ทะเลฅน

ทะเลฅน

โดย : หมอกมุงเมือง

บรรณาภิรมย์ โดย หมอกมุงเมือง คอลัมน์ที่อ่านเอาขอมอบความรื่นรมย์ให้กับผู้อ่านด้วยภาพปกสวยๆ และเนื้อเรื่องในแบบต่างๆ ของนักเขียนชั้นครูที่เคยผ่านมือ ผ่านตาและผ่านใจ เพื่อให้ทุกคนได้ร่วมรำลึกถึงผลงานของนักเขียนแต่ละท่านให้พอหายคิดถึงแม้เวลาจะผ่านไปแล้วเนิ่นนาน ภาพและตัวอักษรจะปรากฏให้เห็นอีกครั้งในยุคของการอ่านออนไลน์

‘พัดชา’ เป็นนักเขียนนวนิยายรุ่นครู ผู้มีผลงานทั้งแนวชีวิตรักเข้มข้นและแนวต่างๆมากมาย ผลงานของท่านส่วนใหญ่จะลงเป็นตอนตีพิมพ์ในนิตยสารของเครือ บางกอก ทานตะวัน และมักจะนำมาสร้างเป็นละครโทรทัศน์ ที่หลายท่านรู้จักกันเป็นอย่างดี เช่น รอยมาร เขาวานให้หนูเป็นสายลับ เล่ห์รตี เขยลิเก สองนรี เป็นต้น นอกจากนี้ท่านยังใช้นามปากกาอื่นในการเขียนนวนิยายด้วยเช่นกัน ได้แก่ ศศิธรแขไข พลอยน้ำผึ้ง หรือแพรไหมทอง

ทะเลฅน น่าจะเป็นนิยายเข้มข้นอีกเรื่องหนึ่ง ที่สะท้อนแก่นแท้ของชีวิตมนุษย์ ไม่ต่างกับการเผชิญอยู่ท่ามกลางมรสุมของทะเลชีวิตที่มีทั้งราบรื่นและคลื่นลมแห่งอุปสรรคที่ถาโถมเข้ามา โดยสะท้อนผ่านเรื่องราวชีวิตของอ๋อ หรือคันฉาย ตั้งแต่เธออายุเพียงห้าขวบเลยทีเดียว

พัดชาเปิดเรื่องด้วยภาพของครรชิต ชายชราวัยเจ็ดสิบปี กับเด็กหญิงคันฉายในวัยห้าขวบสวมชุดนักเรียนอนุบาล สองชีวิตต่างวัยกำลังเดินจูงมือกันฝ่าแดดร้อนยามบ่าย หลังจากเด็กหญิงเลิกเรียนเพื่อกลับมาที่บ้านในซอยแห่งนั้น

ทั้งคู่ไม่ใช่ตาหลาน แต่เป็นพ่อกับลูกสาว!

ครรชิตคือข้าราชการเกษียณที่ควรจะใช้ชีวิตคู่กับประคองศรี ภรรยาคู่ทุกข์คู่ยากและลูกๆ ที่ต่างมีหน้าตาในสังคมอย่างมีความสุขสงบจนถึงวาระสุดท้ายของชีวิต แต่แล้วเขากลับไปหลงใหลพาร์ตเนอร์สาวใหญ่ จารุวรรณ จนหน้ามืดตามัว และขอหย่าขาดจากภรรยาโดยแบ่งสินสมรส แล้วแยกตัวออกมาใช้ชีวิตคู่กับภรรยาใหม่ จนมีคันฉาย และจากนั้นเหตุการณ์ต่างๆ ที่เคยคาดฝันจะเป็นความสุขในบั้นปลายก็แปรเปลี่ยนไปจนหมดสิ้น

