลวงไพรพนารักษ์ พา กรองทอง หญิงสาวชาวกรุง ที่บิดาของเขาตั้งใจจะให้หล่อนเป็นคู่หมั้นคู่หมาย ตามติดมาเที่ยวเมืองตรัง และมาอาศัยอยู่ที่บ้านของคุณนายชั้นด้วย พนามองเห็นเหตุการณ์นี้ตลอด ด้วยความรู้สึกทั้งเอ็นดูและสงสารพลับพลึง อย่างบอกไม่ถูก ซึ่ง ความเอื้ออาทรของเขานั้นเอง ได้สร้างความริษยาให้เกิดกับกรองทอง ที่หลงรักพนา มาโดยตลอด แต่พนาก็ไม่มีท่าทีสนใจหล่อนเลยแม้สักนิดเดียว

++++++++++++++++++++++

ความน้อยใจ แค้นใจ จึงหันไปยังพลับพลึงเป็นเป้าหมาย ไม่ต่างกับสายสุดา ที่มองว่า พลับพลึง เป็นมารหัวใจของหล่อนเช่นกัน ทั้งคู่วางแผนที่จะทำให้ เชิดชายเข้าใจผิดต่อพลับพลึง

ดังนั้นเมื่อศักดา มาขอยืมเงินจากเธออีกครั้ง เธอจึงว่าจ้างให้พี่ชายตัวเองเดินทางไปกรุงเทพฯ และแสร้งเข้าไปสร้างความเข้าใจผิดแก่เชิดชาย และให้คนที่กรุงเทพฯที่ทั้งคู่เช่าบ้านอยู่คอยเป่าหู จนในที่สุด ลมปากอันชั่วร้าย และแผนการร้ายก็บรรลุผล

ชาติชาย เข้าใจพลับพลึงผิด ว่าหล่อนมีชู้ ความรักที่มากเกินไปทำให้เขากลายเป็นเคียดแค้นมาก ชายหนุ่มไม่ฟังเสียงพลับพลึง และเดินทางกลับมายังเมืองตรัง เหมือนเดิม ก่อนจะยอมเข้าพิธีแต่งงานกับ สายสุดา สมดังความปรารถนา

+++++++++++++++++++++

ขณะที่พลับพลึง ที่ถูกทอดทิ้งอยู่กรุงเทพฯ หล่อนไม่มีหนทางจะไป แม้แต่จะเดินทางซมซานกลับมาบ้าน ก็ยังไม่เงินค่ารถ ชีวิตที่ระหกระเหินพร้อมเด็กในท้อง ต้องฝ่าฟันอุปสรรคต่างๆมากมาย จนโชคเข้าข้าง อีกครั้ง เมื่อหล่อนได้พบกับ พนา เขาอาสาพาหล่อนมาอาศัยอยู่ที่บ้าน เพื่อช่วยดูแล คุณอาของเขาเขา ที่เจ็บป่วยด้วยโรคร้าย

พิพัฒน์ พนารักษ์ ชายสูงวัยน้องชายหลวงไพรพนารักษ์ ให้ความเอ็นดู สนิทสนมกับ พลับพลึง และรู้สึกคุ้นเคยกับเธออย่างประหลาด เธอคล้ายกับหญิงสาวคนรักของเขาที่มีชื่อว่าแตงอ่อน!

+++++++++++++++++++++

ในอดีต พิพัฒน์เคยเดินทางไปเที่ยวอุทยานกระช่อง ที่เมืองตรังและพักกับเจ้าหน้าที่ป่าไม้ที่นั่น จนกระทั่งได้พบและมีความรักกับสาวน้อยแตงอ่อน แต่เมื่อมีอุปสรรคขัดขวาง ทำให้ทั้งคู่ตัดสินใจหนีมาอยู่ด้วยกัน เขาทราบว่าเธอกำลังตั้งครรภ์ แต่พิพัฒน์ก็ได้ทุนไปเรียนต่อต่างแดน ระหว่างนั้นเมื่อเขากลับมาก็ทราบแต่เพียงว่า แตงอ่อนหนีหายออกไปจากบ้านพร้อมกับลูกของหล่อนแล้ว พิพัฒน์พยายามตามหาแต่ก็ไม่พบ พลับพลึงทำให้เขาอดนึกถึงภรรยาตัวเองขึ้นมาไม่ได้  แต่แล้วต่อมาพลับพลึง ก็เริ่มมีอาการของวัณโรค สร้างความรังเกียจให้กับ หลวงไพรพนารักษ์ และเมื่อกรองทอง ช่วยยุยงอีกแรงหนึ่ง ก็ทำให้ ทั้งคู่หาเรื่องขับไล่ พลับพลึงออกจากบ้าน ในระหว่างที่หล่อนเจ็บท้องใกล้คลอด และพนาต้องไปดูงานต่างประเทศ

+++++++++++++++++++++++

การแต่งงานของ สายสุดา กับเชิดชาย แม้จะสมปรารถนาดังใจหล่อน แต่เชิดชายก็ยังหวนหาอาลัย พลับพลึงอยู่ โดยเฉพาะในคืนวันแต่งงานที่ เขาได้รับของขวัญจากโกบุ๋น สหายรัก เมื่อเปิดออกมา มันคือ ดอกพลับพลึงช่อหนึ่ง!

