จากโลกมหัศจรรย์ (สู่โลกพระอังคาร ภาค 2)

จากโลกมหัศจรรย์ (สู่โลกพระอังคาร ภาค 2)

โดย : หมอกมุงเมือง

Loading

บรรณาภิรมย์ โดย หมอกมุงเมือง คอลัมน์ที่อ่านเอาขอมอบความรื่นรมย์ให้กับผู้อ่านด้วยภาพปกสวยๆ และเนื้อเรื่องในแบบต่างๆ ของนักเขียนชั้นครูที่เคยผ่านมือ ผ่านตาและผ่านใจ เพื่อให้ทุกคนได้ร่วมรำลึกถึงผลงานของนักเขียนแต่ละท่านให้พอหายคิดถึงแม้เวลาจะผ่านไปแล้วเนิ่นนาน ภาพและตัวอักษรจะปรากฏให้เห็นอีกครั้งในยุคของการอ่านออนไลน์

ผมสะดุดชื่อของนวนิยายเรื่องนี้ตั้งแต่แรกเห็น เพราะแสดงถึงความเป็นไซ-ไฟที่ไม่ค่อยได้พบมากนักในนวนิยายไทยยุคก่อน

สำหรับนามปากกา สันต์ เทวรักษ์ นั้นท่านเป็นนักเขียนนิยายรุ่นครู ผลงานหลายเรื่องนำไปสร้างเป็นละคร อย่าง เศรษฐีอนาถา หรือ แก้วสารพัดนึก แต่ผมกลับเพิ่งทราบว่าท่านเขียนนิยายในแนวไซ-ไฟเช่นนี้ในยุคโน้น (2504) นอกจากเรื่องนี้แล้ว ยังมี สู่โลกพระอังคาร อันเป็นภาคต้น และ สวัสดีลุงจอน อีกเรื่องหนึ่งด้วย นับว่าเป็นงานเขียนที่ล้ำยุคล้ำสมัยเป็นอย่างยิ่ง ผมเคยอ่านงานนิยายวิทยาศาสตร์รุ่นเก่า จะเห็นแต่นามปากกาของอาจารย์จันตรี ศิริบุญรอด และในยุคต่อมา ก็คือจินตวีร์ วิวัธน์ ที่หลายท่านรู้จักแล้วนั่นเอง

++++++++++++++++++++++++++

เนื้อเรื่อง จากโลกมหัศจรรย์ เปิดเรื่องขึ้นจากทีมนักสำรวจอวกาศชาวไทย ซึ่งประกอบด้วยอาจารย์มารุต ศาสตราจารย์คัมภีร์ รักวิทยา และนายประชุม อดีตนายอำเภอวานรนิวาสน์ (สะกดตามหนังสือ) ติดต่อเกียรติยศ วรพงศ์ น้องชายของเกียรติศักดิ์ วรพงศ์ ซึ่งถูกส่งตัวขึ้นยานอวกาศและไปติดค้างอยู่บนดาวอังคาร ได้ขาดสัญญาณการติดต่อสื่อสารกลับมา

มีข่าวว่าเขาถูกกลุ่มสิ่งมีชีวิตบนดาวอังคารจับตัวไป โดยไม่รู้ว่าเป็นตายร้ายดีอย่างไร (เนื้อเรื่องเหตุการณ์นี้น่าจะอยู่ใน สู่โลกพระอังคาร) โดยจันทร์จิรา ฉัตรานนท์ คนรักของเขา ตั้งใจจะหาทางสร้างจรวดหรือยานอวกาศที่เดินทางไปยังดาวอังคารอีกครั้ง และเธอก็ได้ติดต่อเกียรติยศ น้องของชายคนรักให้มาร่วมในภารกิจสำคัญครั้งนี้ด้วย

สถานที่วิจัยสำหรับโครงการนี้คือดารานิคม พื้นที่กลางผืนป่าของวานรนิวาสน์นั่นเอง

+++++++++++++++++++++++++

ณ สถานที่วิจัยทางดาราศาสตร์อันทันสมัยใจกลางป่า มีหอดาราทรรศน์ที่รับสัญญาณการติดต่อจากสิ่งมีชีวิตนอกโลก จันทร์จิราพบว่ามีคลื่นสัญญาณจากดาวอังคารติดต่อกลับมา และถอดรหัสสัญญาณนั้นได้ว่ามาจากเกียรติศักดิ์ วรพงศ์ คนรักที่หายสาบสูญไป