+++++++++++++++++++++

จารุวรรณปอกลอกเขาจนหมดตัว หล่อนพาลูกๆ ที่เกิดจากสามีเก่าอีกสามคน คือจารุพงษ์ จารุณี และจตุพล มาอาศัยอยู่ร่วมบ้านช่วยการผลาญเงินทองจนร่อยหรอลง สุดท้ายชายชราต้องหาเงินประทังชีวิตด้วยการเปิดร้านขายของ ขณะที่ภรรยาก็ไปติดพันผู้ชายคนใหม่ สร้างความเจ็บช้ำน้ำใจให้กับครรชิตสุดพรรณนา มีเพียงเด็กหญิงตัวน้อยที่เป็นเสมือนแก้วตาดวงใจของเขาเท่านั้น ที่เป็นห่วงสุดท้ายในชีวิต

ท่ามกลางการดูหมิ่นดูแคลนจากทุกคน เด็กหญิงยังได้รับความอารีจากสหายรุ่นพี่วัยสิบสามขวบที่อาศัยอยู่ข้างบ้าน และปั่นจักรยานมาซื้อของเป็นประจำ

มีน หรือพี่โพยของเด็กหญิงอ๋อ เป็นบุตรชายคนเดียวของท่านทูตอานนท์ ซึ่งเป็นน้องชายคุณสุกานดา และมีน้องสาวคือนลินี เป็นอาจารย์มหาวิทยาลัยที่ให้ความเอ็นดูสงสารเด็กหญิงตัวน้อย ไม่ต่างกับมีน หลานชาย

++++++++++++++++++++

การขับรถส่งของตามบ้าน ระหว่างจิตใจเลื่อนลอยด้วยความทุกข์ ทำให้ครรชิตประสบอุบัติเหตุจนต้องเข้าโรงพยาบาล และเป็นโอกาสอันดีที่นางจารุวรรณกับลูกๆ จะฉวยโอกาสขายบ้านอันเป็นทรัพย์สินสุดท้ายของครอบครัวเพื่อหนีไปอยู่กับชายชู้คนใหม่ของเธอ ชีวิตของเด็กหญิงคันฉาย จึงเดินทางมาถึงจุดหักเหอีกครั้ง เมื่อปนัดดา ลูกสาวคนโตของครรชิต จำต้องยื่นมือเข้ามาช่วยเหลือ

ครรชิตมีลูกกับนางประคองศรีถึงสี่คน ปนัดดา ลูกสาวคนโตคือสาวโสดวัยสามสิบแปด รองลงมาคือปราการ ที่เป็นนายอำเภอและแต่งงานกับดารณี ผู้หญิงปากร้ายและเห็นแก่ตัว จนมีเรื่องราวกับทะเลาะกับนางประคองศรีอยู่บ่อยครั้ง ลูกคนที่สามเป็นชายชื่อปราศรัย แต่งงานกับอุไรวรรณลูกสาวเสี่ยใหญ่ผู้มีอิทธิพล เขาแอบค้าของเถื่อนจนร่ำรวย แต่ปราศรัยก็เป็นคนมีน้ำใจรักพี่รักน้อง ให้ความอุปการะประคองศรีผู้เป็นแม่รวมทั้งส่งเสียอรทัย น้องสาวคนที่สี่จนเรียนจบจากเมืองนอก และได้แต่งงานอย่างมีหน้ามีตากับท่านทูตที่มีฐานะชาติตระกูล ขณะที่เอก หรือประพันธ์ ลูกชายคนเล็ก ไม่ทำงานทำการใดๆ เอาแต่คอยขอเงินแม่ใช้และทำตัวอันธพาล ระรานคนอื่นไปทั่ว จนในที่สุดก็ต้องคดีข่มขืนแล้วฆ่า ทำให้ต้องติดคุก

นางประคองศรียังมีทิฐิกับอดีตสามี แม้จะอดสงสารเขาที่ต้องเผชิญชะตากรรมเลวร้าย และปนัดดาก็จำใจต้องรับอุปการะน้องสาววัยห้าขวบของเธอที่เกิดจากจารุวรรณ เมียน้อยของพ่อที่ทุกคนรังเกียจ เข้ามาไว้ในบ้าน แต่ด้วยความน่ารักน่าเอ็นดูของคันฉาย ก็ทำให้ปนัดดาใจอ่อน เด็กหญิงยังเป็นที่รักเอ็นดูของปราศรัยอีกด้วย

