สร้อยสุริยา

สร้อยสุริยา

โดย : หมอกมุงเมือง

Loading

บรรณาภิรมย์ โดย หมอกมุงเมือง คอลัมน์ที่อ่านเอาขอมอบความรื่นรมย์ให้กับผู้อ่านด้วยภาพปกสวยๆ และเนื้อเรื่องในแบบต่างๆ ของนักเขียนชั้นครูที่เคยผ่านมือ ผ่านตาและผ่านใจ เพื่อให้ทุกคนได้ร่วมรำลึกถึงผลงานของนักเขียนแต่ละท่านให้พอหายคิดถึงแม้เวลาจะผ่านไปแล้วเนิ่นนาน ภาพและตัวอักษรจะปรากฏให้เห็นอีกครั้งในยุคของการอ่านออนไลน์

สุภา อิทธิพร เป็นนักเขียนรุ่นครู ที่มีผลงานนวนิยายตีพิมพ์รวมเล่มกับสำนักพิมพ์โอเดียนสโตร์ในยุคหนึ่ง ผลงานของท่านผมพบว่ามีเพียงไม่กี่เรื่อง ได้แก่ สุดขอบฟ้า ม่านมลทิน รวมถึง สร้อยสุริยา เล่มนี้ด้วยครับ

นิยายของสุภา อิทธิพร มักจะเป็นแนวชีวิตรัก ครบรส ตามขนบของนวนิยายไทยในยุคนั้น ผมไม่แน่ใจว่าผลงานของท่านได้มีโอกาสนำไปสร้างเป็นละครโทรทัศน์หรือภาพยนตร์ด้วยหรือไม่

สำหรับ สร้อยสุริยา เรื่องนี้ เป็นเรื่องราวในครอบครัวของคุณหลวงอรรถ อัคะเนติ กับคุณหญิงศจี ซึ่งมีลูกด้วยกันถึงสี่คน คือ มยุรี ศรัณย์ เทวินทร์ และนิศาชล สำหรับศรัณย์ ลูกชายคนโตนั้นได้ไปใช้ชีวิตเป็นนายอำเภออยู่ที่แม่ฮ่องสอน จนกระทั่งมีโอกาสได้ย้ายกลับมาเข้ากรมอีกครั้ง แต่โทรเลขที่เขาแจ้งมากับทางบ้าน ก็ทำให้ทุกคนต่างตกตะลึงเพราะคาดไม่ถึง

ถึงหัวลำโพง เวลา 10.00 น. พร้อมภรรยา วันพรุ่งนี้

คนที่มีปฏิกิริยามากที่สุดคือคุณหญิงศจี ที่ไม่เห็นด้วยอย่างแรง เพราะเธอเตรียมหมั้นหมายโสภิดา ลูกสาวคุณบดินทร์เดช เอาไว้ให้เรียบร้อยแล้ว โดยที่ทุกคนในบ้านเองก็ไม่มีใครรู้เรื่อง แม้แต่คุณหลวงอรรถผู้เป็นสามี เห็นจะมีแต่มยุรีลูกสาวคนโตกับชาคร สามีของเธอที่พยายามประจบมารดา และแสดงท่าทีเห็นด้วยอย่างชัดเจน ขณะที่นิศาชล น้องสาวคนสุดท้องก็ไม่เห็นด้วย เช่นเดียวกับบิดาของเธอ

วันเดินทางกลับมาถึงที่สถานีรถไฟหัวลำโพงนั้นเอง เมื่อคุณหญิงศจีชวนโสภิดาให้มารับศรัณย์ด้วย และทั้งหมดก็ได้เผชิญหน้ากับอู่ขิ่นส่วย สาวน้อยแสนสวยเกินคาดคิด ที่เดินทางมาพร้อมกับศรัณย์ ความสวยสะดุดตาของเธอ ยิ่งทำให้คุณหญิงศจีผิดคาด และโสภิดาเกิดความริษยาอย่างรุนแรง ทั้งคู่กลับไปก่อน ขณะที่คุณหลวงกับนิศาชล กลับมีท่าทีพอใจลูกสะใภ้ชาวเหนือที่มีความอ่อนโยน น่ารักน่าเอ็นดูอย่างมาก