และแล้ว พลับพลึงก็ปรากฎตัวขึ้น หญิงสาวบอกความจริงต่อหน้าทุกคน ถึงเรื่องที่ถูกสายสุดา และกรองทองใส่ร้าย สายสุดาแค้นใจ ที่งานแต่งงานของตัวเอง ต้องล่มลงกลางคัน ในเวลานั้นเอง ที่ศักดา เดินทางกลับมาหาเธอด้วยความแค้น

เขาถูกสายสุดาหักหลัง แจ้งความให้ตำรวจจับ จนต้องหนีกระเซอะกระเซิง หลบการจับกุม และถูกยิงจนเกือบปางตาย แต่แล้ว พลับพลึง หญิงสาวคนที่เขาทำลายชีวิตเธอจนย่อยยับ กลับเป็นฝ่ายช่วยชีวิตเขาไว้ และด้วยความสำนึกผิด ศักดาย้อนกลับมาหาสายสุดาอีกครั้ง ก่อนที่จะเกิดเรื่องร้ายแรงขึ้น เมื่อเขาพลั้งมือสังหารเธอ ในขณะที่สายสุดาเองก็ยิงปืนใส่จนศักดาก็เสียชีวิตไปพร้อมกัน

เชิดชายเข้าใจความจริงทั้งหมด เช่นเดียวกับ พนา ที่รู้ว่า พลับพลึงคือลูกสาวคนเดียวของพิพัฒน์ น้าชายของเขา และเธอก็มีศักดิ์เป็นน้องสาวของเขาด้วยเช่นกัน สองชายหนุ่มตัดสินใจไปตามหาพลับพลึง และพบหล่อนที่หน้าผา ตำแหน่งเดียวกับที่แตงอ่อนเคยกระโดดผาฆ่าตัวตายมาแล้ว แต่ครั้งนี้ เขาไปได้ทัน และได้ปรับความเข้าใจกับเธอได้สำเร็จ

+++++++++++++++++++++++

ชีวิตของเชิดชายและพลับพลึง จึงเริ่มต้นขึ้นอีกครั้งพร้อมหน้ากันทั้งพ่อแม่ลูก และครั้งนี้ คุณนายชั้น ก็ได้ตาสว่าง มองเห็นถึงความดีของหญิงสาวจนยอมรับตัวเธอได้ในที่สุด

เรื่องราวของ “อาญารัก” เรื่องนี้ แตกต่างจากอาญารัก ที่คุ้นเคยมาก่อน แต่เนื้อหาของนิยายก็สะท้อนชีวิตความเข้มข้นของเรื่องราวได้เป็นอย่างดีเลยทีเดียว ผมไม่แน่ใจว่านิยายเรื่องนี้ ต่อมาได้พิมพ์เป็นครั้งที่สองหรือไม่ และเปลี่ยนชื่อที่ถูกต้องเป็นเรื่องอะไรกันแน่ ซึ่งหากมีผู้รู้ ข้อมูลดังกล่าว ได้แจ้งมาด้วยก็จะเป็นพระคุณอย่างยิ่งครับ

เรื่อง : อาญารัก

ผู้เขียน : จำลักษณ์

สำนักพิมพ์ : หอสมุดกลาง09

ปีที่พิมพ์ : 2524

สองเล่มจบ

สำหรับประวัติของผู้เขียนคือ จำลักษณ์ หรือชื่อจริงว่า สำเนาว์ หิริโอตัปปะ (20 ธันวาคม 2464- 27 กรกฎาคม 2517) จากข้อมูลในหนังสือประวัตินักเขียนไทย ระบุว่า ท่านเกิดที่อำเภอเมืองระยอง หลังจากจบการศึกษาในชั้นมัธยมหก ที่โรงเรียนอนุสิทธิวิทยา แล้ว จึงสมัครเข้าเรียนที่โรงเรียนจ่าทหารเรือ มีประสบการณ์ในการร่วมรบในสงครามอินโดจีนอีกด้วย

ในแวดวงการประพันธ์นั้น ผลงานเรื่องแรกคือบทละครเรื่อง ตากสินมหาราช ที่เขียนให้คณะละครจันทโรภาส นำไปแสดงในคณะละครร้อง และประสบความสำเร็จอย่างสูง จากนั้นจึงมีเรื่อง ทาสวังหลัง ซึ่งเป็นบทละครร้องเช่นกัน

ด้วยประสบการณ์การเขียน ท่านได้เริ่มเข้าสู่งานเขียนบทละครโทรทัศน์ และแต่งนวนิยายลงในนิตยสารต่างๆ โดยเริ่มต้นที่นิตยสารผดุงศิลป์เป็นแห่งแรก ด้วยเรื่อง นางบังเงา หลังจากนั้น ก็ได้ยึดอาชีพนี้เรื่อยมาจนถึงวาระสุดท้าย

ผลงานของท่าน มีทั้งเรื่องสั้น เรื่องยาว บทละคร โดยเฉพาะบทละครโทรทัศน์ชุด ขายหัวเราะ ส่วนผลงานนวนิยายที่นำไปสร้างเป็นละครและภาพยนตร์ เช่น อาญารัก พระจันทร์ร้องไห้ ไทรโศก อ่าวเพชฌฆาต (ภายหลังเปลี่ยนชื่อใหม่ในนามว่า ชู้) และเรื่องอื่นๆ อีกมากมายครับ สำหรับนามปากกา นอกเหนือจาก จำลักษณ์ และ สำเนาว์ หิริโอตัปปะ อันเป็นชื่อสกุลจริงแล้ว ท่านยังมีนามปากกาอื่นอีก เช่น นฤมิตร แม้นมาตร ใช้เขียนเรื่องบู๊ โลดโผนผจญภัย อมิดา ใช้เขียนเรื่องแนวสืบสวน ฆาตกรรม และ ๖๖๔ ใช้ในการเขียนเรื่องแนวขบขันหรรษา และเขียนบทโทรทัศน์

 

Don`t copy text!