++++++++++++++++++++++

หลังจากการเสียชีวิตของครรชิต เสาหลักในชีวิตของคันฉาย เด็กหญิงผู้มีหน้าตาสะสวย งดงาม ก็ต้องเผชิญกับเรื่องราวต่างๆ ที่ถาโถมเข้ามาอย่างมากมาย ตั้งแต่ถูกกลั่นแกล้งจากหนิง หรืออาภานันท์ ลูกสาวของดารณี ที่ริษยาความน่ารักน่าเอ็นดูของเธอ อาภานันท์มีแม่ที่ปากร้าย ขี้อิจฉาเป็นทุนเดิม คอยให้ท้าย แม้ว่าภายหลังปราการ สามีนายอำเภอของตัวเองจะได้วรรณพร ลูกน้องที่ทำงานของเขาเป็นเมียน้อยจนตั้งครรภ์ขึ้นมา หล่อนก็ตามราวีไม่หยุดหย่อน จนท้ายที่สุดก็แพ้ภัยตัวเองด้วยความเครียดที่สะสมมาตลอด ทำให้เส้นโลหิตสมองแตกกลายเป็นคนพิการไป

กลายเป็นวรรณพร ที่คอยดูแล คุณประคองศรี ในบั้นปลายชีวิต ประคองศรีกลายเป็นหญิงพิการติดเตียงเช่นกัน และทำให้คันฉายได้พิสูจน์ตัวเอง จนทำให้หญิงชราละลดความเกลียดชังลงได้สำเร็จก่อนจะจากโลกนี้ไปในที่สุด

++++++++++++++++++++

แต่เมื่อสิ้นมารดาผู้เป็นเสาหลักของครอบครัว ชีวิตของลูกๆ ทั้งหมด ก็แตกฉานซ่านกระเซ็นไปคนละทิศละทาง ปราศรัยที่ทำธุรกิจผิดกฎหมาย ถูกลูกน้องทรยศลอบยิงจนเสียชีวิต และข่าวด้านลบก็แพร่กระจายออกไปทั่ว ปนัดดาที่ทำธุรกิจร่วมกับน้องชายพลอยติดร่างแห และต้องติดคุกไปด้วย เมื่อหล่อนออกมา ชีวิตก็เปลี่ยนไปอีกครั้ง ฐานะที่ร่ำรวยก็ยากจนลง ในเวลานั้นเองที่อัศวินหนุ่มน้อยเซลล์แมนผู้หวังรวยทางลัดก็ผ่านเข้ามาในชีวิตปนัดดา เขาใช้เสน่ห์ล่อลวงสาวใหญ่จนทำให้หล่อนหลงผิด และคันฉายก็ต้องระเห็จออกจากบ้านไปอาศัยอยู่กับเพื่อนแทน

บัดนี้เด็กสาวเติบโตเป็นสาวน้อยแสนสวย และกำลังเรียนมหาวิทยาลัย ในเวลานั้นเองเธอได้พบกับมารดาและพี่ๆ ของตัวเองอีกครั้ง จารุณี หลังจากหนีไปกับชายชู้ และถูกทรยศหักหลัง จนต้องไปใช้ชีวิตกับสามีใหม่ในต่างแดน เดินทางกลับมาเมืองไทยอีกครั้งในช่วงท้ายของชีวิต ที่เธอล้มเจ็บลงด้วยโรคร้าย และสำนึกผิด ทำให้แม่ลูกได้มีโอกาสพบและปรับความเข้าใจกันอีกครั้ง ขณะเดียวกับที่คันฉายเริ่มเรียนจบ และเข้าทำงานกับสุภินันท์ ซึ่งเป็นเพื่อนกับพิมพ์สุดา ลูกสาวของคุณสุกานดา ซึ่งมีนหรือพี่โพยของเด็กหญิงก็เป็นลูกพี่ลูกน้องกับหล่อนนั่นเอง