ความจริงแล้วการแต่งงานครั้งนี้ อู่ขิ่นส่วยขอร้องให้เป็นการแต่งในนามไปก่อน เพื่อพิสูจน์ใจของศรัณย์ว่าจะรักเธอจริงหรือไม่ อู่ขิ่นเป็นเด็กสาวกำพร้าอาศัยอยู่กับยาย หลังจากที่มารดาของเธอเสียชีวิตไปไล่เลี่ยกับบิดาที่เป็นชาวกรุงเทพฯ ชื่อไชยันต์

 

เมื่อเข้ามาอยู่ในบ้านอัคะเนติ หญิงสาวก็ถูกกลั่นแกล้งจากคุณศจี ต่างๆ นานา เท่านั้นยังไม่พอ เมื่อเธอพาโสภิดาเข้ามาอาศัยอยู่ด้วย โดยวางแผนการเพื่อบีบให้อู่ขิ่นทนอยู่ไม่ได้ และหวังให้โสภิดาใช้เสน่ห์ยั่วยวนให้ศรัณย์ลุ่มหลง จนทิ้งอู่ขิ่นมาหาเธอ

อู่ขิ่นมีโอกาสพบกับเทวินทร์ น้องชายของศรัณย์ ที่เป็นชายหนุ่มเก็บตัว ไม่ยอมสุงสิงกับใคร เขาเป็นประติมากรที่ทำงานปั้นรูป โดยมีท่าทีเหมือนคนมีความทุกข์ตลอดเวลา จนมีโอกาสเจออู่ขิ่น และเทวินทร์ก็ตกตะลึง เมื่อว่าที่พี่สะใภ้ของเขามีหน้าตาคล้ายคลึงกับหม่อมราชวงศ์สาริณี ศักดิ์สดายุ อดีตหญิงคนรักของเขาที่เสียชีวิตไปแล้ว!

ด้วยเหตุนี้ ทำให้เทวินทร์ยอมเปิดใจกับอู่ขิ่น ขณะที่หญิงสาวเองก็สงสารในชะตากรรมความรักจนทำให้เทวินทร์กลายเป็นคนเก็บตัว เทวินทร์ได้ขอร้องให้เธอมาเป็นแบบรูปปั้นให้กับเขา เพื่อจะได้รำลึกถึงสาริณีหญิงคนรักที่จากไป ด้วยความสงสารนั้นเอง ทำให้อู่ขิ่นตอบตกลง และความสัมพันธ์มิตรภาพของสองหนุ่มสาว ก็กลายเป็นชนวนให้คุณหญิงศจีกับโสภิดาได้โอกาสใส่ความว่าร้าย จนทำให้ศรัณย์เกิดความเข้าใจผิดขึ้น

 

เหตุการณ์นี้เอง ทำให้ศรัณย์เผลอติดกับดักของโสภิดา เมื่อหล่อนชักชวนให้เขาไปเที่ยวด้วยกันเพื่อคลายความทุกข์ ด้วยมารยาหญิงนี้เอง ในที่สุดศรัณย์ก็ได้เสียกับโสภิดา สมกับความตั้งใจของหล่อนและคุณหญิงศจีที่ต้องการจะกำจัดอู่ขิ่นออกไปจากชีวิต

แม้คุณหลวงและนิศาชลจะพยายามแย้งเพียงใดก็ไม่เป็นผล คุณหลวงให้ความรักและเอ็นดูอู่ขิ่นไม่ต่างกับลูกสะใภ้คนหนึ่ง ขณะที่สำหรับโสภิดาแล้ว ท่านรู้นิสัยของหญิงสาวผู้นั้นเป็นอย่างดี จึงยิ่งมีท่าทีรังเกียจ ขณะที่คุณหญิงศจีก็หิวกระหายเงินจนไม่มีโอกาสมองเห็นตัวตน นิสัยร้ายกาจของโสภิดา เลยแม้แต่น้อย

ศรัณย์มีเพื่อนสนิทคือคุณชายอัศนีย์ เมื่อคุณชายมาเที่ยวที่บ้านและพบอู่ขิ่น จึงพบว่า หน้าตาของเธอคล้ายกับสาริณี น้องสาวของเขาที่เสียชีวิตไปแล้วอย่างน่าประหลาด คุณชายอัศนีย์ จึงชวนให้เธอมาพบกับบิดาของเขาที่วังศักดิ์สดายุ

เมื่อท่านชายทิวากร ศักดิ์สดายุ ได้เห็นเธอ และแหวนวงที่อู่ขิ่นสวมอยู่ ซึ่งเหมือนกับแหวนที่ท่านเองก็มีตรงกันด้วยอีกหนึ่งวง ทำให้รู้ทันทีว่า เด็กสาวแม่ฮ่องสอนผู้นี้ คือทายาทอีกคนหนึ่งของศักดิ์สดายุด้วย