ระหว่างทีมนักวิทยาศาสตร์กำลังค้นหาวิธีเพื่อที่จะเดินทางไปช่วยเหลือเขาที่ดาวอังคารนั้นเอง อุกกาบาตขนาดใหญ่ก็หล่นร่วงลงมายังตำแหน่งศูนย์ดารานิคม และทำให้ศาสตราจารย์คัมภีร์กับนายประชุมเสียชีวิต แต่สิ่งที่เกียรติยศค้นพบนั้นยิ่งมหัศจรรย์ยิ่งกว่า เมื่อเขาพบว่ามีแคปซูลบรรจุร่างของเกียรติศักดิ์พี่ชายของเขาอยู่ภายในอุกกาบาตนั้นด้วย

เกียรติศักดิ์ยังไม่ตาย และสามารถเดินทางกลับมายังโลกมนุษย์ได้อย่างปลอดภัย…

ภายหลังจากการรักษาตัวจนฟื้นคืนสติ นักวิทยาศาสตร์หนุ่มผู้เดินทางผ่านเวหามาจากดาวอังคารก็เล่าเรื่องราวของตนเอง (เหตุการณ์น่าจะเกิดขึ้นในเรื่อง สู่โลกพระอังคาร) เมื่อแต่แรกเขาได้ถูก กลุ่มค้างคาวยักษ์มูตู สิ่งมีชีวิตกลุ่มหนึ่งบนดาวอังคารจับตัวไป และหนีออกมาได้ โดยความช่วยเหลือของมูตูหนุ่มตนหนึ่ง จนร่วมเดินทางไปกับกลุ่มมนุษย์ชาวอังคาร ที่เป็นชนเผ่าตัวแคระ

เรื่องราวผ่านเหตุการณ์พิสดาร มหัศจรรย์ต่างๆ ของโลกพระอังคาร ด้วยจินตนาการล้ำเลิศของผู้เขียน ไม่ว่าจะเป็นกลุ่มแมลงต้นไม้ นครใต้สมุทรที่มนุษย์น้ำและเทคโนโลยีในการฟรีซหรือแช่แข็งสิ่งมีชีวิตเอาไว้เพื่อปลุกชีพขึ้นมาใหม่…

เรื่อง : จากโลกมหัศจรรย์ (สู่โลกพระอังคาร ภาค2)

ผู้เขียน : สันต์ เทวรักษ์

สำนักพิมพ์ : คลังวิทยา

ปีที่พิมพ์ : 2504

เล่มเดียวจบ

“รูปร่างของมนุษย์ใต้น้ำผู้นั้นต่ำเตี้ยตะแหมะแขะ แขนและขาสั้นม่อต้อ แต่สามารถเยื้องกรายได้อย่างกระฉับกระเฉงทีเดียว”

“ผิวหนังของเขามีสีดำเป็นมันเลื่อมเกลี้ยงเกลา ชะรอยจะเป็นพรรณเดียวกับหนังแมวน้ำหรือหนังนาก ยกเว้นแต่ที่ใบหน้าและลำแขนเท่านั้น ที่ประกอบด้วยเกล็ดละเอียดเป็นเงางามเหมือนเกล็ดปลาตะเพียน” 

“แต่ผมก็พยายามที่จะลงสันนิษฐานว่า ชนชาวโลกพระอังคารสมัยโบราณซึ่งเป็นผู้สร้างหอแก้วและขุดคูหาใต้น้ำนี้ขึ้น คงจะได้ฉีดยาวิเศษอาบศพมูตูไว้ให้เป็นมัมมี่ ทำนองเดียวกับที่ชาวไอยคุปต์โบราณที่ยังไม่รู้จักวิธีสตาฟสัตว์สมัยใหม่ ได้ฉีดยาอาบศพ นก แมว หรือจระเข้เอาไว้ดูเล่นฉะนั้น

ส่วนหลอดแก้วบรรจุน้ำยาสีแดงขุ่นในร่างของศพเหล่านั้นเล่า?

 

อันที่แท้ น้ำยาในหลอดแก้วนั้นมีส่วนผสมออกซิเจนเข้าไว้เป็นจำนวนมาก มีทั้งไนโตรเจน คาร์บอน และสสารที่จำเป็นแก่ระบบการหายใจอื่นๆ เป็นอันมากผสมผสานอยู่ด้วยกัน ซึ่งผมกล้าที่จะคิดว่า ถ้าเราได้สูตรผสมของน้ำยาชนิดนั้นและปรุงเป็นยาอายุวัฒนะขึ้นแล้ว ชีวิตมนุษย์เราจะยืนยาวออกไปอย่างไม่มีที่สิ้นสุดเลยทีเดียว…”