พิมพ์สุดาแต่งงานกับธนเทพ มีลูกด้วยกันหลายคน แต่ชีวิตคู่ของหล่อนก็ลุ่มๆ ดอนๆ เมื่อฝ่ายชายเองมีผู้หญิงคนใหม่ พิมพ์สุดาก็เป็นโรคจิตอ่อนๆ หล่อนต้องการเอาชนะผู้หญิงทุกคนที่ผ่านเข้ามาในชีวิตของสามีตัวเอง ธนเทพก็เป็นคนอ่อนแอ ลังเล ไม่เด็ดขาดในการตัดสินใจ เขาเคยเลิกรากับหล่อนไปแต่งงานกับนฤมล แต่แล้วพิมพ์สุดาก็ใช้อุบายเล่ห์เหลี่ยมแย่งชิงเขากลับมาเป็นของตัวเองอีกครั้ง ทำให้นฤมลเสียใจจนกลายเป็นโรคจิตเวชอย่างน่าสงสาร

+++++++++++++++++++

เมื่อเขามีโอกาสพบกับคันฉายและเกิดประทับใจในตัวเด็กสาวแสนสวย จนใช้สุภินันท์ เป็นสะพานเชื่อมไปยังคันฉาย ด้วยความอ่อนเยาว์ ไม่เดียงสาโลกย์ คันฉายได้ใกล้ชิดกับหนุ่มใหญ่มากประสบการณ์ที่หว่านเสน่ห์ จนเธอตัดสินใจที่จะแต่งงานกับเขาเพราะเข้าใจว่ามันคือความรักที่แสนงดงาม โดยไม่รู้จักตัวตนอันอ่อนแอ ซ่อนอยู่ภายในตัวธนเทพ และเมื่อนั้นเองคันฉายจึงกลายเป็นศัตรูในสงครามระหว่างตัวเองกับพิมพ์สุดา ที่ต้องการแย่งชิงธนเทพ กลับมาเป็นของตัวเอง

ทุกอย่างอยู่ในสายตาของมีนโดยตลอด เขาจดจำน้องอ๋อ เด็กหญิงช่างพูดช่างเจรจาในวัยเยาว์ได้เป็นอย่างดี และด้วยอุบัติเหตุรถชนนั่นเอง ที่ทำให้ทั้งคู่ได้มีโอกาสใกล้ชิดกัน แม้จะรู้ว่าเธอแต่งงานไปกับธนเทพแล้วก็ตาม มีนได้แต่ติดตามมิตรรักวัยเยาว์ด้วยความห่วงใยเสมอมา โดยปิดบังตัวตนของเขาเอาไว้ไม้ให้เธอรู้จัก

ตราบจนกระทั่งพิมพ์สุดาเริ่มต้นลงมืออีกครั้ง และประสบความสำเร็จ ธนเทพยอมหวนกลับมาหาเมียเก่า เหมือนกับทุกครั้งที่เคยเกิดเหตุการณ์นี้ขึ้น โดยมีหนิง หรืออาภานันท์ คู่ปรับเก่าของคันฉาย ที่ริษยาหล่อนมาโดยตลอด คอยให้ท้ายช่วยเหลือพิมพ์สุดา และหล่อนเองก็หลงรักมีนอยู่เช่นกัน

พิมพ์สุดาหลอกธนเทพว่าตั้งท้องกับเขา จนทำให้หนุ่มใหญ่ที่หลงผิดเชื่อคำพูด และเลือกที่จะทอดทิ้งคันฉายอย่างอำมหิต ทั้งที่ในเวลานั้น คันฉายเองต่างหากที่เป็นฝ่ายตั้งครรภ์!

มีนเป็นคนเดียวที่เข้ามาปลอบประโลมใจ คันฉายให้คลายความทุกข์ แต่หล่อนก็แค้นใจที่ถูกธนเทพหลอกให้หลงรักและทอดทิ้งไป จนตั้งใจจะไปทำแท้ง ทว่ามีนเข้ามาห้ามปราม และหล่อนก็วิ่งหนีเขาจนถูกรถชน

เด็กในครรภ์จากไปในเวลาต่อมา ธนเทพเพิ่งรู้ความจริงทั้งหมด แต่ทุกอย่างก็สายเกินไปเสียแล้ว