 

อู่ขิ่นเล่าประวัติของเธอให้ท่านชายฟัง จึงทราบว่า แท้จริงแล้วพ่อไชยันต์ที่เธอบอก ก็คือ ท่านชายพนมกร พระอนุชาของท่านชายทิวากรที่หายสาบสูญไปนั่นเอง

และบัดนี้เธอมิใช่อู่ขิ่นส่วย สาวน้อยบ้านป่าที่ยากไร้อีกต่อไป แต่คือหม่อมราชวงศ์หญิงสร้อยสุริยา ศักดิ์สดายุ!

แม้ว่าจะเปลี่ยนเป็นราชนิกูล แต่อู่ขิ่นก็ยังให้ความเคารพรักคุณหลวงอยู่เหมือนเดิม เพราะรำลึกในความเมตตา ที่ท่านมีให้ตอนที่เธอต้องมาอยู่กับศรัณย์ที่บ้านของเขา สร้อยสุริยา หรืออู่ขิ่นจึงเดินทางมาเยี่ยมเยียนท่าน ในขณะที่ศรัณย์ก็เริ่มรู้ตัวว่าเขาไม่ได้รักโสภิดาเลยสักนิดเดียว ทุกอย่างเกิดขึ้นเพราะแผนการชั่วร้ายของหล่อนที่วางเอาไว้ โดยอาศัยจังหวะที่เขากับอู่ขิ่นผิดใจกันนั่นเอง เขาพยายามเข้ามาหาเธอเพื่อขอโทษ ในขณะที่โสภิดาแค้นใจเมื่อได้เห็นภาพบาดตา หญิงสาวคว้าปืนมายิง ตั้งใจว่าจะสังหารอู่ขิ่นให้เสียชีวิต

แต่แล้วเทวินทร์ก็เข้ามาขวาง จนทำให้เขาต้องรับกระสุนปืนมรณะนัดนั้นไปแทน ชายหนุ่มอาภัพรักเสียชีวิตลง ทำให้โสภิดาตกใจสุดขีด หล่อนรีบหนีไปที่รถของอู่ขิ่น แล้วแย่งรถขับตะบึงออกมา โดยมีชาครตามมาด้วย ความกลัวจนเสียสตินั่นเอง ทำให้โสภิดาขับรถชนต้นไม้ข้างทาง ทั้งหล่อนกับชาคร ต่างก็เสียชีวิตไปพร้อมกัน

เรื่อง : สร้อยสุริยา

ผู้เขียน :  สุภา อิทธิพร

สำนักพิมพ์ : โอเดียนสโตร์

ปีที่พิมพ์ : 2506

เล่มเดียวจบ

เหตุการณ์ที่เกิดขึ้นทำให้ทุกคนต่างเสียใจ คุณหญิงศจีเองก็สำนึกผิดที่เธอเคยทำทุกอย่างที่เลวร้ายเอาไว้ ขณะที่ศรัณย์ก็รู้ตัวว่าเขาไม่คู่ควรกับอู่ขิ่นส่วย ซึ่งบัดนี้ หญิงสาวคือหม่อมราชวงศ์สร้อยสุริยา ที่สูงส่งเกินเอื้อมคว้าเสียแล้ว เขาตัดสินใจหนีหน้าหายไปจากชีวิตของทุกคน

สร้อยสุริยา แม้จะมีทิฐิต่อศรัณย์จากเหตุการณ์ที่เกิดขึ้น แต่ท้ายที่สุดแล้วหญิงสาวก็รู้หัวใจตัวเองดีว่าเธอรักศรัณย์ไม่เคยเปลี่ยนแปร และพยายามติดตามสืบหาเขา หากก็ไม่มีข่าวคราวใดๆทั้งสิ้น สุดท้ายสร้อยสุริยาตัดสินใจที่จะเดินทางกลับไปหายายของเธอที่แม่ฮ่องสอนอีกครั้ง โดยไม่รู้เลยว่าครั้งนี้ชายหนุ่มที่หัวใจเธอเฝ้ารอหา กำลังรอเธอเองอยู่ที่นั่น!

และแล้ว นิยายชีวิตรักเข้มข้นเรื่องนี้ ดำเนินมาถึงจุดอวสานอย่างสุขสมหวังของตัวละครเอกทั้งสองในที่สุด

Don`t copy text!