จนกระทั่งเกียรติศักดิ์มีโอกาสเข้าไปอยู่ในกลุ่มชาวปลาหมึกบก ที่มีรูปร่างเหมือนปลาหมึก พวกมันสร้างอาณานิคมอันล้ำยุค มีปราสาทแก้วอาศัยและหอสงสัญญาณวิทยุ แต่ถึงกระนั้นชาวปลาหมึกบกก็ยังอยู่ใต้อาณัติของ มันสมองยักษ์คอยบงการพวกมัน เกียรติศักดิ์ช่วยเหลือปลดเปลื้องเอกราชให้กับชาวปลาหมึกบกจนประสบชัยชนะ และพสกมันยกย่องให้เขากลายเป็นผู้นำ แต่ชายหนุ่มก็ยังหวนคิดถึงโลกที่จากมา จึงแอบขึ้นไปบนหอวิทยุส่งสัญญาณลงมายังโลกว่าเขามีชีวิตอยู่

ชาวปลาหมึกบกล่วงรู้ และมันสมองยักษ์ที่เคยควบคุมพวกมันก็ฟื้นพลังกลับมา ยุยงให้พวกมันคิดว่าเขาทรยศ ในที่สุดชาวปลาหมึกยักษ์ก็เลยจับตัวเขาใส่แคปซูลฝังไว้ในก้อนอุกกาบาต ก่อนส่งตัวออกมาจากนอกโลกพระอังคาร จนมันเดินทางตามคลื่นวิทยุมาถึงหอดาราทรรศน์ที่วานรนิวาสน์นั่นเอง…

เขาเดินทางกลับมายังโลกอย่างปลอดภัย พร้อมประสบการณ์มหัศจรรย์เกินนึกฝัน แต่ในขณะเดียวกันกลุ่มมนุษย์ปลาหมึกบกส่วนหนึ่งก็ตามเขาลงมายังโลกมนุษย์ด้วย พวกมันต้องการให้เขากลับไปยังโลกพระอังคารตามเดิม เพราะไม่ต้องการถูกปกครองโดยมันสมองยักษ์ที่โหดเหี้ยมอำมหิตต่อไป แต่เกียรติศักดิ์ปฏิเสธ พวกมันจึงจับตัวจันทร์จิราไป กลุ่มนักวิจัยทั้งหมดติดตามชาวปลาหมึกบกไปถึงปราสาทร้างที่มันจับหญิงสาวไปขังไว้ จันทร์จิราหาทางหนีออกมาได้ ขณะที่ชาวปลาหมึกบกถูกขังไว้ในปราสาทและถูกจุดไฟเผาจนสิ้นซาก

++++++++++++++++++++++

เมื่อทุกอย่างผ่านพ้นไปด้วยดี เกียรติศักดิ์ก็ได้แต่งงานกับจันทร์จิรา คนรักของเขา สมตามความปรารถนา บรรทัดสุดท้ายของ จากโลกมหัศจรรย์ ผู้เขียนยังทิ้งท้ายไว้ว่า

อนึ่ง เรายังได้รับข่าวอันไม่เป็นทางการอีกกระแสหนึ่งว่า นักวิทยาศาสตร์ทั้งสอง (เกียรติศักดิ์ และจันทร์จิรา) กำลังร่วมมือกันค้นคิดวิธีทำให้ล่องหนหายตัวอยู่อย่างขะมักเขม้น ซึ่งถ้าสำเร็จผลแล้วไซร้ บรรดาสามีนักโดดร่มทิ้งร่มทั้งหลาย คงจะพอใจกันเป็นอันมาก และย่อมจะเกิดประโยชน์อันยิ่งใหญ่แก่วงการวิทยาศาสตร์ และวงการยุทธนาอย่างปราศจากข้อสงสัย

 สิ่งที่ได้รู้ได้เห็นมาจากโลกมหัศจรรย์ ของเราจึงสิ้นสุดลงด้วยประการฉะนี้

 

หมายเหตุ : ทั้ง สู่โลกพระอังคาร และ จากโลกมหัศจรรย์ เป็นนวนิยายหายากของสันต์ เทวรักษ์ ที่น่าจะมีการตีพิมพ์ เพียงแค่ครั้งเดียว เท่านั้นเองครับ และแสดงให้เห็นถึงบทบาทของนวนิยายไทยในยุคเก่า ที่มีพลอตเรื่องล้ำสมัย ฉีกไปจากแนวโรแมนติคพาฝัน ที่มีอยู่เป็นจำนวนมากในเวลานั้น

Don`t copy text!