+++++++++++++++++++++

เรื่องราวใน ทะเลฅน เต็มไปด้วยความเข้มข้นของกิเลสตัณหา และตัวละครต่างๆ ที่หาได้มีสีขาวหรือดำอย่างชัดเจน ทุกคนมีทั้งด้านมืดและด้านสว่างของตัวเอง แม้แต่ คันฉายนางเอกของเรื่องเอง ที่ชีวิตต้องพลิกผันมาโดยตลอด จนกระทั่งมาพบกับ ธนเทพ และทำให้เธอต้องกลายเป็นคนเก็บกักความแค้น เอาไว้ เพื่อทำให้เขาได้รับความเจ็บปวดเช่นกัน มีเพียงมีน พี่ชายที่แสนดีในอดีตเท่านั้นกระมัง ที่เป็นเสมือนแสงสว่าง ดวงเดียวในท่ามกลางท้องทะเลโลกอันปั่นป่วนคลุ้มคลั่ง และพาเธอผ่านข้ามช่วงเวลาเหล่านั้นไปให้ได้…

“ผมจะรออ๋อ…” มีนพูดใกล้ๆ ด้วยอารมณ์ยอมรับโดยดุษฏี “ผมรู้ว่า อ๋อต้องการเวลา ต้องการความมั่นใจกว่าการแต่งงานครั้งแรก ผมรออ๋อได้ฮะ…”

คันฉายนิ่ง ทว่าขอบตากลับแดงเรื่ออย่างสั่งห้ามไม่ได้ ใช่! หล่อนต้องการเวลา ต้องการความมั่นใจ และเวลาดูใจมีนมากกว่านี้ อดีตผิดพลาดครั้งสมรสกับธนเทพด้วยความเยาว์และไม่เข้าใจชีวิตเลย มันสอนให้หญิงสาวกลัว และระวังกับครั้งใหม่ถ้าจะมี…

“ผมรักอ๋อ…” มีนพูดเพื่อย้ำฝากบางสิ่งบางอย่างลงไปในจิตใจหญิงสาว

“พี่โพยในอดีตที่เคยขี่จักรยานให้น้องอ๋อนั่ง รักน้องอ๋อในวันนี้ ฉะนั้น มันจะแปลกอะไรเล่าถ้าพี่จะมั่นคงกับอ๋อต่อไป อีกกี่ปี พี่ก็รออ๋อ…”

ฉากสุดท้ายของ ทะเลฅน อาจจะไม่ได้จบลงอย่างสวยงามด้วยความหวานชื่นของคู่พระนางอันเป็นบทสรุปเหมือนในนิยายพาฝันทั่วไป แต่ก็ทิ้งความหวังไว้ให้กับผู้อ่านที่คาดว่า ชีวิตของ คันฉายจะไม่โดดเดี่ยวอ้างว้าง และเผชิญกับความเลวร้ายของมนุษย์บางคนอีกต่อไป เมื่อเธอมี ‘พี่มีน” อยู่เคียงข้างเช่นนี้ โดยไม่ห่างหายไปไหนอีกเลย…

เรื่อง : ทะเลฅน

ผู้เขียน : พัดชา

สำนักพิมพ์ : โชคชัยเทเวศร์

ปีที่พิมพ์ : 2534

สองเล่มจบ

หมายเหตุ : สำหรับการเขียนบทบันทึกการอ่านในครั้งนี้ ผมมีโอกาสได้สอบถามถึงที่มาและแรงบันดาลใจในการเขียน ทะเลฅน ซึ่งพี่พัดชาได้กรุณาให้ข้อมูลเกี่ยวกับการเขียนเรื่องนี้ว่า

สำหรับเรื่อง ‘ทะเลฅน’ มีแรงบันดาลใจมาจากคำบอกเล่าของคนใกล้ชิดค่ะ

ครรชิต ตัวละครเอกในเรื่องนี้เคยนอกใจครอบครัว ไปอยู่กินกับม่ายลูกติดคนหนึ่ง อายุคราวลูก ตอนที่ท่านจากครอบครัวไป ก็อายุกว่า 60 แล้ว ผู้หญิงน่าจะเห็นว่าท่านทำงานเป็นผู้รับเหมาก่อสร้าง พกเงินครั้งละหลายหมื่น จึงเข้าใจว่ามีฐานะร่ำรวย

สิ่งที่ได้รับฟังข้อมูลเหล่านี้มา คือม่ายสาวลูกติดกับสามีชรา ฝ่ายหญิงเคยตั้งครรภ์ 1 ครั้ง แต่กำจัดเด็กออก ด้วยความร่วมใจของคนทั้งคู่ ฟังแล้วน่าตกใจ แต่พี่นำมาสร้างเป็นพลอตนิยายเรื่องนี้ ทุกชีวิตต้องปากกัดตีนถีบช่วยเหลือตนเอง และคนในครอบครัวให้มีชีวิตรอด และมีกินมีค่าเช่าบ้าน และส่งเสียให้ลูกๆ เรียน

และครรชิต ตัวละครในเรื่องนี้เอง ก็เป็นหนึ่งในผู้ที่เวียนว่ายอยู่ในทะเลแห่งกรรมนั้น

พี่คำนึงถึงทารกในครรภ์ซึ่งถูกขจัดทิ้งไป ถ้าได้เกิดมาชีวิตเขาน่าจะเป็นอย่างไร เผชิญกับสิ่งใดบ้าง จึงนำเรื่องนี้มาเขียนเพื่อต่อยอดให้เป็นนิยาย ถ้าเด็กคนหนึ่งต้องเกิดมาในสภาพแบบนี้ มีพ่อแก่มาก และแม่ไม่ปรารถนาจะมีลูกเพิ่มอีก เธอถูกทิ้ง และอยู่กับพ่อ พ่อจะพาไปไหน ชีวิตพ่อลูกตัวน้อยจะเป็นอย่างไร เราจะเห็นอะไรในชีวิตของแกเมื่อเติบโตเป็นสาว

‘ทะเลฅน’ เป็นเรื่องสมมติเกือบทุกตัวละคร และนักเขียนทุกคนล้วนมีข้อมูลดิบที่สะเทือนใจเป็นแรงบันดาลใจในการเขียนเสมอ

++++++++++++++++++++++++

ส่วนนามนามปากกา ‘พัดชา’ มาจากชื่อจริงของพี่… พ่อชิต กันภัย เจ้าของนิตยสาร ‘ดรุณี’ ชอบชื่อนี้ ท่านว่า ตัวเองชื่อชิต มีลูกสาวคนโตชื่อชลิดา พี่ไปขอเป็นเป็นลูกสาวท่าน มีชื่อ ช.ช้างปิดท้าย ท่านชอบ 3 ชอ ช้าง ที่เกี่ยวเนื่องกันโดยบังเอิญ เมื่อพี่เขียนนิยายเรื่อง ‘สะดุดรัก’ ไปส่งท่านหลังหนังสือ ‘ดรุณี’ ปิดตัวได้ปีเศษ คุณพ่อไปทำเหมืองทองที่บางสะพาน ต้นฉบับของพี่ไปอยู่ในห้องเก็บของ มีจดหมายของพี่เล่าประวัติของพี่อยู่ในนั้น ห่อทับด้วยกระดาษสีน้ำตาลอีกชั้นหนึ่ง คนใช้รับต้นฉบับจากพี่ แล้วเอาไปใส่ห้องเก็บของที่ไม่ใช้แล้ว เตรียมให้นายชั่งกิโลขาย เมื่อกลับ กทม.

เกือบสองเดือนคุณพ่อชิตจึงเปิดห้องเก็บของ ท่านบอกว่าเหมือนมีอะไรมาดลใจ เห็นต้นฉบับแปลกตา หนักมาก ก็ยกมาแกะดู และพบจดหมายของพี่เล่าปัญหาทุกข์ที่สุดในชีวิตให้ท่านฟัง

พี่เหมือนมีสิ่งติดค้างกับพ่อชิต ท่านให้เขียนนิยายให้อ่านสักเรื่อง ปากพี่ปฏิเสธ แต่ความจริงพี่เขียนแบบเงียบๆ ใช้เวลาสองปีจบเพราะทำงานด้วย เอาเวลาว่างมาเขียนเล่น… พี่มีความคิดจะฆ่าตัวตายประท้วงพ่อแท้ๆที่นอกใจครอบครัวเสมอ แต่ละครั้งที่พ่อทำเรื่อง เราทุกข์กันทั้งบ้าน มีแม่และลูกสาวสองคน ครั้งสุดท้ายที่พ่อทำโหดร้ายที่สุด ชีวิตพี่ตกต่ำที่สุด ต้องลุกขึ้นเป็นหัวหน้าครอบครัวแทนพ่อ ซึ่งเวลานั้นจิตตกมาก ไม่มีงานทำ เพราะกำลังจะลงทุนทำกิจการของตนเอง แต่แล้วพ่อก็หักหลังครอบครัวอีกครั้ง

นิตยสาร ‘ดรุณี’ ปิดตัวไปแล้วปีเศษ เรื่องของพี่อาจใช้ไม่ได้ และขายไม่ได้เลย แต่พี่เอาเรื่องไปส่งพ่อชิต เหมือนทำภาระสุดท้ายให้จบสิ้น ก่อนลาโลก พี่เขียนจดหมายคารวะท่านที่ให้เกียรติ เชื่อว่าพี่เขียนนิยายได้ พี่เขียนให้แล้วด้วยความขอบคุณ และส่งนิยายมาเป็นของขวัญกับท่าน

พี่ใช้เวลาเขียนเรื่อง ‘สะดุดรัก’ สองปี และอ่าน ‘ดรุณี’ ตลอดกระทั่งวางตลาดเป็นฉบับสุดท้าย ต้นฉบับของพี่ห่อเก็บไว้เฉยๆ แรมปีที่บ้าน เขียนแบบไม่ทราบว่าต้นฉบับเขาทำกันอย่างไร ไม่มีนามปากกา ท่านบอกให้เขียน เราก็ทำทั้งที่ปากปฏิเสธไปแล้ว

คุณพ่อชิตใช้เวลาอ่านต้นฉบับ 72 ตอนจบภายในเวลาเพียงสองวันแทบไม่ได้พักกินอะไรเลย เมื่ออ่านจบท่านเอารถออก ขับไปบริษัทบางกอก เข้าพบคุณวิชิตเพื่อนท่าน ฝากลูกกาเหว่าอย่างพี่ให้ช่วยนำเรื่องลงที วันใดที่ท่านกลับมาทำหนังสืออีกครั้ง ท่านขอนักเขียนคนนี้คืนนะ คุณวิชิตเจ้าของนิตยสารบางกอกและทานตะวันตอบโอเค พี่จึงเกิดที่ทานตะวัน ตั้งแต่ปลายปี พ.ศ. 2527

เพราะพี่ไม่มีนามปากกาเขียนลงไปในต้นฉบับ คุณพ่อจึงตั้งชื่อนามปากกาว่า ‘พัดชา’ ชื่อจริงของพี่ในเวลานั้น และท่านชอบชื่อนี้แต่แรกค่ะ

ระยะหลังพี่คิดว่าควรยกชื่อนามปากกานี้ให้เป็นเกียรติแก่คุณพ่อชิต กันภัย ‘พัดชา’ นักเขียนคนสุดท้ายที่ท่านสร้างทั้งๆ ที่ไม่มีหนังสือในมือเอง แต่ท่านทำได้เพราะเพื่อนในวงการนิตยสารเชื่อเครดิตท่าน ‘พัดชา’ เป็นความสุข ความภูมิใจของคุณพ่อชิต ท่านได้สร้างนักเขียนคนหนึ่งทิ้งไว้ในบรรณพิภพ พี่ยินดี ถอยไปใช้ชื่อจริงเป็นชื่ออื่นแล้วค่ะ

++++++++++++++++++++

และนี่คือความรู้สึกจากใจ รวมถึงที่มาของผลงานชิ้นเอกอีกเรื่องของท่าน… ทะเลฅน และปฐมบทของนามปากกา ‘พัดชา’ ที่นักอ่านนวนิยายหลายท่านติดตามผลงานมาอย่างยาวนานนับสี่ทศวรรษ!

 

Don`t copy text!